EP.8-

2637 Words
8.2 ฉันเดินไปยืนรอลิฟต์เหมือนทุกที กระทั่งมีคนมายืนข้างๆ ฉันหันไปมองเขานิดนึง และก้มหน้าลงเดินเข้าลิฟต์ไปเงียบๆ "แฟนไปไหนสะล่ะ?" คำพูดนั้นทำฉันเงยหน้าขึ้นมามอง ไม่รู้ว่าอะตอมพูดด้วยความรู้สึกแบบไหน เยาะเย้ย สมเพช หรืออะไรก็ช่าง แต่ฉันก็ไม่มีอารมณ์จะมาเล่นกับเขา "ไปหาชู้แล้วมั้ง" ฉันพูดไปแบบนั้นและเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้าสีหน้าฉันตอนนี้เขาต้องรู้แน่ว่าฉันกำลังไม่โอเค แต่ไม่เป็นไรนะ ฉันเก็บซ่อนความรู้สึกเก่งอยู่แล้ว เหล้าที่ติดมือมาด้วยฉันยกมันขึ้นแล้วกรอกลงคอ เขาก็มองสภาพฉันและกระตุกยิ้มมุมปาก "หึ" "น่าสมเพชมากป่ะ" "มาก" เขาตอบมาตรงๆแบบนั้นแทบจะทันทีที่ฉันถาม "งั้นก็เชิญสมเพชได้เลย ไม่ว่าหรอก แล้วแต่จะคิดชีวิตคนละแบบ" พอพูดไปแบบนั้น อะตอมก็เงียบฉันก็เงียบ เงียบแล้วเอาหัวพิงพนังลิฟต์และยกขวดขึ้นกรอกเหล้าเข้าปาก "มายมาจากต่างจังหวัดหรอ เป็นคนจังหวัดไหนอะ?" ฉันเลื่อนสายตาไปมอง เมื่อรู้สึกว่าคนตรงหน้ากำลังชวนคุย เพราะปกติเขาไม่เป็นงี้เลยนะ อะตอมที่เจอที่ผับตอนแรกแทบไม่คุยอะไรกับฉันสักคำ ถ้าฉันไม่เข้าไปเล่นกับเขาก่อนอะนะ แต่ทำไมตอนนี้ถึงมาชวนคุยด้วยล่ะ ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขาแล้วกระพริบตาปริบๆ ด้วยความไม่เข้าใจก่อนจะสาวเท้าเข้าไปยืนตรงหน้าเขาแบบไกล้ๆ พอให้เห็นความหล่อของเขาได้เต็มๆตา "ข๋นเจียงใหม่" "เชียงใหม่?" "อือ" "สาวสันกำแพง น่ารักทุกคน ว่าป่ะ?" "จริงอ่อ?" "ใช่ ก็ดูอย่างมายดิ่" ฉันก้าวขาไปข้างหน้าข้างนึงแล้วเงยหน้ามองเขา สบตานิดหน่อย หันใบหน้าเอียงแก้มไปทางซ้าย หน้าตรง แล้วหันไปทางขวา ฉันทำแบบนั้นเพื่อให้เขาเห็นความน่ารักของสาวสันกำแพง แต่อะตอมกลับเอานิ้วมาดันหน้าผากฉันออกห่าง "มายไม่น่ารักหรอ" อุส่าห์ทำท่าที่คิดว่าตัวเองน่ารักที่สุดแล้วนะ "อย่าาา" แต่เขาไม่เห็นเลยได้ไง "ทำไมอะ" "เมาอยู่ป่ะ" เมื่อเขาพูดว่าฉันเมา ฉันก็หลุดขำทันที เพราะคนอย่างฉันน่ะ ไม่เคยสัมผัสกับคำนั้นเลย คำว่าเมา ฉันหัวเราะร่าและกระดกเหล้าลงคอแบบที่สายตาก็มองเขาไปด้วย "อยากใส่เพียวกับมายป่ะล่ะ" ฉันลองท้าดู แต่เขาก็ถึงกับยกมือห้าม "ไม่ล่ะ ตามสบายเลยครับ" พอเขาพูดแบบนั้นฉันก็ยิ้มแล้วก็เผลอจ้องมองแววตาเขานานขึ้น "บางทีมายก็อยากเมาบ้างอ่ะ" ฉันพูดไปเขาก็ยกแขนขึ้นกอดกันบนหน้าอกและหันมองฉัน ฉันเลยเลื่อนสายตาจากใบหน้าหล่อเหลาเกินต้านทานนั่นแล้วเอาขวดเหล้าหนีบไว้ใต้รักแร้และยื่นมือไปติดกระดุมเสื้อยีนส์ให้เขา คือเขาใส่ชุดยีนส์ทั้งตัวอย่างเท่ส์เลย แต่ติดกระดุมไม่หมดโชว์แผงอกวับๆแวมๆ "เป็นพวกชอบโชว์หรอ รู้ไหม เห็นแล้วใจคอไม่ดีเลย" ขาวจัด แน่นมากด้วย รู้เลยว่าดูแลตัวเองมาอย่างดี และมีวินัยมาก กล้ามแน่น อกแน่น อื้อหื้อออ ...แต่แล้วอยู่ดีๆความคิดนึงก็แล่นผ่านเข้ามาในความคิด.. ดูดคอแฟนฉันมาขนาดนั้น คงอยากให้ฉันเห็นรึป่าวนะ "เหอะ!" ฉันเผลอทำเสียงออกมาแบบนั้น พร้อมใจที่แกว่งไปมาเหมือนลูกตุ้มเหล็กอันใหญ่ ฉันเริ่มรู้สึกจุกๆชาๆที่ใจอีกครั้ง ลำคอแผงอกของอะตอมขาวเนียนสะอาดสะอ้าน แถมกลิ่นตัวก็หอมผสมกับกลิ่นบุหรี่กลิ่นแอลกอฮอลล์แต่มันก็หอมแบบผู้ชายที่ไม่ได้ไกล้ชิดผู้หญิงคนไหน น้ำหอมชายโสดจากตัวเขา หอมมากเลย ขณะที่กลิ่นตัวแฟนของฉันเต็มไปด้วยกลิ่นน้ำหอมผู้หญิง มีรอยดูดรอยกัดที่ลำคอมาเป็นของแถม หน้าโง่ น่าสมเพชสุดๆ "ทำไมชอบมายุ่งวะมาย พูดไม่รู้เรื่องหรอ" พอเขาว่าฉันแบบนั้น ฉันก็เหมือนหลุดจากภวังค์และเงยหน้ามองเขาแบบที่เอาคางตัวเองเกยอกแกร่งของเขาไว้ ไม่รู้ตัวเองเลยว่าฉันเผลอทิ้งตัวซบอกเขาแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีฉันก็ยืนอยู่ในท่าที่เรียกว่ากำลังลวนลามเขาอยู่ก็ได้ ฉันยืนตัวเล็กตัวน้อยแนบชิดกับเขา เอาปลายคางเกยอกเขาและเงยหน้าสบตามองคนตัวสูงอยู่แบบนั้น...และคำพูดเขาทำฉันหยุดนิ่งและดึงความคิดกลับมาโฟกัสปัจจุบัน "ยุ่งไม่ได้หรอ" "อย่าลืมว่าตัวเองมีแฟนแล้ว" "ถ้าไม่มีจะยุ่งป่ะ" "อย่าทำแบบนี้ว่ะมาย ไม่ชอบ" อะตอมก็ดันฉันออกห่างแต่ฉันก็ขยับเข้าไปไหม่ เป็นแบบนั้นอยู่หลายครั้งกระทั่งฉันพูดออกไป "อือ ก็ใช่ไง มายมีแฟนแล้ว แต่ไม่อยากอยู่ไกล้เขาเลยอะ มีแต่กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงคนอื่น" พูดไปแล้วอะตอมก็ก้มมามองแววตาฉันนิ่งๆ มือที่คอยดันฉันออกก็หยุดดันและปล่อยให้ฉันขยับปลายเท้าเข้าไปยืนซบแบบนั้น "ที่คอก็มีแต่รอยดูดใครไม่รู้เต็มคอเลย" ฉันยกแขนข้างนึงไล้ปลายนิ้วไปตามลำคอขาวๆของอะตอมแต่จิตใจฉันไม่ได้โฟกัสที่คอขาวๆของอะตอมเลยค่ะ ฉันกลับคิดถึงอีกคนที่คอแดง ตรงนี้ ตรงนี้ ตรงนี้ แดงไปหมด ฉันขยี้ และถูนิ้วลงบนคอขาวของคนตัวสูง แบบที่ฉันก็ดูเหมือนจะควบคุมตัวเองไม่ได้เหมือนไม่มีสติสัมปชัญญะเท่าไหร่ ทั้งเมา ทั้งเครียด หัวสมองมีแต่เรื่องราวที่คิดวนๆซ้ำๆ จับจุดไม่ถูก "แล้วมาบอกว่ารอยยุงกัด เห็นมายโง่มากมั้ง" และสุดท้ายฉันก็ก้มหน้าลงและซบซอกคอหอมของเขาอยู่แบบนั้น "เป็นตอม ตอมจะทำไงวะ" เขาก้มมองหน้าฉันนานมากหลังจากที่ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาแล้วถามออกไป แววตาดุดันคู่นั้นมองมาที่ฉันไม่ละไปไหน มองนิ่งและนานแบบที่ฉันสามารถเห็นใบหน้าตัวเองในแววตาของเขา ซึ่งมันไม่เหมือนตอนที่สบตากับเขาตอนก่อนหน้านี้ที่ผับ มันไม่เหมือนกันเพราะตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองได้ปลดล้อคอะไรบางอย่าง และสบายใจที่จะอยู่ไกล้เขาแบบนี้มากกว่าครั้งนั้น แต่สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจแล้วเบือนหน้าไปทางอื่นไม่ยอมสบตาฉันอีกพร้อมคำพูดเบื่อหน่ายแบบนั้น "คิดเองเป็นไหม" "อือ.." ฉันตอบสั้นๆแล้วก็ซบหน้าลงกับต้นคอเขาแบบเดิม "ห้ามร้องไห้" ฉันส่ายหน้าไปมากับอกเขาแบบนั้น ทั้งที่น้ำตาแอบซึมออกมาแล้วด้วยซ้ำ "ไม่ร้องก็ได้ แต่ตรงนี้ซบได้ไหม มีเจ้าของยังอ่ะ" ฉันใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่หน้าอกของเขาแล้วเงยใบหน้าขึ้นอีกครั้งพอสายตาผสานกันเท่านั้นคลื่นความถี่ก็เกิดขึ้นในหัวใจฉันทันที และมันก็ยังทำงานหนักขึ้นเมื่ออะตอมตอบกลับมาว่า "ยังไม่มี" ยังไม่มี = ยังไม่มีเจ้าของ ซบได้ เมื่อได้รับการอนุญาติฉันก็ทิ้งตัวซบลงที่ตรงอกของเขาอีกครั้งให้แน่นขึ้น พร้อมกับยกแขนขึ้นกอดรัดร่างหนาเอาไว้หลวมๆ มือข้างนึงของฉันจับข้อมือข้างที่ถือกำขวดเหล้าเอาไว้และกระชับกอดเขาแน่นเลย อยากร้องไห้อ่ะ แต่อะตอมไม่อนุญาตให้ร้อง คงเป็นเพราะฉันกำลังเมา อารมณ์อ่อนไหวแปรปรวน และกำลังรู้สึกแย่อยู่ พอได้รับความอบอุ่นจากใครบางคนมันเลยทำให้รู้สึกดีขึ้น จะว่าไปมันก็สองครั้งแล้วในขณะที่ฉันรู้สึกแย่เจอปัญหา ก็มีเขาเข้ามาอยู่ตรงนี้แบบงงๆ "ตอม" "ว่า?" "รู้จักน้ำหวานไหม เป็นนางงาม เรียนBBAที่จุฬาปีสี่แล้ว" ฉันถามไปเขาก็เงียบ ฉันรู้ว่าอะตอมรู้จักแน่เพราะอยู่คณะเดียวกัน ฉันไปสืบมาแล้ว "ไม่รู้" แต่เขาก็ตอบแบบนั้นคงเป็นเพราะไม่อยากยุ่งจริงๆ "มายรู้ว่าตอมรู้ มันก็เหมือนกันหมด มายเป็นคนโง่ ในสายตาทุกคน" "แล้วจะมาบังคับคนอื่นให้พูดในเรื่องที่ไม่อยากยุ่งเพื่ออะไร? ต่อให้พูดไป ต่อให้เอาความจริงมากองตรงหน้า ถ้าไม่เชื่อก็เท่านั้น มันอยู่ที่ใจตัวเองไหม ว่าจะรับความจริงได้รึป่าว พร้อมเผชิญหน้าเมื่อไหร่ค่อยมาถามแล้วกัน" เขาพูดออกมายาวมาก ด้วยถ้อยคำนิ่มๆน้ำเสียงสุภาพเด็ดขาดแต่เฉียดเฉียนของเขาทำฉันนิ่งไปเลย "แล้วรู้ได้ไง ว่ามายไม่พร้อมเผชิญหน้า ไม่ยอมรับความจริง" "ถ้ามายรับความจริงได้ มายเลิกกันมันไปนานแล้ว" เขาทำฉันนิ่งไปอีกครั้ง และแววตาคู่นั้นก็จ้องมองมาไม่หยุดราวกับกำลังจะล้วงลึกเข้ามาในห้วงใจฉัน แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกแย่เกินกว่าจะบอกให้เขารู้ ฉันไม่อยากให้เขามองว่าฉันน่าสงสาร "ตอมกำลังจะทำให้มายร้องไห้" "ไม่ ให้ ร้อง" เขาพูดแบบดุๆ และเบือนหน้าหนีไปไม่มองไม่สบตาฉันอีก "แง้งงงง" ฉันเลยนึกบ้าอะไรขึ้นมาไม่รู้ ส่งเสียงงอแงร้องไห้เป็นเด็กออกมาแบบนั้น ป้อก! ก็เลยโดนเขาดีดหน้าผากไปทีนึง พร้อมมุมปากของฉันที่ยกขึ้นยิ้ม ^^ ก็ไม่รู้ทำไมฉันยิ้มออกมาได้ในเวลาแบบนี้ อาจเป็นเพราะคนตรงหน้าก็ได้ ฉันว่าพระเจ้าให้ความอ่อนโยนอะตอมมาด้วยนะ เขาแค่ไม่ชอบเอาออกมาใช้ ชอบดุ ติดดุ ติดแอคสะมากกว่า แต่ทีจริงแล้วถ้าฉันเดาไม่ผิดเขาคงเป็นผู้ชายที่อ่อนโยนสุดๆไปเลยล่ะ คำพูดคำจาของเขาติดๆหยาบคายอยู่บ้างแต่โทนเสียงคือสุภาพนุ่มนวลมาก ต่างจากการกระทำที่ดูจริงจัง เหมือนพวกปากร้ายแต่ใจดี บางทีก็ปากดี พูดดี แต่การกระทำก็เด็ดขาดดุดัน และเชื่อไหมเขาทำให้ฉันลืมความเศร้าไปเลยเพียงแค่ได้พูดคุยโต้ตอบกันไม่กี่คำ ทำไมกันนะ เพราะอะไรเราถึงมีเคมีที่เข้ากันได้ขนาดนี้ เพี๊ยะ!!!! รอบนี้ไม่ใช่แค่ดีด แต่มันตบหน้าผากฉัน เอาคำว่าอ่อนโยนคืนมาให้หมดเลยนะ! อ๊อยยย~ เจ็บบบ คนกำลังฟินๆ "คิดบ้าอะไรอยู่" "ก็เพราะตอมอ่ะ มายเลยอดกินหมูทะเลย" "ก็ไม่ต้องกิน แค่หมูกะทะไม่มีปัญญาซื้อกินเองหรอ ถึงต้องไปลงพนันบ้าบอแบบนั้น" เอดูเขตเก่ง "เล่นเป็นเด็กอนุบาล ...ด่าอยู่ยังจะมามอง" เขาทำท่าจะเอานิ้วมาจิ้มลูกตาสองข้างของฉันเมื่อฉันมองเขาด้วยสายตาแบบนั้น ที่เขาด่ามาฉันไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด ลึกๆฉันสัมผัสได้อ่ะว่าเขาหวังดี "ตอมหิวไหม ไปกินรามยอนห้องมายป่ะ ได้นะ" "มาย!" ลิฟต์มาส่งถึงชั้นที่ฉันอยู่พอดี ฉันเลยดึงแขนเขาให้เดินตามออกมา แบบลากออกมาเลย ซึ่งผู้ชายคนนี้ก็ไม่ใช่ง่ายๆเลย เขาไม่ยอมเดินตามมาดีๆ "มาม่าก็มี หรือจะกินใส้อั่วจากเชียงใหม่ก็มีนะ แม่มายทำเอง อร่อยม้าก" ฉันจึงหันไปพูดและดึงแขนเขามาแบบที่เอาของกินพวกนั้นมาล่อ "มึงมากไปละมาย" "มาเหอะน่าา" ลากดึงแขนให้เดินไปตามทางเดินจนมาถึงหน้าห้องของฉันแล้ว "อ่ะ แล้วไงต่อ" "โดนผู้หญิงลากเข้าห้องบ่อยอ่ะดิ่" ฉันยกนิ้วชี้ขึ้นมาชี้หน้าเขาแล้วทำเสียงแซวๆ "ปกติก็ไม่เคยโดนใครลาก เธอคนแรก" "ฉันคนแรกเลยอ่อ ภูมิใจจัง ขอบคุณที่เธอเลือกฉันนะอะตอม" ฉันพูดแบบที่ยืนตะแคงตัวให้ไหล่ข้างนึงพิงพนัง และฉันก็ยังไม่แตะการ์ดไม่กดรหัสห้อง คือพ่อฉันไม่ให้พาผู้ชายเข้าห้อง ฉันต้องเชื่อฟังพ่อ ส่วนอะตอมฉันแค่หลอกเขามาส่งหน้าห้องเท่านั้น ไม่กล้าเดินคนเดียวไปตามทางเดิน กลัวผี ซึ่งพอฉันยังยืนนิ่งๆแบบนั้นอะตอมก็ยืนเก๊กยกแขนกอดอกเอาไหล่พิงพนังท่าเดียวกับฉันเลย แต่เขายืนอยู่อีกฝั่งนึงตรงกลางระหว่างเราคือประตูห้องฉัน ส่วนฉันก็ยืนแบบที่อีกมือก็ถือขวดเหล้าไว้ เอาจริงๆนะฉันไม่เคยเป็นตัวเองมากขนาดนี้ต่อหน้าผู้ชายคนไหนมาก่อน อยู่กับอะตอมฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่ต้องเก๊กสวยอะไรอ่ะ ส่วนเขาก็หล่อมาก หล่อมากๆจนอยากเปลี่ยนใจแล้วลากเข้าห้องโยนลงเตียงแล้วนอนกอดนอนฟัดทั้งคืน ถ้าได้กอดสาบานจะโยนไอ้เน่าบนเตียงทุกตัวทิ้งแล้วกอดเขาเพียงคนเดียว "กินไหม ใส้อั่ว?" ฉันลองถามออกไป หลังจากส่งสายตาให้กันมาสักพัก "พ่อไม่ว่าหรอ ชวนผู้ชายเข้าห้อง" "พ่อไม่รู้หรอกหน่า" "พ่อหรือผัวกันแน่" "ผัวไม่มี โสด" "ไปโสดไกลๆตีนกูไป" "วู้วว คิงหยังมาสวกไบ๊สวกง๋าวจังอี๋วะ แฮเป๋นแม่หญิงหนาเว้ย!" ฉันด่าแมร่งเป็นภาษาคำเมือง(แปลว่า มึงทำไมโคตรดุมากขนาดนี้วะ กูเป็นผู้หญิงนะเว้ย) แต่พออู้กำเมืองแล้วก็รู้สึกว่าสำเนียงมันดูซอฟต์กว่าภาษากลาง ทั้งๆฉันก็พูดแรงมากนะ นั่นแหละฉันก็ชักสีหน้าใส่เขาหลังจากพูดออกไปและก็ค้นหาคีย์การ์ดในกระเป๋าออกมา จนถึงตอนนี้ฉันไม่มีอารมณ์จะเล่นดึงเชิงอะไรกับเขาล่ะ อะตอมมันทำเสียบรรยากาศไปหมดละ "ละจะกิ๋นว่า ใส้อั่ว!?" ฉันถามอะตอมอีกครั้งสำเนียงเดิม ซึ่งคนตัวสูงก็มองตาฉันนิ่งๆและโน้มตัวมาพูดข้างหูฉันเบาๆ "ไม่ แดก" เขาเอ่ยด้วยถ้อยคำช้าๆชัดๆข้างใบหูฉัน ได้ยินดังนั้นฉันก็เม้มปากแน่นทันที หนอยแน่ ไอ้คนดิบห่าม กล้าดียังไงมาปฏิเสธใส้อั่วแสนอร่อยของแม่ฉันห่ะ! ฉันเท้าเอวและทำตาแข็งมองหน้าเขา ทำปากขมุบขมิบยุบยิบอยากด่ามาก ซึ่งคนตรงหน้าก็มองท่าทางของฉันแล้วยกมุมปากยิ้มแบบกวนๆ ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปแบบคนที่หล่อเท่ที่สุดในโลก ซึ่งฉันก็มองตามแผ่นหลังเขาไป พร้อมความรู้สึกหมั่นใส้เขาสุดๆ ดูๆแล้วฉันก็ไม่เห็นว่าเขาจะมีอะไรดีตรงไหนที่จะทำให้คนอย่างฉันตกหลุมรักได้เลย นอกความหล่อ ความดุดัน แล้วอะไรแบบนั้นของเขาอ่ะ บอกเลย มันโคตรโดนใจ > ทำไมเราไม่เจอกันให้เร็วกว่านี้นะ .
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD