8.2
ฉันเดินไปยืนรอลิฟต์เหมือนทุกที กระทั่งมีคนมายืนข้างๆ ฉันหันไปมองเขานิดนึง และก้มหน้าลงเดินเข้าลิฟต์ไปเงียบๆ
"แฟนไปไหนสะล่ะ?"
คำพูดนั้นทำฉันเงยหน้าขึ้นมามอง ไม่รู้ว่าอะตอมพูดด้วยความรู้สึกแบบไหน เยาะเย้ย สมเพช หรืออะไรก็ช่าง แต่ฉันก็ไม่มีอารมณ์จะมาเล่นกับเขา
"ไปหาชู้แล้วมั้ง"
ฉันพูดไปแบบนั้นและเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้าสีหน้าฉันตอนนี้เขาต้องรู้แน่ว่าฉันกำลังไม่โอเค แต่ไม่เป็นไรนะ ฉันเก็บซ่อนความรู้สึกเก่งอยู่แล้ว เหล้าที่ติดมือมาด้วยฉันยกมันขึ้นแล้วกรอกลงคอ เขาก็มองสภาพฉันและกระตุกยิ้มมุมปาก
"หึ"
"น่าสมเพชมากป่ะ"
"มาก"
เขาตอบมาตรงๆแบบนั้นแทบจะทันทีที่ฉันถาม
"งั้นก็เชิญสมเพชได้เลย ไม่ว่าหรอก แล้วแต่จะคิดชีวิตคนละแบบ"
พอพูดไปแบบนั้น อะตอมก็เงียบฉันก็เงียบ เงียบแล้วเอาหัวพิงพนังลิฟต์และยกขวดขึ้นกรอกเหล้าเข้าปาก
"มายมาจากต่างจังหวัดหรอ เป็นคนจังหวัดไหนอะ?"
ฉันเลื่อนสายตาไปมอง เมื่อรู้สึกว่าคนตรงหน้ากำลังชวนคุย เพราะปกติเขาไม่เป็นงี้เลยนะ อะตอมที่เจอที่ผับตอนแรกแทบไม่คุยอะไรกับฉันสักคำ ถ้าฉันไม่เข้าไปเล่นกับเขาก่อนอะนะ แต่ทำไมตอนนี้ถึงมาชวนคุยด้วยล่ะ ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขาแล้วกระพริบตาปริบๆ ด้วยความไม่เข้าใจก่อนจะสาวเท้าเข้าไปยืนตรงหน้าเขาแบบไกล้ๆ พอให้เห็นความหล่อของเขาได้เต็มๆตา
"ข๋นเจียงใหม่"
"เชียงใหม่?"
"อือ"
"สาวสันกำแพง น่ารักทุกคน ว่าป่ะ?"
"จริงอ่อ?"
"ใช่ ก็ดูอย่างมายดิ่"
ฉันก้าวขาไปข้างหน้าข้างนึงแล้วเงยหน้ามองเขา สบตานิดหน่อย หันใบหน้าเอียงแก้มไปทางซ้าย หน้าตรง แล้วหันไปทางขวา ฉันทำแบบนั้นเพื่อให้เขาเห็นความน่ารักของสาวสันกำแพง แต่อะตอมกลับเอานิ้วมาดันหน้าผากฉันออกห่าง
"มายไม่น่ารักหรอ"
อุส่าห์ทำท่าที่คิดว่าตัวเองน่ารักที่สุดแล้วนะ
"อย่าาา"
แต่เขาไม่เห็นเลยได้ไง
"ทำไมอะ"
"เมาอยู่ป่ะ"
เมื่อเขาพูดว่าฉันเมา ฉันก็หลุดขำทันที เพราะคนอย่างฉันน่ะ ไม่เคยสัมผัสกับคำนั้นเลย คำว่าเมา ฉันหัวเราะร่าและกระดกเหล้าลงคอแบบที่สายตาก็มองเขาไปด้วย
"อยากใส่เพียวกับมายป่ะล่ะ"
ฉันลองท้าดู แต่เขาก็ถึงกับยกมือห้าม
"ไม่ล่ะ ตามสบายเลยครับ"
พอเขาพูดแบบนั้นฉันก็ยิ้มแล้วก็เผลอจ้องมองแววตาเขานานขึ้น
"บางทีมายก็อยากเมาบ้างอ่ะ"
ฉันพูดไปเขาก็ยกแขนขึ้นกอดกันบนหน้าอกและหันมองฉัน ฉันเลยเลื่อนสายตาจากใบหน้าหล่อเหลาเกินต้านทานนั่นแล้วเอาขวดเหล้าหนีบไว้ใต้รักแร้และยื่นมือไปติดกระดุมเสื้อยีนส์ให้เขา คือเขาใส่ชุดยีนส์ทั้งตัวอย่างเท่ส์เลย แต่ติดกระดุมไม่หมดโชว์แผงอกวับๆแวมๆ
"เป็นพวกชอบโชว์หรอ รู้ไหม เห็นแล้วใจคอไม่ดีเลย"
ขาวจัด แน่นมากด้วย รู้เลยว่าดูแลตัวเองมาอย่างดี และมีวินัยมาก กล้ามแน่น อกแน่น อื้อหื้อออ ...แต่แล้วอยู่ดีๆความคิดนึงก็แล่นผ่านเข้ามาในความคิด.. ดูดคอแฟนฉันมาขนาดนั้น คงอยากให้ฉันเห็นรึป่าวนะ
"เหอะ!"
ฉันเผลอทำเสียงออกมาแบบนั้น พร้อมใจที่แกว่งไปมาเหมือนลูกตุ้มเหล็กอันใหญ่ ฉันเริ่มรู้สึกจุกๆชาๆที่ใจอีกครั้ง ลำคอแผงอกของอะตอมขาวเนียนสะอาดสะอ้าน แถมกลิ่นตัวก็หอมผสมกับกลิ่นบุหรี่กลิ่นแอลกอฮอลล์แต่มันก็หอมแบบผู้ชายที่ไม่ได้ไกล้ชิดผู้หญิงคนไหน น้ำหอมชายโสดจากตัวเขา หอมมากเลย ขณะที่กลิ่นตัวแฟนของฉันเต็มไปด้วยกลิ่นน้ำหอมผู้หญิง มีรอยดูดรอยกัดที่ลำคอมาเป็นของแถม หน้าโง่ น่าสมเพชสุดๆ
"ทำไมชอบมายุ่งวะมาย พูดไม่รู้เรื่องหรอ"
พอเขาว่าฉันแบบนั้น ฉันก็เหมือนหลุดจากภวังค์และเงยหน้ามองเขาแบบที่เอาคางตัวเองเกยอกแกร่งของเขาไว้ ไม่รู้ตัวเองเลยว่าฉันเผลอทิ้งตัวซบอกเขาแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีฉันก็ยืนอยู่ในท่าที่เรียกว่ากำลังลวนลามเขาอยู่ก็ได้ ฉันยืนตัวเล็กตัวน้อยแนบชิดกับเขา เอาปลายคางเกยอกเขาและเงยหน้าสบตามองคนตัวสูงอยู่แบบนั้น...และคำพูดเขาทำฉันหยุดนิ่งและดึงความคิดกลับมาโฟกัสปัจจุบัน
"ยุ่งไม่ได้หรอ"
"อย่าลืมว่าตัวเองมีแฟนแล้ว"
"ถ้าไม่มีจะยุ่งป่ะ"
"อย่าทำแบบนี้ว่ะมาย ไม่ชอบ"
อะตอมก็ดันฉันออกห่างแต่ฉันก็ขยับเข้าไปไหม่ เป็นแบบนั้นอยู่หลายครั้งกระทั่งฉันพูดออกไป
"อือ ก็ใช่ไง มายมีแฟนแล้ว แต่ไม่อยากอยู่ไกล้เขาเลยอะ มีแต่กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงคนอื่น"
พูดไปแล้วอะตอมก็ก้มมามองแววตาฉันนิ่งๆ มือที่คอยดันฉันออกก็หยุดดันและปล่อยให้ฉันขยับปลายเท้าเข้าไปยืนซบแบบนั้น
"ที่คอก็มีแต่รอยดูดใครไม่รู้เต็มคอเลย"
ฉันยกแขนข้างนึงไล้ปลายนิ้วไปตามลำคอขาวๆของอะตอมแต่จิตใจฉันไม่ได้โฟกัสที่คอขาวๆของอะตอมเลยค่ะ ฉันกลับคิดถึงอีกคนที่คอแดง ตรงนี้ ตรงนี้ ตรงนี้ แดงไปหมด ฉันขยี้ และถูนิ้วลงบนคอขาวของคนตัวสูง แบบที่ฉันก็ดูเหมือนจะควบคุมตัวเองไม่ได้เหมือนไม่มีสติสัมปชัญญะเท่าไหร่ ทั้งเมา ทั้งเครียด หัวสมองมีแต่เรื่องราวที่คิดวนๆซ้ำๆ จับจุดไม่ถูก
"แล้วมาบอกว่ารอยยุงกัด เห็นมายโง่มากมั้ง"
และสุดท้ายฉันก็ก้มหน้าลงและซบซอกคอหอมของเขาอยู่แบบนั้น
"เป็นตอม ตอมจะทำไงวะ"
เขาก้มมองหน้าฉันนานมากหลังจากที่ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาแล้วถามออกไป แววตาดุดันคู่นั้นมองมาที่ฉันไม่ละไปไหน มองนิ่งและนานแบบที่ฉันสามารถเห็นใบหน้าตัวเองในแววตาของเขา ซึ่งมันไม่เหมือนตอนที่สบตากับเขาตอนก่อนหน้านี้ที่ผับ มันไม่เหมือนกันเพราะตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองได้ปลดล้อคอะไรบางอย่าง และสบายใจที่จะอยู่ไกล้เขาแบบนี้มากกว่าครั้งนั้น แต่สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจแล้วเบือนหน้าไปทางอื่นไม่ยอมสบตาฉันอีกพร้อมคำพูดเบื่อหน่ายแบบนั้น
"คิดเองเป็นไหม"
"อือ.."
ฉันตอบสั้นๆแล้วก็ซบหน้าลงกับต้นคอเขาแบบเดิม
"ห้ามร้องไห้"
ฉันส่ายหน้าไปมากับอกเขาแบบนั้น ทั้งที่น้ำตาแอบซึมออกมาแล้วด้วยซ้ำ
"ไม่ร้องก็ได้ แต่ตรงนี้ซบได้ไหม มีเจ้าของยังอ่ะ"
ฉันใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่หน้าอกของเขาแล้วเงยใบหน้าขึ้นอีกครั้งพอสายตาผสานกันเท่านั้นคลื่นความถี่ก็เกิดขึ้นในหัวใจฉันทันที และมันก็ยังทำงานหนักขึ้นเมื่ออะตอมตอบกลับมาว่า
"ยังไม่มี"
ยังไม่มี = ยังไม่มีเจ้าของ ซบได้ เมื่อได้รับการอนุญาติฉันก็ทิ้งตัวซบลงที่ตรงอกของเขาอีกครั้งให้แน่นขึ้น พร้อมกับยกแขนขึ้นกอดรัดร่างหนาเอาไว้หลวมๆ มือข้างนึงของฉันจับข้อมือข้างที่ถือกำขวดเหล้าเอาไว้และกระชับกอดเขาแน่นเลย อยากร้องไห้อ่ะ แต่อะตอมไม่อนุญาตให้ร้อง คงเป็นเพราะฉันกำลังเมา อารมณ์อ่อนไหวแปรปรวน และกำลังรู้สึกแย่อยู่ พอได้รับความอบอุ่นจากใครบางคนมันเลยทำให้รู้สึกดีขึ้น จะว่าไปมันก็สองครั้งแล้วในขณะที่ฉันรู้สึกแย่เจอปัญหา ก็มีเขาเข้ามาอยู่ตรงนี้แบบงงๆ
"ตอม"
"ว่า?"
"รู้จักน้ำหวานไหม เป็นนางงาม เรียนBBAที่จุฬาปีสี่แล้ว"
ฉันถามไปเขาก็เงียบ ฉันรู้ว่าอะตอมรู้จักแน่เพราะอยู่คณะเดียวกัน ฉันไปสืบมาแล้ว
"ไม่รู้"
แต่เขาก็ตอบแบบนั้นคงเป็นเพราะไม่อยากยุ่งจริงๆ
"มายรู้ว่าตอมรู้ มันก็เหมือนกันหมด มายเป็นคนโง่ ในสายตาทุกคน"
"แล้วจะมาบังคับคนอื่นให้พูดในเรื่องที่ไม่อยากยุ่งเพื่ออะไร? ต่อให้พูดไป ต่อให้เอาความจริงมากองตรงหน้า ถ้าไม่เชื่อก็เท่านั้น มันอยู่ที่ใจตัวเองไหม ว่าจะรับความจริงได้รึป่าว พร้อมเผชิญหน้าเมื่อไหร่ค่อยมาถามแล้วกัน"
เขาพูดออกมายาวมาก ด้วยถ้อยคำนิ่มๆน้ำเสียงสุภาพเด็ดขาดแต่เฉียดเฉียนของเขาทำฉันนิ่งไปเลย
"แล้วรู้ได้ไง ว่ามายไม่พร้อมเผชิญหน้า ไม่ยอมรับความจริง"
"ถ้ามายรับความจริงได้ มายเลิกกันมันไปนานแล้ว"
เขาทำฉันนิ่งไปอีกครั้ง และแววตาคู่นั้นก็จ้องมองมาไม่หยุดราวกับกำลังจะล้วงลึกเข้ามาในห้วงใจฉัน แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกแย่เกินกว่าจะบอกให้เขารู้ ฉันไม่อยากให้เขามองว่าฉันน่าสงสาร
"ตอมกำลังจะทำให้มายร้องไห้"
"ไม่ ให้ ร้อง"
เขาพูดแบบดุๆ และเบือนหน้าหนีไปไม่มองไม่สบตาฉันอีก
"แง้งงงง"
ฉันเลยนึกบ้าอะไรขึ้นมาไม่รู้ ส่งเสียงงอแงร้องไห้เป็นเด็กออกมาแบบนั้น
ป้อก!
ก็เลยโดนเขาดีดหน้าผากไปทีนึง พร้อมมุมปากของฉันที่ยกขึ้นยิ้ม ^^ ก็ไม่รู้ทำไมฉันยิ้มออกมาได้ในเวลาแบบนี้ อาจเป็นเพราะคนตรงหน้าก็ได้
ฉันว่าพระเจ้าให้ความอ่อนโยนอะตอมมาด้วยนะ เขาแค่ไม่ชอบเอาออกมาใช้ ชอบดุ ติดดุ ติดแอคสะมากกว่า แต่ทีจริงแล้วถ้าฉันเดาไม่ผิดเขาคงเป็นผู้ชายที่อ่อนโยนสุดๆไปเลยล่ะ คำพูดคำจาของเขาติดๆหยาบคายอยู่บ้างแต่โทนเสียงคือสุภาพนุ่มนวลมาก ต่างจากการกระทำที่ดูจริงจัง เหมือนพวกปากร้ายแต่ใจดี บางทีก็ปากดี พูดดี แต่การกระทำก็เด็ดขาดดุดัน และเชื่อไหมเขาทำให้ฉันลืมความเศร้าไปเลยเพียงแค่ได้พูดคุยโต้ตอบกันไม่กี่คำ ทำไมกันนะ เพราะอะไรเราถึงมีเคมีที่เข้ากันได้ขนาดนี้
เพี๊ยะ!!!!
รอบนี้ไม่ใช่แค่ดีด แต่มันตบหน้าผากฉัน เอาคำว่าอ่อนโยนคืนมาให้หมดเลยนะ!
อ๊อยยย~ เจ็บบบ
คนกำลังฟินๆ
"คิดบ้าอะไรอยู่"
"ก็เพราะตอมอ่ะ มายเลยอดกินหมูทะเลย"
"ก็ไม่ต้องกิน แค่หมูกะทะไม่มีปัญญาซื้อกินเองหรอ ถึงต้องไปลงพนันบ้าบอแบบนั้น"
เอดูเขตเก่ง
"เล่นเป็นเด็กอนุบาล ...ด่าอยู่ยังจะมามอง"
เขาทำท่าจะเอานิ้วมาจิ้มลูกตาสองข้างของฉันเมื่อฉันมองเขาด้วยสายตาแบบนั้น ที่เขาด่ามาฉันไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด ลึกๆฉันสัมผัสได้อ่ะว่าเขาหวังดี
"ตอมหิวไหม ไปกินรามยอนห้องมายป่ะ ได้นะ"
"มาย!"
ลิฟต์มาส่งถึงชั้นที่ฉันอยู่พอดี ฉันเลยดึงแขนเขาให้เดินตามออกมา แบบลากออกมาเลย ซึ่งผู้ชายคนนี้ก็ไม่ใช่ง่ายๆเลย เขาไม่ยอมเดินตามมาดีๆ
"มาม่าก็มี หรือจะกินใส้อั่วจากเชียงใหม่ก็มีนะ แม่มายทำเอง อร่อยม้าก"
ฉันจึงหันไปพูดและดึงแขนเขามาแบบที่เอาของกินพวกนั้นมาล่อ
"มึงมากไปละมาย"
"มาเหอะน่าา"
ลากดึงแขนให้เดินไปตามทางเดินจนมาถึงหน้าห้องของฉันแล้ว
"อ่ะ แล้วไงต่อ"
"โดนผู้หญิงลากเข้าห้องบ่อยอ่ะดิ่"
ฉันยกนิ้วชี้ขึ้นมาชี้หน้าเขาแล้วทำเสียงแซวๆ
"ปกติก็ไม่เคยโดนใครลาก เธอคนแรก"
"ฉันคนแรกเลยอ่อ ภูมิใจจัง ขอบคุณที่เธอเลือกฉันนะอะตอม"
ฉันพูดแบบที่ยืนตะแคงตัวให้ไหล่ข้างนึงพิงพนัง และฉันก็ยังไม่แตะการ์ดไม่กดรหัสห้อง คือพ่อฉันไม่ให้พาผู้ชายเข้าห้อง ฉันต้องเชื่อฟังพ่อ ส่วนอะตอมฉันแค่หลอกเขามาส่งหน้าห้องเท่านั้น ไม่กล้าเดินคนเดียวไปตามทางเดิน กลัวผี
ซึ่งพอฉันยังยืนนิ่งๆแบบนั้นอะตอมก็ยืนเก๊กยกแขนกอดอกเอาไหล่พิงพนังท่าเดียวกับฉันเลย แต่เขายืนอยู่อีกฝั่งนึงตรงกลางระหว่างเราคือประตูห้องฉัน ส่วนฉันก็ยืนแบบที่อีกมือก็ถือขวดเหล้าไว้ เอาจริงๆนะฉันไม่เคยเป็นตัวเองมากขนาดนี้ต่อหน้าผู้ชายคนไหนมาก่อน อยู่กับอะตอมฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่ต้องเก๊กสวยอะไรอ่ะ ส่วนเขาก็หล่อมาก หล่อมากๆจนอยากเปลี่ยนใจแล้วลากเข้าห้องโยนลงเตียงแล้วนอนกอดนอนฟัดทั้งคืน ถ้าได้กอดสาบานจะโยนไอ้เน่าบนเตียงทุกตัวทิ้งแล้วกอดเขาเพียงคนเดียว
"กินไหม ใส้อั่ว?"
ฉันลองถามออกไป หลังจากส่งสายตาให้กันมาสักพัก
"พ่อไม่ว่าหรอ ชวนผู้ชายเข้าห้อง"
"พ่อไม่รู้หรอกหน่า"
"พ่อหรือผัวกันแน่"
"ผัวไม่มี โสด"
"ไปโสดไกลๆตีนกูไป"
"วู้วว คิงหยังมาสวกไบ๊สวกง๋าวจังอี๋วะ แฮเป๋นแม่หญิงหนาเว้ย!"
ฉันด่าแมร่งเป็นภาษาคำเมือง(แปลว่า มึงทำไมโคตรดุมากขนาดนี้วะ กูเป็นผู้หญิงนะเว้ย) แต่พออู้กำเมืองแล้วก็รู้สึกว่าสำเนียงมันดูซอฟต์กว่าภาษากลาง ทั้งๆฉันก็พูดแรงมากนะ นั่นแหละฉันก็ชักสีหน้าใส่เขาหลังจากพูดออกไปและก็ค้นหาคีย์การ์ดในกระเป๋าออกมา จนถึงตอนนี้ฉันไม่มีอารมณ์จะเล่นดึงเชิงอะไรกับเขาล่ะ อะตอมมันทำเสียบรรยากาศไปหมดละ
"ละจะกิ๋นว่า ใส้อั่ว!?"
ฉันถามอะตอมอีกครั้งสำเนียงเดิม ซึ่งคนตัวสูงก็มองตาฉันนิ่งๆและโน้มตัวมาพูดข้างหูฉันเบาๆ
"ไม่ แดก"
เขาเอ่ยด้วยถ้อยคำช้าๆชัดๆข้างใบหูฉัน ได้ยินดังนั้นฉันก็เม้มปากแน่นทันที หนอยแน่ ไอ้คนดิบห่าม กล้าดียังไงมาปฏิเสธใส้อั่วแสนอร่อยของแม่ฉันห่ะ! ฉันเท้าเอวและทำตาแข็งมองหน้าเขา ทำปากขมุบขมิบยุบยิบอยากด่ามาก
ซึ่งคนตรงหน้าก็มองท่าทางของฉันแล้วยกมุมปากยิ้มแบบกวนๆ ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปแบบคนที่หล่อเท่ที่สุดในโลก
ซึ่งฉันก็มองตามแผ่นหลังเขาไป พร้อมความรู้สึกหมั่นใส้เขาสุดๆ ดูๆแล้วฉันก็ไม่เห็นว่าเขาจะมีอะไรดีตรงไหนที่จะทำให้คนอย่างฉันตกหลุมรักได้เลย นอกความหล่อ ความดุดัน แล้วอะไรแบบนั้นของเขาอ่ะ บอกเลย มันโคตรโดนใจ >
ทำไมเราไม่เจอกันให้เร็วกว่านี้นะ
.