“ยังไงตอนอยู่ที่ห้องเก็บของแกก็นอนบนพื้นอยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้นจากนี้ก็มานอนที่พื้นห้องฉันก็แล้วกัน มันคงไม่ต่างกันเท่าไหร่”
อาคเนย์ใช้ดวงตากลมที่เต็มไปด้วยน้ำตามองใบหน้าหล่อเหลาที่ดูน่ากลัวของหิรัญอย่างไม่เข้าใจ
“ถ้าเกลียด ฮึก ถ้าเกลียดผม แล้วจะเอาผมมาเลี้ยงทำไม”
หิรัญยิ่งเพิ่มแรงบีบแก้มอาคเนย์
“อันที่จริงฉันไม่ได้เกลียดแกหรอกอาคเนย์ คนที่ฉันเกลียด มันคือพ่อกับแม่ของแกต่างหาก ถ้าไม่เป็นเพราะสองคนนั้นดันตายไปเสียก่อน แกกับฉันก็คงไม่ต้องมาเจอกันอย่างนี้ และเพราะสิ่งที่พ่อกับแม่ของแกเคยทำไว้กับฉัน แกถึงต้องมาเป็นคนชดใช้ทั้งหมดนั้นแทน”
“ผม ฮึก ผมจะต้องชดใช้ยังไง” อาคเนย์ถามหิรัญเสียงสะอื้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ
หิรัญมองใบหน้าที่ละม้ายคล้ายคนที่ตัวเองเกลียดชัง อาคเนย์เป็นผลที่แตกหน่อออกมาจากความรักของผู้ชายมักมากกับผู้หญิงเนรคุณไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี เติบโตมากับการเลี้ยงดูอย่างดีที่เต็มไปด้วยความรักของพฤกษ์กับดุจดาว หากอยากจะแก้แค้นก็มีแต่จะต้องทำลายชีวิตของเด็กคนนี้ มันถึงจะสาสมกับที่สองคนนั้นทำกับเขา
“สิบปีที่แกอยู่กับพ่อแม่ แกมีความสุขมากแค่ไหน สิบปีต่อจากนี้ที่แกต้องอยู่กับฉัน แกก็จะยิ่งทุกข์ทรมานมากเท่านั้น พ่อกับแม่เลี้ยงแกด้วยความรัก ฉันจะเลี้ยงแกด้วยความเกลียดชัง”
อาคเนย์ได้ยินก็เบิกตากว้าง ความหวาดกลัวเข้าครอบคลุมภายในใจดวงเล็ก น้ำตาที่ไม่ทันเหือดแห้ง ไหลออกมาเป็นสาย เขามาอยู่ที่นี่ไม่ถึงเดือนก็เจอแต่เรื่องโหดร้ายมากมาย เขาก็แทบทนไม่ไหว แล้วสิบปีที่อีกฝ่ายว่ามันจะยิ่งทรมานขนาดไหน เขากลัว กลัวหิรัญที่เป็นอย่างนี้เหลือเกิน
“อารัญ ฮึก”
เดิมทีหิรัญเป็นคนใจดีและเป็นคนรักเด็กมากคนหนึ่ง เขาเคยใฝ่ฝันว่าสักวันจะได้มีลูกกับคนที่ตัวเองรัก แต่ความฝันนั้นก็ต้องพังทลายลงไป เพราะช่วงที่เขาเพิ่งเปิดบริษัทสี่ปีแรก เขาเครียดและโหมงานหนัก ทำให้สุขภาพค่อยๆ ทรุดโทรมลงเรื่อยๆ จนต้องเข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลนานหลายเดือน และเพราะเหตุการณ์ในครั้งนั้นก็ส่งผลให้เขาไม่สามารถตั้งครรภ์ให้กำเนิดลูกได้ ความฝันที่จะได้เป็นแม่คนเลยต้องถูกปัดทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย
มันน่าแค้นใจไหม..
ในวันที่เขาทุ่มเททำงานอย่างหนัก จนสุขภาพเสียไม่สามารถมีลูกได้อีกตลอดชีวิต ผู้ชายสารเลวคนนั้นกลับนอกใจเขาไปมีลูกกับผู้หญิงคนอื่น
หิรัญมองอาคเนย์ที่ร้องห่มร้องไห้ จนดวงตาแดงก่ำท่าทางน่าสงสารด้วยแววตานิ่งเฉย ต่อให้เขาจะเป็นคนรักเด็กยังไง ก็รักเด็กที่อยู่ตรงหน้านี้ไม่ลง
“ฉันจะนอนแล้ว อย่ามาร้องไห้สะอึกสะอื้นให้ฉันได้ยิน ไม่อย่างนั้นฉันจะฟาดแกอีก”
พูดจบหิรัญก็ปล่อยมือจากแก้มอาคเนย์ ลุกขึ้นยืนแล้วไปนอนหลับที่เตียง โดยที่ไม่คิดจะสนใจไยดีอีกคนที่อยู่ในห้อง
อาคเนย์ที่ยังร้องไห้อยู่ รีบเม้มริมฝีปากเข้าหากัน เพื่อไม่ให้เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกไปให้หิรัญรำคาญ เด็กชายเอาศีรษะหนุนแขนตัวเอง ก่อนจะขดตัวนอนอยู่บนพื้นอย่างยอมจำนน
ทุกๆ สามเดือนทางบ้านเด็กกำพร้าจะต้องคอยนัดเจอผู้ปกครองและเด็กที่ถูกรับอุปการะ เพื่อสอบถามเรื่องการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเป็นระยะเวลาหนึ่งปี วันนี้ก็เป็นวันที่อาคเนย์มาอาศัยอยู่กับหิรัญครบสามเดือนแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องไปเจอกับคนจากบ้านเด็กกำพร้า ช่วงบ่ายหลังจากอาคเนย์เลิกเรียน หิรัญก็ขับรถไปรับที่โรงเรียน แล้วไปยังร้านกาแฟที่ใช้เป็นสถานที่นัดหมายพูดคุยในวันนี้
“จำที่ฉันบอกได้ใช่ไหม ว่าถ้ามีคนถามจะต้องตอบยังไง”
อาคเนย์พยักหน้า แล้วพูดตอบกลับหิรัญเสียงเบา
“จำได้ครับ”
“อย่ามาเล่นตุกติกกับฉันล่ะ ถ้าแกพูดความจริงไป ฉันไม่เอาแกไว้แน่” หิรัญไม่เชื่อใจอาคเนย์ เพราะก่อนหน้านี้อาคเนย์ก็เคยคิดจะโทรหาผู้ดูแลที่บ้านเด็กกำพร้า เขาเลยต้องข่มขู่เด็กนี่ให้กลัวไปก่อน
“ครับ” อาคเนย์ตอบรับเสียงเบาพอๆ กับก่อนหน้า ตอนนี้คนที่เขากลัวที่สุดก็คือหิรัญ ไม่ว่าหิรัญจะบอกให้ทำอะไร เขาก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย เพราะไม่อยากโดนอีกฝ่ายตี
“ตั้งใจแสดงบทบาทของแกให้ดีล่ะ ถ้าฉันพอใจ ฉันจะซื้อของที่แกอยากได้ให้หนึ่งอย่าง”
สามเดือนที่ผ่านมานี้หิรัญปฏิบัติกับอาคเนย์ไม่ต่างจากสัตว์เลย ที่เวลาทำอะไรไม่ถูกใจก็จะทำโทษ เวลาพอใจก็จะให้รางวัล
พอลงจากรถหริญก็ไปคว้ามืออาคเนย์มาจับก่อนจะจูงเข้าไปในร้าน อาคเนย์มีท่าทางตกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ขัดขืน เมื่อเข้ามาด้านในร้านกาแฟ หิรัญก็สั่งกาแฟให้กับตัวเอง ก่อนจะชำเลืองสายตามองอาคเนย์ที่ดูสนใจเค้กที่วางโชว์อยู่ในตู้
“อยากกินอันไหนก็สั่ง”
ได้ยินหิรัญบอก อาคเนยก็รีบชี้ขนมชิ้นที่ตัวเองอยากกินกับพนักงานทันที
“ผมอยากได้เค้กชิ้นนั้นครับ”
หิรัญสั่งโกโก้เย็นให้อาคเนย์อีกแก้วหนึ่งก่อนจ่ายเงิน แล้วไปหาที่นั่งรอคนจากบ้านเด็กกำพร้า เขามองอาคเนย์ที่ตักขนมเค้กเข้าปาก เด็กนี่หน้าตาน่ารัก หากเป็นคนอื่นเห็นคงจะรู้สึกเอ็นดูไม่น้อย แต่นั่นไม่ใช่กับเขา ยิ่งเห็นหน้ามัน เขาก็ยิ่งชัง
“ทำไมฉันถึงเกลียดแกได้มากขนาดนี้กันนะ”
อาคเนย์ได้ยินก็เสียใจ น้ำตาก็พานจะไหล เขาเองก็อยากจะถามหิรัญกลับไปเช่นเดียวกันว่า เขาต้องทำยังไง อีกฝ่ายถึงจะไม่เกลียดเขา แต่ก็ทำได้เพียงนั่งเงียบแล้วกินเค้กต่อไปอย่างเศร้าโศก
ไม่นานคนจากบ้านเด็กกำพร้าและผู้ช่วยก็มาถึง ทั้งสองสอบถามชีวิตความเป็นอยู่ในแต่ละวันของอาคเนย์จากหิรัญ ก่อนจะหันมาถามอาคเนย์
“สามเดือนที่ผ่านมา เนย์อยู่กับอารัญเป็นยังไงบ้าง อารัญดีกับเนย์ไหมครับ”
อาคเนย์แสร้งยิ้มพยายามทำให้หิรัญพอใจที่สุด ก่อนจะตอบคำถามเหล่านั้นตามที่หิรัญได้สอนเอาไว้
“อารัญดีกับผมมากเลยครับ ตอนเช้าอารัญก็จะไปส่งผมไปโรงเรียนด้วยตัวเองเสมอ ทุกวันหลังจากที่กลับมา อารัญก็จะคอยสอนการบ้านให้กับผม เวลาออกไปข้างนอก อารัญก็จะตามใจ ผมอยากกินอะไร อารัญก็จะซื้อให้กินทุกอย่าง”
ด้วยความที่อาคเนย์เป็นเด็ก พูดเพียงเท่านี้คนจากบ้านเด็กกำพร้าและผู้ช่วยก็เข้าใจว่าหิรัญนั้นใจดีมาก หลังจากสนทนากันอยู่ร่วมชั่วโมงคนจากบ้านเด็กกำพร้าก็ขอตัวกลับ พร้อมกับนัดวันที่ที่จะมาเจอกันครั้งต่อไป
เมื่ออยู่กันสองคนรอยยิ้มบนใบหน้าของอาคเนย์ก็ค่อยๆ หุบลง แล้วกลับมานั่งสงบเสงี่ยมตามเดิม
“ดูเหมือนว่าการแสดงคงจะถ่ายทอดกันผ่านทางสายเลือด ขนาดแกเป็นเด็กยังได้ขนาดนี้ มิน่าพ่อกับแม่ของแกถึงได้หลอกฉันได้หลายปี”
“...” อาคเนย์ที่ถูกหิรัญค่อนแขวะนั่งเงียบ ก้มหน้ามองมือที่อยู่บนหน้าตักอย่างหวาดกลัว
“อยากได้อะไร ฉันจะซื้อให้”
พอได้ยินคำถาม อาคเนย์ก็เงยหน้าขึ้น ก่อนจะถามด้วยเสียงไม่มั่นใจ
“ผมขอเป็นอย่างอื่นแทนได้ไหมครับ”
หิรัญแค่นเสียงพลางจ้องหน้าอาคเนย์ไปด้วย
“ได้คืบจะเอาศอก”
“ขอโทษครับ” เพราะกลัวจะไปทำให้หิรัญไม่พอใจ อาคเนย์เลยรีบพูดขอโทษ
“จะเอาอะไรล่ะ” หิรัญถาม เขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าไอ้เด็กนี่อยากจะขออะไรจากเขา หากว่านั่นเป็นสิ่งที่ให้ได้ เขาก็จะให้ ในเมื่อหมามันเชื่อฟัง จะไม่ให้รางวัลได้ยังไง
อาคเนย์ดูลังเลที่จะพูดอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็บอกความต้องการของตัวเอง
“ผมอยากไปกินข้าวนอกบ้านครับ”
หิรัญคิดว่าเด็กนี่จะขออะไรที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ อย่างเช่นให้เขาปล่อยมันไป หรือให้เขาเลิกตีมัน ไม่คิดเลยว่าสิ่งที่อาคเนย์ต้องการคืออยากไปกินข้าวนอกบ้าน
“ได้สิ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะพาไป”
อาคเนย์ได้ยินก็ดีใจ เขาชอบเวลาที่อยู่นอกบ้าน เพราะหิรัญจะไม่ตีเขา ถ้าไปกินข้าวก็จะได้กินจนอิ่ม ไม่ต้องรอข้าวเหลือจากหิรัญ แต่ที่ชอบที่สุดคงจะเป็นหิรัญที่ใจร้ายจะใจดีกับเขา..