ตอนที่ 9

1887 Words
“ได้ อาคเนย์ ในเมื่อแกอยากมีผัวมากนัก ฉันก็จะเป็นให้แกเอง” อาคเนย์ได้ยินก็ตกใจ ดวงตากลมที่กำลังแดงก่ำคอลน้ำตาเบิกกว้างขึ้นมองคนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาในทันที ตอนนี้เริ่มชักไปกันใหญ่แล้ว อาคเนย์ตั้งใจจะอธิบายให้หิรัญฟังอีกครั้ง ว่าทั้งหมดที่พูดไปเป็นเพราะเขาแค่อยากจะประชดเท่านั้น แต่เพิ่งพูดได้เพียงสองคำ หิรัญก็โน้มตัวเข้ามาจูบเขาเสียก่อน “อารัญ อื้อ” อาคเนย์ขัดขืน เขาเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นพยายามเบนหน้าไปทางอื่น พร้อมกับยกมือขึ้นมาดันตัวของหิรัญออก แต่เพราะตัวเล็กกว่าอีกฝ่ายมากแรงที่มีก็เลยน้อยกว่าไปด้วย การกระทำนี้จึงไม่สามารถทำให้หิรัญสะทกสะท้านได้เลยสักนิด หิรัญเอามือข้างหนึ่งตรึงท้ายทอยของอาคเนย์ไม่ให้ขยับใบหน้าไปไหน ก่อนจะบดขยี้ริมฝีปากบางอย่างรุนแรง เห็นว่าคนตัวเล็กเม้มปากเข้าหากันแน่น เขาก็เอามืออีกข้างหนึ่งบีบคางง้างปากที่ปิดสนิทให้พอมีช่องว่างมากพอที่จะสอดลิ้นเข้าไปด้านใน พออาคเนย์ยอมเผยอปาก หิรัญก็สอดลิ้นเข้าไปลึกคว้านทั่วทุกซอกทุกมุม พร้อมกับลดมือที่อยู่ที่คางลงมาลูบไล้ไปตามร่างกายผอมบาง จนกระทั่งมาถึงบริเวณช่วงล่าง มือของหิรัญก็หยุดชะงักทันที ตึ่ง! หิรัญดันตัวเองออกจากอาคเนย์ จึงทำให้คนตัวเล็กถูกผลักกระแทกไปชนกับรถอีกครั้ง “แกมันต้องเป็นคนร่านมากแค่ไหนกัน เพราะขนาดกับฉันแกยังมีอารมณ์ด้วยได้” หิรัญตวาดใส่อาคเนย์อย่างโกรธจัด เขาตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกว่าแค่อยากจะสั่งสอนให้อาคเนย์กลัว จึงคาดหวังว่าตัวเองจะได้เห็นเด็กนี่ต่อต้านและร้องไห้ขอร้องให้เขาหยุดทำ ไม่ใช่อาคเนย์ที่มีปฏิกิริยาตอบสนองเขากลับอย่างนี้ “อารัญ..” อาคเนย์เถียงไม่ออก เมื่อเห็นอีกฝ่ายมองมา ดวงตากลมที่คลอน้ำตาเบนหนีหลบไปอีกทางไม่กล้าสบตา “ฉันเป็นใครแกก็รู้ ทำไมแกถึงได้มีอารมณ์กับฉัน” อาคเนย์รีบส่ายหัวให้กับคำถามนั้น ก่อนจะรีบร้อนตอบกลับเสียงแผ่วเบาอย่างหวาดกลัว ทั้งกลัวหิรัญ ทั้งกลัวตัวเอง “ผมไม่รู้ ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง” “อาคเนย์” หิรัญมองอาคเนย์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป “เชื้อแม่ที่ได้มามันคงแรงมากเลยสินะ แกถึงได้ร่านพอที่จะทำกับฉันได้” อาคเนย์เห็นสายตาของหิรัญที่มองมาราวกับว่าเขาเป็นตัวประหลาด หัวใจก็กระตุกวาบ “อารัญ” “ถึงแกจะทำกับฉันได้ แต่ฉันรังเกียจเอาแกไม่ลง” ทันทีที่ได้ยินประโยคนี้ น้ำตาที่เอ่อคลอก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ อาคเนย์ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงได้เป็นแบบนี้ เขาอยากจะบอกกับหิรัญว่าร่างกายของเขาไม่เคยเป็นอย่างนี้กับใครมาก่อนนอกจากหิรัญ แต่เขาก็ไม่กล้าพอ ตอนนี้เขาไม่มีความกล้าอะไรเลย แม้กระทั่งหายใจก็ยังไม่กล้าหายใจแรง “...” เมื่อไม่ได้ยินอะไรออกมาจากปากของอาคเนย์ หิรัญก็ยิ่งรู้สึกรังเกียจ “แกนี่มันน่ารังเกียจเหมือนกับแม่ของแกไม่มีผิด” พอหิรัญพูดประโยคนี้จบ ทุกคนก็เดินมาถึงที่รถพอดี บทสนทนาระหว่างพวกเขาสองคนจึงจบลงแค่ตรงนี้ ภายในรถตู้คันใหญ่อาคเนย์นั่งอยู่ที่เบาะหลังสุดเหมือนอย่างตอนขามา ในขณะที่หิรัญนั่งที่เบาะข้างหน้าเขา เขาได้แต่มองข้างหลังของอีกฝ่าย ก่อนหน้านี้หิรัญก็เกลียดเขามากอยู่แล้ว พอมีเรื่องนี้เพิ่มเข้ามาอีกหิรัญก็คงจะยิ่งเกลียดเขามากกว่าเดิม ภายในใจตอนนี้จึงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว กลัวว่าต่อไปจากนี้จะมองหน้าหิรัญไม่ติด อาคเนย์อยากคุยกับหิรัญ แต่กลัวว่าพอถึงบ้านไปแล้วอีกฝ่ายจะไม่ยอมฟังอะไรหรือไล่ตะเพิดเขาไปนอนห้องอื่น เขาเลยขยับตัวเข้าไปใกล้เบาะนั่งของหิรัญ แล้วเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงเบา เพราะกลัวว่าคนอื่นในรถจะได้ยิน “อารัญ” “...” อาคเนย์รู้ว่าหิรัญได้ยินที่เขาเรียก แต่อีกฝ่ายแค่ทำเป็นไม่สนใจ เขาเลยพูดต่อในสิ่งที่ตัวเองอยากจะพูด “ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจู่ๆ ตัวเองถึงเป็นอย่างนั้นไปได้” พออาคเนย์พูดประโยคนี้จบ หิรัญก็พูดสวนกลับมาด้วยเสียงที่แข็งกร้าว “หุบปากของแกไป ฉันไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น” อาคเนย์ได้ยินอย่างนั้นก็เสียใจ น้ำตาที่เพิ่งหยุดไหลไปได้ไม่นานก็ไหลออกมาอีกครั้ง เขามองแผ่นหลังของหิรัญด้วยสายตาที่เจ็บปวด ก่อนจะเอื้อมมือผ่านช่องว่างไปจับมือของอีกฝ่ายที่วางอยู่ที่พักแขน “อารัญ” “ปล่อย” พออาคเนย์เอื้อมมือมาจับ หิรัญก็สลัดมือของอาคเนย์ออกทันที แต่อาคเนย์กลับจับมือของเขาแน่นไม่ยอมปล่อย “แกพูดไม่รู้เรื่องหรือยังไง” “ผมขอโทษ ฮึก อย่าเกลียดผมเลยนะครับ” อาคเนย์พูดเสียงสั่นเจือเสียงสะอื้น ขณะเดียวกันก็ยิ่งประสานมือตัวเองกับมือของหิรัญไว้แน่น “แกไม่ต้องกลัวว่าฉันจะเกลียดหรอก เพราะถึงยังไงในโลกนี้ฉันก็เกลียดแกที่สุดอยู่แล้ว” อาคเนย์ได้ยินเสียงทุ้มตอบอย่างเยือกเย็นและเฉยชาก็ยิ่งสะอึกสะอื้นร้องไห้เสียงดังขึ้น “อารัญ ฮึก ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมขอโทษ” เพราะอยู่กันในรถแคบๆ พออาคเนย์เริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้น หิรัญก็กลัวคนอื่นที่นั่งอยู่ด้วยได้ยิน เขาเลยจำเป็นต้องพูดห้าม “อาคเนย์อย่ามาร้องไห้ตรงนี้ ปิดปากของแกให้สนิทอย่าให้คนอื่นได้ยินเสียงสะอึกสะอื้นของแก” “...” อาคเนย์เม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นกลั้นไม่ให้เสียงสะอึกสะอื้นดังออกมา แต่ก็ยังไม่ว่ายังไงก็ไม่ยอมปล่อยมือจากหิรัญ หิรัญเลยต้องยอมให้อาคเนย์จับมือไว้อย่างนั้นจนกระทั่งกลับถึงบ้าน “ถอดเสื้อธาวินมาให้ฉัน ฉันจะเอาไปคืน” เมื่อเข้ามาในห้องนอน หิรัญก็สั่งให้อาคเนย์ถอดเสื้อสูทของธาวิน อาคเนย์เลยรีบถอดแล้วยื่นเสื้อสูทส่งให้หิรัญ “นี่ครับ” พอไร้เสื้อคลุมตัวใหญ่ปิดบัง หิรัญก็เห็นเรือนร่างและสัดส่วนของอาคเนย์ผ่านเสื้อเชิ้ตที่ยังเปียกชื้นชัดเจน ก่อนหน้านี้ตอนที่อาคเนย์ตกน้ำเขาไปถึงก็เห็นธาวินถอดเสื้อคลุมให้แล้ว จึงไม่ได้เห็นอาคเนย์ที่มีสภาพเย้ายวนอย่างนี้ หิรัญกระชากเสื้อมาจากมือของอาคเนย์พร้อมกับพูดย้ำเรื่องธาวินอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างไม่สนใจไยดีเหมือนทุกครั้ง “อย่าให้ฉันเห็นว่าแกทำตัวสนิทสนมหรือหาทางไปยั่วหลานเขยฉันอีกเด็ดขาด” หิรัญไม่ต้องการให้อาคเนย์ไปเจอหลานเขยของตัวเองอีก เขาเลยจะเป็นคนเอาเสื้อตัวนี้ไปคืนเอง บังเอิญเห็นธาวินเดินเล่นอยู่ในสวนพอดีก็เดินเข้าไปหา “ธาวิน ฉันเอาเสื้อมาคืน ไว้พรุ่งนี้ค่อยให้แม่บ้านซักให้ก็แล้วกัน” “ครับ” ธาวินรับเสื้อมาจากหิรัญ ก่อนจะถามต่ออย่างเป็นห่วง “เนย์ได้รับบาดเจ็บอะไรหรือเปล่าครับ” “มันจะเป็นอะไรก็เรื่องของมัน เธอไม่จำเป็นต้องไปสนใจ” หิรัญเอาเสื้อมาคืนแล้วก็ถือว่าหมดธุระแล้ว หลังจากพูดจบก็ตั้งใจจะเดินกลับเข้าไปในบ้าน แต่เสียงพูดของธาวินทำให้เขาที่เพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าวต้องหยุดชะงัก “เนย์ เขาน่าสงสารนะครับ เขาไม่ได้รู้เรื่องอะไรของผู้ใหญ่ด้วยเลย อย่าทำร้ายเขาไปมากกว่านี้เลยครับ” หิรัญหันกลับไปหาธาวินอย่างไม่พอใจ “เรื่องนี้เป็นเรื่องของฉัน ฉันจะทำอะไรมันก็เป็นเรื่องของฉัน เธอเป็นแค่คนนอกไม่มีสิทธิ์มาพูดอย่างนี้” “เมื่อคืนผมได้คุยกับเนย์ เนย์บอกกับผมเองว่าถ้าพ่อของเขาซื่อสัตย์กับน้าหิรัญตั้งแต่แรก เรื่องพวกนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น แต่เขาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ในเมื่อตอนนี้เขาได้เกิดมาแล้ว แต่ถ้าให้เขาเลือก เขาจะเลือกความถูกต้อง ต่อให้ตัวเองจะไม่ได้เกิดมาก็ไม่เป็นไร” ธาวินพูดอย่างที่อาคเนย์พูดให้ตัวเองฟังเมื่อคืนให้หิรัญฟัง เผื่อมันจะทำให้หิรัญเห็นใจและดีกับอาคเนย์บ้าง แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่ธาวินคิด เพราะนอกจากจะไม่ทำให้หิรัญเห็นใจแล้ว กลับยิ่งทำให้หิรัญโมโหมากขึ้นกว่าเดิม “แล้วยังไง สุดท้ายมันก็เลือกไม่ได้ใช่ไหมล่ะ ความจริงก็คืออาคเนย์มันเกิดมาแล้ว และมันก็เป็นลูกที่เกิดมาจากสามีของฉันกับเมียน้อย” หิรัญแค่นเสียงในลำคอ ก่อนจะใช้ดวงตาคมมองลึกเข้าไปในดวงตาของคนที่อยู่ตรงหน้า “ธาวิน เธอไม่เป็นฉัน เธอไม่รู้หรอกว่าฉันจะต้องรู้สึกยังไง เพราะฉะนั้นอย่าได้คิดจะเข้ามายุ่งอีก ไม่กี่วันก็จะถึงวันแต่งงานแล้ว เอาเวลานี้ไปสนใจเรื่องของตัวเองกับหลานสาวของฉันเถอะ” หิรัญพูดจบก็เดินจากไปพร้อมกับกำมือเข้าหากันแน่นอย่างโกรธจัด เขาไม่ได้โกรธธาวิน แต่โกรธอาคเนย์ ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าอาคเนย์แค่พูดประชด แต่ดูเหมือนว่ามันคงจะอยากได้ธาวินจริงๆ ถึงได้มาพูดเสแสร้งทำตัวน่าสงสารจนธาวินเป็นเดือดเป็นร้อนแทน เขาจะไม่ให้มันมาแย่งสามีของหลานสาวเขาไปเด็ดขาด ในเมื่ออาคเนย์พูดชัดแล้วว่าอยากมีผัว เขาจะยอมเป็นให้มันก็ได้ มันจะได้ไม่ไปทำตัวเหมือนแม่มันกับใครได้อีก อีกอย่างได้ทำอย่างนี้ก็เหมือนกับเป็นการแก้แค้นพฤกษ์กับดุจดาวไปในตัว หากสองคนนั้นยังมีชีวิตอยู่แล้วรู้ว่าลูกชายสุดที่รักต้องมาครวญครางอยู่ใต้ร่างเมียหลวงอย่างเขา คงจะใจสลายน่าดู อย่างนี้แหละมันถึงจะสาสม สาสมกับที่เขาเคยโดนกระทำ เขาเคยเจ็บยังไง อาคเนย์จะต้องเจ็บมากกว่าเป็นเท่าตัว.. หิรัญเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่อาคเนย์เดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำพอดี ก็กระชากแขนมา ก่อนจะผลักร่างเล็กอีกฝ่ายลงกลางเตียงหลังกว้าง “อารัญ” อาคเนย์ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร เบิกตากว้างตกใจทำอะไรไม่ถูก หิรัญค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อที่ตัวเองใส่อยู่ออกอย่างใจเย็นพร้อมกับพูดไปด้วย “ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ถึงฉันจะรังเกียจแก แต่ดูเหมือนแกจะอยากมีผัวมาก เพื่อไม่ให้แกไปยุ่งกับธาวินอีก ฉันจะสละตัวเองยอมเป็นผัวให้แกเอง”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD