ตอนที่ 10

1628 Words
“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ถึงฉันจะรังเกียจแก แต่ดูเหมือนแกอยากมีจะผัวมาก เพื่อไม่ให้แกไปยุ่งกับธาวินอีก ฉันจะสละตัวเองยอมเป็นผัวให้แกเอง” พอหิรัญปลดกระดุมเสื้อตัวเองจนหมด เขาก็ก้าวขึ้นไปหาคนตัวเล็กที่อยู่บนเตียง อาคเนย์ได้ยินก็ไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงได้กลับกลายมาเป็นอย่างนี้อีก ทั้งที่ก่อนหน้านี้มันดูเหมือนว่าจะจบไปแล้ว เห็นหิรัญใกล้เข้ามา เขาก็รีบขยับตัวถอยหนีจนไปติดอยู่กับหัวเตียง “อารัญ..” อาคเนย์เรียกหิรัญเสียงสั่นอย่างหวาดกลัว “ธาวินกำลังจะแต่งงานหลานสาวของฉัน ฉันจะไม่ยอมให้แกเขาไปแทรกกลางระหว่างสองคนนั้นแน่” “ที่ผมพูดตอนอยู่ร้านที่อาหารก็เพราะแค่อยากจะประชด ผมไม่ได้คิดจะไปยุ่งอะไรกับพี่วินเลยนะครับ” อาคเนย์พยายามอธิบาย แต่หิรัญไม่คิดจะฟังตั้งแต่แรก เพราะไฟแค้นมันบังตา ต่อให้เกือบสิบปีที่ผ่านมาอาคเนย์จะทำตัวดีมากสักแค่ไหน แต่พอมีเรื่องมาสะกิดเพียงเล็กน้อยหิรัญก็พร้อมจะยัดเยียดให้อาคเนย์เป็นคนเลวทุกเมื่อ เหมือนอย่างผู้ชายสารเลวกับผู้หญิงแพศยาที่เป็นพ่อกับแม่ของมัน “ตอนแรกฉันก็คิดว่าแกแค่ประชด แต่พอฉันได้ไปคุยกับธาวินเมื่อกี้ ฉันถึงรู้ว่าแกโกหกฉัน ต่อหน้าฉันแกได้แต่บอกว่ามันไม่มีอะไร แต่พออยู่กับธาวินแกกลับเสแสร้งทำตัวน่าสงสารให้ธาวินเห็นใจ แกมันก็เหมือนแม่ของแก ตอนของฉัน แม่แกก็เป็นอย่างนี้ เสแสร้งทำตัวอ่อนแอน่าสงสารให้สามีฉันเห็นใจ” หิรัญมองใบหน้าสวยของอาคเนย์ที่คล้ายกับดุจดาวด้วยสายตาที่เกลียดชัง “เมื่อกี้แกเองก็มีอารมณ์กับฉันใช่ไหมล่ะ ในเมื่อแกอยากมากฉันก็จะลดตัวไปสนองให้ พอหายเ****นแล้ว แกจะได้ไม่ไปทำตัวสำส่อนกับใครอีก” “มันไม่ อื้อ” อาคเนย์อยากจะบอกกับหิรัญว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น แต่เพิ่งพูดได้เพียงสองคำ หิรัญก็โถมตัวคล่อมเหนือร่างของเขาไว้ไม่ให้หนีไปไหน ก่อนจะใช้ริมฝีปากของตัวเองปิดปากของเขา แล้วเริ่มจู่โจมบดขยี้จูบอย่างรุนแรงและหนักหน่วงตามโทสะที่มี อาคเนย์เบิกตากว้างน้ำตารื้น พยายามดิ้นตัวหนี แต่ก็ไม่อาจสู้แรงที่มีมากกว่าของหิรัญได้ เขาเอามือยันหน้าอกที่เปลือยเปล่าของอีกฝ่ายไว้พร้อมกับเม้มปากเข้าหากันแน่น แล้วหันหน้าหนีไปอีกทางไม่ยอมให้หิรัญจูบ แต่หิรัญไม่ได้สนใจว่าอาคเนย์จะขัดขืนยังไง ยิ่งอาคเนย์หนีก็ยิ่งไล่ต้อน เขาตะบมจูบไม่ยั้งจนริมฝีปากบางที่โดนบดขยี้แดงระเรื่อ ในขณะเดียวกันก็ใช้เรียวลิ้นเข้าไปพัวพันในโพรงปากเล็ก อาคเนย์หายใจไม่ทัน เขาเอามือทุบอกส่งสัญญาณให้หิรัญรู้เมื่อตัวเองขาดอากาศหายใจ หิรัญถึงได้ยอมผละริมฝีปากออก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเอาจมูกซุกไซ้ที่ซอกคอเรียวของอาคเนย์แทน “อารัญ ฮึก หยุด หยุดเถอะครับ” พอปากเป็นอิสระ อาคเนย์ก็พูดเสียงสั่นเจือสะอื้น “ไม่ใช่ว่านี่เป็นสิ่งที่แกต้องการหรอกหรือไง หรือว่าฉันจะทำได้ไม่ดีพอ แกถึงไม่พอใจ” อาคเนย์ส่ายหน้า พยายามขอร้องอ้อนวอนหิรัญทั้งน้ำตา “ผมไม่อยากได้ ฮึก อย่าทำเลยนะครับ” “ปากแกบอกว่าไม่อยากได้ แต่ดูข้างล่างแกสิ” หิรัญไม่ได้พูดเปล่า เขาเอามือไปนวดคลึงสัดส่วนเบื้องล่างที่กำลังแข็งขืนอยู่ภายใต้กางเกงที่อาคเนย์ใส่ เมื่อถูกสัมผัสส่วนที่อ่อนไหว อาคเนย์ก็หลุดเสียงครางในลำคอออกมา “อึก อารัญ อย่าจับ อย่าจับมันนะครับ” “ตั้งแต่ที่ฉันเริ่มจูบ แกก็แข็งแล้ว ไม่รู้ตัวเลยหรือไง” หิรัญพูดพร้อมกับใช้สายตาสมเพชมองอาคเนย์ที่กำลังหน้าแดงซ่านจากการเกิดอารมณ์ “กับฉันแกยังอยากขนาดนี้ แล้วกับคนอื่นจะขนาดไหนกัน” อาคเนย์ส่ายหน้า ไม่อยากยอมรับ “ผมไม่ได้อยาก” หิรัญได้ยินก็แค่นเสียงเยาะ “คนที่ไม่อยากมันคือฉันต่างหาก ตั้งแต่เริ่มทำกันมา นอกจากความรู้สึกสะอิดสะเอียน ร่างกายของฉันก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับแกเลยสักนิด” คำพูดนี้ยิ่งทำให้อาคเนย์รู้สึกสมเพชตัวเองที่ร่างกายไปตอบสนองกับหิรัญ “ในเมื่อสะอิดสะเอียนก็หยุดทำสิครับ” “ฉันบอกแกแล้วไม่ใช่หรือไงว่าจะสละตัวเองเป็นผัวให้ แต่เพราะใบหน้านี้ของแกที่เหมือนผู้หญิงแพศยาคนนั้น ฉันเลยไม่มีอารมณ์ แกคงจะต้องใช้ปากของแกช่วยปลุกมันก่อน” หิรัญพูดพร้อมกับเอานิ้วโป้งขยี้ที่กลีบปากของอาคเนย์ไปด้วย อาคเนย์ส่ายหน้าทั้งน้ำตา “อารัญ ฮึก อย่าทำเลยนะครับ” เพราะความโกรธและความเคียดแค้นที่ครอบงำอยู่ภายในใจ หิรัญเลยไม่สนใจ เขาดึงตัวอาคเนย์ให้ลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะขยับตัวไปยืนที่พื้นเพื่อล่นกางแกงของตัวเองลง แล้วงัดแท่งเอ็นที่แข็งตัวไม่เต็มที่ออกมาจ่อตรงหน้าของอาคเนย์ “อมมันให้ฉัน” หิรัญสั่ง แต่อาคเนย์ไม่ยอมทำตาม “อารัญ พอเท่านี้เถอะครับ ฮึก อย่าทำกันต่อเลยครับ” “จำที่ฉันเคยบอกไม่ได้แล้วหรือไง ว่าฉันสั่งให้แกทำอะไร แกก็ต้องทำ” “ผมทำ ฮึก ผมทำไม่ได้” อาคเนย์ร้องไห้สะอึกสะอื้น ทั่วทั้งใบหน้าสวยจึงเต็มไปด้วยครามน้ำตาที่เลอะเปรอะเปื้อน ดูน่าสงสารเป็นอย่างมาก แต่หิรัญกลับไม่ได้รู้สึกอะไรเลยสักนิด นอกจากความรู้สึกที่อยากจะแก้แค้น “อย่ามาดื้อกับฉัน อมมันเข้าไป” “ไม่ ฮึก ไม่เอา” เพราะอาคเนย์ยังคงยืนยันปฏิเสธเหมือนเดิม หิรัญเลยเลยต้องฝืนบังคับ เขาเอามือข้างหนึ่งรั้งต้นคอของอาคเนย์ไว้ ส่วนมืออีกข้างก็บีบที่คางเพื่อง้างปากให้อ้าออก แล้วดันแท่งเอ็นเข้าไปในโพรงปากเล็ก อาคเนย์ที่ไม่สามารถต่อต้านหิรัญได้ สุดท้ายก็ยอมอ้าปากครอบครองแก่นกายนั้นทั้งน้ำตา “ทำดีๆ อย่าคิดที่จะกัดมันเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นฉันจะเอาแกให้หนักจนเดินไม่ได้แน่” ตั้งแต่เล็กจนโตหิรัญไม่เคยขู่นั่นจึงทำให้อาคเนย์กลัว และเลิกขัดขืนยอมทำตามแต่โดยดี เมื่ออาคเนย์ยอมขยับทำให้ แก่นกายของหิรัญก็ขยายใหญ่และแข็งขืนอย่างรวดเร็วจนคับแน่นภายในปากลึกไปถึงช่องคอ เกือบสิบปีมานี้หิรัญไม่ได้ข้องแวะหรือไปมีความสัมพันธ์กับใครที่ไหน เพราะมัวแต่ทำงานกับเลี้ยงอาคเนย์ อีกทั้งยังนอนห้องเดียวกับเด็กนี่ทุกวัน ทุกครั้งที่มีอารมณ์ก็ต้องไปช่วยตัวเองปลดปล่อยในห้องน้ำ พอมีคนอื่นมาทำให้อย่างนี้เลยอดรู้สึกดีไม่ได้ แม้ว่าตอนแรกเขาจะไม่ได้มีอารมณ์กับอาคเนย์ แต่ในตอนนี้มันกลับพรุ่งพรวดจนไม่อาจห้ามอยู่ หิรัญก้มมองอาคเนย์ พร้อมกับบีบคางอีกฝ่ายให้เงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อย แทนที่จะรู้สึกสะใจที่เห็นเด็กนี่ฝืนใจยอมทำให้เขาทั้งน้ำหูน้ำตาไหลพราก แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น จู่ๆ ความรู้สึกผิดที่เข้ามาแทนที่ อารมณ์ที่กำลังพรุ่งพรวดก็สลายหายไป แก่นกายแข็งขืนที่คับแน่นอยู่ในปากของอาคเนย์ค่อยๆ หดตัวลง การร่วมรักในคืนนี้จึงต้องหยุดลงกลางคันและจบลงเพียงเท่านี้ “พอได้แล้ว แกทำฉันหมดอารมณ์” เมื่อหิรัญบอกให้พออาคเนย์ก็พอ เขารีบขยับตัวออกห่างจากหิรัญทันที แล้วพูดเสียงเจือสะอื้น “ขอ ฮึก ขอโทษครับ” หิรัญดึงกางเกงที่ล่นลงขึ้นมาสวมตามเดิม ก่อนจะเดินหันหลังไปที่ห้องน้ำเขาก็พูดขึ้นมา “เดี๋ยวอาบน้ำเสร็จ ฉันจะลงไปนอนที่ห้องนั่งเล่น แกก็นอนในห้องนี้ไปคนเดียวก็แล้วกัน หลังเสร็จงานแต่งแล้ว กลับไปที่บ้าน แกก็แยกไปนอนห้องอื่นซะ” “ครับ” หลังจากที่อาคเนย์ตอบรับกลับไปสั้นๆ เขาก็คิดว่าบทสนทนาคงจะจบลงเท่านี้ แต่หิรัญกลับพูดขึ้นมาอีกหนึ่งประโยค “เพราะพ่อกับแม่ของแกเคยทำกับฉันไว้ ฉันเลยกลัวว่าแกจะเป็นอย่างนั้น กลัวว่าแกจะไปแย่งธาวินมาจากหลานสาวของฉัน ฉันอุตส่าห์ย้ำกับแกไปหลายครั้งแล้ว แต่แกก็ทำให้ฉันสบายใจสักหน่อยก็ไม่ได้” อาคเนย์ได้ยินก็รีบตอบกลับ “อารัญ ผมไม่ได้คิดจะแย่งพี่วินมาเลยนะครับ ที่ได้คุยกันเมื่อคืนก็แค่บังเอิญเจอกันในสวนเท่านั้น” “พ่อของแกทำให้ฉันไม่กล้าเชื่อใครอีก นอกจากตัวเอง” พูดจบหิรัญก็เดินเข้าห้องน้ำไป โดยไม่คิดจะคุยอะไรกับอาคเนย์อีก อาคเนย์ได้ยินอย่างนั้นก็เสียใจ เรื่องทั้งหมดที่เลยเถิดกันมาถึงขึ้นนี้เป็นเพราะหิรัญไม่ฟังและไม่เชื่อที่เขาพูด “ผม ฮึก ผมกับพ่อไม่ใช่คนเดียวกันสักหน่อย ทำไมถึงไม่ลองเชื่อผมบ้าง” คำพูดของอาคเนย์ทำให้หิรัญชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะตอบกลับไปโดยที่ไม่หันหลังไปมองคนตัวเล็กที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ข้างหลัง “แกกับคนพวกนั้นจะไปต่างอะไรกัน”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD