A episode 4
โดย Ginoichi
ปากหยักบ่นพึมพำ ไปพร้อมกับใบหน้าที่ขึ้นซับสีเลือด เขาไม่เคยคิดมาก่อน ว่าสาวคนไหนจะมีผลต่อใจ หรือเป็นอันตราย ต่อความรู้สึก โดยเฉพาะ คนขี้เต๊าะแบบบราลี นอกจากไม่ใช่เสปค เจ้าตัวยังเป็นชนิดที่เรียกว่าแบบ 'ตรงกันข้าม'
"หรือว่าเมาวะ?"
คิดไปสงสัยไป แต่เมื่อตาคมเหลือบมองนาฬิกาเรือนใหญ่ตรงหน้าก็เกิดคิดขึ้นมาได้ว่า อีกฝ่าย มักจะชอบเอาปิ่นโตข้าว เข้ามาให้ ไกล้ๆ เวลานี้
โดยที่ลืมไปเสียสนิท ว่าเพิ่งกินโจ้กของเธอไปจนหมด และวันนี้ ก็เป็นวันเสาร์ วันที่สาวเจ้า จะมาหาในช่วงไกล้ๆเที่ยง
"บ้าไปใหญ่แล้วกู"
เปลือกตาหนาปิดลงช้าๆ ไม่กี่นาทีถัดมาก็ผล็อยหลับไปในที่สุด
บราลี ตื่นมาอีกที ในช่วงสาย คนตัวเล็ก ลุกเปิดร้านทำกิจกรรมปกติในทุกๆวัน เพราะร้านค้าขนาดใหญ่ มีเพียงเธอที่นอนอยู่ คนเดียว ส่วนจ่าประสิทธิ์ผู้เป็นพ่อ และภรรยา อาศัย อยู่บ้านพักนอกค่าย จะเข้ามาในช่วงสายของทุกวัน
มนุษย์นอนน้อย ที่เมาบ่อยๆอย่างเธอ จึงเต็มใจ มานอนเฝ้าคลังแสงที่กินได้ไม่อั้นด้วยความเต็มใจ
"แม่ค้าไปไหน"
เสียงขรึมที่คุ้นเคยดังอยู่นอกร้าน เรียกสติคนที่สารวนจัดของให้เงยขึ้นสบตามอง ผู้กองอคินณ์ มองคนร่างเล็ก ที่ใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น เหมือนเช่นเคยด้วยความหงุดหงิด หากแต่ใบหน้าหล่อก็ยังเรียบเฉย เหมือนทุกที
"เอาอะไรจ้ะ"
บราลีถามเสียงใส พร้อมกับยิ้มหวาน
"หิวข้าว"
เสียงขรึมเอ่ยเบาๆ พร้อมกับเบนสายตาไปทางอื่น
เพียงเท่านี้ บราลี ก็เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง ว่ากลยุทธ์ที่เธอเพียรทำทุกวันมาร่วมสองปีมันได้ผล
'นี่แหละนะ ที่เขาว่า น้ำหยดลงหินทุกวัน หินมันยังกร่อน แม้หินของเธอจะหิวข้าวก็เถอะ!'
"กินกับแบมไหม"
ใบหน้าหวานเอียงเข้าไปไกล้ ก่อนจะกระซิบถาม
"อืม"
คนหน้านิ่ง รับคำ พร้อมกับย้ายตัวเอง ออกไปนั่งโต้ะประจำ ใต้ร่มไม้หน้าร้าน
บราลี มองตามแผ่นหลังกว้าง ดวงตากลมโต ฉายประกายระยับ ก่อนจะเดินเข้าไปในครัว คว้าเอาปิ่นโตที่เตรียมให้เขาเหมือนทุกวันออกมาให้
"แบมเตรียมใว้ให้แล้ว"
ใบหน้าหล่อร้าย เงยขึ้นสบตามอง คนที่วางปิ่นโตตรงหน้านิ่งๆ เสียงขรึมถามออกมาราบเรียบ
"ไหนว่าจะกินด้วยกัน"
บราลี หลุบตาลงต่ำ ก่อนจะเอ่ยอ้อมแอ้มในรำคอ
"แบมรู้...ว่าผู้กองไม่ชอบ"
"แบมก็พูดไปแบบนั้นแหละ"
"ผู้กองกินเถอะ"
พูดจบก็หมุนตัวกลับเข้าร้าน ไม่รอฟังประโยคถัดมาจากอีกฝ่าย
ผู้กองอคินณ์ขมวดคิ้วมุ่น มองคนที่กลับไปก้มๆเงยๆจัดของ จนแก้มก้นขาวโผล่พ้นกางเกงขาสั้นตัวจิ๋วด้วยความหงุดหงิด
ร่างสูงยันกายลุก เดินเข้าไปประชิดคนร่างเล็กก่อนจะดันเข้าไปในร้าน พร้อมกับปิดประตูโครมใหญ่
แรงผลัก ทำบราลี ล้มจุ้มปุ้กอยู่กลางร้าน ทั้งจุกทั้งตกใจ แต่เมื่อเห็นว่าคนทำเป็นใคร ความสงสัยก็ฉายชัดบนใบหน้าหวาน
"ผู้กองผลักแบมทำไม?"
เสียงหวานร้องถามพรางยันกายลุก แต่กลับถูก คนหน้านิ่ง ดันกลับไปชิดข้างฝา
ลมหายในอุ่นร้อนเป่ารด ลงใบหน้าขาว จนเธอสำผัสได้ถึง ลมหายใจ ที่ไม่ปกติของเขาได้ชัดเจน
"เป็นอะไรคะ "
เธอถามเสียงสั่น ในขณะที่ลำตัว ถูกเขากดล็อคใว้แน่น ดวงตาคมกริบ หลุบลงมองสำรวจร่างเธอทุกส่วนจนพอใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ
"กางเกงตัวนี้...มันสั้นไป"
ไม่พูดปล่าว ดวงตาคมกริบฉายประกายวาววับมองจ้องเรียวขาเสลาไม่วางตา
บราลี เม้มปากแน่น มองเขาด้วยความประหม่า
ไม่ต่างจากผู้กองอคินณ์ ที่คราวแรกตั้งใจจะสั่งสอน บัดนี้กับบังเกิดอารมณ์บางอย่างขึ้นมา
"แบมก็ใส่แบบนี้มาตั้งนาน..."
บราลี เอ่ยแย้ง ในขณะที่ปลายนิ้วเล็กขยับไปจิกเนื้อกางเกงลงเบาๆ
ผู้กองอคินณ์หลุบตามองตาม พร้อมกับกระซิบเสียงปร่า
"เห็นไหม...มันสั้น..."
บราลีสะดุ้งเฮือกตะลีตะลาน ดึงรั้งกางเกงที่ใส่ อารามตกใจทำให้ร่างเล็กถลาไปเกี่ยวเข้ากับราวแขวนผ้า บราลีดิ้นขลุกขลักจนไปรั้งตะขอยกทรงตัวโตออกจากกัน ความหนุ่มหยุ่น ดีดผึ้ง จนเห็นเป็นตุ่มไตนูนขึ้นชัดเจน บนเสื้อตัวเล็ก ผู้กองอคินณ์ที่มองอยู่ กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะเคลื่อนมือเข้าไปกอบกุมมันเบาๆ
"เฮือก!"
บราลี ผวาเฮือก ทันทีที่ผ่ามือร้อนแนบลงผิวเรียบรื่น ใบหน้าหวานแดงซ่าน มือคู่น้อยกำจิกแน่น ในใจก็ร้อง ให้ขัดขืน แต่อีกใจ ก็อยากจะให้เขาสำผัสเธอมากกว่านี้
"ขัดขืนหน่อยไหม?"
คนอุกอาจ ก้มลงมากระซิบ พรางใช้ปลายนิ้วใหญ่บี้ครึงหยอกเย้าตุ่มไตสีสดเบาๆ
"ต้องขัดขืนหรอ?"
บราลี ถามเสียงซื่อ และนั่น ทำคนหน้านิ่ง ยกยิ้มมุมปาก
"มากกว่านี้...ก็ไม่เป็นไร ใช่ไหม?"
เขาถามในเชิงขอความเห็น มือก็เริ่มนวดคลึงยอดอก จนบราลี จนเริ่มขนลุกตั้งชัน
"อะ...อืม"
บราลี ก้มหน้างุด ด้วยความเอียงอาย
เสื้อตัวเล็ก ถูกเลิกรั้งขึ้นโยนทิ้ง อวดความนุ่มนิ่ม ที่เขาสำผัสมาเมื่อครู่จนเต็มตา ผู้กองอคินณ์หรี่
ตามองโซฟาตัวยาวด้านข้าง เขาทิ้งตัวลงนั้ง ก่อนจะรั้งร่างนุ่มนุ่มให้ขึ้นคล่อม
บราลีผวาเฮือก มองเขาด้วยความสั่นเกร็ง ถึงเธอจะแรดอยู่ไม่น้อย แต่พอเขามาทำอะไรแบบนี้ ความกระดากอายที่แทบไม่มี มันก็ตีตื้นขึ้นมานิดหน่อย
สาบานเลย แต่นิดเดียว!
ผู้กองอคินณ์มองคนที่เม้มปากเเน่นอย่างรู้ทัน ที่จริงเขาก็ไม่ได้คิดจะทำอะไร....อย่างน้อย..ก็ตอนนี้
มือหนาล้อค ต้นคอเล็ก รั้งเข้าหาตัว ก่อนจะกดจูบเบาๆ ปลายลิ้นร้อนแลบเลียริมฝีปากน้อยที่เขาครุ่นคิดกับสำผัสของมันมาทั้งคืนยันเช้า มือก็ปลุกเร้าช่วงอกอิ่มจนบราลี เผลอปากอ้า เขาไม่รอช้า สอดปลายลิ้น เข้าไปรุกรานเธอจนทั่ว นานหลายนาที ที่จูบกันอยู่แบบนั้น เสียง จ๊วบ จ๊าบ ดังแผ่วๆ น้ำลายเหนียวยืดเยิ้มตามมุมปาก ลมหายใจเริ่มขาดห้วง จนผู้กองอคินณ์จำต้องผละออก
"เฮือก!"
บราลีหอบแฮกๆ รีบหายใจโกยอากาศเข้าปอด
ร่างสองของผู้กองอคินณ์ ที่เธอเพิ่งสำผัสไปเมื่อครู่นี้ ทำเธอใจสั่นแบบที่ไม่เคยเป็น ในใจก็เริ่มสงสัย
ว่าเป็นเขาแน่เหรอ ที่เธอเพียรอ่อย
คนที่เธอคิดว่าอ่อนประสบการณ์ ต๊อกต๋อย เอาเข้าจริง มันกลับไม่ใช่แบบนั้น ไม่ใช่เลย กลับเป็นเธอเสียอีก ที่ตกหลุมเขาจนมิด
"คิดว่าจะแน่"
"ที่แท้...ก็ราคาคุย"
เขาเอ่ยเบาๆ พรางลากมือลูบคลำผิวเรียบรื่นไปทั่วอนาบริเวณ
บราลี เม้มปากเเน่น ช้อนตาขึ้นมองเขา ด้วยความอายแสนอาย
"แบมใส่เสื้อก่อนได้ไหม"
เสียงใสถามพรางห่อไหล่เล็ก หวังหลบเลี่ยงสายตาคมกริบของเขา ที่ทอดมองเธอไม่ลดละ
"ก็เห็นหมดแล้ว...เหลือแค่ตรงนั้น"
เขาหลุบตาลงมอง ก่อนจะก้มลงงับยอดอกสลับกับขบเม้มสองเต้าขาว
ความเจ็บจี๊ด ทำบราลี สดุ้งเล็กน้อย เธอเลื่อนมือ ขึ้นมารั้งต้นคอเขาออก ขณะที่อีกฝ่าย ไม่ได้สนใจแรงต้านทานเลยสักนิด เขาทำวนเวียนอยู่แบบนั้นจนพอใจ แล้วจึงผล่ะออก มองดูผลงานตัวเองด้วยความพอใจ
"ถ้าไม่อยากให้ใครเห็น ก็ไปเปลี่ยนชุดใหม่"
ผู้กองอคินณ์ดันร่างเล็กลงจากตัว เขาลุกยืนเต็มความสูง ก้าวออกจากร้าน พร้อมกับยกยิ้มมุมปาก