EPISODE 03 ตัวสำรอง [2]

2102 Words
EPISODE 03 ตัวสำรอง [2]  “นั่นดิ นี่ไม่รู้ว่าฉันพลาดมากี่คนแล้ว” ฉันถอนหายใจพลางชักสีหน้าเซ็งหนักกว่าเดิม แต่ยัยแอลกลับหัวเราะเสียงดัง คิดถึงเรื่องพลาดแล้วก็เป็นอันต้องถอนหายใจซ้ำๆ ถึงก่อนหน้านี้ฉันจะไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเพื่อนพี่เมษมีใครงานดีบ้างเพราะเขาไม่เคยปล่อยหลุดมาให้ฉันเจอเลยแม้แต่คนเดียว แต่กับพี่คุณนี่สิ มีโอกาสได้เจอแล้ว แถมยังได้ทำความรู้จักกันด้วย แต่เขากลับประกาศชัดเจนว่าฉันเป็นผู้หญิงต้องห้ามเพราะเป็นน้องสาวเพื่อน มิหนำซ้ำยังเหมือนจะรู้ทันฉันไปซะหมด ทำเอาฉันรู้สึกสิ้นหวังชะมัด “ว่าแต่… ทำไมครั้งนี้เขาถึงปล่อยหลุดมาได้ แถมไม่ได้หลุดธรรมดานะเว้ย ปล่อยแกไว้กับเพื่อนที่งานดี โปรไฟล์ดีเว่อร์ไปอีก แบบนี้มันน่าสงสัย ต่อให้จะเอาเรื่องไม่ไว้ใจให้แกอยู่คนเดียวมาอ้างก็เหอะ” ยัยแอลยังไม่หยุดจะตั้งคำถาม “แกอยากรู้มั้ยทำไม” “แกรู้เหรอวะ” “อืม” ฉันบอกอย่างเซ็งจัดถึงขีดสุด “ทำไมวะ” “ก็เพราะเขามั่นใจว่าพี่คุณจะไม่มีทางคิดอะไรกับฉันน่ะสิ” ฉันอธิบาย คิดแล้วขนมจีบเมื่อคืนก่อนลอยมาเลย “มั่นใจได้ไงวะ หรือว่าเพื่อนเขาเป็นเกย์” “เปล่า” ฉันรีบปฏิเสธแทน ถึงก่อนหน้านี้ฉันเองก็แอบคิดแบบนั้น แต่เท่าที่เห็นพี่คุณก็ดูไม่ได้มีลักษณะว่าเขาจะชอบผู้ชายเลยสักนิด ไม่รู้สิ สัญชาตญาณมันบอกว่าเขาไม่ใช่เกย์ “แกรู้ได้ไง สมัยนี้ดูยากนะเว้ย คนรู้จักฉันที่เป็นเกย์ ยังเพิ่งจะมารู้ตัวว่าเป็นตอนที่มีผู้ชายมาจีบมันแล้วรู้สึกหวั่นไหวเลยเว้ย มันเล่าให้ฟังว่าเคยสงสัยเหมือนกันว่าทำมันไม่เคยมองผู้หญิงเลย แต่ก่อนหน้านั้นไม่ได้สนใจอะไรเท่าไหร่จนมาเจอผู้ชายคนหนึ่งในบาร์ สุดท้ายมันก็ได้กับเขาเฉยเลย” ยัยแอลเล่าอย่างออกรสออกชาติ “แต่ไม่ใช่พี่คุณหรอก ดูจากลักษณะท่าทางเขาเป็นผู้ชายแท้ๆ แน่นอน แต่ที่ฉันบอกว่าเขาไม่มีทางคิดอะไรกับฉันก็เพราะฉันเพิ่งถูกเขาปฏิเสธมาเมื่อวันก่อน” “เดี๋ยว! แกถูกเขาปฏิเสธนี่หมายความว่าไง อย่าบอกนะว่าแกเปิดเกมรุกใส่เขาตั้งแต่เพิ่งเจอกันได้แค่ไม่กี่วันเนี่ยนะ” คำถามของยัยแอลทำให้ฉันต้องกลอกตามองท้องฟ้า ก่อนจะลอยหน้าลอยตาตอบรับไปมึนๆ “อืม” “แกนี่มันร้ายจริงๆ” ยัยแอลว่าพลางผลักหัวฉันจนหน้าแทบทิ่มลงกับโต๊ะ “แล้วไปทำอีท่าไหนเขาถึงได้กลัวจนรีบปฏิเสธล่ะ ปกติแล้วแกช่างฉอเลาะจะตาย ไม่งั้นจะมีลูกค้าติดตรึมได้ไง เนี่ย ฉันว่าเขาต้องเกย์ชัวร์” “เปล่า บอกแล้วไงว่าพี่คุณไม่ใช่ แต่เขาบอกว่าฉันเป็นผู้หญิงต้องห้าม” “อะไรคือผู้หญิงต้องห้ามวะ” ยัยแอลมันก็สงสัยเหมือนที่ฉันเคยสงสัยนั่นแหละ “ผู้หญิงต้องห้ามก็คือน้องสาวเพื่อนน่ะ ฉันว่าเขาคงไม่อยากผิดใจกับพี่เมษล่ะมั้ง น่าจะเหตุผลเดียวกับที่พี่เมษไม่เคยแนะนำฉันให้รู้จักกับเพื่อนของเขาเลยสักคนน่ะ เท่าที่ฉันดูๆ พี่คุณคงเป็นคนที่เชื่อใจได้ว่าเขาจะรักษาคำพูดมากที่สุด พี่เมษก็เลยไว้ใจให้ฉันไปอยู่ด้วย” ฉันอธิบาย เพราะก่อนหน้านี้ฉันเองก็พยายามทบทวนและหาคำตอบให้กับเรื่องทั้งหมดมาหมดแล้ว และเหตุผลนี้ดูจะใช้ได้กับทุกคำถามที่ฉันสงสัย “ก็ถ้ามันเป็นแบบที่แกพูดฉันก็พอจะเข้าใจได้ แล้วทีนี้แกจะทำไง หงายการ์ดอ่อยใส่เขาแล้วโดนเขาปฏิเสธนี่เสียหน้าแย่เลยนะเว้ย” “ทำยังไงได้ล่ะ นี่ถ้าไม่ติดว่าเขาเป็นเพื่อนพี่เมษ ฉันคงอ่อยเบอร์แรงใส่ไปแล้ว แต่พอนึกจะทำ หน้าพี่เมษก็ลอยมาทุกที” ฉันสารภาพพลางถอนหายใจทิ้งอีกรอบ ยัยแอลแค่นหัวเราะเบาๆ ก่อนที่มันจะส่ายหัวไปมาเนือยๆ สายตาที่มันมองมาดูจะสมเพชฉันอยู่เหมือนกัน Rrrr~ แล้วเสียงโทรศัพท์ของมันก็ดังแทรกอีกรอบ “ค่ะแม่ หา! แล้วพ่อเป็นอะไรมากรึเปล่าคะ ค่ะๆ แล้วแอลจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ” น้ำเสียงตกอกตกใจของยัยแอลทำให้ฉันพลอยต้องมองหน้ามันเพราะตกใจตามมันไปด้วย “พ่อแกเป็นอะไรวะ” ฉันรีบถาม สีหน้าของยัยแอลดูไม่ค่อยจะสู้ดีนัก แถมมันยังผุดลุกขึ้นยืนพร้อมกับคล้องกระเป๋าไว้บนบ่าเหมือนจะรีบกลับ “ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก แค่ท้องเสีย ช่วงนี้แม่ฉันไปลงเรียนคอร์สทำน้ำปลาหวานออนไลน์มา สงสัยจะทำให้พ่อกินเยอะไปหน่อย เฮ้อ...ฉันล่ะเครียด” นี่ตกลงฉันควรจะเป็นห่วงหรือว่าขำพ่อกับแม่ของมันดีล่ะเนี่ย “แล้วแบบนี้งานที่แกดีลไว้วันนี้จะทำยังไงล่ะ” ฉันถามพลางกลั้นขำ พูดจบยัยแอลเองก็ทำตาโตเหมือนว่าเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ “ซวยละ ฉันลืมเรื่องงานไปสนิทเลย ดันตอบตกลงไปแล้วด้วยสิ” แล้วก็เหมือนจะเกิดปัญหา “ยัยมีน ช่วยหน่อยดิ แกไปแทนฉันทีได้มั้ยวะ เดี๋ยวฉันแจ้งลูกค้าให้เอง” “แล้วฉันจะไปยังไงล่ะ พี่คุณจะมารับแล้ว” ฉันรีบบอก ยัยแอลเองก็ดูเหมือนจะลนลานไปหมด จริงๆ ก็ไม่ใช่อยากจะแล้งน้ำใจหรอกนะ เพราะฉันรู้ดีถึงระบบงาน เข้าใจว่าถ้าเราตอบตกลงหรือรับลูกค้าไปแล้ว แต่ดันผิดนัดหรือปฏิเสธลูกค้าทีหลัง มันจะมีผลกับการรับงานครั้งต่อไป ทั้งเรื่องของรายได้และการเสียลูกค้า ซึ่งมันถือเป็นเรื่องใหญ่ของงานที่ฉันกับยัยแอลทำอยู่ และถึงยัยแอลมันจะแจ้งกับลูกค้าให้ว่าจะให้เพื่อนไปแทน ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถทำได้ถ้าหากว่าลูกค้าไม่ติดใจอะไร แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าจะทำได้ทุกครั้งหรอก เพราะก่อนอื่นเลยคงต้องยอมรับว่าการที่ลูกค้าเลือกที่จะดีลกับมันก็แปลว่าเขาเลือกมันมาแล้วตั้งแต่ต้น และปัญหาในตอนนี้นอกจากจะต้องลุ้นว่ามันจะต่อรองกับลูกค้าได้หรือเปล่าแล้ว ก็ยังมีปัญหาที่ว่าฉันจะไปแทนมันได้ยังไงน่ะสิ ไหนจะพี่คุณ ไหนจะเสื้อผ้าอีกล่ะ ฉันไม่สะดวกจะใส่ชุดนักศึกษาไปเดทกับชายแปลกหน้าหรอกนะ “เอาไงดีวะเนี่ย แม่นะแม่ พ่อนะพ่อ โอ๊ย...ฉันล่ะกลุ้ม โค่นต้นมะม่วงหลังบ้านซะดีมั้ยนะ” ยัยแอลบ่นอย่างหงุดหงิดพลางยกมือขึ้นมากุมขมับ “ยัยมีน ช่วยหน่อยดิ เดี๋ยวขากลับฉันแวะไปรับแล้วไปส่งแกที่คอนโดเหมือนเดิมก็ได้ แต่ขอไปดูพ่อก่อน” “ก็ไม่ใช่ไม่อยากช่วย แต่ฉันบอกพี่คุณไปแล้วนี่สิ อีกอย่างแกจะให้ฉันใส่ชุดนี้ไปเหรอวะ” ฉันบอกอย่างจนใจ พลางชี้ไปที่เสื้อนักศึกษาที่ใส่อยู่ “เดี๋ยวไปเปลี่ยนที่คอนโดฉันก่อนก็ได้ แกกับฉันใส่ไซส์เดียวกันอยู่แล้ว ส่วนเรื่องพี่คุณ แกก็บอกเขาว่าไปเยี่ยมพ่อฉันกับฉันได้มั้ย บอกเขาว่าแม่ฉันเพิ่งโทรมาบอกเมื่อกี้ นี่ไม่ได้โกหกนะ พูดจริ๊งงง” แหม! ทีแบบนี้ล่ะมันดันหัวไวแถมยังเสียงสูงขึ้นมาเชียวนะ! ฉันลอบถอนหายใจก่อนจะสบตายัยแอลที่กำลังส่งสายตาอ้อนวอนมาสุดฤทธิ์ เอายังไงดีล่ะ ถ้าทำตามคำแนะนำของยัยแอลจะดีเหรอ แต่ถ้าไม่ช่วยแล้วมันเดือดร้อนเรื่องงาน ผลเสียมันอาจจะมากกว่าก็ได้นี่นา “นะยัยมีน เดี๋ยวฉันเคลียร์ทุกอย่างให้เลย ถ้าแกไม่ช่วยแล้วฉันต้องปฏิเสธลูกค้าจริงๆ ฉันแย่แน่ เรื่องเงินน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ฉันเสียลูกค้า แล้วถ้าปากต่อปากไปเรื่อยๆ หรือดีไม่ดีถ้าลูกค้าแบนหรือรายงานฉันขึ้นมา เรื่องใหญ่นะเว้ย” ยัยแอลร้องบอก “เออๆ แกไม่ต้องเล่นใหญ่ก็ได้ แต่ขอโทรบอกพี่คุณก่อนก็แล้วกัน” ปี๊นๆ เสียงแตรรถที่ดังขึ้นทำให้ฉันต้องรีบหันไปมอง หัวใจจะวายตายตอนที่เห็นว่ารถคันนั้นเป็นรถของพี่คุณพอดี “ไม่ต้องโทรแล้ว แกเดินไปบอกเขาเลย แล้วเดี๋ยวฉันเกลี้ยกล่อมลูกค้าก่อน เดี๋ยวส่งรูปเอ็กซ์ๆ ของแกไปรับรองตายทุกราย” ยัยแอลว่าพลางขยิบตาใส่ “เหอะ เอาไงก็เอา ฉันขอทำใจแป๊บ แกจะทำอะไรก็ไปทำเถอะ” ฉันบอกปลงๆ แล้วบอกตัวเองให้ตั้งสติก่อน เหมือนจะมีลางว่าเรื่องน่าจะยุ่งตั้งแต่เริ่ม ปกติแล้วฉันเป็นคนไม่ค่อยกลัวใครหรอกนะ แต่ไม่รู้ว่าทำไมพอเป็นพี่คุณ ฉันก็รู้สึกเหมือนจะปอดแหกขึ้นมาทุกที สีหน้าและน้ำเสียงในคืนก่อนที่เขาสั่งให้นั่งลงเพราะมีเรื่องจะพูดด้วยทำเอาฉันรู้สึกว่าเขาเกิดมาเพื่อเป็นอาจารย์จริงๆ ฟู่ววว… ฉันพ่นลมหายใจออกทางปากก่อนจะหันกลับไปมองยัยแอลนิดหน่อยแต่ปรากฏว่ามันหันหลังให้ฉันแล้ว มันคงกำลังหาทางต่อรองกับลูกค้าอยู่นั่นแหละ ส่วนฉันก็ต้องเดินทำหน้าละห้อยไปหาพี่คุณที่กำลังรออยู่ในรถ ก๊อกๆๆ เอาวะ ถ้าฉันไม่เปิดประตู แต่เลือกจะเคาะกระจก เขาคงรู้ว่าฉันจะยังไม่ขึ้นรถไปกับเขาน่ะนะ หลังจากเคาะกระจกรถพี่คุณแล้ว ฉันก็ยืนรอให้เขาลดกระจกลง สักพักกระจกรถตรงหน้าฉันก็ลดลงจริงๆ แม้จะช้ากว่าที่ฉันคิดเอาไว้ก็ตาม ไม่รู้เหมือนกันว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ อ่า...เห็นหน้าเขาแล้วเป็นอันต้องยิ้มเจื่อนทุกที “มีอะไรรึเปล่า หรือว่าจะยังไม่กลับ” พี่คุณถามเสียงเรียบ คำถามดักทางของเขาทำให้ฉันใจฝ่อสนิท ฉันไม่รู้หรอกว่าเขามองฉันด้วยสายตาแบบไหน เพราะว่าเขาสวมแว่นตากันแดดปกปิดดวงตาอยู่ ท่าทางที่เขานั่งเท้าพวงมาลัยด้วยมือข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างก็ชันศอกเอาไว้กับเบาะรถมันทำให้เขาดูเท่ชะมัด “มีน” “เอ่อ คือว่ามีนอยากจะขอไปเยี่ยมพ่อของเพื่อนก่อนน่ะค่ะ พอดีแม่เพื่อนเพิ่งจะโทรมาบอกเมื่อกี้ว่าพ่อท้องเสีย เดี๋ยวขากลับเพื่อนจะแวะไปส่ง” ฉันรีบอธิบาย ซึ่งพี่คุณก็เงียบไปสักพักก่อนที่เขาจะพยักหน้าเบาๆ แต่กลับไม่พูดอะไรเลยสักคำเดียว “ขอโทษด้วยนะคะ” ใจคอไม่ดีเลย ให้ตายสิ ตอนขออนุญาตพี่เมษไปเที่ยวผับฉันยังไม่ลุ้นเท่านี้เลย “พี่คุณคะ” “อืม อย่ากลับเกินสองทุ่มก็แล้วกัน เดี๋ยวจะถือไม้เรียวรอ” พี่คุณบอกยิ้มๆ รอยยิ้มของเขากับคำพูดที่บอกว่าจะถือไม้เรียวรอนี่มันช่างสวนทางกันจริงๆ ฉันใจคอไม่ดีเลย “ขอบคุณนะคะ มีนกลับไม่เกินแน่นอนค่ะ ถ้าเกินมีนจะยอมให้พี่คุณตีเลย” “เหอะ ให้จริงเถอะ ดูแลตัวเองด้วยล่ะ แล้วยังไงโทรบอกพี่ด้วยแล้วกัน” “ได้ค่ะ จะโทรรายงานเป็นระยะนะคะ” ฉันบอกยิ้มๆ พร้อมกับยกมือไหว้ย่อ พี่คุณเองก็ยิ้มหวานกลับมาก่อนที่เขาจะปรับกระจกรถขึ้นแล้วขับออกไป ในขณะที่ฉันได้แต่ยืนโบกมือบ๊ายบายเขาจนกระทั่งรถของเขาขับออกไปลับสายตา นี่ฉันกำลังเป็นบ้าอะไรนะ แล้วตกลงว่าฉันอ่อยเขาหรือว่าเขาอ่อยฉัน ฉันชักจะห้ามใจไม่ให้อยากได้เพื่อนพี่ชายคนนี้ไม่ได้แล้วล่ะสิ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD