“เอาอะไรมาวัดว่าพี่ไม่มีปัญญาเลี้ยง? ฐานะความพร้อมพี่มีเหนือไอซ์ทุกอย่าง และที่สำคัญพี่มีคุณธรรมมากพอที่จะไม่ไปแอบกินกับคนอื่นทั้งที่ตัวเองก็มีครอบครัวอยู่แล้ว” คิรากรโอบเอวดึงร่างเล็กเข้าหาตัว ทำให้ไอริณลงมาทาบร่างแกร่งบนเก้าอี้โดยไม่ทันตั้งตัว
“พี่ยังเชื่อว่าไอซ์ผิดอยู่ใช่ไหม?” คนถูกโอบกอดพยายามใช้มือดันร่างใหญ่เอาไว้
“มีหลักฐานอะไรมายืนยันไหมละว่าสองปีก่อน ไอซ์ไม่ได้มีอะไรกับไอ้...”
“ไม่มีค่ะ แล้วก็ช่วยปล่อยไอซ์ด้วย” แต่แทนที่จะปล่อยชายหนุ่มกลับโอบกอดเธอแน่นขึ้น
“เห็นไหมล่ะ สุดท้ายก็ยอมจำนนกับความผิดที่ตัวเองทำ” สายตาคมวาวเพ่งเธออย่างคาดคั้น
“ไอซ์ไม่ได้ยอมจำนน แต่ไอซ์แค่ไม่อยากเถียงกับคนหน้ามืดตาบอดไม่ยอมฟังใครแบบพี่”
“ไม่ต้องมาพูดจาประชด พี่จะบอกให้นะ ต่อให้ไอซ์ไปชุบหรือเอาตัวเองไปใส่ตะกร้าล้างน้ำมาขนาดไหน ก็ไม่มีทางลบคราบคาวๆ ที่เคยทำไว้ได้หรอก” ใบหน้างามพริ้มพรายของเธอมีแววจนใจ ไอริณตั้งสติปรับสีหน้าและอารมณ์ให้ปกติ คราวนี้เธอจะอ่อนแอร้องไห้ต่อหน้าเขาเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้
“ที่พูดมาทั้งหมดเนี่ย เพราะยังโกรธเรื่องในอดีตหรือว่า…ยังหวั่นไหวกับไอซ์กันแน่คะ เพราะถ้าเป็นอย่างหลังก็แสดงว่าพี่ก็ยังติดใจอะไรๆ ในตัวไอซ์อยู่”
“คนอย่างเธอ ไม่มีทางทำให้พี่รู้สึกแบบนั้นได้หรอก เพราะคนแบบพี่ไม่มีทางกลับไปกินน้ำพริกถ้วยเก่า”
“เหรอคะ…จำคำนี้ไว้ให้ดีก็แล้วกัน อย่าเผลอกลืนน้ำลายตัวเองล่ะ” สีหน้าและแววตาที่เต็มไปด้วยความท้าทายทำให้เขาไม่ค่อยพอใจนัก
“ไม่มีทาง!” คิรากรปฏิเสธเสียงแข็ง เขารู้ว่าทั้งหมดที่ไอริณทำเพียงเพื่ออยากเอาชนะ แต่เขาจะไม่มีทางให้ในสิ่งที่เธอต้องการ
“ถ้างั้นต่อไปก็ช่วยเลี้ยงลูกให้เก่งเหมือนปากด้วยนะคะ”
ไอริณใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักอกชายหนุ่มออกห่าง เธอก้าวถอยหลังมาหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะ
“นึกว่าแน่” คิรากรยิ้มมุมปากและลุกขึ้นจัดเสื้อสูทให้เข้าที่
“ที่ไอซ์มาหาวันนี้เพราะอยากจะให้พี่พาไปรับลูกที่โรงเรียน ที่จริงไอซ์ก็ไปโรงเรียนลูกมาแล้วแต่ไม่มีบัตรผู้ปกครองเขาเลยไม่ให้เข้าไปข้างใน”
“จะทำอะไรก็ปรึกษากันก่อนสิ ถ้าอยากเจอหรืออยากไปหาลูกก็ควรบอกพี่ก่อน ไอซ์ไม่ควรพรวดพราดเข้าไปหาลูกที่โรงเรียนแบบนั้น”
“เอาเป็นว่าไอซ์ผิดที่ไม่บอก ขอโทษด้วยแล้วกัน แต่ยังไงวันนี้ไอซ์ก็อยากจะขอความกรุณาพี่คินให้พาไอซ์ไปรับลูกด้วย ไอซ์คิดถึงแก” ไอริณขอร้องเสียงอ่อนแม้จะไม่ลงรอยกันนักแต่เรื่องลูกเธอยังจำเป็นที่จะต้องพึ่งเขา
“แล้วมาที่นี่ได้ยังไง?”
“คนขับรถพามาค่ะ ไอซ์ยังไม่ค่อยชินทาง”
“โทรบอกคนขับรถให้กลับไปก่อน”
“ได้ไงล่ะคะ?” เธอรีบแย้ง
“ถ้าอยากให้พาไปรับลูกก็ต้องนั่งรถไปกับพี่ เลือกเอาก็แล้วกัน อ่อ แล้วก็อย่าคิดนานเพราะเวลาพี่เป็นเงินเป็นทอง” คิรากรเก๊กท่ายืนล้วงกระเป๋ากางเกง เขาแอบปรายตามองอย่างใจจดจ่อระหว่างรอคนตรงหน้าตัดสินใจ
“ก็ได้ค่ะ ไอซ์จะขึ้นรถไปกับพี่ แต่พี่ต้องอนุญาตให้ลูกไปนอนกับไอซ์” ไอริณเป็นคนฉลาดในเมื่อคิรากรเล่นแง่กับเธอก่อน เธอเองก็ต้องสร้างเงื่อนไขกับเขาบ้างเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเปรียบ
“วันนี้ไม่ได้”
“ทำไมล่ะคะ ไอซ์คิดถึงลูกไม่เจอกันตั้งสองปีแค่นี้ให้กันไม่ได้เลยเหรอ?” ไอริณพยายามระงับอารมณ์ที่เริ่มปะทุในอก
“ไม่ใช่ไม่ได้ แต่เราต้องตกลงกันก่อนว่าจะแบ่งเวลาอยู่กับลูกยังไง ไม่ใช่อยากจะเอาไปไหนก็ตามแต่ใจตัว มันใช้ไม่ได้”
“ก็รีบคุยมาสิคะจะได้จบๆ”
“มันไม่จบหรอก ไอซ์เองก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจว่านี่มันแค่เริ่มต้น พี่มั่นใจว่าเหตุผลที่ไอซ์กลับมาคงไม่ใช่เพราะเรื่องลูกเพียงอย่างเดียวแน่ๆ”
“ทำไมเหรอคะ คิดว่าไอซ์จะกลับมาเอาคืนตัวพี่แล้วก็คุณแม่สุดที่รักเหรอคะ?”
“เอาเป็นว่าไปรับลูกก่อนค่อยว่ากัน ถ้ามัวแต่หาเรื่องทะเลาะวันนี้ก็คงไม่ได้ไปไหนกันพอดี” คิรากรเดินนำหญิงสาวออกจากห้องทำงานเพื่อหยุดการสนทนาไว้เพียงเท่านั้น เพราะไม่อยากถกเถียงกันให้มากความ
สุดท้ายแล้วไอริณก็ต้องยอมนั่งรถมากับพ่อของลูก เธอปิดปากเงียบไม่ยอมพูดกับเขาตลอดการเดินทางจนกระทั่งถึงที่หมาย
“น้องคีย์คุณพ่อมารับแล้วหยิบกระเป๋าสะพายออกมาได้เลยครับ” คุณครูประจำชั้นของนักเรียนระดับปฐมวัยแจ้งนักเรียนในความดูแล เด็กชายเจ้าของชื่อยกมือขึ้นไหว้คุณครูก่อนจะเดินสะพายกระเป๋าออกมาหาผู้เป็นพ่อตามปกติ
“ป๋ามาช้า” คนตัวเล็กหน้าหงิกหน้างอ
“ขอโทษครับ วันนี้รถติดป๋าเลยมาช้า”
“พี่หิวข้าวครับป๋า” คิรากรยกยิ้ม นี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาถูกลูกลูกตำหนิ
“โอเค เดี๋ยวป๋าพาไปทานข้าว”
“เย้!” เด็กชายดีใจเดินนำคนเป็นพ่อไปยังลานจอดรถของโรงเรียน
สองเท้าเล็กของเด็กชายต้องหยุดอยู่ครู่หนึ่งเมื่อเห็นร่างบางแสนคุ้นตายืนอยู่เบื้องหน้า
ไอริณค่อยๆ หันหลังกลับมาหลังจากเดินออกไปคุยโทรศัพท์เกี่ยวกับงานที่บริษัท
“มามี้!” เด็กชายยืนนิ่งกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะวิ่งเข้าไปหาผู้เป็นแม่อย่างไม่ลังเล
“คนเก่งของมามี้” ไอริณย่อตัวลงมาหาเด็กชาย น้ำตาของเธอไหลคลอเมื่อการรอคอยตลอดสองปีสิ้นสุดลง วันนี้เธอได้กอดลูกชายสมใจและได้มอบความรักความผูกพันของแม่ลูกส่งผ่านทางอ้อมกอด
“มามี้” เด็กชายกระโดดกอดมารดาด้วยความคิดถึง พร้อมกับยิ้มแย้มจนแทบแก้มปริ
“มามี้มาหาพี่แล้ว” มือเล็กยกขึ้นแตะใบหน้างามของคนเป็นแม่เบาๆ
“ก็มามี้สัญญากับพี่แล้วไงครับ มามี้ต้องมาอยู่แล้ว” ไอริณประทับจูบบนหน้าผากเล็กด้วยความรัก
“พี่รักมามี้ที่สุดในโลกเลย” เด็กชายซบลงบนไหล่บาง
“มามี้ก็รักพี่คีย์ที่สุดในโลกเหมือนกันครับ” ไอริณลูบแผ่นหลังเล็กไปมา