วันถัดมา แอนนานั่งอยู่ในห้องพักครู กำลังตรวจการบ้านนักเรียนด้วยความเคร่งเครียด ในกองงานนั้น เธอสะดุดตากับเรียงความของอีธานที่เขียนหัวข้อเกี่ยวกับ "ความโดดเดี่ยวในโลกที่เต็มไปด้วยผู้คน"
> "เราอาจอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย แต่กลับรู้สึกเหมือนเป็นเงาที่ไร้ตัวตน หากไม่มีใครเหลียวมอง ไม่มีใครฟัง... เราก็เหมือนคนที่ไม่มีตัวตน"
แอนนาจับกระดาษแน่น เธอรู้สึกถึงความเศร้าและความโดดเดี่ยวที่เด็กหนุ่มคนนี้ซ่อนไว้ เธอเริ่มตระหนักว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอและอีธานกำลังเปลี่ยนแปลง เธอไม่ได้มองเขาแค่ในฐานะนักเรียน แต่ในฐานะคนคนหนึ่งที่ต้องการการยอมรับ
เย็นวันนั้น อีธานรอแอนนาที่ประตูโรงเรียน
> “คุณเวลลิงตัน” เขาเรียกเธอด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“อีธาน? ทำไมเธอยังไม่กลับบ้านอีกล่ะ?” แอนนาถาม
“ผมแค่อยากขอบคุณ... ขอบคุณที่อ่านเรียงความของผมจริงๆ”
การสนทนาครั้งนี้ดูเหมือนเล็กน้อย แต่สำหรับอีธาน มันคือความอบอุ่นที่เขาไม่เคยได้รับจากใคร แอนนารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขา
---
ในสัปดาห์ถัดมา แอนนาตัดสินใจเปิดคลาสพิเศษสำหรับนักเรียนที่มีความสนใจด้านศิลปะ อีธานเป็นคนแรกที่สมัครเข้าร่วม
> “ผมชอบคลาสนี้มากครับ มันเหมือนกับที่เดียวที่ผมรู้สึกเป็นตัวเอง” เขาบอกเธอหลังจบคลาส
“ฉันดีใจที่เธอรู้สึกอย่างนั้น” แอนนายิ้ม
หลังคลาสพิเศษสิ้นสุดลง อีธานขอให้แอนนาดูงานวาดภาพของเขา ซึ่งเขาเก็บไว้ในสมุดสเก็ตช์ส่วนตัว แอนนาเปิดดูและพบภาพวาดหลากหลาย ทั้งภาพเมืองเล็กๆ ชายชรานั่งเหงา และภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นแม่ของเขา
> “เธอมีพรสวรรค์นะ อีธาน” เธอบอกอย่างจริงใจ
“แต่บางครั้งผมรู้สึกว่ามันไม่มีความหมาย... ถ้าผมไม่สามารถแสดงมันให้ใครเห็น”
คำพูดนี้แทงลึกในใจแอนนา เธอรู้สึกว่าตัวเองต้องช่วยเหลือเขา แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็เริ่มตระหนักว่าความสัมพันธ์นี้กำลังพัฒนาไปในทางที่อันตราย
---
วันหนึ่ง ขณะที่แอนนาและอีธานอยู่ในห้องเรียนหลังเลิกเรียน ครูใหญ่เกรซเข้ามาโดยไม่บอกล่วงหน้า
> “คุณเวลลิงตัน คุณอยู่กับนักเรียนสองต่อสองแบบนี้บ่อยไหมคะ?” เกรซถามด้วยน้ำเสียงแฝงความสงสัย
แอนนาสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงปกติ “แค่ช่วยเขาเรื่องโปรเจกต์ค่ะ”
“ฉันเข้าใจ... แต่โปรดระวังนะคะ บางครั้งคนอื่นอาจตีความผิด”
หลังจากเกรซออกไป อีธานหันมาทางแอนนา
> “คุณกลัวไหมครับ... ถ้าคนอื่นจะมองเราไม่ดี?” เขาถาม
แอนนาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ “ฉันแค่ต้องการให้เธอได้รับโอกาสที่ดีขึ้นในชีวิต แต่บางครั้ง... บางสิ่งก็ซับซ้อนกว่าที่เราคิด”
คำพูดนี้เหมือนจะเป็นคำเตือนให้ตัวเธอเอง แต่ลึกๆ แล้ว เธอก็รู้สึกถึงแรงดึงดูดที่เธอไม่ควรรู้สึก
ในคืนวันศุกร์ อีธานส่งข้อความมาหาแอนนา
> "คุณเวลลิงตันครับ... ผมอยากให้คุณดูบางอย่าง มันสำคัญมากสำหรับผม"
แอนนาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจไปพบเขาที่สวนสาธารณะเล็กๆ ใกล้โรงเรียน เธอพบว่าอีธานกำลังนั่งรออยู่พร้อมกับสมุดสเก็ตช์ในมือ
> “ผมอยากให้คุณดูงานชิ้นนี้” เขายื่นสมุดให้เธอ
แอนนาเปิดดู และพบภาพวาดของผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูเหมือนเธอ ใบหน้าของเธอถูกวาดอย่างละเอียด ราวกับว่าภาพนั้นสะท้อนความรู้สึกที่ลึกซึ้งของคนวาด
แอนนาเงยหน้ามองเขา อีธานสบตาเธอและพูดออกมาเบาๆ
> “คุณสำคัญสำหรับผม... มากกว่าที่คุณคิด”
หัวใจของแอนนาเต้นแรง เธอรู้ว่าความสัมพันธ์นี้กำลังล้ำเส้น แต่เธอก็ไม่อาจห้ามตัวเองไม่ให้รู้สึกได้
จบตอนด้วยฉากที่เธอหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้อีธานนั่งอยู่ในความเงียบ ขณะที่เธอพยายามหาคำตอบให้ตัวเองว่าความรู้สึกนี้คืออะไร