ล้วงคองูเห่า
“หัวหน้าครับ วาซิลียักยอกเงินบัญชีของกลุ่มมาเฟียเซนนิคอฟของพวกเรา แถมยังลักลอบให้ลูกค้าโอนเงินเข้าบัญชีของเขาตั้งแต่สองเดือนที่แล้ว ตอนนี้หมอนั่นหนีไปกบดานยังต่างประเทศ จะให้ผมส่งลูกน้องตามไปเก็บมันและโยนทิ้งแม่น้ำเลยดีไหมครับ”
ลูกน้องของหัวหน้ากลุ่มมาเฟียเซนนิคอฟรายงานหัวหน้าด้วยน้ำเสียงอันราบเรียบ
เซอร์เก อิกนาเชวิช นั่งอยู่บนโต๊ะ รูปร่างสูงใหญ่สมชาย ผิวสีแทน สวมชุดสูทสีดำสนิทตัดเย็บด้วยเนื้อผ้าชั้นดี ใบหน้าของเขาคมเข้ม มีดวงตาสีเขียวอ่อน รอยยิ้มที่มุมปากทอประกายทรงอำนาจ และอำมหิตในคราเดียวกัน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเคราอ่อน ๆ รกครื้มอยู่ใต้คาง เส้นผมตัดสั้นเสยขึ้นไปบนหน้าผากสีดำเช่นเดียวกับชุดสูทสีเข้ม ดวงตาสีมรกตของเขาเหลือบไปมองยังสมุดบัญชีที่คนทรยศลักลอบนำเงินออกไปใช้
“ใครเป็นคนจัดการเรื่องสมุดบัญชีพวกนี้”
“วิซิลีเป็นคนจัดการเองทั้งหมดครับ หมอนั่นเป็นคนเก็บกุญแจตู้เซฟ แล้วบอกกับคนที่คุมสมุดบัญชี ว่าหัวหน้าเป็นคนให้เขาดูแลจัดการเอง กว่าที่ทุกคนจะรู้ถึงความเลวทรามของมัน หมอนั่นก็บินหนีไปกบดานที่เมืองนอกแล้ว”
“เท่าไหร่ !?”
“อะไรนะครับ”
“ฉันถามว่าเขายักยอกเงินไปเท่าไหร่”
“เอ่อ..คือว่า เป็นเงินกว่าร้อยล้านรูเบิลครับ”
“ร้อยล้านหรือ !? จำนวนเงินแค่นี้ ยังเอาอวัยวะของมันมาขายได้ไม่ถึงเสี้ยวเดียวเลย หึ...มันจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต ฉันจะทำให้มันรู้ว่าโทษฐานที่ทรยศหักหลังกลุ่มมาเฟียเซนนิคอฟ มันจะต้องชดใช้สาหัสเพียงใด รวบรวมหลักฐานทั้งหมด แล้วไปสืบค้นว่าวาซิลีไปกบดานอยู่ประเทศอะไร อยู่ในตำแหน่งไหน ฉันจะเป็นคนไปหามันเอง ก่อนที่มันจะตาย ฉันจะให้มันคุกเข่าขอโทษไม่รู้ตั้งกี่พันครั้งที่กล้าทรยศ”
กลุ่มมาเฟียเซนนิคอฟ เป็นกลุ่มมาเฟียค้าอาวุธข้ามชาติและติดต่อซื้อขายอาวุธสงครามให้กับประเทศที่สามของประเทศรัสเซีย เซอร์เก อิกนาเชวิช เป็นหัวหน้ากลุ่มรุ่นที่เก้า เป็นหัวหน้าคุมลูกน้องจำนวนนับพันคน พวกนั้นกลัวเกรงพญาราชสีห์มาก และไม่มีใครกล้าอาจหาญขึ้นต่อต้านเขา ยกเว้นก็แต่มือขวาที่หนีไปกบดานอยู่ที่เมืองนอกคนนั้น
และมันจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต..
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทย
กลุ่มชายใส่ชุดสูทสีดำเดินลงมาจากบันได เซอร์เกมากับลูกน้องสองคน หลังจากที่ข้อมูลข่าวสารของเขาแจ้งมาว่าวาซิลีกบดานอยู่เมืองประเทศไทย ในย่านโรงแรมย่านสีลม ไม่นานนักเซอร์เกก็นั่งรถไปลงใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นถนนธุรกิจสายสำคัญของเมืองไทย มีทั้งสำนักงานใหญ่ ธนาคาร โรงแรม อาคารสำนักงาน ตลอดจนศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่สองฟากฝั่งของถนน ในยามค่ำคืนถนนเส้นนี้ก็จะเป็นถนนแห่งสีสันจากสถานบันเทิงมากมาย ในย่านนี้คลาคล่ำไปด้วยนักท่องราตรีทั้งชาวไทยและต่างชาติที่นิยมมาท่องเที่ยวบนถนนสายนี้ไม่ขาดสาย
สำหรับเซอร์เกเขาไม่ได้มาท่องเที่ยว
แต่มาตามหาคน คนที่ทรยศหักหลังกลุ่มมาเฟียเซนนิคอฟ
ขณะที่เซอร์เกเดินไปยังย่านสีลมเพื่อตามหามือขวาผู้มากบดานอยู่ที่โรงแรมโซฟิเทล มีมัคคุเทศก์แปลกหน้าเดินเข้ามาหาเขาทันที เป็นชายรูปร่างเล็ก ใส่เสื้อเชิ้ตลายตารางสวมหมวกแก็ปมาพูดเป็นภาษาอังกฤษเร็วปรื๋อ
“ฮัลโหล คุณจะไปเที่ยวที่ไหนครับ ผมสามารถพาคุณไปได้ทุกที่เลย อย่างเช่นวัดพระแก้ว หรือพาไปนั่งรถตุ๊กตุ๊กก็ได้”
“พวกเราไม่ไปหรอก หลีกไป” ลูกน้องของเซอร์เกบอกปัด พร้อมทั้งรีบเดินต่อไปทันที
แต่อีกฝ่ายไม่ลดละ ยังเดินตามตื้อไม่เลิก
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกฮะ ผมคิดราคาให้ครึ่งเดียวก็ได้ ไปกับผมเถอะ คุณจะไปไหนกันล่ะ ไปเที่ยวตลาดจตุจักรไหม ที่นั่นของฝากเยอะแยะเลยนะฮะ รับรองพวกคุณจะต้องชอบแน่ ๆ”
ชายหนุ่มร่างเล็กคนนั้นยังคงตามติดไม่เลิก จนลูกน้องของเซอร์เกเริ่มหงุดหงิด เขาหยุดฝีเท้าแล้วหันมามองหน้าไกด์เถื่อนตรง ๆ แล้วคว้าคอเสื้อเขามาตวาดใส่ด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
“นี่ไอ้หนู พวกฉันบอกแล้วไงว่าไม่ไป ฉันมาที่นี่เพื่อทำธุระ หรือแกอยากเป็นศพอยู่ที่นี่ก็ตามใจ”
เด็กหนุ่มอึ้งไปพักใหญ่ แต่แล้วเขาก็พยักหน้าช้า ๆ ชายคนนั้นจึงยอมปล่อยมือแต่โดยดี
“ก็...ก็ได้ฮะ ผมไปแล้วก็ได้”
“ให้มันได้อย่างนี้สิ”
เด็กหนุ่มคนนั้นว่องไวอย่างกับลิง ทันทีที่เขาถูกปล่อยมือ ร่างเล็ก ๆ ก็วิ่งหายไปกับสายลม แต่มันยังไม่ไวพอที่เซอร์เกจะเห็นการเคลื่อนไหวของนักฉกคนนั้น สายตาคมกริบของเขามองเห็นมือเล็ก ๆ ล้วงเข้าไปเอากระเป๋าสตางค์ของ เซอร์เกและลูกน้องคนหนึ่งของเขาไปด้วย
ช่างล้วงคองูเห่าเสียจริง ไม่รู้เลยหรือไงว่ากำลังล้วงกระเป๋าเจ้าพ่อ
“รออยู่นี่นะ เดี๋ยวฉันมา”
“นายเหนือหัวจะไปไหนหรือครับ”
“ฉันจะไปคว้าคองูเขียวสักหน่อย”
เซอร์เกเอ่ยยิ้มก่อนจะเดินตามเด็กหนุ่มคนนั้นไปอย่างรวดเร็ว...
เด็กหนุ่มคนนั้นเดินและวิ่งเข้าไปแอบอยู่แถวลังไม้ในซอกตึกแถวตลาด เด็กหนุ่มแอบลักเล็กขโมยน้อยมาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติพวกนั้นได้ในที่สุด เขาล้วงเอากระเป๋าเงินออกมาจากกางเกงแล้วเปิดดูจำนวนเงินภายใน ดวงตาของเขาลุกวาวเมื่อเห็นแบงก์ดอลล่าเป็นปึก ๆ สมแล้วที่เป็นนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก
“โอ้โห...เงินจำนวนตั้งเยอะ สบายแล้วเรา”
เด็กหนุ่มเปิดกระเป๋าออกมาดูบัตรเครดิตข้างใน
“มีบัตรด้วยนี่....ชื่ออะไรนะ เซอร์คา..”
“เซอร์เก อิกนาเชวิช”
เสียงทุ้มลึกเยือกเย็นเอ่ยมาจากทางด้านหลัง ทำให้เด็กหนุ่มคนนั้นสะดุ้งเฮือก ยังไม่ทันได้ทำอะไร มือหนาก็เอื้อมมาดึงกระเป๋าถือพร้อมด้วยเงินสดจากมือของเขาไป
เด็กหนุ่มหันไปมองด้วยความตกใจ เข่าแทบทรุดเมื่อเห็นนักท่องเที่ยวที่เขาเพิ่งฉกกระเป๋าเงินมาเมื่อตะกี้นี้ ยืนอยู่ข้างหลังเด็กหนุ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ เขากลืนน้ำลายลงคอ...รู้สึกหนาวเยือกไปถึงไขสันหลัง เมื่อเหลือบไปเห็นดวงตาแข็งกร้าว กับรอยยิ้มเหยียดหยัน ร่างสูงใหญ่ใส่เสื้อคลุมสีเทาคลุมทับเสื้อสูทสีดำ ใบหน้าคมสันของเขาดูลึกลึบ น่าค้นหา ใต้คางมีเคราอ่อน ๆ ปละปราย กับดวงตาสีเขียวเจิดจ้าดูราวกับราชสีห์
“คุณ...มาที่นี่ได้ยังไง”
“ฉันตามคนมือไวอย่างนายมาน่ะสิ คิดจะล้วงกระเป๋าใคร คราวหลังคิดดูดี ๆ หน่อยว่าเผลอไปล้วงเอากระเป๋าของเจ้าพ่อที่ไหนบ้าง ไม่อย่างนั้นนายนั่นแหละจะกลายเป็นศพลอยอยู่กลางแม่น้ำ” เซอร์เกหยัดยิ้มนัยน์ตาวาว “รู้หรือเปล่า ว่าพวกฉันมีวิธีจัดการกับพวกลักเล็กขโมยน้อยอย่างไร”
“เอ่อ...คือผม ไม่ได้ตั้งใจจะขโมยของคุณ คือว่าน้องสาวของผมป่วยหนัก ผมต้องหาเงินไปรักษา ได้โปรดอย่าแจ้งตำรวจเลยนะฮะ ผมขอร้อง”
“ได้สิ แต่ฉันต้องตัดนิ้วของนายออกก่อน วันหน้าจะได้ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องลักเล็กขโมยน้อยอีก” เซอร์เกหยิบมีดพับที่ซ่อนไว้ในเสื้อคลุมขึ้นมาดีดดังกริ๊ก “เอามือมานี่”
เด็กหนุ่มหน้าซีดเผือด
“ไม่นะฮะ ถ้าคุณตัดนิ้วของผม แล้ววันหลังผมจะใช้มือได้ยังไงล่ะ”
“นั่นฉันไม่สน ถ้านายไม่ยื่นนิ้วมา ฉันก็จะตัดมือของนายให้เอง” น้ำเสียงนั้นอำมหิตพอ ๆ กับดวงตา
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ เด็กหนุ่มคนนั้นก็ทำท่าจะวิ่งหนี จู่ ๆ ใครจะยื่นมือออกไปให้ตัดกันเล่า สู้เขาวิ่งหนีไม่ดีกว่าหรือ ยังไม่ทันที่เขาจะวิ่งหนีไป ต้นคอทางด้านหลังของเด็กหนุ่มก็ถูกมือหนาคว้าคอไว้ได้ก่อน แล้วถูกจับกดกับกำแพง เสียจนกระดิกหนีไม่ได้ เรี่ยวแรงของบุรุษชายชาวต่างชาติราวกับพญาราชสีห์ เพียงแค่เขาออกแรงกดเพียงแค่นิดหน่อย ก็มากพอที่จะทำให้ต้นคอของเด็กหนุ่มหักเสียป่นปี้
“...ขอร้องล่ะ ปล่อยผมไปเถอะ ได้โปรดอย่าตัดนิ้วผมเลย”
“รู้เหมือนกันหรือ ว่าโดนตัดนิ้วมันเจ็บปวดทรมาน แล้วการที่นายฉกเอากระเป๋าเงินของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง แล้วปล่อยให้เขาต้องลำบากเพราะไม่มีเงินใช้ มันไม่ต่างกันเลยสักนิด งูเห่าเลี้ยงอย่างไรก็ไม่เชื่อง สมควรจะสั่งสอนให้นายหลาบจำเสียบ้าง”
“ผมผิดไปแล้ว...” เสียงของเขาสั่นพร่า ร่างเล็ก ๆ สั่นเทาไปตั้งตัว
“ขอค้นตัวหน่อยซิ ว่าแอบซ่อนของมีค่าเอาไว้ตรงไหนบ้าง”
เซอร์เกก็ก้าวเท้าเข้าไปใช้ขาดันตัวเด็กหนุ่มติดกับกำแพง แล้วใช้มืออุ่นร้อนค้นไปทั่วตัวของเด็กหนุ่มโดยที่เขาไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าของเด็กหนุ่มว่าร้อนจัดและแดงอย่างไร ร่างเล็กดิ้นรนด้วยความอึดอัดและไม่อยากให้คนแปลกหน้าเข้ามาแตะต้องตัวได้ง่าย ๆ
“ปล่อยผมนะ !”
“อยู่เฉย ๆ เถอะ” เซอร์เกค้นไปตามช่วงหน้าอกจนถึงช่วงเอว
วินาทีนั้น...ชายหนุ่มก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ เพราะสัมผัสจากผิวกายของผู้ชายมันไม่นุ่มนิ่มขนาดนี้ แถมบนหน้าอกก็มีส่วนเว้าส่วนโค้งแถมเอวก็ยังบอบบางมากอีกด้วย กลิ่นหอม ๆ จากเส้นผมก็ทำให้ดวงตาสีมรกตของเขาหรี่เล็ก ชั่วพริบตาเขาก็ดึงเอาหมวกแก็ปของเด็กหนุ่มออก เผยให้เห็นเส้นผมนุ่มสลวยทิ้งตัวลงมาถึงกลางหลัง ที่เด็กสาวคนนี้ซ่อนไว้กลางศีรษะ
“ผู้หญิง !? ให้ตายเถอะ...ช่างใจกล้าเสียจริง ๆ”
“ปล่อยฉันนะ จะทำอะไรน่ะ” หญิงสาวหน้าตาสะสวยร้องอุทานออกมาทันที เมื่อสัมผัสได้ถึงฝ่ามือร้อนระอุค่อย ๆ ลูบไล้ไปบนหน้าอกและต้นคออย่างถือวิสาสะ
“รู้หรือเปล่า ว่าพวกเราทำยังไงกับผู้หญิงแข็งกร้าว ไม่ยอมศิโรราบให้กับพวกผู้ชาย โดยเฉพาะพวกผู้หญิงที่มือไวเป็นลิงอย่างนี้” เซอร์เกกระซิบแผ่วที่ริมหู ขณะที่เบียดกายเข้าไประหว่างเรียวขาคู่งาม
หญิงสาวคนนั้นถึงกับตัวแข็ง เพราะไม่เคยสัมผัสกับผู้ชายมาก่อนเลยในชีวิต
เซอร์เกเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ เพราะไม่คิดว่าผู้หญิงที่กร้านต่อโลกจะไร้เดียงสาถึงเพียงนี้
“อา...ฉันจะทำอย่างไรกับเธอดี”
“ยะ..อย่านะ” หญิงสาวร้องอุทาน เมื่อเซอร์เกตั้งใจจะแกล้งโดยการโน้มใบหน้าลงมาแนบชิดกับริมหู มือหนาของผู้ชายคว้าข้อมือของเธอแนบชิดกับกำแพง ส่วนอีกมือลูบไล้ไปตามเนินอกอวบอิ่ม ไล่ถึงช่วงเอวและเนินขาขาวเพื่อควานหาสิ่งของมีค่าที่เธออาจจะเก็บซ่อนไว้
ยิ่งสัมผัสเขาก็ยิ่งร้อนรุ่มขึ้นทุกที กลิ่นหอม ๆ จากเรือนผม ก็ทำให้เลือดในกายของเขาถึงจุดเดือด
เขาจะทำยังไงกับเธอดีนะ จะจับส่งตำรวจหรือเอาตัวไปกักขังไว้ในโรงแรมให้เธอชดใช้ความผิดจนกว่าเขาจะพอใจดีหรือเปล่า มาเฟียรัสเซียอย่างเซอร์เกไม่เคยต้องยอมสยบให้แก่ผู้หญิงคนไหน มีแต่ผู้หญิงที่รายล้อมแนบชิดส่งสายตาอยากจะใกล้ชิดกับเขาจนตัวสั่น ขอแค่มีเงินและอำนาจ ผู้หญิงทุกคนก็ยินดีจะยอมสยบแทบเท้าให้
“อยากได้เงินจนต้องล้วงกระเป๋าเลยงั้นหรือ จะเอาเท่าไหร่ล่ะ”
“อะไรนะ”
“ทำไมเธอถึงไม่ยอมขอร้องฉันดี ๆ ล่ะ ว่าจะยอมไปนอนค้างกับฉันในโรงแรมเพื่อแลกกับเงินหนึ่งร้อย...หรือหนึ่งพันรูเบิล ดู ๆ ไปแล้วเธอก็หน้าตาไม่เลวนะ จะคิดค่าตัวเท่าไหร่ล่ะ...”
หญิงสาวเบิกตาโต ก่อนจะแดงจัดด้วยความโกรธ เธอพยายามดึงมือออกจนสุดแรง
ทันทีที่พ้นจากการเกาะกุมของราชสีห์ เธอหันหน้ามามองเขาด้วยดวงตาที่คมดุ เมื่อมองดูรูปร่างหน้าตาของเธอชัด ๆ เซอร์เกก็เห็นว่าเธอเป็นคนที่สวยมากทีเดียว อายุก็น่าจะยี่สิบกว่า ๆ แล้ว รูปร่างก็ผอมเพรียวเนินอกอิ่มไม่เล็กแล้วก็ไม่ใหญ่จนเกินไป เธอเป็นผู้หญิงที่มีนัยน์ตาดุคม ซึ่งเป็นแบบที่เขาชอบเสียด้วย
เซอร์เกมองดูเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยความสนใจ
“ว่ายังไงล่ะ จะเอาเท่าไหร่”
“นี่คุณ...” หญิงสาวสกัดกั้นเสียงบริภาส “ถึงฉันจะเป็นพวกลักเล็กขโมยน้อย แต่ฉันก็ไม่ยอมถูกผู้ชายอย่างคุณ มองเห็นฉันเป็นผู้หญิงขายตัวหรอกนะ เอาล่ะ...ฉันต้องขอโทษจริง ๆ ที่ริอาจไปล้วงกระเป๋าของคุณ แต่คุณก็ตามมาเอาคืนแล้วนี่ ฉันก็น่าจะจบ ๆ ไปได้แล้วนี่”
“ยังไม่จบ”
“ว่ายังไงนะ”
“ถ้าเธอเป็นผู้ชายฉันอาจตัดนิ้วมือของเธอไปแล้วก็ได้ รู้หรือเปล่าว่าพวกมาเฟียรัสเซียมีวิธีจัดการกับพวกลักเล็กขโมยน้อยอย่างไร ไม่สูญเสียอวัยวะ หรือจับไปถ่วงน้ำ หรือเธอจะเอาอย่างนั้นไหมล่ะ” เซอร์เกมองเธอด้วยนัยน์ตาเป็นประกาย จงใจเบียดชิดร่างกายลงกับต้นขาของหญิงสาว จนแก้มร้อนผ่าวไปหมด
“คะ...คุณเป็นพวกมาเฟียอย่างนั้นเหรอ นี่..ปล่อยฉันนะ”
เซอร์เกเหยียดยิ้มที่มุมปากแทนคำตอบ
“รู้หรือเปล่าว่าการล้วงกระเป๋าพวกมาเฟียมันเปรียบเสมือนล้วงคองูเห่า...” เซอร์เกยื่นปลายนิ้วขึ้นไปแตะตรงลำคอละหงลดต่ำลงมาถึงกระดุมเสื้อของเนินอก “ว่ายังไงล่ะ...เธอจะนอนกับฉันที่โรงแรมสักคืนสองคืน เพื่อแลกกับเงินหนึ่งพันรูเบิลหรือเปล่า มันเทียบกันไม่ได้เลยนะกับการที่เธอต้องมาลักเล็กขโมยน้อย ผู้หญิงอย่างเธอได้มีโอกาสได้นอนบนเตียงเดียวกับหัวหน้ามาเฟียกลุ่มเซนนิคอฟ มันคุ้มเสียยิ่งกว่าอะไรเสียอีก”
หญิงสาวเม้มปากแน่น กำมือเข้าหากันจนสั่นไปหมด