4 ข่าวไม่คาดฝัน

1318 Words
เช้าวันต่อมาก่อการกลับไปที่บ้านอีกรอบ โดยเขาได้โทรไปคุยกับธัญลักษณ์เพื่อบอกเรื่องที่จะเข้าไปขนของที่บ้านในช่วงที่ทั้งสองคนออกไปทำงานแล้ว โดยหลีกเลี่ยงที่จะพบเจอหน้าบิดาเพื่อจะได้ไม่ต้องมากระทบกระทั่งกันทำให้เกิดการบาดหมางมากขึ้นไปกว่าเดิม เขาใช้เวลากว่าครึ่งวัน ขนเอาเฉพาะเสื้อผ้าข้าวของที่จำเป็นของตัวเองและของลูกเมีย เก็บใส่กระเป๋ามาแบบลวก ๆ แล้วรีบรุดออกมาจากบ้าน ตกเย็นหลังจากที่ก่อเกียรติกลับมาถึงบ้านพร้อมภรรยา เขาสังเกตเห็นอุปกรณ์ของเด็กหายไป เมื่อเขาเดินสำรวจดูข้าวของต่าง ๆ ก็พบว่าหายไปเฉพาะข้าวของลูกชาย ลูกสะใภ้และหลานสาว แม้กระทั่งของเล่นต่าง ๆ ของหลานสาวก็ถูกเก็บเอาไปหมด เขาจึงพอคาดคะเนได้ในทันทีว่า ลูกชายตัวดีจะต้องย้อนกลับมาขนข้าวของออกไปจากบ้านเป็นแน่ ใจนึงก็แอบดีใจที่ลูกชายกลับมาที่บ้าน อีกใจนึงเขาก็รู้สึกโหวง ๆ ในใจที่ไม่ได้พบหน้ากัน “ไอ้ก่อมันกลับมาขนข้าวของ แม่รู้ใช่ไหม” ก่อเกียรติถามหยั่งเชิง เมื่อเห็นอาการไม่แปลกใจของ ธัญลักษณ์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “ใช่ ลูกโทรมาบอกเมื่อเช้า ว่าจะเข้ามาเก็บข้าวของ” “ไม่มีมารยาท” เขากระแทกเสียงพร้อมกับทิ้งตัวนั่งลงโซฟา “ใครไม่มีมารยาท ลูกน่ะเหรอ พ่ออยากเจอลูกหรือยังไง แม่ว่านะ ขืนพ่อกับลูกได้เจอกันอีก ดีไม่ดีได้ทะเลาะกันบ้านแตก แค่เมื่อคืนยังทะเลาะกันไม่พออีกหรือ” เจอย้อนเข้าไปแบบนี้ ก่อเกียรติถึงกับนิ่งงันไป “ก็ไม่คิดว่าจะขนข้าวของออกไปหมดเกลี้ยงเลยแบบนี้น่ะสิ” เขาเปรยราวกับรำพึงกับตัวเอง ขณะที่คนนั่งข้าง ๆ มองด้วยความเข้าใจก่อนจะกอดแขนสามีไว้ ทำไมธัญลักษณ์จะไม่รู้ว่า แม้ก่อเกียรติจะดูเคร่งครัดและโมโหร้ายเพียงนั้น หากลึก ๆ แล้วเขาเป็นพ่อที่รักลูกที่สุด ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำลงไปทั้งหมด ก็เพื่อลูกชายทั้งสองคนของเขา เพียงแต่ก่อการอาจจะโชคร้ายหน่อยที่กลับมาทำงานในจังหวัดที่บ้านเลยจำต้องถูกคุมเข้มอีกครั้งอย่างห้ามไม่ได้ ขณะที่เกียรติยศผู้เป็นน้องชายนั้นโชคดีได้ทำงานในต่างจังหวัดที่ไกลออกไป ทำให้ไม่ต้องมาพบเจอกับสภาพที่ก่อการเจออยู่ในตอนนี้ “ในเมื่อรักลูก แล้วทำไมไม่พูดกับลูกดี ๆ ทำไมต้องพูดแรง ๆ แบบนั้นกับลูกด้วยล่ะ แล้วก็มานั่งเสียใจทีหลังเพราะลูกก็ไม่อยู่แล้ว” “พูดดี ๆ จะให้พ่อพูดกับลูกดี ๆ แบบไหนกัน ไอ้ก่อมันเป็นผู้ชายนะ จะให้พ่อมาพูดคุยหวานหูแบบผู้หญิงได้ยังไงกันแม่” “พ่อก็ ไม่ต้องคุยหวานอะไรขนาดนั้นก็ได้ แค่คุยปกติ ไม่ต้องขึ้นเสียงกันแค่นั้นก็น่าจะเพียงพอ รู้ว่าโกธร ไม่พอใจแต่อารมณ์มันก็แก้ปัญหาไม่ได้ ดูสิ ยิ่งทำให้ปัญหามันหนักขึ้นกว่าเดิม พ่อรู้ไหม หากพ่อคุยกันดี ๆ ดีไม่ดี ตาก่ออาจจะไม่ย้ายออกไปอยู่ข้างนอกก็ได้” ไม่มีคำโต้เถียงใด ๆ ออกมาจากก่อเกียรติ เขานิ่งเงียบไปปล่อยให้ภรรยาพูดอธิบายไปเรื่อย ๆ “พ่อ ต่อไปหากตาก่อกลับมาเยี่ยมบ้าน ก็อย่าดุด่าว่ารุนแรงแบบนั้นอีกนะ แม่ขอล่ะ” เขาพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะขอตัวขึ้นไปอาบน้ำเข้านอนโดยไม่สนใจจะกินข้าวเย็นที่ภรรยาเตรียมไว้ให้ ในคราวแรก ก่อเกียรติคิดเพียงว่า ไม่ว่าอย่างไรเดี๋ยวลูกก็ต้องกลับมาอยู่บ้านด้วยกันแบบเดิม เพราะเสื้อผ้าข้าวของต่าง ๆ ยังอยู่ที่บ้านหลังนี้ เพียงแต่เขาไม่คาดคิดว่า ลูกชายจะแอบมาเก็บข้าวของตอนที่เขาไม่อยู่บ้าน เขาทั้งรักทั้งเสียใจ ได้แต่หวังว่าลูกชายคนนี้จะกลับมาขอโทษ และเขาก็พร้อมที่จะให้อภัย แต่ดูจากสถานการณ์วันนี้แล้ว คำขอโทษจากลูกชายนั้นคงจะเป็นเพียงแค่ความฝัน ธัญลักษณ์มองตามสามีเดินขึ้นไปด้านบนพลางส่ายหัวด้วยความระอา ดูท่าแล้วการคืนดีกันของสองพ่อลูกคงจะอีกนานเลยทีเดียว หลังจากก่อการขนของกลับมาบ้าน เขาและเบญจาก็วุ่นวายช่วยกันจัดข้าวของในบ้านจนเป็นที่เรียบร้อย โดยมีหนูแก้มนั่งเล่นของเล่นอยู่ไม่ไกลนัก แม้ว่าทั้งสองคนจะเหนื่อยกับการจัดการข้าวของต่าง ๆ หากก็เปี่ยมไปด้วยความสุข โดยเฉพาะก่อการนั้นเขามีความสุขมากที่สุดที่ตัวเองได้เป็นอิสระออกมาอยู่กับครอบครัวตามลำพัง โดยไม่มีใครมาคอยกำหนดขีดเส้นชีวิตให้เขาได้เดินอีกต่อไปแล้ว “พี่ก่อคะ บ้านหลังนี้น่ารักจริง ๆ นะคะ” “ใช่แล้วล่ะ บ้านหลังนี้พี่เห็นครั้งแรกก็ชอบเลย” “เหมือนเบญเลยค่ะ พอเบญเห็นครั้งแรกก็หลงรักบ้านหลังนี้” “คุณลุงเจ้าของบ้านคนเก่า เขาดูแลรักษาบ้านนี้ดีมาก นี่ถ้าไม่ติดว่าเขาจะต้องย้ายไปอยู่กับลูก เขาคงจะไม่มีวันขายบ้านหลังนี้แน่ ๆ เราสองคนนี่โชคดีจริง ๆ เลยนะ” “ใช่ค่ะพี่ก่อ ไหนจะมีพื้นที่ให้ยัยแก้มเอาไว้วิ่งเล่นอีก เออ พี่ก่อคะ เสาร์อาทิตย์นี้เราแวะไปกินข้าวกับคุณพ่อคุณแม่ดีไหมคะพี่” การเปลี่ยนบทสนทนามาคุยเรื่องนี้ของเบญจา ทำให้อีกฝ่ายหน้าบึ้งลงทันที “ทำไมจะต้องไปกินข้าวที่นั่นด้วยล่ะ” “ก็เราเคยคุยกันไว้แล้วไงคะ ว่าเสาร์อาทิตย์จะแวะกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ ท่านจะได้ไม่เหงา” “แต่เบญลืมไปแล้วเหรอว่า เมื่อวานนี้ พ่อเพิ่งจะตัดพ่อตัดลูกกับพี่อยู่เลย แล้วจะให้พี่กล้ากลับไปบ้านเพื่อให้พ่อไล่อีกอย่างนั้นเหรอ พี่ยังไม่หน้าด้านขนาดนั้นหรอกนะ” “โธ่ พี่ก่อคะ คุณพ่อท่านก็คงพูดไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบน่ะค่ะ เดี๋ยวพอเสาร์อาทิตย์เจอหน้ายัยแก้ม ดีไม่ดีก็หายโกรธแล้ว น่าสงสารท่านออกนะคะ ท่านรักยัยแก้มมาก ท่านช่วยเลี้ยงยัยแก้มมาตั้งแต่เกิดเลยนะคะพี่” คำพูดของเบญจาเหมือนจะทำให้แววตาก่อการอ่อนลง แต่เมื่อหวนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน แววตาคู่นั้นก็แข็งกร้าวขึ้นมาอีกด้วยความน้อยใจ “ถึงท่านจะรักหนูแก้มมากก็เถอะ แต่ตอนนี้ พี่ก็ไม่หน้าด้านพอจะกลับไปหา ให้พ่อมาว่าพี่ ตัดพ่อตัดลูกกันอีกครั้งหรอกนะ” “พี่ก่อคะ... แต่นั่นพ่อของพี่นะคะ พี่ก่อโชคดีมากแค่ไหนที่ยังมีคุณพ่อคุณแม่ให้ดูแล ดูเบญสิคะ ไม่เหลือทั้งพ่อและแม่ที่จะดูแลเลยสักคน เบญอิจฉาพี่ก่อนะคะ” “พอละ หนูแก้มคงจะหิวนมละ เดี๋ยวพี่ไปชงนมให้ลูกกินดีกว่า” ชายหนุ่มตัดบทพร้อมกับเดินเลี่ยงไปหาลูกน้อยที่กำลังนั่งเล่นอยู่ ทำให้เบญจาถอนหายใจออกมาด้วยความหนักใจ ครุ่นคิดหาวิธีที่จะทำให้สองคนพ่อลูกได้ปรับความเข้าใจกัน แต่มันไม่ง่ายเลย เพราะต่างคนก็มีทิฐิสูงทั้งคู่
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD