1
คืนนี้ไม่เหมือนกับคืนไหน ๆ ในชีวิตของ ‘สิริญา’ เธออยู่ในชุดเจ้าสาวที่ไม่ได้แพงมากนักและไม่มีทางเลือก มันไม่ได้เข้ากับรูปร่างผอมบางของเธอเลยด้วยซ้ำ อีกทั้งเนื้อผ้าก็ยังทำให้คัน สิริญาต้องทนใส่ชุดนี้ ตั้งแต่เริ่มพิธีการจนจบงานเลี้ยงเมื่อครู่
สี่ทุ่มกว่าแล้ว สิริญากำลังนั่งอยู่บนเตียงใหญ่ในห้องพักของโรงแรมที่เป็นหนึ่งในกิจการของครอบครัวฝ่ายชาย
‘ภูมินทร์’ คือเจ้าบ่าวของเธอเอง พวกเขาจัดไว้ให้เป็นห้องหอ คล้ายกลัวว่าหากช้าไปกว่านี้อีกเสี้ยววินาที สิ่งที่เฝ้ารอจะไร้ผล
สิริญารู้ว่าอะไรคือสิ่งที่พวกเขาคาดหวังจากเธอในงานแต่งครั้งนี้ งานแต่งงานของเธอและภูมินทร์จึงถูกจัดขึ้นอย่างเร่งรีบ มันไม่ได้เกิดขึ้นจากความรักแม้แต่นิดเดียว เธอรู้จักเขา แต่ภูมินทร์น่าจะไม่รู้จักเธอเลย อย่าพูดถึงว่ารู้จักเลย แค่เห็นหน้าเธอ เขาก็น่าจะไม่เคยเห็น ไม่เคยรับรู้ว่าคนอย่างเธอมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้
ทำให้คืนนี้มันจบ ๆ ไปเถอะ
สิริญาปลอบตัวเองอยู่ภายในใจ ก่อนที่เสียงเคาะประตูจะดึงเธอออกจากความคิด ร่างกายของเธอสั่นเทิ้มเล็กน้อย ก่อนจะกลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงคอไป ค่อยพูดตอบออกไปเพียงคำว่า “ค่ะ” มันเป็นเสียงที่แผ่วเบา สั่นเครือและน่าสมเพชที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยินเสียงของตัวเอง
ภูมินทร์ยืนอยู่ที่ประตูห้องที่ใช้เป็นเรือนหอชั่วคราว ร่างสูงใหญ่ของเขาเหมือนเป็นผลผลิตจากต่างชาติมากกว่าจะเป็นสายเลือดคนไทย สีตาของเขาเป็นสีน้ำตาลอ่อนขอบกลมดำ เข้มและดูดุ เขามองมาที่เธอ โดยไม่มีคำพูดใด ๆ เลยสักคำ
ภูมินทร์ในชุดสูทขาวทั้งตัวเดินเข้ามาในห้อง ประตูโดนแรงลมดันปิดมาตามหลังเบา ๆ เขาปลดเสื้อสูทออกอย่างไม่เร่งรีบ ตามองเธอนิ่ง น้ำเสียงเรียบเฉย ถือตัวและไม่เป็นมิตร มันคงคล้ายกันกับคนในครอบครัวของเขานั่นเอง เรื่องแบบนี้บางทีไม่ต้องถูกปลูกฝัง แค่เห็นว่าตั้งแต่เด็กก็ซึมซับเอาพฤติกรรมพวกนั้นเข้ามาเป็นนิสัยในทันที
"หวังว่าจะไม่เล่นลูกไม้ปัญญาอ่อน เอากันวันที่ไข่ของเธอตก แต่ไม่ติดลูก แล้วขอนอนด้วยบ่อย ๆ แบบนั้นหรอกนะ”
สิริญาพูดไม่ออก เมื่อได้ยินคำทักทายแรกจากปากของผู้ชายที่เป็นเจ้าบ่าวของเธอ
เคยได้ยินคนพูดถึงภูมินทร์มาเยอะมาก นอกจากจะเป็นลูกชายที่อดีตรัฐมนตรีคนนั้นรักมากกว่าลูกทุกคน เขายังขึ้นชื่อกว่าเป็นคนที่ไม่เคยเห็นหัวใคร ไม่ว่าจะหัวสีไหนภูมินทร์ก็ไม่สน เขาเสเพล คบกับพวกมีอิทธิพลและอันธพาล มีข่าวต่อยตีกับคนไปทั่ว ไปที่ไหนก็วอดวายฉิบหายไปหมด ลูกหลานไฮโซที่เปรี้ยวตีนส่วนใหญ่ พอเจอเขาก็มักจะหมอบหัวหนีหายกันไปทั้งนั้น
ฉายา ‘เฮียภูมิคนโฉด’ ไม่น่าจะได้มาแบบง่าย ๆ คงต้องมีผลงานการันตีอย่างแน่นอน
“นอนลง ถลกกระโปรงขึ้นแล้วอ้าขารอ น้ำแตกก็เสร็จแล้ว"
ภูมินทร์พูดเสียงไม่ดังนัก แต่หยาบคายและชัดเจน เขามองหน้าเธอด้วยสายตาที่แทบไม่มีความรู้สึก สิริญาที่ตัวสั่นอยู่แล้วยิ่งสั่นไปทั้งตัวด้วยความกลัวที่ทวีความรุนแรงหนักขึ้น
เขาทำแค่ปลดซิปลง ไม่แม้จะถอดเสื้อผ้าด้วยซ้ำ เดินเข้ามาหาเธอที่นั่งตัวสั่นบนเตียง โดยไม่พูดอะไรอีก
ภูมินทร์รู้ดีว่าทุกอย่างมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับความรักหรือต้องมานั่งสร้างความสัมพันธ์อะไรให้มันยืดยาว มันเป็นแค่หน้าที่ที่เขาต้องทำให้เสร็จ ๆ จบ ๆ ไป ที่สำคัญไปกว่านั้น เขาจะต้องทำให้น้ำเชื้อก่อตัวเป็นก้อนเลือด เป็นทายาทให้ได้ในคืนนี้
สิริญาหายใจเข้าลึก ๆ นี่คือสิ่งที่เธอไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ในคืนนี้เช่นกัน เธอต้องทำให้น้ำเชื้อของเขาปฏิสนธิกับไข่ของเธอ ที่ถูกกระตุ้นให้ตกและพร้อมที่สุดในวันนี้
ภูมินทร์คลานเข้ามาคร่อมทับบนตัวของเธอ เขามองเธออีกครั้ง แล้วทำทุกอย่างอย่างไม่สบอารมณ์นัก สิริญางอแขนขึ้นปิดหน้าอกของตัวเอง พร้อมกับเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เธอถูกดันขาขึ้นจนชิดอก และไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน หลังจากที่ทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาสบถหยาบ ๆ ออกมาอีกหลายคำ แล้วผละออกจากร่างกายของเธอทันที ลุกออกจากเตียงได้ เขาไม่หันมามองที่เธออีกเลย
"เสร็จแล้ว” ภูมินทร์พูดสั้น ๆ เสียงของเขาพร่าลงจากเดิม เหมือนกับกำลังกักเก็บบางอย่างเอาไว้ในร่างกาย
เขาทิ้งเธอไว้ในห้องอย่างไร้ซึ่งเยื่อใย สิริญาผ่อนลมหายใจที่ถูกบีบให้ไวขึ้นตอนถูกเขาคร่อมทับ พอเขาผละออก เธอเลยต้องนอนในท่าที่ถูกซักซ้อมมาอย่างดี เพื่อให้ติดลูกของเขา จนครบเวลา ค่อยดันร่างกายที่เจ็บแปลบตรงส่วนบอบบางขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า
ครั้งแรกของเธอ...ไม่มีแม้แต่ความอ่อนโยน ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและไร้ความหมาย
สิริญาในชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดตาที่ซึ่งถูกเปิดเผยเฉพาะบางส่วนของชุด ยื่นมือที่สั่นน้อย ๆ ตลบชุดของตัวเองลงพร้อมกับน้ำตาแห่งความน้อยเนื้อต่ำใจไหลเอ่อและอาบไปทั้งใบหน้าที่แต่งจนหนา และมันเละเหมือนเค้กราคาถูก เธอมองเหม่อไปยังประตูที่ปิดลง ด้วยหัวใจที่ว่างเปล่า
สิริญาไม่รู้ว่าตัวเองควรต้องรู้สึกอย่างไรกับการที่ทุกอย่างในคืนนี้จบลงแบบนี้