7

1248 Words
ภูมินทร์รู้สึกตัวตื่นจากการหลับลึกที่ไม่เคยหลับแบบนี้มาก่อนเลยสักครั้ง เขาลืมตาขึ้นแล้วก็เห็นเพียงแสงแดดอ่อนรอดผ่านม่านโปร่งใสตรงหน้าต่างเข้ามา ความเงียบคลี่คลุมอยู่รอบตัว ร่างใหญ่ขยับตัวและสัมผัสไปที่ข้างเตียง มันเย็นเยียบ อย่างกับว่าไม่เคยมีใครอยู่ที่ตรงนั้น หายไปไหนวะ ภูมินทร์สบถบ่นเสียงต่ำ หัวใจของเขาโหวง ๆ แปลก ๆ ค่อยลุกขึ้นจากเตียงอย่างช้า ๆ สายตาคมและดุดันกวาดมองไปทั่วห้อง แต่ก็ไม่พบร่างบอบบางของสิริญา แม้แต่ร่องรอยของการอยู่ร่วมกันในห้องก็แทบไม่มี และเขาเริ่มหงุดหงิดขึ้นอีกนิดแล้วตอนนี้ "อะไรวะ" ภูมินทร์พึมพำกับตัวเองซ้ำ ๆ ก่อนหน้านี้ ใช่ว่าคนอย่างภูมินทร์จะไม่เคยนอนหลับกับใครมาก่อน เอากันจนเพลีย หลับคาอกกันไป พอตื่นก็แยกย้าย ทุกครั้งมันเป็นแค่เรื่องเซ็กซ์และปลดปล่อย แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน เขาเดินตรงไปที่ห้องน้ำ พยายามสงบสติอารมณ์ แต่มันกลับยิ่งทำให้ความรู้สึกที่มียิ่งชัดเจนมากยิ่งขึ้น เขาไม่เคยรู้สึกว่าการตื่นจากการหลับใหลแบบลึกซึ้งจะทำให้เขารู้สึกแย่ขนาดนี้มาก่อน เข้ามาในห้องน้ำแล้ว กลับไม่พบใครอย่างที่คิดในทีแรก ภูมินทร์ยืนนิ่งตรงกระจกเงา หยุดมองตัวเองที่สะท้อนออกมา ท่ามกลางความคิดที่สับสน เขาหลับตาและหายใจเข้าลึกๆ เพื่อพยายามจัดระเบียบความคิด ก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้อง เขาหยุดมองไปที่เตียงอีกครั้ง แล้วพึมพำคำที่เขาไม่เคยพูดมาก่อน "จะไปไหน ทำไมไม่บอกวะ" ภูมินทร์เดินออกจากห้องอย่างหงุดหงิด แม้จะพยายามบอกตัวเองว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยคำถามที่ไม่สามารถหาคำตอบได้ สิริญาไม่ได้หายไปไหนไกล หลังจากตื่นนอนที่หลับไม่เต็มตานัก เธอลุกออกจากเตียงอย่างช้า ๆ จัดการตัวเองในห้องน้ำแบบเงียบ ๆ และออกมาข้างนอก ที่นี่เป็นบ้านของภูมินทร์ก็จริง แต่บ้านหลังนี้อยู่รวมกับหลังอื่นอีกหลายหลัง บนพื้นที่สิบกว่าไร่ในย่านชานเมือง สิริญาเลือกที่นั่งในสวนข้างบ้าน และทุก ๆ การเคลื่อนไหวของเธอก็ตกอยู่ในสายตาของคนในบ้านอยู่ตลอด จึงพยายามปรับอารมณ์และคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ยิ่งตอกย้ำให้ไร้ตัวตน แต่เธอยินยอมที่จะทำมันเพราะอยากมีตัวตนในสายตาของแม่ไม่ใช่หรือไง จู่ ๆ ก็มีเสียงเดินมาจากทางหนึ่ง จึงหันไปมองยังทางนั้นในทันที ‘ไม่ได้ตามหาใคร’ ภูมินทร์บอกตัวเองตลอดทาง ตั้งแต่เปิดประตูออกมาจากห้องนอน ดีที่คนในบ้านยังอุตส่าห์เปิดปากบอกเขาว่าสิริญาอยู่ตรงไหนของบ้าน อารมณ์หงุดหงิด โมโหจนเดือดปุด ๆ ในอก และอยากอาละวาดค่อย ๆ มลายหายลงไปอย่างช้า ๆ เมื่อขาก้าวไปตามทางสู่สวนข้างบ้าน แต่แล้วความหงุดหงิดของภูมินทร์ก็กลับมาอยู่ที่เดิมอีกครั้ง รอบนี้เหมือนกับจะหนักกว่าที่เป็นตอนแรก หลังจากที่เขาเดินมาถึงสวนด้านข้างของบ้านแล้ว และสายตาก็สะดุดเข้ากับสิริญาที่กำลังยืนคุยกับใครบางคนที่ดูเหมือนจะเป็น... ภูมินทร์ก้าวขาช้าลงทันทีเมื่อเห็นพี่ชายต่างแม่ของเขากำลังยื่นมือไปให้สิริญา เขาแทบต้องกลั้นลมหายใจ ตอนรอดูว่าสองคนนั่นจะจับมือกันไหม พอเห็นหญิงสาวยกมือขึ้นไหว้มันแทนส่งมือไปให้จับก็ค่อยคลายอาการเดือด ๆ ในอกลงหน่อยหนึ่ง ‘ภาวิน’ เป็นลูกอีกคนของพ่อ และก็เป็นคนที่ภูมินทร์เกลียดเข้าไส้มากที่สุดในบรรดาลูกทุกคน มันเป็นคนที่อยู่เฉย ๆ ก็ทำให้เขาหงุดหงิดได้แล้ว ขายาว ๆ ของเขา พาก้าวไปหาสองคนนั่นด้วยมาดมั่นคง แต่ข้างในร้อนเหมือนไฟบรรลัยกัลป์ มันคุยอะไร ถึงทำให้ผู้หญิงเหนียม ๆ แบบสิริญายิ้มออกมาได้ และขณะที่ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันด้วยท่าทางอารมณ์ดีแบบสุด ๆ ภูมินทร์ก็ไปถึงตัวของสิริญาพอดี พอถึงแล้วเขายื่นแขนไปโอบรอบเอวบางของคนตรงหน้า “ตื่นนานแล้วหรือ ถึงได้มีเวลามาคุยทอดอารมณ์ตรงนี้ได้” อยากหยุดปากตัวเองแต่ภูมินทร์ก็หยุดไม่ได้ คำถามถากถางพวกนั้นแทบจะเป็นคำสามัญของเขา แต่คงไม่น่าฟังนักในมุมมองของคนอ่อนไหวง่ายอย่างสิริญา “ค่ะ” เธอเสียงตอบกลับแผ่วเบา พร้อมร่างกายที่พยายามขืนออกจากอ้อมแขนของเขา แต่แล้วแขนล่ำ ๆ ใต้เสื้อเชิ้ตแขนยาวก็ออกแรงดึงรั้งไว้จนแน่นยิ่งกว่าเดิม สิริญารู้ตัวแล้วก็ค่อยบอกตัวเองไม่ให้ขืนตัวออก เธอแต่งงานกับภูมินทร์แล้ว และมันเป็นเรื่องธรรมดาหรือเปล่าที่เขาจะแตะเนื้อต้องตัวเธอ ภูมินทร์ก้มลงมองคนในอ้อมแขน และเขาก็เพิ่งรู้จักอาการหวงเป็นครั้งแรกในชีวิต ว่ามันรู้สึกเช่นไร เขาไม่ใช่แค่ไม่ชอบขี้หน้าภาวิน แต่เขาไม่อยากเห็นสิริญาคุยและยิ้มกับใคร โดยไม่สนใจเขา ภูมินทร์หายใจเข้าแรง ๆ แล้วปล่อยออก มองที่ภาวินนิ่งก่อนเอ่ยปากเพื่อถาม "คุยกัน...ท่าทางจะสนุกน่าดู" เหมือนจะเป็นคำถามทั่ว ๆ ไป แต่น้ำเสียงที่ใช้กลับเต็มไปด้วยความไม่พอใจ และเจ้าตัวเองก็ยังคงพยายามทำตัวให้ดูสงบเข้าไว้ สิริญาแหงนหน้าขึ้นมองสบตากับเขา เธอเริ่มรับรู้ได้ถึงอารมณ์บางอย่างที่แม้ว่าภูมินทร์ไม่ได้พูดออกมา แต่ดูออกว่าเขาไม่พอใจ “คุณตื่นนานแล้วหรือคะ” เธอถามเขาเสียงอ่อนโยน คาดหวังให้เขาอารมณ์เบาลง "สักพักแล้ว ไม่เห็นคุณบนเตียงก็เลยออกมาตามหา" เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างเย็นชา แต่ในใจเขากลับร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน รู้สึกได้ถึงความหึงหวงที่ซ่อนอยู่ในเสียงของตัวเอง ภาวินส่งยิ้มให้ภูมินทร์อย่างรู้ทัน "เจ้าสาวน่ารักมาก เสียดายนะ...ถ้าพี่ตอบตกลงพ่อก่อนภูมิ ก็คงจะได้..." เสียงพูดของภาวินส่อแววหยาบคายและไม่แยแสว่าคนฟังอย่างเธอจะเข้าใจหรือไม่กับคำพูดทำนองนั้น หรือต่อให้เข้าใจก็คงไม่แคร์ มันต่างจากท่าทางเป็นมิตรและน่าคบหาของเขาเมื่อครู่นี้ลิบลับ ภูมินทร์มองที่สิริญา แต่ปากตอบภาวินไปว่า "พูดอะไรของมึงวะวิน กูฟังแล้วแขยงแทนเลยว่ะ อยากจะอ้วก" สิริญาได้ยินคำพูดของแล้วก็นิ่งไป เธอกะพริบตาเล็กน้อยและหันไปมองพี่ชายของเขา เห็นสายตาที่เหมือนจะลุกเป็นไฟได้เลย ก็ค่อยหันมามองภูมินทร์ จัดการทางไหนได้ ก็รีบจัดการก่อน เธอไม่ใช่สายปะทะอารมณ์เสียด้วย ไม่ถนัดห้ำหั่นและฟาดฟันใส่ใคร
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD