1-1

1307 Words
“คุณเหรอคะที่ได้รับหัวใจของพี่ชายฉันไป” ปานเดือนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลตามนิสัยของเธอ “หนูคือ...” “หนูคือน้องสาวของพี่ดินคนที่บริจาคหัวใจให้คุณค่ะ” “ขอบคุณ! ขอบคุณนะคะ! ฮึก...” นางกันยาลงไปคุกเข่าบนพื้นกระเบื้องแล้วยกมือไหว้ท่วมหัวขอบคุณผู้มีพระคุณของนาง “คุณน้าลุกเถอะค่ะ!” ปานเดือนรีบเข้าไปประคองให้นางกันยาลุกขึ้นจากพื้นด้วยความตกใจ เพราะถ้าช้าอีกนิดอีกฝ่ายคงก้มลงกราบเธออย่างแน่นอน “น้าขอบคุณหนูจริง ๆ ขอบคุณหนูมาก ๆ ที่ตัดสินใจบริจาคหัวใจให้สามีน้า” “ผมขอบคุณคุณมากครับ” “ขอบคุณค่ะ” นายสมหมายรวมทั้งรริชาผู้เป็นลูกสาวรีบยกมือไหว้ขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ “ไม่เป็นไรค่ะ ยังไงพี่ชายของฉันเขาก็ไม่รอด ได้ช่วยต่อลมหายใจของคุณถือว่าเป็นกุศลมาก” ปานเดือนบอกตามความรู้สึกจริง ๆ จากใจ เมื่อทีมแพทย์เรียกเธอเข้าไปคุยและบอกว่าไม่สามารถยื้อชีวิตพี่ชายของเธอไว้ได้ และอยากจะให้เธอผู้เป็นญาติเพียงคนเดียวสร้างกุศลด้วยการเซ็นใบบริจาคอวัยวะ เธอก็ตกลงทันทีเพราะอยากจะให้พี่ชายได้ทำบุญใหญ่ และคนที่ได้รับหัวใจก็คือนายสมหมาย “คุณเป็นคนดีจริง ๆ ขอให้คุณเจริญ ๆ นะ น้ามีลูกสองคนอยู่ในวัยเรียน ผัวน้าเป็นเสาหลัก ถ้าขาดเขาพวกเราคงเคว้งคว้าง ขอบคุณที่คุณเมตตาให้แสงสว่างกับครอบครัวเรา” “ยินดีค่ะ” ปานเดือนเปิดกระเป๋าแล้วหยิบธนบัตรจำนวนหนึ่งมายื่นให้นางกันยา “อะไรจ๊ะ” “ฉันให้ค่ะ เอาไว้ใช้ตอนที่สามีน้ายังพักฟื้น จะได้ไม่เดือดร้อน” “ไม่เอาจ้ะ! น้าไม่เอา! แค่นี้น้าก็เป็นหนี้บุญคุณคุณมากแล้ว” “อย่าเกรงใจเลยค่ะ ฉันยินดีที่จะช่วยเหลือจริง ๆ” เธอบอกพร้อมยัดเงินใส่มือของนางกันยา ก่อนที่ทั้งครอบครัวจะพากันยกมือไหว้ขอบคุณอย่างพร้อมเพรียง พร้อมคำอวยพรอีกชุดใหญ่ “ฉันไปก่อนนะคะ ขอให้แข็งแรงไว ๆ ค่ะ” หญิงสาวส่งยิ้มก่อนจะเดินออกจากห้องพักฟื้นผู้ป่วยรวม “พวกเราโชคดีมากนะแม่” “ใช่พ่อ คนอะไรใจดีจริง ๆ เราเป็นหนี้บุญคุณเขามากเลยนะ” รริชานั่งนิ่งอยู่ชั่วครู่ก็ตัดสินใจวิ่งตามปานเดือนออกมา “คุณคะ! คุณ!” “มีอะไรเหรอ” “หนูขอที่อยู่หรือเบอร์ติดต่อคุณได้ไหมคะ” “จะเอาไปทำไมล่ะ” “คือ... เผื่อวันหนึ่งหนูอาจจะตอบแทนอะไรคุณได้บ้างค่ะ” รริชาบอกอย่างหนักแน่นพลางจ้องมองปานเดือนด้วยแววตาจริงใจ เพราะซาบซึ้งในน้ำใจที่อีกฝ่ายมีให้อย่างที่สุด อยากจะตอบแทนที่ปานเดือนช่วยให้บิดาของเธอหนีพ้นเงื้อมมือของมัจจุราชได้แบบหวุดหวิด “ไม่ต้องหรอก ฉันไม่ได้หวังอะไรทั้งนั้น แค่อยากช่วยเหลือคนที่กำลังลำบาก” “หนูตั้งใจจริง ๆ นะคะ คุณมีบุญคุณกับครอบครัวเรามาก หากวันข้างหน้ามีอะไรที่หนูจะช่วยคุณได้หนูอยากทำค่ะ ไม่ว่าจะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ บุกน้ำลุยไฟที่ไหนหนูทำได้ค่ะ” ปานเดือนส่งยิ้มเมื่อเห็นความตั้งใจของรริชา “เรียนถึงไหนแล้ว” “ปีสุดท้ายค่ะ” พอได้คำตอบเธอก็พยักหน้าแล้วหยิบนามบัตรมอบให้รริชา “เบอร์โทรฉัน เรียนจบเมื่อไหร่ก็โทรมาฉันจะให้งานทำ” หลังจากนั้นไม่นานรริชาก็เรียนจบ และสิ่งแรกที่เธอทำคือติดต่อไปหาปานเดือน ซึ่งอีกฝ่ายให้งานเธอคืองานขายกระเป๋าแบรนด์เนม ที่ปกติแล้วต้องผ่านการคัดเลือกมาอย่างดี แต่รริชาได้งานนี้เพราะเส้นสายล้วน ๆ ปานเดือนบอกกับรริชาว่าที่ช่วยเหลือเพราะชอบในความกตัญญูของเธอ จากที่รริชาจะติดต่อเพื่อหาทางทดแทนบุญคุณ กลับกลายเป็นสร้างหนี้บุญคุณให้เพิ่มขึ้นเพราะปานเดือนดีกับเธอเหลือเกิน ปานเดือนแวะเวียนมาหาเธออยู่บ่อย ๆ เพื่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ แต่ไม่เคยขอให้เธอตอบแทนอะไรเลยจวบจนวันนี้ วันที่ปานเดือนขอให้เธอไปเป็น... เมียน้อยของสามีตัวเอง รริชามองผู้มีพระคุณที่นั่งสะอื้นอยู่ตรงหน้าด้วยความสงสาร เธอยื่นมือไปกุมมือของปานเดือนเอาไว้แล้วบีบกระชับอย่างต้องการให้กำลังใจ “คุณเดือนอย่าร้องไห้ค่ะ หนูรู้สึกไม่ดีเลยเวลาเห็นคุณเป็นแบบนี้” น้ำใจของปานเดือนที่มีให้เธอและครอบครัวทำให้รริชามองปานเดือนเป็นมากกว่าผู้มีพระคุณ เวลาที่เห็นอีกฝ่ายทุกข์ก็ทุกข์ไปด้วย “เธอรับปากฉันได้ไหมริชา ขอร้องเถอะนะ” “แต่หนู...” รริชาอึกอักเพราะถึงจะเคยบอกว่าพร้อมที่จะทำให้ปานเดือนได้ทุกอย่าง แต่การที่ถูกขอร้องให้ไปเป็นเมียน้อยของผู้มีพระคุณมันเป็นเรื่องที่ลำบากใจไม่น้อย “ฉันรู้ว่าเธอลำบากใจ แต่ฉันไม่รู้จะไว้ใจใครได้นอกจากเธออีกแล้ว ริชา...” “คะ...” “ฉันทุกข์ทรมานใจมากจริง ๆ ช่วยฉันสักครั้งเถอะนะริชา ให้ฉันไหว้เธอก็ได้...” “อย่าค่ะ!” รริชารีบห้ามเมื่อปานเดือนประนมมือไหว้อ้อนวอนเธอ “คุณเดือนคิดดีแล้วเหรอคะ คุณเดือนจะไม่เสียใจเหรอคะในเมื่อเขาเป็นสามีคุณ” “ไม่... ฉันไม่เสียใจแน่นอน ก็อย่างที่ฉันบอกเธอไปนั่นแหละ... ฮึก... ถ้าเธอไม่ช่วยฉันคงทุกข์อย่างนี้เรื่อยไป” แววตารวดร้าวและน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของปานเดือนทำให้หัวใจของรริชาสั่นไหว จึงบอกตัวเองว่าเธอไม่ควรลังเล เพราะนี่คือหนทางที่จะช่วยให้ผู้มีพระคุณพ้นจากทุกข์ที่กำลังเผชิญอยู่ “หนูจะช่วยคุณเดือนค่ะ” “ขอบใจนะริชา! ขอบใจมาก! ฉันคิดอยู่แล้วว่าเธอต้องช่วยฉัน” “คุณเดือนไม่ต้องทุกข์แล้วนะคะ หนูจะทำให้ดีที่สุดค่ะ” “ขอบใจเธอจริง ๆ” ปานเดือนกล่าวขอบคุณพลางส่งยิ้มทั้งน้ำตา ทั้งดีใจทั้งโล่งใจที่รริชาตอบรับคำขอของเธอ … ทันทีที่สองเท้าเหยียบย่างลงบนแผ่นดินไทย ‘อัคราช’ ก็รีบต่อสายหาภรรยาทันที ตลอดระยะเวลาสามเดือนที่เขาไม่ได้เจอเธอ เขาถูกความคิดถึงทรมานเสียจนบางครั้งอยากทิ้งทุกอย่างแล้วกลับไปหาเธอ อัคราช ภาติยะกุล นักธุรกิจหนุ่มเจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดังทั้งในและนอกประเทศ รูปสมบัติรวมทั้งทรัพย์สมบัติที่เขามีมันทำให้อัคราชกลายเป็นหนุ่มเนื้อหอมที่สาวทๆ ให้ความสนใจมากที่สุด ไม่ว่าเขาจะขยับตัวทำอะไรก็ได้รับความสนใจอยู่เสมอ เขาหล่อเหลา โดดเด่น และเฉียบคมเมื่ออยู่ในสนามธุรกิจ ทุกอย่างที่ประกอบขึ้นมาเป็นตัวเขาล้วนแล้วแต่น่าทึ่ง แต่ที่น่าเสียดายคือเขาแต่งงานแล้ว ละทิ้งเขี้ยวเล็บเพราะหลงรักพนักงานขายรองเท้าในห้างของตัวเอง ‘ปานเดือน ภาติยะกุล’ ภรรยาสาวที่ใคร ๆ ก็พูดว่าทั้งคู่ไม่เหมาะสม แต่เขากลับยิ่งรักเธอมากขึ้นทุกครั้งที่ได้ยินคำพูดเหล่านั้น “ฮัลโหล” “ฮัลโหลว่าไงวะ” “แกอยู่ไหนวะคิม” “รออยู่ทางออกแล้วแกมาเลย” “อืม... ฉันโทรหาเดือนแต่เธอไม่รับสายเลยว่ะ” “เดือนน่าจะหลับมั้ง นี่ช่วงบ่ายด้วย” “หึ หึ แกพูดเหมือนเมียฉันเป็นเด็กอนุบาลงั้นแหละถึงต้องนอนหลังมื้อเที่ยง” คิมหันต์ไม่ตอบอะไรกลับมาแต่กดวางสายเป็นการตัดบท
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD