“บุลินเลิกงานแล้วไปหาฉันที่ห้องด้วยนะ” รจนาผู้จัดการแผนกต้อนรับบอกบุลินที่ยิ้มแย้มแจ่มใสต้อนรับแขกของโรงแรม
“ค่ะผู้จัดการ” บุลินตอบรับผู้จัดการแผนกที่เดินมาบอกแล้วก็เดินกลับไปทางเดิมเพื่อตรวจดูในจุดที่เธอรับผิดชอบ
“ผู้จัดการเรียกหนูลินไปพบเรื่องอะไรนะ” พิมพ์ชนกถามเพื่อนร่วมงานที่ถูกผู้จัดการเรียกไปพบหลังเลิกงาน
“ลินก็ไม่รู้เหมือนกันจ้ะ.” บุลินตอบแล้วแขกของโรงแรมก็ทยอยเข้ามาเช็คอินเช็คเอาท์สอบถามกันไม่ขาดสายทำให้สองสาวไม่ได้คุยกันอีกจนใกล้เลิกงาน
“หนูลินไปหาของกินอร่อยที่ตลาดกันมั้ย.” พิมพ์ชนกชวนบุลินไปตลาดที่มีของกินมากมายและราคาไม่แพงยิ่งอาหารทะเลสดๆที่ขึ้นมาจากทะเลจะมีราคาแพงหน่อยแต่ก็ถือว่ายังถูกว่าตลาดใหญ่ในเมืองเพราะที่นี่ชาวบ้านจะนำมาขายเองไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง
“ลินขอตัวนะคะพี่นก ต้องไปพบผู้จัดการก่อนค่ะ”
“อ้อใช่ๆพี่ลืมไปงั้นไปพรุ่งนี้ก็ได้ พี่ไปก่อนนะ” พิมพ์ชนกบอกเพื่อนร่วมงานเพื่อไปตอกบัตรพนักงานแล้วไปตลาดก่อนกลับที่พักของพนักงานที่อยู่ด้านในสุดแบ่งเขตรั้วแยกออกจากโรงแรมเป็นตึกสูงสี่ชั้นมีห้องพักเพียงพอสำหรับพนักงานตั้งแต่ระดับล่างสุดจนถึงสูงสุดที่จะแยกฝั่งผู้บริหารต่างหาก
“สวัสดีค่ะพี่นก” บุลินยกมือไหว้รุ่นพี่ที่ใจดีและสอนงานให้ถึงแม้เธอจะพูดได้หลายภาษาแต่แขกบางคนเรื่องเยอะต้องการโน่นนี่นั่นบางอย่างก็มากเกินไปเธอต้องพูดยังไงให้แขกพอใจและรับในบริการของโรงแรมตามที่จองไว้แต่บางคนยอมจ่ายเพิ่มเพื่อได้สิ่งที่ต้องการ พิมพ์ชนกบอกเธอว่าแขกบากคนก็ถูกใจพนักงานแล้วขอซื้อชั่วโมงก็มีแต่พนักงานที่นี่ไม่มีบริการแบบนั้นบางคนก็เข้าใจบางคนก็ไม่เข้าใจจึงต้องให้ผู้จัดการเข้ามาช่วย
บุลินแยกจากพิมพ์ชนกก็เดินไปที่ห้องทำงานของผู้จัดการฝ่ายต้อนรับที่ให้เธอมาหาตอนหลังเลิกงาน
“ก๊อก ก๊อก”
“เข้ามา” เสียงรจนาอนุญาตดังขึ้นบุลินก็เปิดประตูเข้าไป
“พี่รจเรียกลินมามีอะไรหรือเปล่าคะ” บุลินยืนกุมมือหน้าโต้ะทำงานของผู้จัดการที่ขึ้นชื่อว่าดุแต่ก็ใจดีบ้างเป็นบางครั้ง
“นั่งลงก่อนสิหนูลิน ดูทำท่าเข้าสิพี่แค่เรียกมาคุยเฉยๆจะกลัวทำไม” รจนาพูดแล้วยิ้มให้สาวสวยที่เจ้านายฝากให้ช่วยดูเพราะเป็นหลานท่านแต่ให้เป็นไปตามมาตรฐานตามกฎระเบียบของโรงแรม
“ขอบคุณค่ะ” บุลินนั่งลงเก้าอี้หน้าโต้ทำงานขอผู้จัดการแผนกต้อนรับและรอฟังว่าเธอจะพูดอะไร
“ที่พี่เรียกหนูลินมาก็เพื่อจะให้รับผิดชอบลูกค้าวีไอพีเพราะหนูลินพูดได้หลายภาษา”
“แต่ว่าลินกลัวทำไม่ได้ค่ะ”
“หมั่นใจหน่อยสิหนูลิน พี่ยังดูออกว่าหนูลินจะทำได้ไม่งั้นพี่ไม่เลือกเราหรอก”
“ก็ได้ค่ะ หากพี่รจคิดว่าลินทำได้ ลินก็ยินดีค่ะ” บุลินตอบผู้จัดการแผนกที่จะเลือกพนักงานให้เหมาะสมตามความสามารถ
“ดีมาก เริ่มงานพรุ่งนี้เลยนะหนูลินเข้ากะดึกแวะมาหาพี่ก่อนด้วยนะ ไปได้แล้วเลิกงานแล้วนี่”
“ขอบคุณค่ะพี่รจ สวัสดีค่ะ” บุลินเก็บความยินดีไว้ในใจเพราะเธอไปดูแลแขกวีไอพีก็เท่ากับว่าเงินเดือนของเธอก็เพิ่มขึ้นด้วยเพราะรุ่นพี่บอกว่าแขกแต่ละท่านทิปหนักกันทุกคนแต่ต้องระวังตัวนิดหน่อยบางทีจะเจอแขกชีกอมือไม้ไวก็จะโดนแต้ะอั๋งบ้าง บุลินเดินออกมาจากห้องผู้จัดการแล้วไปตอกบัตรก่อนจะกลับบ้านด้วยมอเตอร์ไซค์คันเล็กของเธอที่คุณตาซื้อให้ตอนเรียนมัธยมเพื่อขี่ไปโรงเรียนและมันก็ไม่เคยเกเรเลยจนถึงตอนนี้บุลินก็ใช้มันขี่ไปทำงาน
คืนนี้บุลินเข้ากะดึกจากห้าทุ่มถึงแปดโมงเช้าเมื่อดูข่าวจบหญิงสาวก็ไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวไปทำงานและเป็นคืนแรกที่เธอได้ทำหน้าที่ดูแลแขกวีไอพีที่บางคนบอกว่าแสนสบายและได้เงินเยอะ
“ลินไปอาบน้ำก่อนนะคะคุณตาคุณยาย” หญิงสาวบอกตายายของเธอที่นั่งดูละครดังหลังข่าวที่คุณยายติดอย่างงอมแงม
“ไปเถอะลูก เดี๋ยวตาจะไปส่ง” คุณนภดลบอกหลานสาวเพราะมันดึกท่านจึงเป็นห่วงหลานสาวหากไปคนเดียว
“ไม่เป็นไรค่ะคุณตา ถนนก็สว่างโร่อีกอย่างมันก็ใกล้แค่นี้เองค่ะ ลินแว้นไปสองนาทีก็ถึงแล้วค่ะ” ระยะทางใกล้นิดเดียวเองและเธอก็เข้าเวรดึกสลับกับเพื่อนคนอื่นมาตลอด
“งั้นก็ไปอาบน้ำเถอะลูก” คุณยายบอกหลานสาวที่สุดท้ายคุณนพดลก็ต้องไปยืนดูอยู่หน้าบ้านว่าหลานสาวถึงโรงแรมหรือยังไม่งั้นจะนอนไม่หลับแล้วบุลินก็ไม่เคยห้ามตาได้เลยสักครั้งจึงปล่อยเลยตามเลยแต่เธอก็จะห้ามท่านทุกครั้ง
บุลินเดินขึ้นไปที่ห้องนอนของเธอเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นหญิงสาวก็หยิบขึ้นมาดูโชคดีที่เธอมาทันรับสายของแม่ที่โทรมาเพราะเป็นเบอร์ต่างประเทศ
“สวัสดีค่ะแม่ คิดถึงแม่จังเลยค่ะ”
“สวัสดีจ้ะลูกรัก เป็นยังไงบ้างทำงานสนุกมั้ย” คุณบุลลาหยอกเย้าลูกสาวที่ไม่ยอมเรียนต่อแต่ขอทำงานก่อนและโชคดีที่บุลินได้ทำงานที่โรงแรมของคุณไอราที่เธอนับถือเหมือนพี่สาว
“ก็สนุกดีค่ะแม่ เจอแขกมากหน้าหลากหลายเชื้อชาติลินได้ใช้ทุกภาษาที่เรียนมาจนหลงลืมพูดมั่วจนแขกงงก็มีค่ะ” บุลินพูดเรื่องงานอย่างมีความสุขที่คุณบุลลาสัมผัสได้ว่าลูกสาวไม่ได้เสแสร้งแต่บุลินมีความสุขจริงๆ
“ดีแล้วลูกตั้งใจทำงานนะ แล้วคุณตาคุณยายสบายดีมั้ยลูก.” คุณบุลลาก็ถามถึงพ่อแม่ของเธอที่แก่มากแล้วด้วยความเป็นห่วงแต่ก็อุ่นใจเพราะบุลินอยู่ดูแลคุณตาคุณยายแทนเธอได้
“สบายดีค่ะแม่ แต่บ่นคิดถึงซีโน่ค่ะแล้วแม่จะกลับมาเมื่อไหร่คะ” ครั้งนี้แม่เธออยู่อิตาลีนานกว่าปกติเพราะพ่อเลี้ยงไม่สบายจึงต้องคอยดูแลซีโน่ ดัสมุนน์ วัย14ปีน้องชายต่างพ่อของบุลิน
“คงจะเดือนหน้าน่ะลูกตอนนี้แด๊ดหายป่วยแล้วซีโน่ก็ปิดเทอมพอดีแม่คงอยู่ได้นานหน่อย” นานหน่อยของคุณบุลลาก็ยี่สิบวันหรือหนึ่งเดือนแต่ไม่นานมากแค่อาทิตย์เดียว
“ลินรักแม่นะคะ ดูแลตัวเองด้วยฝากความคิดถึงให้แด๊ดกับซีโน่ด้วยนะคะ คืนนี้ลินเข้ากะดึกค่ะ” บุลินบอกแม่เพราะเธอไม่อยากเข้างานสาย
“แม่ก็รักลินนะลูก ดูแลตัวเองและคุณตาคุณยายด้วยนะลูก” จากนั้นสองแม่ลูกก็วางสายบุลินก็ไปอาบน้ำและแต่งตัวไปทำงาน
บุลินมาถึงที่ทำงานก็ไปตอกบัตรก่อนจะขึ้นไปดูแลแขกที่พักห้องวีไอพีทั้งหมดพร้อมกับจันดารุ่นพี่อีกคนที่เป็นพี่เลี้ยงให้น้องใหม่สองสาวประจำอยู่ที่ชั้นสิบที่มีอยู่สิบห้องตามแนวยาวของตึกที่ด้านหน้าเป็นท้องทะเลสวยงามพราะห้องวีไอพีหรือ เรสซิเดนซ์รูม โอเชี่ยน มีสระว่ายน้ำส่วนตัว มีบริการนวดสปาในห้องพักแต่ละห้องตกแต่งอย่างเป็นเอกลักษณ์ผสมผสานอย่างลงตัวมีห้องนั่งเล่นแยกเป็นสัดส่วนนอกระเบียงริมสระว่ายน้ำมีเฟอรฺนิเจอร์หรูสำหรับคู่รักนอนดูดาวและคืนนี้ชั้นสิบมีลูกค้าเข้าพักเต็มทุกห้องถึงแม้จะอยู่ในช่วงโลว์ซีซั่นของเมืองไทยแต่นักท่องเที่ยวต่างชาติจับจองห้องพักกันตลอดทั้งปี
“หนูลินง่วงก็ไปงีบก่อนพี่ได้นะคะ กะกลางคืนไม่ค่อยมีปัญหาเหมือนตอนกลางวันหรอกค่ะ” จันดาบอกน้องใหม่ของทีมเพราะตอนกลางวันแขกก็จะไปเที่ยวโน่นนี่พนักงานอย่างพวกเธอต้องนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวและจัดรถจัดไกด์นำเที่ยวเตรียมความพร้อมให้แขกวีไอพีสมกับที่พวกเขาจ่ายแพงและได้รับความสะดวกสบายตลอดเวลา
“ไม่เป็นไรค่ะลินยังไหวค่ะ” บุลินบอกรุ่นพี่เพราะตอนนี้เพิ่งจะตีสองเองและเธอเข้ากะดึกเดือนละหนึ่งอาทิตย์เหมือนพนักงานทุกคนเพราะจะหมุนเวียนกัน
“งั้นพี่ฝากแป้บหนึ่งนะพอดีแฟนพี่เขาไม่สบายนอนอยู่ที่ห้องโทรไปก็ไม่รับสายพี่ขอหัวหน้าไว้แล้วว่าขอเวลาครึ่งชั่วโมงพี่จะรีบกลับมาค่ะ” จันดาบอกบุลินที่นั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์
“ได้ค่ะพี่จัน ลินอยู่ได้ค่ะ” บุลินบอกรุ่นพี่เพราะโรงแรมนี้ปลอดภัยมี รปภ เฝ้าทุกชั้นยิ่งโซนวีไอพีจะเข้มงวดความปลอดภัยให้แขกมากเป็นพิเศษเพราะส่วนมากจะเป็นมหาเศรษฐีคนมีชื่อเสียงไม่ว่าจะเป็นดารานักร้องชาวต่างชาติที่จะมาพักเป็นการส่วนตัวและทางโรงแรมต้องเก็บเป็นความลับยกเว้นจะได้รับอนุญาตถึงจะออกสื่อว่ามีคนดังมาพักเพื่อเรียกลูกค้าซึ่งเป็นการตลาดของโรงแรมทั่งไปที่ใช้ได้ผลดี
“พี่ไปนะ หากมีอะไรก็โทรหาพี่นะคะ” จันดาบอกน้องใหม่แล้วเธอก็เดินไปที่ลิฟต์จึงเหลือแต่บุลินที่นั่งเฝ้าเคาน์เตอร์คนเดียวและแอบเล่นไลน์แก้ง่วง
วีวี่...ทำไรยุ หรือแกแอบหลับยะชะนีหนูลิน
นู๋ลิน.. จะบ้าเหรอลินทำงานยู่ย่ะ
วีวี่.. มีหนุ่มหล่อล่ำบ้างไหมอ่ะแก
นู๋ลิน.. ไม่มีเห็นแต่แก่ๆมีครอบครัวทั้งนั้น
วีวี่.. ว้าน่าเสียดายจัง
นู๋ลิน.. แกไม่หลับไม่นอนเหรอวีวี่ นี่มันตีสามแล้วนะ
วีวี่.. กลัวแกเหงาน่ะสิ
นู๋ลิน.. ขอบใจย่ะ แกต้องการอะไรล่ะ
วีวี่.. เปล้า ไม่มี้
นู๋ลิน.. เสียงสูงปานนั้น
วีวี่.. ชะนีหนูลินก็ รู้ทันเพื่อนตลอดเลยอ่ะ
นู๋ลิน.. ก็แหงล่ะสิ เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เจ้าเจี้ยวแกเท่าพริกขี้หนูนิ ฮ่าฮ่าๆๆ
วีวี่.. ยัยชะนีหนูลิน คอยดูนะฉันจะมีเหมือนแกให้ดู ฮึ
นู๋ลิน.. จริงดิ แกกล้าเหรอวีวี่ แต่ว่าตอนนี้แกมีไอ้นั่นเอาไว้ฉี่แค่นั้นนี่ คิกคิก
วีวี่.. ไม่คุยกับแกแล้ว พรุ่งนี้จะไปหาที่บ้านนะ
นู๋ลิน.. จร้า
วีวี่.. เคร คืนนี้ขอให้โชคดีน้ำตกถึงท้องนะยะชะนีหนูลิน ฮ่าฮ่าๆ
นู๋ลิน.. ไอ้บ้าเดช พูดน่าเกลียด แต่ลินกินน้ำลงท้องไปแล้วจ้ะ คิกคิกๆๆ.."
จากนั้นสองสาวก็ส่งสติ้กเกอร์หัวใจให้กันบุลินยิ้มขำเพื่อนที่มักจะแซวเธอกับเพื่อนๆบ่อยๆจึงเป็นเรื่องตลกขบขันกันไปจากนั้นก็ไปเข้าห้องน้ำและชงกาแฟร้อนมาจิบแก้ง่วงเพราะจันดาโทรมาบอกว่าพาสามีไปส่งโรงพยาบาลก่อนแล้วจะรีบกลับมาทำงานต่อแต่บุลินบอกอยู่ได้ให้จันดาดูแลสามีที่โรงพยาบาลเพราะรุ่นพี่ได้โทรลางานกับผู้จัดการแล้ว เหมือนกับว่าคืนนี้เป็นการทดสอบการทำงานของบุลินที่ต้องอยู่กะคนเดียวและงานคืนแรกของบุลินผ่านไปด้วยดีไม่มีปัญหาอะไรแล้วอาทิตย์นี้เธอก็อยู่กะกลางคืนทั้งอาทิตย์ก่อนกะเช้าจะมาเปลี่ยน
“เป็นยังไงบ้างจ้ะหนูลินทำงานคืนแรกก็บินเดี่ยวเลยน่ะ” พาทีหนุ่มหล่อหัวใจสาวถามน้องใหม่ของทีมเขาที่ต้องดูแลแขกวีไอพี
“ก็กลัวแทบแย่ค่ะ แต่ก็ผ่านมาได้อย่างระทึกจนลินตาแข็งทั้งคืนเลยค่ะ” บุลินตอบรุ่นพี่ที่ทำงานมาก่อนเธอและคล่องแคล่วกันมากแต่อนาคตเธอก็อาจจะทำได้เหมือนพวกรุ่นพี่
“ไม่เป็นไรหรอกหนูลิน เดี๋ยวก็เก่งเองจ้ะใหม่ๆก็อย่างนี้กันทุกคนค่ะ สู้ๆค่ะ ไปพักเถอะจ้ะ” วิลาวัลย์คู่กะของพาทีบอกน้องใหม่คนสวยอย่างเอ็นดูเมื่อเห็นตาแดงๆของบุลินจึงบอกให้ไปพัก
"ลินไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ" บุลินจึงบอกลารุ่นพี่ทั้งสองแล้วเดินลงลิฟต์ไปชั้นล่างเพื่อกลับบ้านเพราะเธออยากนอนพักมากกว่า
หลังจากเมื่อวานเดม่อนเข้าไปคุยกับคุณตาแป๊บเดียวแล้วเขาต้องรีบกลับมาคุยเรื่องการแข่งเอฟวันกับเพื่อนรักที่เป็นคนขับเองจึงไม่ได้คุยเรื่องงานวันนี้เขาจึงไปกินอาหารเช้ากับคุณตา
เดม่อนออกจากลิฟต์และเดินผ่านแขกและพนักงานที่กำลังทำงานและกวาดสายตามองไปรอบตัวแว๊บเดียวชายหนุ่มก็เดินออกประตูไปที่รถโดยมีแค่ลูกน้องเดินตาเป็นพรวนราวกับมาเฟียจนไปถึงรถชายหนุ่มก็ให้คนสนิทตามไปด้วยแค่สองคนส่วนที่เหลืออยู่รอที่โรงแรมเพราะเจ้านายไปแค่บ้านคุณตาซึ่งไม่มีใครรู้จักเดม่อนต่างจากที่โมนาโกชื่อของเดม่อนอยู่อันดับต้นๆของนักธุระกิจอายุน้อยแต่ฝีมือการทำงานเก่งกาจสามาพาธุรกิจของครอบครัวเติบโตยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัวซึ่งนับเม็ดเงินก็มหาศาลทีเดียวและเขาก็ไม่ได้สนใจพนักงานของตัวเองจึงทำให้พนักงานสาวๆเสียดายที่หนุ่มฝรั่งรูปหล่อที่ไม่สนใจสาวไทย เมื่อรถจอดเดม่อนก็ลงที่บ้านคุณตาชายหนุ่มก็ลงจากรถเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับลูกน้องทั้งสอง
“โฮ่ง โฮ่งๆๆ..” คุณดีดี้ก็เห่าฝรั่งที่มาใหม่เสียงดังเพราะนานๆจะเห็นหนุ่มหล่อ
“คุณดีดี้ หยุดนะ.”เสียงแหลมเอ็ดใส่คุณดีดี้ที่เงียบทันทีเพราะเจ้านายเดินออกมามันจึงกระดิกหางใส่วีรเดชที่ออกมาดู
“พี่ว่าแกจะให้เกียรติหมามากไปหรือเปล่านายเดช.” เดม่อนล้อน้องชายที่เรียกหมาว่าคุณอย่างให้เกียรติ
“พี่เดฟ วีวี่บอกว่าให้เรียกวีวี่ไงคะ” เสียงแหลมกระเง้ากระงอดใสพี่ชายที่ยังเรียกชื่อเดิมของเธอ
“ก็ มันชินนี่นา พี่เรียกนายเดชมาเท่าอายุนาย เอ่อ เท่าอายุวีวี่ พี่ขอเรียกเหมือนเดิมได้มั้ยอ่ะ” เดม่อนถามน้องชายใจหญิงที่แว้ดใส่เขาหากเป็นคนอื่นเขาคงไล่ตะเพิดไปแล้วแต่นี่วีรเดชเป็นน้องชายคนเล็กของตระกูลทางแม่สืบทอดต่อและดูเหมือนว่าป้าของเขาจะไม่มีทายาทสืบสกุลต่อแน่
“ไม่ได้ค่ะ วีวี่ค่ะจำไว้ เข้าไปในบ้านกันค่ะคุณตารออยู่” วีรเดชก็เดินสะบัดสะโพกนำหน้าพี่ชายและคนสนิทที่ขำเจ้านายลืมชื่อน้องชายเข้าไปในบ้านเพราะคุณตารออยู่
“เฮ้อ ฉันละเสียดายหน้าหล่อของแกจริงๆนะวีวี่ ป้าไอจะไร้ทายาทจริงๆหรือนี่ หึหึๆ” เดม่อนพูดตามหลังน้องชายที่หันมาค้อนเขาจึงส่ายหน้าแล้วเดินเข้าไปในบ้าน
“สวัสดีครับคุณตา” ชายหนุ่มกอดคุณตาที่ยิ้มดีใจที่ได้เจอหลานชายเพราะช่วงหลังมานี้ท่านขี้เกียจเดินทางเพราะอายุเยอะจึงไม่ได้ไปโมนาโกบ่อยเหมือนสมัยก่อนที่ท่านจะไปดูการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวันแทบทุกปี
“สวัสดีเจ้าภูผา สวัสดีหนุ่มๆ มากินอาหารเช้ากันก่อนลูก” คุณตารับไหว้หลานชายและเรียกคนสนิทของหลานชายก่อนจะบอกทุกคนไปกินข้าวด้วยกันเพราะท่านได้ให้แม่บ้านเตรียมไว้
เดม่อนรับประทานอาหารเช้ากับคุณตากับน้องชายและคุยกันไปเมื่ออิ่มก็ย้ายไปคุยกันที่ห้องรับแขกสุดหรูก่อนที่คุณไอราก็มาร่วมวงด้วยอีกคน
“งานที่ป้าส่งไปให้ดูเป็นยังไงบ้างเดฟ ป้าว่าตอนนี้เศรษฐกิจเมืองไทยไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักท่องเที่ยวก็เข้ามาน้อยถึงแม้เราจะกระทบไม่มากแต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าโรงแรมของเราทำรายได้มาดีตลอดถึงแม้แขกจะลดไปบ้างป้าว่าเราต้องคิดโปรโมชั่นใหม่ที่น่าสนใจเพื่อดึงดูดลูกค้าดีมั้ย” คุณไอราเสนอหลานชาย
“ผมว่าตอนนี้ทุกโรงแรมหรือแม้แต่บริษัทมากมายก็ได้รับผลกระทบกันหมดผมอยากรอให้มันผ่านไตรมาตรแรกไปก่อนหากแขกลดลงเราก็ทำเหมือนที่ป้าไอพูดครับ”
“ก็ได้ลูก ป้าน่ะร้อนใจดูแลโรงแรมมาสิบกว่าปีทำกำไรงามทุกปีแต่ปีมันคงเป็นเศรษฐกิจจริงๆนั่นแหละ” คุณไอราก็คิดแบบนี้แต่เธอก็ต้องคุยกับหลานชายเพราะเดม่อนเป็นเจ้าของโดยตรงเธอก็แค่ดูแลให้ก็เท่านั้นเอง
“ป้าไออย่าไปคิดมากครับยังไงโรงแรมเราก็มีผลกำไรมากพอเลี้ยงพนักงาน เดี๋ยวผมจะทำตลาดเจาะกลุ่มโซนยุโรปทั้งหมดคิดว่าน่าจะได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นครับ” ทั้งหมดนั่งปรึกษาเรื่องงานกันอย่างออกรสแต่วีรเดชกลับนั่งหาวเพราะฟังเข้าหูแต่ไม่เข้าหัวเพราะสมองของเขาไม่รับงานพวกนี้เลย
“เจ้าเดชตั้งใจฟังหน่อยสิเป็นซะอย่างนี้เมื่อไหร่แกจะทำได้ล่ะ” คุณตาว่าหลานชายใจหญิงที่หัวไม่ไปด้านนี้เลยสักนิดแต่ท่านก็เข้าใจและไม่บังคับ
“คุณตาขา วีวี่ค่ะวีวี่..” วีระเดชร้องขัดคุณตาที่เรียกชื่อเดิมทั้งที่ชื่อที่เขาเปลี่ยนแสนจะเพราะพริ้งแต่ทุกคนก็ลืมเรียกแต่นายเดชเจ้าเดช
“ตาจะเรียกเจ้าเดชอย่างนี้แกจะทำไมฮ้ะ ตาอุส่าตั้งชื่อให้โคตรแมนแต่ดูสิ เฮ้อ..” คุณตาอนลไม่ได้รังเกียจหรือโกรธที่หลายชายคนเล็กเป็นแบบนี้แต่ท่านเรียกของท่านมาตั้งแต่เด็กแล้วท่านก็เป็นคนตั้งชื่อให้อีกด้วยแล้วไอ้หลานชายตัวดีมันจะมาเปลี่ยนน่ะเหรอ ไม่มีทางอ่ะ