พลอยใสออกจากลิฟต์ด้วยความอารมณ์เสีย เธอรีบก้าวยาว ๆ เข้าไปในห้องและเดินตรงเข้าไปในห้องนอนทันที
เธอรีบเดินถือเสื้อผ้าเข้าห้องน้ำ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเห็นหน้าสามีแล้วทำให้อารมณ์แย่ลงมากกว่าเดิม หญิงสาวขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำอยู่พักใหญ่ก่อนที่จะทำใจออกจากห้องน้ำ ด้วยความหวังที่ว่าสามีปากร้ายจะนอนหลับไปแล้ว
แต่ทว่าความคิดของเธอกลับผิดคาด เพราะว่าเมทัสยังคงนั่งรอเพื่อที่จะพูดคุยกับเธอในเรื่องของการทำงานที่โรงพยาบาลเดียวกัน
“กว่าจะออกมา นึกว่าคืนนี้จะนอนในห้องน้ำซะอีก ไม่ขนเตียงไปด้วยเลยล่ะ” คำพูดเสียดสีและประชดประชันทำให้หญิงสาวที่พึ่งเดินออกมาจากห้องน้ำเริ่มหัวเสียขึ้นมาอีก
เธอถึงกับทำหน้างอใส่เขาทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะไม่พอใจกันมากแค่ไหน เธอก็ไม่เคยหน้างอใส่เขาเลยสักครั้ง แต่วันนี้มันอดไม่ได้จริง ๆ “มีอะไรจะพูดก็พูดมา อย่าเสียเวลา”
“เธอคงรู้เรื่องที่ต้องไปทำงานที่โรงพยาบาลเดียวกันแล้วใช่ไหม”
“ใช่”
“ฉันแค่จะบอกว่า ถึงเราจะทำงานที่เดียวกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอจะทำตัวเป็นเจ้าของฉัน หรือว่าแจ้นไปบอกใครต่อใครว่าเราเป็นอะไรกัน” เมทัสร่ายคำยาวออกมาหลายประโยค
เขาไม่ต้องการให้ใครต่อใครรู้ถึงความสัมพันธ์ของเขาและเธอ เพราะการแต่งงานเขาก็ไม่ได้ลงสื่อมากเท่าไหร่ คนที่โรงพยาบาลก็มีไม่กี่คนที่รู้ว่าเขาแต่งงานแล้ว และคนเหล่านั้นก็เป็นคนเก่า ๆ ที่รู้จักกับพ่อของเขาเท่านั้น จึงไม่มีใครเอามาพูดกันเรื่อยเปื่อย
“ฉันก็ไม่ได้อยากจะป่าวประกาศว่าคุณกับฉันเป็นอะไรกัน และก็ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันไม่เสนอหน้าไปบอกใครต่อใครว่าฉันเป็นอะไรกับคุณแน่นอน” ราวกับมีใครเอาเข็มมาทิ่มที่อกข้างซ้าย
นอกจากอารมณ์เสียกับความปากร้ายของสามีก่อนหน้านี้แล้ว ตอนนี้พลอยใสกลับต้องมาอดทนฟังคำพูดประชดปนความดูถูก ราวกับว่าเขาอายที่ต้องให้คนที่โรงพยาบาลรู้ว่าเขาแต่งงานกับเธอ
“คิดได้แบบนั้นก็ดี” ร่างสูงของคนเป็นสามีในนามลุกขึ้นจากโซฟา เขาตั้งใจจะเดินออกจากห้องนอนเพื่อที่จะไปนอนอีกห้องที่อยู่ข้าง ๆ แต่เหมือนว่าจะคิดอะไรบางอย่างออกขึ้นมา จึงหันกลับมามองภรรยาสาวอีกครั้ง
“และอีกเรื่อง อย่าไปเที่ยวไปไหนมาไหนกับผู้ชายที่ไม่ใช่สามีสองต่อสอง มันทุเรศ” เขาใช้คำพูดเจ็บแสบทะลุทะลวงกัดกินหัวใจของคนเป็นภรรยาอีกครั้ง
ในเมื่อคุณหมอหนุ่มยิ่งห้าม ก็เหมือนว่าเธอจะอยากทำให้เขาอึดอัดจนอกแตกตาย ทำตัวไม่สนใจเธอแต่กลับสั่งห้ามไม่ให้เธอไปไหนมาไหนกับชายอื่น ฝันไปเถอะ!
“ถ้ามีคนชวนฉันก็คงต้องไปนะคะ เพราะฉันเป็นคนมีมารยาท” แพทย์สาวสวยพูดจบเธอก็ไม่สนใจคู่สนทนาปากร้ายอีก
พลอยใสเดินไปอีกด้านแล้วล้มตัวลงนอนที่เตียงกว้างพร้อมกับปิดไฟที่หัวเตียงทันที ทิ้งให้คนปากเปราะจ้องมองมาทางเธอด้วยสีหน้าที่ถมึงทึง แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรเธอได้
เมทัสโมโหกับคำพูดตอบโต้จนรู้สึกว่าภรรยาสาวท้าทายขีดความอดทนของเขา ขายาวก้าวเข้าไปที่ขอบเตียงโน้มตัวลงไปจับสองแขนของเธอ แล้วใช้ตัวเองล็อกให้เธอขยับขัดขืนไม่ได้
คนใต้ร่างพยายามขยับตัวแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ สองตากลมโตจ้องเขม็งไปที่คนเผด็จการ ริมฝีปากบางเตรียมจะเอ่ยคำพูดออกมาแต่กลับถูกริมฝีปากได้รูปของอีกคนปิดไว้จนสนิท
จูบร้ายจากคนเจ้าอารมณ์บดขยี้จนร่างบางน้ำตาซึม ทว่านอกจากจะไม่มีความปรานีแล้ว ชายหนุ่มยังคงดูดดื่มกับรสจูบจนเปลี่ยนความดุร้ายกลายเป็นเร่าร้อน ลิ้นหนาทะลวงเข้าไปในโพรงอุ่นฟอนเฟ้นชิมความหวานอย่างเอาแต่ใจ
พลอยใสอ่อนระทวยไปกับประสบการณ์จูบที่เขาปรนเปรออย่างหนักหน่วงนาทีแล้วนาทีเล่าผ่านไป เรี่ยวแรงที่เคยต่อต้านกลับกลายเป็นยอมรับแล้วเปลี่ยนเป็นให้ความร่วมมือ ลิ้นเล็กพร้อมเกี่ยวกวัดรัดลิ้นหนาอย่างเงอะงะ ราวกับเด็กน้อยที่ถูกสอนจากคนมีประสบการณ์
ครืด ครืด ครือ
เสียงโทรศัพท์มือถือของพลอยใสสั่นอยู่บนโต๊ะเล็กข้างหัวเตียงปลุกให้คนที่เคยเอ่ยปากว่าเกลียดเธอนักหนามีสติขึ้นมา
“อย่ามาปากเก่งอีกไม่งั้นคงรู้นะว่าจะโดนอะไร” คนปากร้ายผละจากร่างเล็กของพลอยใสอย่างนึกรังเกียจ ก่อนเดินจากไปยังไม่วายสบถคำข่มขู่ให้ได้ยิน
พลอยใสหันหน้าหนีด้วยอารมณ์ซับซ้อน ในใจพลันรู้สึกบางอย่างอย่างบอกไม่ถูก มือเล็กเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มากำไว้จนแน่น แต่ก็ยังไม่คิดจะกดรับสายที่โทรเข้ามา
เช้าของอีกสามวันต่อมา
สองสามีภรรยา ตื่นตามนาฬิกาปลุกของร่างกายแม้ว่าจะนอนกันคนละห้องก็ตาม ด้วยความที่ทั้งสองเป็นหมอทั้งคู่ทำให้พวกเขาแต่ตื่นเช้าในทุกวันโดยไม่ต้องรอให้โทรศัพท์ที่ตั้งเวลาปลุกไว้แจ้งเตือนขึ้นมา
เพราะคำสั่งของมารดาทำให้นายแพทย์หนุ่มต้องจำใจไปทำงานพร้อมกับภรรยาสาว และแน่นอนว่าการมาของพลอยใสครั้งนี้ เธอไม่ได้มาเงียบๆ แต่กลับมีประกาศติดบอร์ดของโรงพยาบาลอย่างชัดเจน ทำให้ข่าวที่ว่าภรรยาสาวของนายแพทย์หนุ่มลูกเจ้าของโรงพยาบาลมาทำงานที่นี่ด้วย และเมทัสรู้ได้เลยทันทีว่านี่เป็นฝีมือของใคร
เขาต้องทนต่อสายตาของบุคลากรในโรงพยาบาลที่เอาแต่จับจ้องมาทางเขาที่กำลังเดินเข้าห้องทำงานอย่างอดทนอดกลั้น
“ห้องทำงานคุณอยู่ถัดไปสามห้องจากห้องผม เดินไปเองนะ ไม่ไปส่ง” น้ำเสียงเย็นชาดูไม่สนใจของเมทัสที่พลอยใสเริ่มจะชินชาดังขึ้น
แพทย์สาวพยักหน้ารับเงียบ ๆ ก่อนจะเดินต่อไปที่ห้องทำงานของเธอตามที่เขาบอกเธอเมื่อครู่ ห้องทำงานนี้แม่สามีได้จัดเตรียมไว้ให้ตั้งแต่ตอนที่โทรคุยกันเมื่อหลายวันก่อน ร่างเล็กของคุณหมอพลอยใสยังไม่ทันได้นั่งลงที่เก้าอี้ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมาจนเจ้าห้องหน้าใหม่ต้องหันไปมอง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เชิญค่ะ”
“สวัสดีจ้ะพลอยใส” น้ำเสียงสดใส บวกกับสีหน้าที่ยิ้มแย้มของแม่สามีทำเอาคนเป็นลูกสะใภ้ถึงกับยิ้มรับคำทักทายแทบไม่ทัน
“สวัสดีค่ะ คุณแม่ มีอะไรจะคุยกับพลอยแน่เลย ถึงมาหาแต่เช้า”
“ใช่จ้ะ แม่มีเรื่องจะคุยด้วย”
“เรื่องอะไรเหรอคะ”
“คือว่าที่แม่ให้เรามาทำงานที่นี่ ก็เพราะว่าแม่อยากให้เราอยู่ใกล้กับเมทัส และช่วยดูแลเขาระหว่างที่อยู่ทำงานหน่อย รายนั้นไม่ค่อยทานข้าว ทำแต่งาน แม่ก็กลัวว่าจะเป็นอะไรไป ถึงจะเป็นหมอแต่ไม่ดูแลร่างกายตัวเอง ก็ป่วยได้เหมือนกันนะ” คำพูดของแม่สามี ทำให้ลูกสะใภ้ถึงกับต้องฝืนยิ้มออกมา
เพราะเธอและสามีได้ตกลงกันแล้วว่าจะไม่ยุ่งวุ่นวายกันและกัน แต่เมื่อเป็นคำสั่งของผู้ใหญ่เธอก็ไม่อาจจะขัดใจท่านได้ หญิงสาวแอบหนักใจเล็กน้อย
ลำพังที่อยู่ด้วยกันที่คอนโดทั้งคู่ก็เหมือนไม่ได้อยู่ด้วยกัน เพราะต่างคนต่างใช้ชีวิตแยกกัน กับข้าวที่เธอทำ เขาคนนั้นยังไม่แม้แต่จะแตะต้องเลยด้วยซ้ำ แล้วที่ทำงานที่มีสายตาหลายคู่จับจ้อง เขาไม่มีทางให้เธอเข้าใกล้แน่นอน แต่ยังไงก็ต้องรับปากแม่สามีไปก่อน ไม่อย่างนั้นเธอจะทำอะไรได้ล่ะ
“ได้ค่ะ เรื่องนั้นคุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”
“ขอบใจนะจ๊ะลูกพลอย เราเองก็อย่าลืมดูแลตัวเองนะ แม่อยากมีหลานแล้ว” มือของหญิงวัยกลางคนยกขึ้นมาแตะที่ไหล่ของหญิงสาวที่อ่อนกว่า พร้อมกับยิ้มกริ่มให้ด้วยความรักและความเอ็นดูที่มีต่อลูกสะใภ้ตรงหน้า
ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้ว่าทั้งคู่มีปัญหากัน แต่ในเมื่อแต่งงานกันแล้วเธอก็อยากให้ลูก ๆ ใช้ชีวิตร่วมกันให้ดี
“ค่ะคุณแม่ แต่ว่าช่วงนี้พลอยอาจจะขอทำงานก่อนนะคะ เดี๋ยวอีกสักปีสองปีพลอยจะมีหลานให้ค่ะ” พลอยใสทำได้เพียงรับปากไปก่อน ยังไงแล้วคนเราก็ไม่ใช่ว่าอยากมีลูกแล้วจะมีกันได้ง่าย ๆ นี่นา อีกหน่อยก็ค่อยคิดหาข้ออ้างไปเรื่อย ๆ ก็แล้วกัน
“จริงนะ อย่างหลอกให้คนแก่ดีใจเล่นล่ะ” คำพูดของเด็กสาวเหมือนเป็นยากระตุ้นร่างกาย ทำให้หญิงวัยกลางคนอย่างแม่สามีมีความหวัง เธออยากเห็นเด็กตัวเล็กวิ่งเล่นในบ้าน อยากได้ยินเสียงใส ๆ เรียกคุณปู่คุณย่า แม่สามีได้ฟังถึงกับยิ้มไม่ยอมหุบเลย
“ค่ะ คุณแม่” มือบางจับไปที่มือของหญิงสาวสูงวัยคล้ายกับจะสัญญา
คุณหมอสาวแอบคิดในใจ หากว่าเธอไม่เลิกรากับลูกชายของแม่สามีเสียก่อน และหากว่าเมทัสรักเธอ เธอก็พร้อมที่จะมีลูกให้กับแม่สามีคนนี้ แต่...จะมีวันนั้นไหมเธอก็ตอบไม่ได้เช่นกัน
“เอาเป็นว่าแม่ไปทำงานก่อนดีกว่า เดี๋ยวพลอยจะได้เตรียมตัวทำงานด้วย วันไหนว่าง ๆ ก็ให้เมทัสพากลับไปทานข้าวที่บ้านบ้างนะลูก”
“ไว้เดี๋ยวพลอยบอกกับเมทัสให้นะคะ”
หญิงสาวสูงวัยเดินออกจากห้องทำงานของลูกสะใภ้ได้สักครู่ เธอก็เดินมาที่ห้องทำงานของลูกชายทันที ที่เธอย้ายให้พลอยใสมาทำงานที่เดียวกับลูกชาย ไม่ใช่เพียงแค่ต้องการให้ลูกสะใภ้มาดูแลลูกชายเท่านั้น
แต่เธอรู้ดีว่าระว่างลูกชายและลูกสะใภ้มีเรื่องที่ต้องสะสาง และดูเหมือนว่าเรื่องที่ทำให้ทั้งสองต้องห่างเหินกันจากเพื่อนสนิทกลับกลายเป็นไม่รู้จัก เธอจะต้องรู้ให้ได้ว่าอะไรคือต้นเหตุที่ทำให้ทั้งคู่ไม่เหมือนเดิม
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เชิญครับ”
“อ้าวคุณแม่ มีอะไรรึเปล่าครับ”
“แม่แค่จะเข้ามาคุยด้วยไม่กี่คำ เมื่อกี้แม่ไปห้องทำงานของพลอยใสมา”
“แล้วยังไงเหรอครับ”
“ก็ไม่มีอะไร แม่ก็แค่จะมาบอกเราว่า ว่าง ๆ ก็พาพลอยใสไปทานข้าวที่บ้านบ้าง”
“ช่วงนี้ผมยุ่ง ๆ นะครับ ถ้าว่างเดี๋ยวผมจะพาเธอไป”
คำพูดเย็นชาไร้ความรู้สึกถูกพ่นออกมาจากปากลูกชาย ทำให้ผู้เป็นแม่ถึงกับเหนื่อยใจอย่างบอกไม่ถูก เธอเป็นแม่ ทำไมจะดูไม่ออกว่าลูกชายของเธอลึก ๆ แล้วมีความรู้สึกอะไรซ่อนอยู่ภายใต้หัวใจที่เย็นชานั้น
“งั้นเสาร์นี้ พาหนูพลอยมานะ เราไม่มีเวรนี่ แม่รู้และหนูพลอยก็ไม่มีเหมือนกัน” คนเป็นแม่จัดแจงวันเวลาเสร็จสับก่อนจะเดินออกไป ทิ้งให้ลูกชายได้แต่มองตามอย่างไม่ชอบใจกับการโดนบังคับแบบนี้ แค่คิดว่าต้องอยู่กับภรรยาที่เขาไม่ได้รักก็อึดอัดแทบหายใจไม่ออกแล้ว