“พี่อาทิตย์เรากำลังมีลูกด้วยกันค่ะ” แพรวที่พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
ต่างจากผม
“เธอว่าอะไรนะ?” ผมถามเธอกลับไปเมื่อได้ยินสิ่งที่เธอบอก
“แพรวท้องค่ะ” เธอบอกผมเสร็จก็โผเข้ากอดผมทันที
“.....” ผมได้แต่ยืนนิ่ง มันช็อกไปหมด
“พี่อาทิตย์ดีใจไหมคะ” แพรวถามผมอีกครั้ง
“เธอตั้งใจใช่ไหม!” ผมผลักเธอออกแล้วตะคอกถามเธอ
ผมรู้ว่าเธอตั้งใจเพราะผมกับเธอมีอะไรกันมาเป็นปีแต่เธอไม่ท้อง แต่พอเธอรู้ว่าผมจะแต่งงานเธอเลยเลือกที่จะปล่อยให้ตัวเองท้องเพื่อผูกมัดผมไว้
“พี่อาทิตย์ไม่ดีใจเหรอคะ” แพรวไม่ตอบคำถามผม แต่เลือกจะถามผมกลับ
“ทำแบบนี้ทำไม เธอคิดว่าลูกจะผูกมัดฉันได้เหรอ!” ผมบอกให้เธอรู้ ถึงจะมีลูกแต่เธอไม่สามารถผูกมัดผมได้หรอกนะ ถึงผมจะรับผิดชอบลูกก็เถอะ
“พี่อาทิตย์จะไม่รับผิดชอบเหรอคะ” เธอถามผมออกมาพร้อมน้ำตา
“ทุกอย่างระหว่างฉันกับเธอจะยังเหมือนเดิม ฉันจะส่งเสียค่าเลี้ยงดูให้เธอกับลูก” ผมบอกเธอไปตามตรง
ถึงจะมีลูกแต่ถึงยังไงผมก็รักแพรวไม่ได้เพราะใจผมมีแต่เอย แล้วถ้าจะถามว่าทำไมผมไม่ป้องกันก็เพราะเธอเป็นคนแรกของผมไง แล้วที่สำคัญคือมันได้อารมณ์กว่าไง อีกอย่างมันก็เป็นปีเลยที่ไม่มีอะไรพลาด แต่ใครจะรู้ว่าเธอจะเล่นสกปรกแบบนี้ แต่ผมก็โง่เองแหละที่ไว้ใจคนอย่างเธอ
“ไม่ แพรวไม่ยอม แพรวไม่ยอมให้ลูกแพรวเป็นเด็กไม่มีพ่อหรอกนะ!” เธอบอกผมมาอย่างไม่ยอมแพ้
“ถ้าไม่ยอมก็ไปเอาเด็กออกซะ หรือจะออกไปจากชีวิตฉันละ” ผมไม่ได้ขู่ครับผมพูดจริง
“พี่อาทิตย์” แพรวเรียกผมด้วยน้ำเสียงที่ผิดหวัง
“ถ้ายังอยากมีฉันและเก็บลูกไว้ก็อยู่ในที่ของตัวเอง แล้วฉันจะรับผิดชอบเธอกับลูกมาหาเธอกับลูกเหมือนเดิม” ผมให้เธอได้แค่นี้จริงๆ
“ทำไมพี่ทำกับแพรวแบบนี้ ถ้าพี่ไม่แต่งงานกับแพรว แพรวจะฆ่าตัวตาย” และนี่แหละที่ทำให้ผมเริ่มจะเกลียดเธอ
“อยากตายก็เรื่องของเธอ ชีวิตของเธอเธอยังไม่เห็นค่า แล้วทำไมฉันต้องสนใจวะ!” ผมบอกเธอไปตามตรง จะบอกว่าไม่สนใจก็ใช่ แล้วที่พูดนี่อยากให้คิดได้มากกว่า
“พี่อาทิตย์ แพรวขอโทษ แพรวรักพี่นะคะ” เมื่อเห็นว่าไม่ได้ผลเธอก็อ่อนลงและเข้ามากอดผม
“ถ้ายังอยากมีฉันอยู่ก็ทำตามที่ฉันบอก”
“ค่ะ แพรวจะทำตามที่พี่อาทิตย์บอก” เธอตกลงกลับมา แต่ผมก็ไม่ค่อยเชื่อใจเธอเท่าไหร่หรอกนะ
“ถ้าเธอเล่นสกปรกอีกครั้ง เธอจะไม่ได้อะไรสักอย่าง” ผมบอกให้เธอรู้ว่ายังไงผมก็ไม่ยอมที่จะเป็นของเธอเด็ดขาด
“ค่ะ แต่วันนี้พี่อาทิตย์อยู่กับแพรวได้ไหมคะ” เธอขอผม
“อืม ไปนอนไป” ผมบอกให้ไปนอนส่วนผมก็เดินเข้าห้องน้ำชำระร่างกาย
ผมไม่น่าเข้าดึงเธอเข้ามาในชีวิตผมเลย ผมยอมรับว่าผมผิดเอง แต่จะให้ผมทำยังไงคุณก็เห็นว่าเธอรักผมมากแค่ไหน รักจนเหมือนคนโง่ รักจนกลายเป็นคนขาดสติ จะให้ผมสลัดเธอทิ้งผมก็กลัวว่าเธอจะฆ่าตัวตายจริงๆ และถ้าเป็นแบบนั้นมันคงเป็นตราบาปในใจของผมไปตลอด เพราะต้นเหตุไม่ต้องสืบเลยว่ามาจากผม ผมเลยต้องเก็บเธอไว้แบบนี้
เอย
วันนี้ฉันตื่นขึ้นมาโดยที่ที่นอนข้างๆ ว่างเปล่า เมื่อคืนพี่อาทิตย์คงไม่ได้กลับสินะ เห็นบอกว่ามีธุระด่วนแต่ฉันก็ไม่ได้ถามหรอก เพราะมันเป็นเรื่องงานของพี่เขา ถ้าพี่เขาอยากบอกก็คงไม่บอกแค่ว่าไปทำธุระหรอก คงบอกแล้วว่าไปไหนทำอะไร
แต่การที่เขาเลือกจะพูดแบบนี้นั่นหมายความว่าเขาไม่ต้องการจะพูดอะไรมาก ฉันเลยไม่อยากถามอะไร อ้อเดือนนี้พี่อาทิตย์ไม่ให้ฉันไปทำงานแล้วนะเขาบอกว่าอยากให้เก็บตัวจะได้เป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุด(เวอร์ไปอีกว่าที่สามีฉัน)
ครืด ครืด ครืด
เสียงข้อความดังรัวจากโทรศัพท์ของฉัน ฉันเลยหยิบขึ้นมาดูก่อนจะเห็นว่าเป็นเบอร์แปลก ฉันเลยกดเข้าไปดูข้อความ เพราะเห็นส่งมาหลายฉบับ
Unknow :
ได้ส่งรูปภาพให้คุณ
ได้ส่งรูปภาพให้คุณ
ถ้าเธอไม่อยากพรากพ่อพรากลูก ก็ยกเลิกงานแต่งกับพี่อาทิตย์ซะ
เมื่อฉันเห็นรูปภาพและข้อความที่เบอร์แปลกส่งมาทำให้ฉันมืออ่อนจนโทรศัพท์ร่วง
ภาพแรกเป็นภาพที่พี่อาทิตย์นอนหลับเปลือยท่อนบน และภาพที่สองคือภาพที่ตรวจครรภ์ขึ้นสองขีดกับข้อความที่ส่งมายืนยันว่าผู้หญิงคนนี้ท้องและพ่อก็คือพี่อาทิตย์
ฉันจะต้องคุยกับพี่อาทิตย์ให้รู้เรื่องว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นยังไงกันแน่
แล้วถ้ามันเป็นเรื่องจริงละฉันจะรับไหวไหม อีกแค่ไม่ถึงเดือนเราก็จะแต่งงานกันแล้ว แต่ถึงยังไงถ้าเป็นเรื่องจริงฉันก็ไม่ใจร้ายพอจะพรากพ่อพรากลูกใครหรอกนะ
10.20 น.
ตอนนี้ฉันนั่งรอพี่อาทิตย์อยู่ที่ห้องนั่งเล่นและเขาก็ยังไม่กลับ ถ้าถามว่าทำไมไม่โทร ฉันโทรไปแล้วแต่ไม่มีคนรับ ฉันเลยต้องมานั่งรอเขาโดยไม่รู้ว่าเขาจะกลับมาตอนไหนแบบนี้ไง
แกรก!
แต่การรอคอยของคนเราก็ต้องมีสิ้นสุด เมื่อคนที่ฉันอยากเจอตอนนี้เขามาถึงแล้ว
“เอยมีอะไรหรือเปล่าพี่เห็นมิสคอลตั้งหลายสายแหนะ” พี่อาทิตย์ถามฉันอย่างร้อนรน แต่ไม่รู้ว่าเป็นของจริงหรือเสแสร้ง
“แล้วทำไมพี่อาทิตย์ไม่รับละคะ” ฉันถามออกไปด้วยความข้องใจ
“พี่ปิดเสียงไว้พี่เลยไม่ได้ยิน ว่าแต่เอยเป็นอะไรหรือเปล่าพี่เป็นห่วงแทบแย่” พี่อาทิตย์ยังคงถามฉันด้วยสีหน้าเดิม
“เปล่าค่ะ แล้วพี่อาทิตย์ไปไหนมาเหรอคะ เมื่อคืนถึงไม่ได้กลับ” ฉันถามพี่อาทิตย์ และเห็นเขามีอาการไหววูบแวบหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นปกติ
“พี่ไปทำธุระน่ะ พอดีมันดึกแล้วพี่เลยไม่อยากขับรถ” พี่อาทิตย์ตอบกลับ
“ธุระอะไรคะ แล้วพี่นอนที่ไหน บอกเอยได้ไหม” ฉันถามออกไปด้วยน้ำเสียงปกติไม่ได้แสดงอาการอยากรู้อยากเห็นออกไป
“ก็เรื่องงานแหละ แล้วก็เข้าไปนอนในออฟฟิต เอยอย่ารู้เลยเดี๋ยวจะปวดหัวเหมือนพี่” พี่อาทิตย์บอกฉันออกมาไม่ชัดเจน
“เอยไม่รู้ก็ได้ค่ะ แต่เอยถามอะไรพี่อาทิตย์หน่อยได้ไหมคะ” ฉันเอ่ยถามพี่อาทิตย์
“อะไรครับ” พี่อาทิตย์ถามกลับด้วยสีหน้าสงสัย
“พี่อาทิตย์มีอะไรปิดบังเอยไหมคะ” ฉันถามออกไปหยั่งเชิงเขา และดูท่าทีของพี่อาทิตย์
“ก็ไม่นี่ พี่จะมีอะไรปิดบังเอยละ” พี่อาทิตย์ตอบกลับมาด้วยความมั่นใจ
แต่เสียใจด้วยฉันมองทันได้เห็นสายตาของพี่อาทิตย์ที่บ่งบอกว่าไม่มั่นใจกับสิ่งที่พูด
“เรากำลังจะแต่งงานกัน ถ้าพี่มีอะไรปกปิด เอยอยากให้พี่บอกเอยนะคะ...”
“เพราะเราต้องใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน เอยไม่อยากให้เรามีความลับต่อกัน” ฉันยังคงหยั่งเชิงเขาเหมือนเดิม ฉันอยากรู้ว่าฉันเปิดทางให้ขนาดนี้แล้วเขายังเลือกจะปิดบังฉันอยู่ไหม
“ครับ ถ้าพี่มีอะไรพี่จะบอกเอยทุกอย่างไม่ปิดบังแน่นอน...”
“แต่ตอนนี้พี่ยังไม่มี เอยสบายใจได้เลยนะ” และพี่อาทิตย์ก็ยังเลือกที่จะปฏิเสธฉันเหมือนเดิม
งั้นก็คงต้องเอาหลักฐานให้ดูแล้วสินะ
“พี่อาทิตย์ช่วยดูนี่ให้เอยหน่อยได้ไหมคะว่าที่ไหน” ฉันบอกพี่อาทิตย์พร้อมกับหยิบโทรศัพท์มาเปิดรูปที่เซฟไว้ให้พี่อาทิตย์ดู
และอาการของพี่อาทิตย์ก็แสดงออกมาอย่างชัดเจน
“เอยไปเอารูปนี้มาจากไหน!” พี่อาทิตย์ถามฉันอย่างร้อนรน
“เอยว่าเอยไม่เคยใช้ผ้าปูสีนี้น่ะค่ะ เอยเลยสงสัยอยากให้พี่อาทิตย์ช่วยดูว่าเราเคยไปนอนที่ไหนที่ผ้าปูสีนี้ เพราะตามโรงแรงส่วนมากเขาใช้ผ้าปูสีขาว เอยก็เลยคิดไม่ออกค่ะ” ฉันยังคงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและถามพี่อาทิตย์
“.....” พี่อาทิตย์ดูกังวลและไม่พูดอะไรนอกจากนั่งมองรูปนั้นด้วยใบหน้าที่ดูเหมือนโกรธอะไรสักอย่าง
“อ๋อมีอีกรูปนะคะ นี่ค่ะมันหมายความว่าตั้งครรภ์ใช่ไหมคะ” ฉันบอกพร้อมยื่นรูปที่ตรวจครรภ์ให้พี่อาทิตย์ดูและทำเป็นถามเหมือนไม่มั่นใจในความหมายของมัน
“.....” พี่อาทิตย์เบิกตากว้าง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นดุดัน
“พี่อาทิตย์ว่าคนที่เขาส่งมาให้เอยนี่เขาต้องการสื่ออะไรเหรอคะ” ฉันทำเป็นใสซื่อถามพี่อาทิตย์ไป
“เอยบอกพี่ได้ไหมว่าใครส่งมาให้” พี่อาทิตย์หันมาถามฉัน
“ก็ใครสักคนนั่นแหละค่ะ พี่อาทิตย์อย่ารู้เลยเดี๋ยวปวดหัวเหมือนเอย” ฉันย้อนกลับคำที่เขาเคยพูดกับฉันก่อนหน้านี้พร้อมรอยยิ้มที่ทำเหมือนไม่ได้คิดอะไร
“เอย” พี่อาทิตย์เอ่ยเรียกชื่อฉันเบาๆ อย่างเลื่อนลอย
“อ้อแล้วมีข้อความด้วยนะคะ นี่ค่ะ” ฉันบอกพร้อมยื่นข้อความให้พี่อาทิตย์อ่าน
“.....” พี่อาทิตย์รับโทรศัพท์ฉันไปอ่านข้อความ
“พี่อาทิตย์รู้จักเธอไหมคะ เอยอยากจะฝากไปบอกเธอน่ะค่ะ...”
“ว่าถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง เอยก็จะคืนพ่อของลูกเธอให้ ไม่ต้องห่วง” ฉันพูดออกไปตามความจริง แต่ก็ยังคงเสแสร้งว่าไม่ได้คิดว่าเป็นพี่อาทิตย์
“เอย พี่...” พี่อาทิตย์ที่เหมือนจะอยากพูดอะไรออกมาแต่ก็เงียบไป
“ถ้าเราถูกคนรักหักหลังหรือหลอกลวงแบบนี้ เอยคงให้โอกาสเขาไม่ได้และเลือกเดินออกจากชีวิตเขาดีกว่า...”
“พี่อาทิตย์คิดเหมือนเอยไหมคะ” ฉันหันไปถามและยิ้มให้พี่อาทิตย์
“พี่ขอโทษ” พี่อาทิตย์พูดออกมาพร้อมน้ำตาที่ไหล
“.....” ช็อกสิคะ พูดได้แค่นี้
การที่ฉันนั่งคุยกับเขาแล้วแสร้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมันเจ็บก็จริง แต่มันยังไม่มีอะไรยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง แต่พอมันได้ยินเต็มสองหูแบบนี้ บอกได้แค่คำเดียวว่าช็อก นอกจากน้ำตาที่ไหลออกมาเองก็ยังมีลมหายใจเท่านั้นที่ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ แต่ที่เหลือมันไม่รับรู้อะไรแล้ว
“เอย พี่ขอโทษๆๆ” พี่อาทิตย์พร่ำคำขอโทษออกมา
“.....” ไม่รู้สิ เข้าใจคำว่าจุกจนพูดไม่ออกไหม นั่นแหละค่ะมันพูดอะไรไม่ออกจริงๆ
“พี่ขอโทษเอย พี่ผิดไปแล้ว” พี่อาทิตย์ลงมาคุกเข่าที่พื้นต่อหน้าฉัน
“.....” ฉันได้แต่เงียบไม่ใช่ไม่อยากพูด แต่มันพูดไม่ออกจริงๆ เหมือนจมน้ำ เหมือนหายใจไม่ออก
“เอยพูดกับพี่หน่อยได้ไหมครับ” พี่อาทิตย์พูดออกมาด้วยสายตาที่อ้อนวอน
“เรา... เลิกกัน” ใช่คำแรกที่ออกจากปากได้อย่างยากลำบาก มันหลุดออกไปแล้ว
ตอนนี้คำๆ นี้เท่านั้นที่เหมาะกับเรามากที่สุด เพราะต่อให้ฝืนต่อไปก็ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว