ตอนที่ 6 หักหลัง

2028 Words
“พี่อาทิตย์เรากำลังมีลูกด้วยกันค่ะ” แพรวที่พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม ต่างจากผม “เธอว่าอะไรนะ?” ผมถามเธอกลับไปเมื่อได้ยินสิ่งที่เธอบอก “แพรวท้องค่ะ” เธอบอกผมเสร็จก็โผเข้ากอดผมทันที “.....” ผมได้แต่ยืนนิ่ง มันช็อกไปหมด “พี่อาทิตย์ดีใจไหมคะ” แพรวถามผมอีกครั้ง “เธอตั้งใจใช่ไหม!” ผมผลักเธอออกแล้วตะคอกถามเธอ ผมรู้ว่าเธอตั้งใจเพราะผมกับเธอมีอะไรกันมาเป็นปีแต่เธอไม่ท้อง แต่พอเธอรู้ว่าผมจะแต่งงานเธอเลยเลือกที่จะปล่อยให้ตัวเองท้องเพื่อผูกมัดผมไว้ “พี่อาทิตย์ไม่ดีใจเหรอคะ” แพรวไม่ตอบคำถามผม แต่เลือกจะถามผมกลับ “ทำแบบนี้ทำไม เธอคิดว่าลูกจะผูกมัดฉันได้เหรอ!” ผมบอกให้เธอรู้ ถึงจะมีลูกแต่เธอไม่สามารถผูกมัดผมได้หรอกนะ ถึงผมจะรับผิดชอบลูกก็เถอะ “พี่อาทิตย์จะไม่รับผิดชอบเหรอคะ” เธอถามผมออกมาพร้อมน้ำตา “ทุกอย่างระหว่างฉันกับเธอจะยังเหมือนเดิม ฉันจะส่งเสียค่าเลี้ยงดูให้เธอกับลูก” ผมบอกเธอไปตามตรง ถึงจะมีลูกแต่ถึงยังไงผมก็รักแพรวไม่ได้เพราะใจผมมีแต่เอย แล้วถ้าจะถามว่าทำไมผมไม่ป้องกันก็เพราะเธอเป็นคนแรกของผมไง แล้วที่สำคัญคือมันได้อารมณ์กว่าไง อีกอย่างมันก็เป็นปีเลยที่ไม่มีอะไรพลาด แต่ใครจะรู้ว่าเธอจะเล่นสกปรกแบบนี้ แต่ผมก็โง่เองแหละที่ไว้ใจคนอย่างเธอ “ไม่ แพรวไม่ยอม แพรวไม่ยอมให้ลูกแพรวเป็นเด็กไม่มีพ่อหรอกนะ!” เธอบอกผมมาอย่างไม่ยอมแพ้ “ถ้าไม่ยอมก็ไปเอาเด็กออกซะ หรือจะออกไปจากชีวิตฉันละ” ผมไม่ได้ขู่ครับผมพูดจริง “พี่อาทิตย์” แพรวเรียกผมด้วยน้ำเสียงที่ผิดหวัง “ถ้ายังอยากมีฉันและเก็บลูกไว้ก็อยู่ในที่ของตัวเอง แล้วฉันจะรับผิดชอบเธอกับลูกมาหาเธอกับลูกเหมือนเดิม” ผมให้เธอได้แค่นี้จริงๆ “ทำไมพี่ทำกับแพรวแบบนี้ ถ้าพี่ไม่แต่งงานกับแพรว แพรวจะฆ่าตัวตาย” และนี่แหละที่ทำให้ผมเริ่มจะเกลียดเธอ “อยากตายก็เรื่องของเธอ ชีวิตของเธอเธอยังไม่เห็นค่า แล้วทำไมฉันต้องสนใจวะ!” ผมบอกเธอไปตามตรง จะบอกว่าไม่สนใจก็ใช่ แล้วที่พูดนี่อยากให้คิดได้มากกว่า “พี่อาทิตย์ แพรวขอโทษ แพรวรักพี่นะคะ” เมื่อเห็นว่าไม่ได้ผลเธอก็อ่อนลงและเข้ามากอดผม “ถ้ายังอยากมีฉันอยู่ก็ทำตามที่ฉันบอก” “ค่ะ แพรวจะทำตามที่พี่อาทิตย์บอก” เธอตกลงกลับมา แต่ผมก็ไม่ค่อยเชื่อใจเธอเท่าไหร่หรอกนะ “ถ้าเธอเล่นสกปรกอีกครั้ง เธอจะไม่ได้อะไรสักอย่าง” ผมบอกให้เธอรู้ว่ายังไงผมก็ไม่ยอมที่จะเป็นของเธอเด็ดขาด “ค่ะ แต่วันนี้พี่อาทิตย์อยู่กับแพรวได้ไหมคะ” เธอขอผม “อืม ไปนอนไป” ผมบอกให้ไปนอนส่วนผมก็เดินเข้าห้องน้ำชำระร่างกาย ผมไม่น่าเข้าดึงเธอเข้ามาในชีวิตผมเลย ผมยอมรับว่าผมผิดเอง แต่จะให้ผมทำยังไงคุณก็เห็นว่าเธอรักผมมากแค่ไหน รักจนเหมือนคนโง่ รักจนกลายเป็นคนขาดสติ จะให้ผมสลัดเธอทิ้งผมก็กลัวว่าเธอจะฆ่าตัวตายจริงๆ และถ้าเป็นแบบนั้นมันคงเป็นตราบาปในใจของผมไปตลอด เพราะต้นเหตุไม่ต้องสืบเลยว่ามาจากผม ผมเลยต้องเก็บเธอไว้แบบนี้ เอย วันนี้ฉันตื่นขึ้นมาโดยที่ที่นอนข้างๆ ว่างเปล่า เมื่อคืนพี่อาทิตย์คงไม่ได้กลับสินะ เห็นบอกว่ามีธุระด่วนแต่ฉันก็ไม่ได้ถามหรอก เพราะมันเป็นเรื่องงานของพี่เขา ถ้าพี่เขาอยากบอกก็คงไม่บอกแค่ว่าไปทำธุระหรอก คงบอกแล้วว่าไปไหนทำอะไร แต่การที่เขาเลือกจะพูดแบบนี้นั่นหมายความว่าเขาไม่ต้องการจะพูดอะไรมาก ฉันเลยไม่อยากถามอะไร อ้อเดือนนี้พี่อาทิตย์ไม่ให้ฉันไปทำงานแล้วนะเขาบอกว่าอยากให้เก็บตัวจะได้เป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุด(เวอร์ไปอีกว่าที่สามีฉัน) ครืด ครืด ครืด เสียงข้อความดังรัวจากโทรศัพท์ของฉัน ฉันเลยหยิบขึ้นมาดูก่อนจะเห็นว่าเป็นเบอร์แปลก ฉันเลยกดเข้าไปดูข้อความ เพราะเห็นส่งมาหลายฉบับ Unknow : ได้ส่งรูปภาพให้คุณ ได้ส่งรูปภาพให้คุณ ถ้าเธอไม่อยากพรากพ่อพรากลูก ก็ยกเลิกงานแต่งกับพี่อาทิตย์ซะ เมื่อฉันเห็นรูปภาพและข้อความที่เบอร์แปลกส่งมาทำให้ฉันมืออ่อนจนโทรศัพท์ร่วง ภาพแรกเป็นภาพที่พี่อาทิตย์นอนหลับเปลือยท่อนบน และภาพที่สองคือภาพที่ตรวจครรภ์ขึ้นสองขีดกับข้อความที่ส่งมายืนยันว่าผู้หญิงคนนี้ท้องและพ่อก็คือพี่อาทิตย์ ฉันจะต้องคุยกับพี่อาทิตย์ให้รู้เรื่องว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นยังไงกันแน่ แล้วถ้ามันเป็นเรื่องจริงละฉันจะรับไหวไหม อีกแค่ไม่ถึงเดือนเราก็จะแต่งงานกันแล้ว แต่ถึงยังไงถ้าเป็นเรื่องจริงฉันก็ไม่ใจร้ายพอจะพรากพ่อพรากลูกใครหรอกนะ 10.20 น. ตอนนี้ฉันนั่งรอพี่อาทิตย์อยู่ที่ห้องนั่งเล่นและเขาก็ยังไม่กลับ ถ้าถามว่าทำไมไม่โทร ฉันโทรไปแล้วแต่ไม่มีคนรับ ฉันเลยต้องมานั่งรอเขาโดยไม่รู้ว่าเขาจะกลับมาตอนไหนแบบนี้ไง แกรก! แต่การรอคอยของคนเราก็ต้องมีสิ้นสุด เมื่อคนที่ฉันอยากเจอตอนนี้เขามาถึงแล้ว “เอยมีอะไรหรือเปล่าพี่เห็นมิสคอลตั้งหลายสายแหนะ” พี่อาทิตย์ถามฉันอย่างร้อนรน แต่ไม่รู้ว่าเป็นของจริงหรือเสแสร้ง “แล้วทำไมพี่อาทิตย์ไม่รับละคะ” ฉันถามออกไปด้วยความข้องใจ “พี่ปิดเสียงไว้พี่เลยไม่ได้ยิน ว่าแต่เอยเป็นอะไรหรือเปล่าพี่เป็นห่วงแทบแย่” พี่อาทิตย์ยังคงถามฉันด้วยสีหน้าเดิม “เปล่าค่ะ แล้วพี่อาทิตย์ไปไหนมาเหรอคะ เมื่อคืนถึงไม่ได้กลับ” ฉันถามพี่อาทิตย์ และเห็นเขามีอาการไหววูบแวบหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นปกติ “พี่ไปทำธุระน่ะ พอดีมันดึกแล้วพี่เลยไม่อยากขับรถ” พี่อาทิตย์ตอบกลับ “ธุระอะไรคะ แล้วพี่นอนที่ไหน บอกเอยได้ไหม” ฉันถามออกไปด้วยน้ำเสียงปกติไม่ได้แสดงอาการอยากรู้อยากเห็นออกไป “ก็เรื่องงานแหละ แล้วก็เข้าไปนอนในออฟฟิต เอยอย่ารู้เลยเดี๋ยวจะปวดหัวเหมือนพี่” พี่อาทิตย์บอกฉันออกมาไม่ชัดเจน “เอยไม่รู้ก็ได้ค่ะ แต่เอยถามอะไรพี่อาทิตย์หน่อยได้ไหมคะ” ฉันเอ่ยถามพี่อาทิตย์ “อะไรครับ” พี่อาทิตย์ถามกลับด้วยสีหน้าสงสัย “พี่อาทิตย์มีอะไรปิดบังเอยไหมคะ” ฉันถามออกไปหยั่งเชิงเขา และดูท่าทีของพี่อาทิตย์ “ก็ไม่นี่ พี่จะมีอะไรปิดบังเอยละ” พี่อาทิตย์ตอบกลับมาด้วยความมั่นใจ แต่เสียใจด้วยฉันมองทันได้เห็นสายตาของพี่อาทิตย์ที่บ่งบอกว่าไม่มั่นใจกับสิ่งที่พูด “เรากำลังจะแต่งงานกัน ถ้าพี่มีอะไรปกปิด เอยอยากให้พี่บอกเอยนะคะ...” “เพราะเราต้องใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน เอยไม่อยากให้เรามีความลับต่อกัน” ฉันยังคงหยั่งเชิงเขาเหมือนเดิม ฉันอยากรู้ว่าฉันเปิดทางให้ขนาดนี้แล้วเขายังเลือกจะปิดบังฉันอยู่ไหม “ครับ ถ้าพี่มีอะไรพี่จะบอกเอยทุกอย่างไม่ปิดบังแน่นอน...” “แต่ตอนนี้พี่ยังไม่มี เอยสบายใจได้เลยนะ” และพี่อาทิตย์ก็ยังเลือกที่จะปฏิเสธฉันเหมือนเดิม งั้นก็คงต้องเอาหลักฐานให้ดูแล้วสินะ “พี่อาทิตย์ช่วยดูนี่ให้เอยหน่อยได้ไหมคะว่าที่ไหน” ฉันบอกพี่อาทิตย์พร้อมกับหยิบโทรศัพท์มาเปิดรูปที่เซฟไว้ให้พี่อาทิตย์ดู และอาการของพี่อาทิตย์ก็แสดงออกมาอย่างชัดเจน “เอยไปเอารูปนี้มาจากไหน!” พี่อาทิตย์ถามฉันอย่างร้อนรน “เอยว่าเอยไม่เคยใช้ผ้าปูสีนี้น่ะค่ะ เอยเลยสงสัยอยากให้พี่อาทิตย์ช่วยดูว่าเราเคยไปนอนที่ไหนที่ผ้าปูสีนี้ เพราะตามโรงแรงส่วนมากเขาใช้ผ้าปูสีขาว เอยก็เลยคิดไม่ออกค่ะ” ฉันยังคงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและถามพี่อาทิตย์ “.....” พี่อาทิตย์ดูกังวลและไม่พูดอะไรนอกจากนั่งมองรูปนั้นด้วยใบหน้าที่ดูเหมือนโกรธอะไรสักอย่าง “อ๋อมีอีกรูปนะคะ นี่ค่ะมันหมายความว่าตั้งครรภ์ใช่ไหมคะ” ฉันบอกพร้อมยื่นรูปที่ตรวจครรภ์ให้พี่อาทิตย์ดูและทำเป็นถามเหมือนไม่มั่นใจในความหมายของมัน “.....” พี่อาทิตย์เบิกตากว้าง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นดุดัน “พี่อาทิตย์ว่าคนที่เขาส่งมาให้เอยนี่เขาต้องการสื่ออะไรเหรอคะ” ฉันทำเป็นใสซื่อถามพี่อาทิตย์ไป “เอยบอกพี่ได้ไหมว่าใครส่งมาให้” พี่อาทิตย์หันมาถามฉัน “ก็ใครสักคนนั่นแหละค่ะ พี่อาทิตย์อย่ารู้เลยเดี๋ยวปวดหัวเหมือนเอย” ฉันย้อนกลับคำที่เขาเคยพูดกับฉันก่อนหน้านี้พร้อมรอยยิ้มที่ทำเหมือนไม่ได้คิดอะไร “เอย” พี่อาทิตย์เอ่ยเรียกชื่อฉันเบาๆ อย่างเลื่อนลอย “อ้อแล้วมีข้อความด้วยนะคะ นี่ค่ะ” ฉันบอกพร้อมยื่นข้อความให้พี่อาทิตย์อ่าน “.....” พี่อาทิตย์รับโทรศัพท์ฉันไปอ่านข้อความ “พี่อาทิตย์รู้จักเธอไหมคะ เอยอยากจะฝากไปบอกเธอน่ะค่ะ...” “ว่าถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง เอยก็จะคืนพ่อของลูกเธอให้ ไม่ต้องห่วง” ฉันพูดออกไปตามความจริง แต่ก็ยังคงเสแสร้งว่าไม่ได้คิดว่าเป็นพี่อาทิตย์ “เอย พี่...” พี่อาทิตย์ที่เหมือนจะอยากพูดอะไรออกมาแต่ก็เงียบไป “ถ้าเราถูกคนรักหักหลังหรือหลอกลวงแบบนี้ เอยคงให้โอกาสเขาไม่ได้และเลือกเดินออกจากชีวิตเขาดีกว่า...” “พี่อาทิตย์คิดเหมือนเอยไหมคะ” ฉันหันไปถามและยิ้มให้พี่อาทิตย์ “พี่ขอโทษ” พี่อาทิตย์พูดออกมาพร้อมน้ำตาที่ไหล “.....” ช็อกสิคะ พูดได้แค่นี้ การที่ฉันนั่งคุยกับเขาแล้วแสร้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมันเจ็บก็จริง แต่มันยังไม่มีอะไรยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง แต่พอมันได้ยินเต็มสองหูแบบนี้ บอกได้แค่คำเดียวว่าช็อก นอกจากน้ำตาที่ไหลออกมาเองก็ยังมีลมหายใจเท่านั้นที่ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ แต่ที่เหลือมันไม่รับรู้อะไรแล้ว “เอย พี่ขอโทษๆๆ” พี่อาทิตย์พร่ำคำขอโทษออกมา “.....” ไม่รู้สิ เข้าใจคำว่าจุกจนพูดไม่ออกไหม นั่นแหละค่ะมันพูดอะไรไม่ออกจริงๆ “พี่ขอโทษเอย พี่ผิดไปแล้ว” พี่อาทิตย์ลงมาคุกเข่าที่พื้นต่อหน้าฉัน “.....” ฉันได้แต่เงียบไม่ใช่ไม่อยากพูด แต่มันพูดไม่ออกจริงๆ เหมือนจมน้ำ เหมือนหายใจไม่ออก “เอยพูดกับพี่หน่อยได้ไหมครับ” พี่อาทิตย์พูดออกมาด้วยสายตาที่อ้อนวอน “เรา... เลิกกัน” ใช่คำแรกที่ออกจากปากได้อย่างยากลำบาก มันหลุดออกไปแล้ว ตอนนี้คำๆ นี้เท่านั้นที่เหมาะกับเรามากที่สุด เพราะต่อให้ฝืนต่อไปก็ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD