Section 01 โกหก

1228 Words
กึก! กึก! กึก! เท้าที่ห่อหุ้มด้วยรองเท้าหนังสีดำราคาสูงลิบ กระทบกับพื้นอย่างเป็นจังหวะ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ราวกับวิ่งหนีอะไรบางอย่างของผม มันทำให้คนหลายคนภายในห้างกันมามองกันเป็นตาเดียว "ฉิบหาย!" ผมสบถคำหยาบคายออกมาเมื่อหันหน้ากลับไปมองทางที่วิ่งผ่านมาเมื่อครู่แล้วพบผู้หญิงร่างบางคนนึงกำลังมองหาผมอยู่ เรื่องของเรื่องมันก็คือว่าผมไปหลอกฟันยัยนั่นเมื่อเดือนก่อน ปรากฎว่าวันนี้มาบอกข่าวร้ายกับผมว่าท้องซะอย่างงั้น แล้วไอ้คนอย่างผมที่ป้องกันตลอดก็งงดิ ท้องกับใครไม่รู้แล้ววิ่งแจ้นมาหาผม พอผมปฏิเสธเข้าหน่อยก็ทำเป็นส่งเสียงดังจนคนละแวกนั้นหันมามอง น่าอายที่สุด! ผมที่หมดหนทางแก้ก็เลยรีบวิ่งหนีมานี่แหละ! ปึก! "วิ่งหนีอะไรอยู่เหรอ?" "เชี่ย!" "..." ทุกอย่างเงียบไปชั่วขณะ เพียงเพราะผมวิ่งชนเข้ากับร่างเล็กของใครบางคนเข้าจนทำให้เธอเซถอยหลังไป ผมรีบปรับสีหน้าท่าทางเมื่อคนตรงหน้าที่ผมวิ่งชนเข้า ไปนั้นค่อนข้างที่จะหน้าตาน่ารัก เลือดชั่วผมมันพลุ่งพล่านเวลาเจอคนน่าตาดี "อะ อืม.. วะ วิ่งหนีคนอยู่น่ะ" ตอบตะกุกตะกัก ใจผมอยากจะวิ่งต่อไป แต่หากพลาดกับเธอคนนี้ ผมอาจจะพลาดอะไรดี ๆ ในอนาคตไปก็ได้ "คน?" เธอถามหน้านิ่งเรียบเฉยราวกับว่าไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรกับการที่เห็นผมวิ่งแจ้นมาขนาดนี้ ดวงตาที่เย็นชาและนิ่งตึงราวกับน้ำแข็งนั่น... น่าสนใจซะจริง "ให้ที่หลบซ่อนกับฉันหน่อยได้ไหม? ในร้านของเธอน่าจะเป็นที่ปลอดภัยสำหรับฉัน" ว่าแล้วผมก็ชะเง้อมองร้านเสื้อผ้าข้างหลังที่คาดว่าเธอน่าจะเป็นเจ้าของ เพราะดูจากมาตรการแต่งตัวของเธอแล้ว น่าจะเป็นเจ้าของร้านเสื้อผ้าแถวนี้ ร่างบางถอยห่างออกจากผมเล็กน้อย ยกเรียวแขนทั้งสองข้างขึ้นมากอดอกอย่างใจเย็นมองมาทางผมด้วยท่าทีที่เปี่ยมล้นไปด้วยคำถามมากมาย "วิ่งหนีอะไรมา" "เอาไว้เดี๋ยวค่อยบอก ช้ากว่านี้คงโดนจับได้พอดี" "อ๊ะ!!" พูดจบผมก็รีบคว้าแขนของสาวเจ้าแล้ววิ่งเข้าไปหลบในห้องลองชุดทันที แม้การกระทำของผมจะทำให้เธอตกใจ แต่เธอก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรนัก "ชู่ว.. อย่าเสียงดังล่ะ" "..." เธอเงียบ.. ว่านอนสอนง่ายเสียจริง พอผมบอกให้เธอเงียบเธอก็เงียบไม่พูดอะไร เพียงแค่พยักหน้าให้กับผมเป็นคำตอบเท่านั้น "เธอดูเงียบจังเลยนะ" เห็นแบบนั้นมันก็อดไม่ได้ที่จะถาม ปกติผมเจอแต่ผู้หญิงพูดมากพูดเยอะขี้อ่อยน่ะ "เหรอ?" ร่างเล็กที่ยืนเบียดเสียดกับผมตอบกลับพลางใช้สายตาเลื่อนมาเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผม ผมที่จ้องเธออยู่แล้วจึงได้สบตากับเธออย่างจัง ดวงตาสีน้ำตาลอ่อน ๆ ของเธอบวกกับสีผมสีน้ำตาลมันเป็นอะไรที่ดูมีเสน่ห์มากเหลือเกิน แต่เธอน่ะยังดูเด็ก ไม่รู้จะบรรลุนิติภาวะหรือยัง "เย็นชาจังเลยนะ" ผมเอ่ยทัก แต่กลับถูกเมินคำพูดด้วยบทสนทนาประโยคใหม่ของเธอ "บอกได้หรือยังว่าวิ่งหนีอะไรมา" "โอเค ๆ บอกก็ได้" ผมลอบกลืนน้ำลายลงคอแล้วหลบสายตาที่คอยกดดันของเธอโดยหันเงยหน้าขึ้นมองไปทางอื่น ก่อนคิดคำโกหกออก "วิ่งหนี.. ผู้หญิงน่ะ พวกนั้นมาตามราวีฉัน หนียังไงก็หนีไม่พ้น เห็นฉันหล่อหน่อยไม่ได้" คำพูดติดตลกของผมนั้น ไม่รู้เลยว่าผู้หญิงคนนี้จะมองว่ามันเป็นยังไง แต่ผู้ชายเจ้าเล่ห์อย่างผม.. ก็ทำแบบนี้เป็นเรื่องปกตินั่นแหละ "..." เธอเงียบไปพักหนึ่ง แล้วถึงจะเอ่ยตอบ "โกหก" "..." "ฉันเคยเป็นนักศึกษาจิตวิทยา ฉันดูออกว่าใครโกหกหรือไม่โกหก อะไรจริงอะไรปลอม สายตาและคำพูดของนายมันเชื่อไม่ได้" หญิงสาวตรงหน้ากระชากคอเสื้อของผมลงเพื่อให้ผมก้มลงมาสบตาเธอตามเดิม "ว้าว.." ไม่เคยเจออะไรแบบนี้เลยว่ะ ไม่รู้จะทำตัวยังไง แถมยังโดนจับได้ว่าโกหกตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นหน้า "..." เธอเงียบ "โอเค ๆ ฉันยอมก็ได้ แฟนเก่าไง แฟนเก่าตามราวีฉัน" "..." "เงียบทำไม ไม่เชื่อเหรอ? จะให้ฉันพิสูจน์ไหม?" ผมว่าแล้วทำท่าจะเดินออกไป ในใจก็แอบลุ้นอยู่ว่าเธอจะไล่ผมให้ออกไปหรือเปล่า ทว่า... เธอปล่อยมือจากคอเสื้อผมแล้วเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีไปทางอื่นแทน "ไม่ต้อง" เธอพูดด้วยใบหน้านิ่งตึง ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สนใจในตัวผู้หญิงคนนี้เอามาก ๆ แต่กระนั้นเราสองคนก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีก จนผ่านไปสักพักเธอก็ออกไปดูลาดเลาให้ เมื่อเห็นว่าไม่มีใคร ถึงจะเดินออกมาบอกให้ผมออกไปด้านนอก "ขอบคุณที่ให้ความช่วยเหลือนะ ฉันชื่อเปรมส่วนเธอ.." ผมยิ้มกว้างอย่างที่ไม่เคยยิ้มกับเหยื่อผู้หญิงคนไหนมาก่อน นี่เธอวีไอพีสุด ๆ ไปเลยนะ อ๋อ.. ผมชื่อเปรมเป็นน้องชายฝาแฝดของไอ้ปลื้มมัน อายุของผมปีนี้ก็.. สามสิบสองหรือสามสิบสามนี่แหละ ไอ้ตัวผมก็ไม่ค่อยจะจำเท่าไหร่ เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนผมก็ทำตัวแบบเดิม เหลวไหลแบบเดิมซึ่งข้อนี้ผมก็พอจะรู้ตัวอยู่ ผมต่างจากไอ้ปลื้มราวฟ้ากับเหว ผมชอบเที่ยว ชอบใช้เงิน ชอบบริหารเสน่ห์กับผู้หญิงและเกลียดความจนเป็นชีวิตจิตใจ ผมยอมรับว่าสิ่งที่ผมทำ สิ่งหนึ่งมันค่อนข้างจะผิดกฎหมายและเสี่ยงล้มละลายอยู่ตลอดเวลา นั่นคือการพนัน.. ผมเข้าบ่อนเป็นประจำเลยล่ะ กลับมาที่เรื่องของผมกับแม่สาวผมน้ำตาลตอนนี้ดีกว่า มันดูน่าสนใจกว่าเรื่องส่วนตัวผมเยอะ "..." เธอเงียบอีกครั้ง แถมยังมองหน้าผมนิ่ง เธอคนนี้นี่สุดยอดไปเลยแหะ สามารถจ้องตากับผมได้นานโดยที่ไม่เป็นฝ่ายหลบสายตาไป แถมยังเย็นชาสุด ๆ ต่อให้ผมจะใช้ไม้อ่อนกับเธอ เธอก็เอาแต่ทำหน้านิ่งใส่ "ชื่อ?" "โทษที แต่ฉันขอไม่แนะนำตัวกับคนแปลกหน้า" อ่า... มาหาว่าผมเป็นคนแปลกหน้าซะได้ แค่บอกชื่อมันจะยากอะไรกัน ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที่ก่อนยังให้ที่หลบภัย "แต่เธอเป็นแม่ค้า? ไม่คิดจะผูกมิตรกับลูกค้าหน่อยหรือไง" "..." เธอเงียบไม่ตอบโต้ แต่ดูจากสายตาคู่นั้นแล้ว.. ผมเดาว่าเธอคงจะคิดในใจ 'ก็นายมันไม่ใช่ลูกค้าหนิ!' งี้ละมั้ง "นายไม่ใช่ลูกค้า" ว่าแล้วเชียว.. "งั้น... เดี๋ยวอีกไม่นานเราก็คงจะสนิทกัน"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD