Section 01 โกหก
กึก! กึก! กึก!
เท้าที่ห่อหุ้มด้วยรองเท้าหนังสีดำราคาสูงลิบ กระทบกับพื้นอย่างเป็นจังหวะ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ราวกับวิ่งหนีอะไรบางอย่างของผม มันทำให้คนหลายคนภายในห้างกันมามองกันเป็นตาเดียว
"ฉิบหาย!"
ผมสบถคำหยาบคายออกมาเมื่อหันหน้ากลับไปมองทางที่วิ่งผ่านมาเมื่อครู่แล้วพบผู้หญิงร่างบางคนนึงกำลังมองหาผมอยู่
เรื่องของเรื่องมันก็คือว่าผมไปหลอกฟันยัยนั่นเมื่อเดือนก่อน ปรากฎว่าวันนี้มาบอกข่าวร้ายกับผมว่าท้องซะอย่างงั้น แล้วไอ้คนอย่างผมที่ป้องกันตลอดก็งงดิ ท้องกับใครไม่รู้แล้ววิ่งแจ้นมาหาผม พอผมปฏิเสธเข้าหน่อยก็ทำเป็นส่งเสียงดังจนคนละแวกนั้นหันมามอง
น่าอายที่สุด!
ผมที่หมดหนทางแก้ก็เลยรีบวิ่งหนีมานี่แหละ!
ปึก!
"วิ่งหนีอะไรอยู่เหรอ?"
"เชี่ย!"
"..."
ทุกอย่างเงียบไปชั่วขณะ เพียงเพราะผมวิ่งชนเข้ากับร่างเล็กของใครบางคนเข้าจนทำให้เธอเซถอยหลังไป
ผมรีบปรับสีหน้าท่าทางเมื่อคนตรงหน้าที่ผมวิ่งชนเข้า ไปนั้นค่อนข้างที่จะหน้าตาน่ารัก
เลือดชั่วผมมันพลุ่งพล่านเวลาเจอคนน่าตาดี
"อะ อืม.. วะ วิ่งหนีคนอยู่น่ะ" ตอบตะกุกตะกัก ใจผมอยากจะวิ่งต่อไป แต่หากพลาดกับเธอคนนี้ ผมอาจจะพลาดอะไรดี ๆ ในอนาคตไปก็ได้
"คน?" เธอถามหน้านิ่งเรียบเฉยราวกับว่าไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรกับการที่เห็นผมวิ่งแจ้นมาขนาดนี้
ดวงตาที่เย็นชาและนิ่งตึงราวกับน้ำแข็งนั่น... น่าสนใจซะจริง
"ให้ที่หลบซ่อนกับฉันหน่อยได้ไหม? ในร้านของเธอน่าจะเป็นที่ปลอดภัยสำหรับฉัน" ว่าแล้วผมก็ชะเง้อมองร้านเสื้อผ้าข้างหลังที่คาดว่าเธอน่าจะเป็นเจ้าของ เพราะดูจากมาตรการแต่งตัวของเธอแล้ว น่าจะเป็นเจ้าของร้านเสื้อผ้าแถวนี้
ร่างบางถอยห่างออกจากผมเล็กน้อย ยกเรียวแขนทั้งสองข้างขึ้นมากอดอกอย่างใจเย็นมองมาทางผมด้วยท่าทีที่เปี่ยมล้นไปด้วยคำถามมากมาย
"วิ่งหนีอะไรมา"
"เอาไว้เดี๋ยวค่อยบอก ช้ากว่านี้คงโดนจับได้พอดี"
"อ๊ะ!!" พูดจบผมก็รีบคว้าแขนของสาวเจ้าแล้ววิ่งเข้าไปหลบในห้องลองชุดทันที แม้การกระทำของผมจะทำให้เธอตกใจ แต่เธอก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรนัก
"ชู่ว.. อย่าเสียงดังล่ะ"
"..." เธอเงียบ.. ว่านอนสอนง่ายเสียจริง พอผมบอกให้เธอเงียบเธอก็เงียบไม่พูดอะไร เพียงแค่พยักหน้าให้กับผมเป็นคำตอบเท่านั้น
"เธอดูเงียบจังเลยนะ" เห็นแบบนั้นมันก็อดไม่ได้ที่จะถาม ปกติผมเจอแต่ผู้หญิงพูดมากพูดเยอะขี้อ่อยน่ะ
"เหรอ?" ร่างเล็กที่ยืนเบียดเสียดกับผมตอบกลับพลางใช้สายตาเลื่อนมาเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผม ผมที่จ้องเธออยู่แล้วจึงได้สบตากับเธออย่างจัง
ดวงตาสีน้ำตาลอ่อน ๆ ของเธอบวกกับสีผมสีน้ำตาลมันเป็นอะไรที่ดูมีเสน่ห์มากเหลือเกิน แต่เธอน่ะยังดูเด็ก ไม่รู้จะบรรลุนิติภาวะหรือยัง
"เย็นชาจังเลยนะ" ผมเอ่ยทัก แต่กลับถูกเมินคำพูดด้วยบทสนทนาประโยคใหม่ของเธอ
"บอกได้หรือยังว่าวิ่งหนีอะไรมา"
"โอเค ๆ บอกก็ได้" ผมลอบกลืนน้ำลายลงคอแล้วหลบสายตาที่คอยกดดันของเธอโดยหันเงยหน้าขึ้นมองไปทางอื่น ก่อนคิดคำโกหกออก "วิ่งหนี.. ผู้หญิงน่ะ พวกนั้นมาตามราวีฉัน หนียังไงก็หนีไม่พ้น เห็นฉันหล่อหน่อยไม่ได้"
คำพูดติดตลกของผมนั้น ไม่รู้เลยว่าผู้หญิงคนนี้จะมองว่ามันเป็นยังไง แต่ผู้ชายเจ้าเล่ห์อย่างผม.. ก็ทำแบบนี้เป็นเรื่องปกตินั่นแหละ
"..." เธอเงียบไปพักหนึ่ง แล้วถึงจะเอ่ยตอบ "โกหก"
"..."
"ฉันเคยเป็นนักศึกษาจิตวิทยา ฉันดูออกว่าใครโกหกหรือไม่โกหก อะไรจริงอะไรปลอม สายตาและคำพูดของนายมันเชื่อไม่ได้" หญิงสาวตรงหน้ากระชากคอเสื้อของผมลงเพื่อให้ผมก้มลงมาสบตาเธอตามเดิม
"ว้าว.." ไม่เคยเจออะไรแบบนี้เลยว่ะ ไม่รู้จะทำตัวยังไง แถมยังโดนจับได้ว่าโกหกตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นหน้า
"..." เธอเงียบ
"โอเค ๆ ฉันยอมก็ได้ แฟนเก่าไง แฟนเก่าตามราวีฉัน"
"..."
"เงียบทำไม ไม่เชื่อเหรอ? จะให้ฉันพิสูจน์ไหม?" ผมว่าแล้วทำท่าจะเดินออกไป ในใจก็แอบลุ้นอยู่ว่าเธอจะไล่ผมให้ออกไปหรือเปล่า
ทว่า...
เธอปล่อยมือจากคอเสื้อผมแล้วเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีไปทางอื่นแทน
"ไม่ต้อง" เธอพูดด้วยใบหน้านิ่งตึง ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สนใจในตัวผู้หญิงคนนี้เอามาก ๆ แต่กระนั้นเราสองคนก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีก
จนผ่านไปสักพักเธอก็ออกไปดูลาดเลาให้ เมื่อเห็นว่าไม่มีใคร ถึงจะเดินออกมาบอกให้ผมออกไปด้านนอก
"ขอบคุณที่ให้ความช่วยเหลือนะ ฉันชื่อเปรมส่วนเธอ.." ผมยิ้มกว้างอย่างที่ไม่เคยยิ้มกับเหยื่อผู้หญิงคนไหนมาก่อน นี่เธอวีไอพีสุด ๆ ไปเลยนะ
อ๋อ.. ผมชื่อเปรมเป็นน้องชายฝาแฝดของไอ้ปลื้มมัน อายุของผมปีนี้ก็.. สามสิบสองหรือสามสิบสามนี่แหละ ไอ้ตัวผมก็ไม่ค่อยจะจำเท่าไหร่ เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนผมก็ทำตัวแบบเดิม เหลวไหลแบบเดิมซึ่งข้อนี้ผมก็พอจะรู้ตัวอยู่
ผมต่างจากไอ้ปลื้มราวฟ้ากับเหว ผมชอบเที่ยว ชอบใช้เงิน ชอบบริหารเสน่ห์กับผู้หญิงและเกลียดความจนเป็นชีวิตจิตใจ
ผมยอมรับว่าสิ่งที่ผมทำ สิ่งหนึ่งมันค่อนข้างจะผิดกฎหมายและเสี่ยงล้มละลายอยู่ตลอดเวลา
นั่นคือการพนัน.. ผมเข้าบ่อนเป็นประจำเลยล่ะ
กลับมาที่เรื่องของผมกับแม่สาวผมน้ำตาลตอนนี้ดีกว่า มันดูน่าสนใจกว่าเรื่องส่วนตัวผมเยอะ
"..." เธอเงียบอีกครั้ง แถมยังมองหน้าผมนิ่ง
เธอคนนี้นี่สุดยอดไปเลยแหะ สามารถจ้องตากับผมได้นานโดยที่ไม่เป็นฝ่ายหลบสายตาไป แถมยังเย็นชาสุด ๆ ต่อให้ผมจะใช้ไม้อ่อนกับเธอ เธอก็เอาแต่ทำหน้านิ่งใส่
"ชื่อ?"
"โทษที แต่ฉันขอไม่แนะนำตัวกับคนแปลกหน้า"
อ่า...
มาหาว่าผมเป็นคนแปลกหน้าซะได้ แค่บอกชื่อมันจะยากอะไรกัน ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที่ก่อนยังให้ที่หลบภัย
"แต่เธอเป็นแม่ค้า? ไม่คิดจะผูกมิตรกับลูกค้าหน่อยหรือไง"
"..." เธอเงียบไม่ตอบโต้ แต่ดูจากสายตาคู่นั้นแล้ว.. ผมเดาว่าเธอคงจะคิดในใจ 'ก็นายมันไม่ใช่ลูกค้าหนิ!' งี้ละมั้ง "นายไม่ใช่ลูกค้า"
ว่าแล้วเชียว..
"งั้น... เดี๋ยวอีกไม่นานเราก็คงจะสนิทกัน"