
18.18 น.
สามแยกทางเข้าหมู่บ้านโพนเสือ
“กรี้ด!!!”
โครม!!!
รถมอเตอร์ไซต์สีชมพูหวานที่ขับมาไม่เร็วมากแต่เสียหลักล้มลงกับถนนลาดยางด้วยความแรงเพียงเพราะมีหมาดำตัวหนึ่งวิ่งมาตัดหน้า ทำให้คนขับนั้นล้มกองอยู่กับรถร้องโอดโอย ความหนักของรถทำเธอไม่สามารถลุกได้เลยในทันที
วาสนากูสิมีพอส่ำนี้บ้อ ซื้อเลยกะบ่ถืก ยังมารถล้มอีก โคตรแม่มันนิ!!!
ตั้งหน้ายอมรับชะตากรรมนอนนิ่งให้รถทับอยู่แบบนั้นพลางมองท้องฟ้าหม่นที่เริ่มเปลี่ยนสีเมื่อพระอาทิตย์กำลังจะลาลับ
“เป็นอะไรไหมครับ”
ภาพที่ปรากฏคือชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่ง ผิวขาวใสสะอาดราวกับว่าอาบน้ำวันละสิบรอบเลยก็ว่าได้ กลิ่นน้ำหอมให้ความสดชื่นราวกับว่ากำลังเดินอยู่ในป่าของพฤกษานาพรรณ
“บ่แม่นกูตายแล้วติคือเห็นเทวดา”
เปลือกตาสีอ่อนกระพริบปริบๆและส่ายหน้าเป็นพัลวันเพื่อเรียกสติของตัวเอง กว่าจะรู้ตัวว่าไม่ได้ฝันหรือยังไม่ตายก็ตอนที่รถจักรยานยนต์ถูกยกออกจากตัว
“ลุกไหวไหม”
ไม่ถามเปล่าเขายังเข้ามาพยุงฉันให้ลุกขึ้นพร้อมกับพาเดินมานั่งที่ศาลารอรถริมทาง อาการตกอยู่ในภวังค์แบบนี้ไม่เคยเป็นมาก่อนแต่เมื่อจ้องหน้าของเขานานเข้าก็รู้สึกคุ้นอย่างบอกไม่ถูก แต่ผิวขาวลูกคุณหนูแบบนี้ไม่น่าใช่คนบ้านนอกหรอก
“จำเราไม่ได้?”
เหมือนว่าเขาจะรู้ตัวถึงได้เอ่ยถามมาแบบนั้นแต่คำถามนั้นก็ชวนให้ฉันต้องทบทวนอีกครั้ง
“ถามเหมือนเราสองคนเคยรู้จักกันมาก่อน”
“ฮึ! จำไม่ได้จริงๆสินะ”

