ปีศาจร้ายแห่งแคว้นตง
ท่ามกลางสมรภูมิอันดุเดือด เสียงหอกดาบปะทะกันสลับกับเสียงร้องกู่ก้องด้วยความเจ็บปวด บัดนี้ แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นตง ตงฉือเฉิง ได้นำทัพเพียงห้าหมื่นนายเข้าปะทะกับกองทัพของแคว้นผินที่มีกำลังเรือนแสน และในตอนนี้ เขากำลังเผชิญหน้าอยู่กับแม่ทัพใหญ่ของฝ่ายตรงข้าม และแม่ทำผู้นี้ คือคนที่สังหารบิดาของตัวเอง เมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน
ใบหน้าคมครามดูเจ้าเล่ห์ เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงที่อาบย้อม แต่หาใช่เลือดของตัวเองไม่ ดวงตาดุดันนัยน์ตาสีนิลดำสนิทราวกับพื้นน้ำที่สงบนิ่งในค่ำคืนแห่งฤดูอันหนาวเหน็บ จ้องมองไปที่ฝ่ายศรัตรูโดยไม่กระพริบตา จมูกโด่งคมรับกับดวงตาที่ดูร้ายกาจนั่นเป็นอย่างดี ในขณะที่ริมฝีปากกำลังแลบลิ้นออกมาเลียเลือดสดๆ ที่ปลายนิ้วก้อย แล้วถมน้ำลายลงพื้น เพราะถูกแม่ทัพใหญ่ฝ่ายตรงข้ามตัดขาดออกไปถึงหนึ่งข้อ
“ยังนุ่มแน่นแล้วอย่างไร พละกำลังดีแล้วอย่างไร ข้าทำศึกมานับไม่ถ้วน เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างเจ้าก็มีแค่มุทะลุ ใช้เพียงกำลังที่มีอยู่ก็เท่านั้น”
แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นผิน เตะปลายนิ้วที่เขาตัดขาดออกไปอย่างไม่ใยดี อย่างกับมันเป็นเพียงขยะชิ้นหนึ่งในสายตาเขา หากแต่ตงฉือเฉิงกลับแสยะยิ้มออกมา เขาไม่รอช้าที่จะพุ่งดาบเข้าไปทันที
“ย๊ากกกกกกกกกก”
เคร้ง!!!
แม่ทัพใหญ่แคว้นผิน ยกด้ามหอกขึ้นรับคมดาบ ตงฉือเฉิงออกแรงกดดาบลงไปจนเส้นเลือดที่มือขึ้นเด่นชัด ดวงตาของเขาเบิกกว้างพร้อมกับรอยยิ้มแสยะ ดูแล้วเหมือนปีศาจร้ายในตำนานไม่มีผิด
“ข้าเป็นคนหนุ่มที่มีแต่กำลังแล้วอย่างไร ข้าไม่มีประสบการณ์แล้วอย่างไร ฮ่ะฮ่ะ ท่าน...มันแก่เกินกว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปให้หนักแผ่นดินแล้ว วันนี้...ข้าจะส่งเจ้าลงนรก ไปรออยู่ในปรโลก คนของแคว้นผิน ข้าจะส่งให้พวกมันติดตามท่านไปในนรกทุกคน ฮ่าฮ่าฮ่า ย๊ากกกกก”
ครึก
ด้ามทวนถูกคมดาบตัดขาดเป็นสองท่าน คมดาบตวัดผ่านหน้าอกคงแม่ทพใหญ่แคว้นผินจนเลือดพุ่งกระฉูด หากแต่ตงฉือเฉิงไม่ได้คิดจะให้คนผู้นี้ตายในทันที เขาใช้ดาบวางไปที่ลำคอของแม่ทัพฝ่ายศรัตรู
“บอกข้ามาว่าพ่อของข้า ขายแคว้นตงให้เจ้าจริงหรือไม่”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้เด็กโง่ พ่อของเจ้าตงลี่หยาง เพราะคิดจะรักษาชีวิตเหล่าทหารและประชาชน จึงคิดยกธงขาวยอมแพ้ ชาตินักรบ แม้ตัวตายก็ต้องรักษาเกียรติ แต่คนที่คิดจะก้มหัวให้ฝ่ายศรัตรู คือคนที่ไม่สมควรมีชีวิตอยู่ น่าสมเพช น่าสมเพชจริงๆ ฆ่านี่แหละที่เป็นคนบั่นคอถังลี่หยาง ตอนที่เขากำลังจะยอมแพ้ ฮ่าฮ่าฮ่า ฆ่าข้าสิ ฆ่าข้าเลย เพื่อแก้แค้นให้บิดาของเจ้า เฮือก”!!!
ฉวบบบบบบบบ
แม่ทัพแคว้นผินคิดว่าจะใช้การนี้ยั่วยุ เพียงก่อกวนให้ตงฉือเฉิงไม่กล้าลงมือ หากแต่เขาคิดผิด แม่ทัพหนุ่มผู้นี้กลับบวาดคมดาบตัดคอของเขาจนเกือบขาด
เสียงโห่ร้องดังขึ้น เมื่อแม่ทัพแห่งแคว้นตงสามารถเอาชนะแม่ทัพแคว้นผินได้ เหล่าทหารแห่งแคว้นผินย่อมต้องยอมศิโรยราบอย่างไม่มีทางเลือก ตงฉือเฉิง สามารถเรียกอิสระของแคว้นตงกลับมาได้แล้ว แต่แค่นี้มันยังน้อยไป
“ฆ่าให้หมด”
สิ้นคำสั่งเขา เหล่าทหารแคว้นตงก็เข้าจัดการสังหารคนของแคว้นผินจนสิ้น พวกเขาไม่สนว่า คนผู้นั้นจะเป็นคนชรา สตรี หรือเด็ก แม้กระทั่งสตรีที่ตั้งครภ์อยู่ ก็ถูกสังหารจนหมดเพื่อไม่ให้ในอนาคตจะเกิดการล้างแค้นขึ้นมาได้
ตงฉือเฉิงกระชากศีรษะร่องแร่งที่เกือบจะขาดจากร่าง ลากร่างไร้วิญญาณของแม่ทัพแคว้นผินออกไป เหล่าทหารรู้ใจรีบนำเหล้ามาให้เขาดื่ม ชายหนุ่มกระดกเหล้าจนค่อนไห ก่อนจะลงมือเลาะผิวหนังของแม่ทัพแคว้นผินออกมาอย่างบรรจงด้วยใบหน้าที่เปื้อนยื้มอยู่ตลอด ดูเหมือนเขาจะมีความสุขมากกับการทำสิ่งนี้
ผิวหนังของศรัตรูถูกเลาะออกมาทำพื้นรองเท้า เพื่อเป็นการย้ำเตือนว่า ตงฉือเฉิงจะเหยียบย่ำมันไปแม้จะตายลงสู่ปรโลกไปแล้ว
ความโหดร้ายของตงฉือเฉิง เป็นที่กล่าวขานขจรกระจายไปทั่ว เหล่าแคว้นต่างๆ ที่เคยให้ความร่วมมือกับแคว้นผินเอง ก็ถูกทำลายจนกลายเป็นแคว้นล่มสลาย ชาวบ้านบางคนต้องย้ายออกไปอยู่แคว้นห่างไกลเพื่อหนีตาย เช่นนี้แล้วจะมีใครกล้าเข้ามาทำศึกต่อแคว้นตงได้อีก ด้วยความโหดร้ายนี้เขาจึงถูกตั้งฉายาว่า ปีศาจแห่งแคว้นตง
ความสงบสุขมาเยือนนับสามปีแล้ว แคว้นตงกลายเป็นแคว้นทรงอำนาจ ที่หลายแคว้นเข้ามาศิโรราบ และส่งของบำเหน็จมาให้ในทุกปี
แน่นอนว่าเหล่าชาวประชาต่างดีใจ แต่กับตงฉือเฉิง ชายที่ถูกเรียกว่าปีศาจนั้นไม่ใช่ เขาจมอยู่กับการทำสงครามมาตั้งแต่อายุสิบหก บัดนี้เมื่อทุกอย่างสงบแต่ใจของเขากลับว่าวุ้น
หลายครั้งหลายหน ที่ผู้คนมักจะได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนดังออกมาจากตำหนักของเขา แต่ไม่มีใครกล้าลอบเข้าไปดู เพียงแต่คิดกันไปเองว่า เพราะชายหนุ่มเสียสติไปแล้ว เขาจึงมักทรมารคนเล่นเพื่อเป็นการแก้เบื่อ
การนินทาย่อมมีมูล สตรีพระชาชทานหลายคนที่ถูกส่งเข้าไปตำหนักเพื่อเป็นชายา หลายคนถูกส่งกลับมาด้วยร่างไร้ลมหายใจ บางคนก็ถูกทรมารอาการปางตาย ถึงรอดมาได้ก็เสียสติ
ทั้งในวังและนอกวังต่างเสียขวัญ เหล่าขุนนางฝ่ายหนึ่งพยายามถวายฏีกาเพื่อให้กำจัดตงฉือเฉิงเสียให้สิ้นซาก แต่ขุนนางอีกฝ่ายก็คัดค้าน หากตงฉือเฉิงที่เป็นดั่งอาวุธร้ายของแคว้นตงตายไป แคว้นอื่นๆ ก็คงจะต้องเข้ามารุมทึ้งแคว้นตงด้วยความเคียดแค้นเป็นแน่ ซึ่งฮ่องเต้องค์ปัจจุบันอย่าง ตงลี่ถังก็เห็นด้วย
“นั่นนับเป็นหลานชายของข้า เป็นตัวแทนของพี่ชายข้าที่ทิ้งเอาไว้ให้ดูต่างหน้า ข้าจะไม่มีวันทำผิดต่อพี่ชายของข้าอย่างเด็ดขาด
"ฝ่าบาท แต่หากปล่อยเอาไว้เช่นนี้ ราษฎรก็มีแต่จะเสียขวัญ อีกทั้งคำเล่าลือที่องค์ชายฆ่าคนเป็นผักปลา เรื่องนี้...โปรดพิจารณาด้วยเถอะพ่ะย่ะค่ะ"
"ฝ่าบาท...โปรดพิจารณาด้วย"
"ฝ่าบาท...โปรดพิจารณาด้วย"
เหล่าขุนนางกำลังกดดันเขาอยู่ แต่จะทำอย่างไรตงลี่ถังก็ไม่สามารถฆ่าตงฉือเฉิงได้
"เช่นนั้นก็เพิ่มยาสงบใจให้เขามากอีกหน่อย ทั้งในอาหาร น้ำดื่ม หรือธูปหอม บางทีจิตใจและอารมณ์ของเขาคงจะสงบขึ้น"
นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้วในตอนนี้ ที่ตงลี่ถังจะรักษาชีวิตของหลานชายเอาไว้ได้
"กราบทูลฝ่าบาท ตอนนี้ ที่ตำหนักขององค์ชายใหญ่ตงฉือเฉิง ได้ยินเสียงของสตรีนางหนึ่งกำลังร้องอย่างทุกข์ทรมา คาดว่าจะเป็นองค์หญิงของแคว้นฮุยพ่ะย่ะค่ะ"
ตงลี่ถังได้ยินก็หน้าเครียดขึ้นมาทันที
"ไปตำหนักกัว"!!!!