หมัดแรกตรงเป้า แต่พระนายตั้งการ์ดป้องกันไว้ได้
“เหี้ยครับ” หนุ่มไอทีสวนกลับด้วยการโยนตัวกินไก่กลับไป “อีกอย่างที่ผมไปไหนมาไหนด้วยกันกับผู้หญิงคนอื่น เราก็เป็นแค่เพื่อน ไม่ใช่คนสำคัญ” พูดไปก็เหลียวมองคนข้างตัว มิวายจับมือหญิงสาวขึ้นมากุมไว้บนตักเสียด้วย “คนสำคัญหนึ่งเดียวที่เราอยากถนอมไว้ให้อยู่กับเรานานที่สุด อีกอย่าง” พระนายยิ้มมุมปาก “คุณคงไม่รู้หรอกว่าความสัมพันธ์บนโลกใบนี้มีมากมาย”
“ประเภทคลุมเครือน่ะหรือครับ”
เป็นพระนายที่ฟังแล้วหัวเราะหึ ๆ ตอนที่ตอบอีกฝ่าย เขาไม่ได้มองคุณชายใหญ่ด้วยซ้ำ หากสายตากลับมาจับที่ใบหน้าของน้ำหนึ่ง ที่แม้จะยิ้มแต่ก็เห็นว่ามีเหงื่อซึมตามไรผม
แม่คุณกลัวแผนล่มจนเหงื่อแตก
แววตาของพระนายเต้นริก ๆ เหมือนกลั้นขำ น้ำหนึ่งหรี่ตาจ้องและกัดริมฝีปากนิด ๆ เพราะหมั่นไส้
“ไม่หรอกครับ ระหว่างเราไม่มีอะไรคลุมเครือ ความสัมพันธ์ของเราเป็นแฟน คนรัก แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นถ้าเราจะไปเดตกับคนอื่นดูบ้าง”
หม่อมหลวงอาทิตกรเป็นฝ่ายขมวดคิ้วบ้าง รอยยิ้มหดลง
“เคยได้ยินไหมครับ open relationship” พระนายยังคงอธิบายอย่างอารมณ์ดี “ความสัมพันธ์แบบเปิด การคบหาระหว่างคนสองคนที่เรียกว่าแฟน เปิดเผย จริงใจ และเราก็สามารถที่จะมองหาคนอื่นได้ ไปเดตกับคนอื่นได้ ไม่ปิดกั้นหากว่าอีกฝ่ายจะเจอใครสักคนที่ดีกว่าตัวเอง ผมว่าเป็นความสัมพันธ์ที่แฟร์ดีนะ ไม่ผูกมัดถ้าจะเจอคนที่ใช่มากกว่าคู่ของตัวเอง ที่สำคัญมันไม่เหมือน one night stand หรือว่า friend with benefits ถึงจะคล้าย ๆ กันอยู่บ้าง แต่ถ้าเรียกให้ถูก open relationship เป็นอะไรที่ถูกต้องมากกว่านะครับ ถึงจะดูขัดหูขัดตาคนแก่ ๆ ไปบ้าง”
คุณชายใหญ่หรี่ตาจ้อง ทว่าไม่ใช่เพราะคำว่าคนแก่ ๆ หรอกนะ แต่เป็นเพราะพระนายที่ยกมือของน้ำหนึ่งที่กุมไว้ขึ้นจูบเบา ๆ ต่างหาก
“เราสองคนคบกัน แต่ความสัมพันธ์เป็นแบบปลายเปิด พูดแบบนี้คุณคงเข้าใจง่ายขึ้นมั้งครับ”
หม่อมหลวงอาทิตกรนิ่งไป ก่อนหลุบตาลงมองโต๊ะ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกและส่ายหน้าช้า ๆ
“เป็นความสัมพันธ์ที่เห็นแก่ตัวมากกว่าครับ ทั้งสามความสัมพันธ์ที่คุณยกมานั่นแหละ” หม่อมหลวงหนุ่มขยับจะลุกจากโต๊ะดินเนอร์ กระนั้นก็ยังชะงักมองไปยังน้ำหนึ่ง “วันนี้คุณน้ำคงจะไม่กลับกับผม” จากน้องเปลี่ยนเป็นคุณ จากพี่ก็กลายเป็นผม “ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ ส่วนมื้อนี้ถือว่าขอให้ผมได้เลี้ยงอาหารพวกคุณสักมื้อแล้วกัน”
พูดจบเขาก็เดินคอแข็งจากไป น้ำหนึ่งมองตามจนสุดสายตาก่อนจะหันกลับมามองพระนาย
“นั่น... นั่น...” เธอกลายเป็นคนติดอ่างไปเลย “ไม่เหมือนคนที่คุยกับน้ำก่อนหน้านี้เลยนะคะ”
คนที่ยังกุมมือเธอไว้มั่นถอนหายใจ แม้หน้าจะดูไม่สบอารมณ์แต่ก็ยิ้มออกมาได้
“คุณน้ำ”
พระนายเอ่ยแค่นั้น ไม่รู้ว่าน้ำหนึ่งรู้สึกช้าหรือจงใจแปลสารผิดกันแน่ แผนเธอใช้ไม่ได้ผลแต่แรก หมอนั่น ผู้ชายคนนั้นรู้ทันและเล่นไปตามเกมของเธอ แถมยังเฉลยแต่แรกแล้วด้วย แต่ดูเอาเถอะ
เฮ้อ...
จากแต่แรกที่ตั้งใจจะมาแกงคุณชายใหญ่ แต่ตัวน้ำหนึ่งนั่นแหละถูกแกงจนเปื่อยเสียเอง!
คุณคิดอะไรอยู่ Pranai
เป็นผู้หญิงที่เหมือนจะฉลาดจริง ๆ ยายแสบเอ๊ย!
คุณคิดอะไรอยู่ Namnueng
เป็นคืนที่จบลงด้วยดี คิดว่างั้นน่ะนะ
ค่ำของเมื่อวานพระนายไปส่งเธอที่บ้าน น้ำหนึ่งขอให้เขาหย่อนเธอแค่ประตูรั้ว เพราะการให้เขาเข้าไปในบ้านนั่นเท่ากับว่าเธอกำลังผลักเขาเข้าไปสู่ลานประหาร โดยมีตัวเองกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด คุณแม่ได้คาดคั้น คุณพ่อมีหวังได้เอาลูกซองออกมานั่งขัดเหมือนอย่างเคย
คนแก่อายุเกือบเจ็ดสิบปี ตอนหนุ่ม ๆ ก็เฮี้ยวเป็นเสือ พอมีลูกสาวก็นะ อ๋อ อีกอย่างคุณพ่อของเธอมีใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนเรียบร้อย เพราะงั้นใครคิดที่จะแหยมมาเป็นเขยบ้านนี้ก็คิดสภาพแบบ ตาแก่มีหนวด หน้าดุ นั่งจ้องไปพลาง ขัดปืนไปพลางนั่นแหละ คุณพ่อของเธอ
หญิงสาวยกมือขึ้นปิดปากเพราะนอนไม่พอ
น้ำหนึ่งไม่ใช่เด็ก แต่ความเคยชินทำให้ต้องนอนอย่างน้อยวันละ 7 ชั่วโมง แต่เมื่อคืนเพราะคิดมากถึงนอนไม่พอและตอนนี้ก็ง่วงมากพอตัวทีเดียว
“น้ำ”
เท้าที่กำลังจะก้าวลงบันไดขั้นสุดท้ายพลันชะงัก บันไดวนหรูหราเป็นไม้เคลือบเงาจนมันวับคือที่ที่น้ำหนึ่งยืนอยู่ หญิงสาวหันไปมองตามที่มาของเสียงและยิ้มแหย เมื่อเห็นมารดายืนยกมือกอดอก เยื้องไปทางขวาตรงประตูของห้องรับประทานอาหาร
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณแม่”
ลูกน้อยหอยสังข์ของมานีก้าวเร็ว ๆ เข้ามากอดเธอไว้ คนเป็นแม่กลอกตามองบนรู้ได้ในทันทีว่าเดตเมื่อคืนคงล่มไม่เป็นท่า แม่ตัวดีคงแผลงฤทธิ์อีกแล้วตามเคย
“ไม่ต้องมาประจบ เราน่ะเมื่อคืนกลับมาทำไมถึงไม่เข้าไปหาแม่ที่ห้องบ้าง”
“กลัวไปรบกวนค่ะ น้ำกลับดึกคุณแม่คงหลับแล้ว”
มานีถอนหายใจ “แล้ว...”
น้ำหนึ่งยิ้มหวาน ดูก็รู้ว่าแกล้งทำเป็นเสียดาย “คงเพราะผลบุญที่ทำตะโก้แห้วถวายพระตอนโน้นน่ะค่ะ เสียดายจังน้ำว่าพี่ชายใหญ่คงไม่ชอบน้ำหรอกค่ะ”
คนเป็นแม่ถอนหายใจ
“เสียดายมากเลยเนาะ ระรื่นเชียว”
หญิงสาวฉีกยิ้มกว้าง กอดมารดาแรง ๆ หนึ่งทีและหลังจากนั้นก็เดินลอยชายผ่านประตูเข้าห้องรับประทานอาหารไป มานีหมุนตัวมองตามหลังของลูกสาวอย่างใจเย็น คนเป็นแม่สูดลมหายใจเข้าลึก เดี๋ยวเถอะอีกไม่กี่ชั่วโมงก็คงได้รับโทรศัพท์ต่อว่าจากหม่อมหลวงผู้เป็นเพื่อน
คิดแล้วก็ถอนหายใจ...
ทำไมนะ แค่หาลูกเขยมันถึงได้ยากหนักยากหนาปานนี้กันเชียว!