แล้วบรรยากาศของทั้งสองคนซึ่งเป็นที่รู้กันในโรงเรียนว่าเรวดีกับอิษยาคือเพื่อนรักกันมาโดยตลอดและสนิทกันมากๆ แต่ตอนนี้เหมือนกับว่าทั้งคู่กำลังทะเลาะกันอยู่เลย แต่ถึงอย่างนั้นคำพูดที่ออกมาจากปากของทั้งสองคนก็มาพร้อมกับรอยยิ้มหวานๆเช่นกันเลยทำให้คุณครูที่จับตามองอยู่ภายในห้องพักรู้สึกบรรยากาศแปลกๆ จะว่าทะเลาะกันก็ไม่จะว่าคุยกันดีๆก็ไม่...
"ฉันไปสอนก่อนนะ...ส่วนแกก็รีบเตรียมตัวเถอะใกล้ได้เวลาเข้าสอนแล้วเดี๋ยวผู้ปกครองจะมาต่อว่าเอาอีก"
"เท่าที่จำได้ฉันไม่เคยโดนผู้ปกครองมาด่านะ มีแต่เธอนั่นแหละระวังหน่อยแล้วกันสมัยนี้ถ้าครูปากดีนิดๆหน่อยๆเด็กก็เอาไปฟ้องพ่อแม่แล้ว เดี๋ยวจะโดนฟ้องเอา" อิษยาพูดไปยิ้มไปพร้อมกับเอากระเป๋าไปวางที่โต๊ะและหยิบเอกสารสำหรับการสอนของวันนี้ขึ้นมาก่อนจะเดินออกจากห้องพักครูไปที่ห้องเรียนที่เธอได้รับหน้าที่สอน
ห้องเรียนอนุบาล 2/B
"Hi~good morning"
"Good morning teacher~~" อิษยาเข้ามาในห้องเรียนประจำของตัวเองพร้อมกับส่งเสียงทักทายเด็กๆด้วยน้ำเสียงสดใส มาแน่นอนว่าเด็กๆเองก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงสดใสเช่นกัน
"วันนี้อากาศเป็นยังไงบ้างคะดีหรือเปล่า?" อิษยาถามเด็ก ๆ เหมือนกับทุกๆวัน
"ดีค่าาาาา/ดีค้าบบบ"
"แต่ว่ารถติดมากฮะครู" เด็กคนนึงยกมือขึ้นและบอกเกี่ยวกับสถานการณ์จราจร
"เหมือนกันเลยเมื่อเช้านี้ครูก็รถติดเกือบมาสอนเด็กๆไม่ทันซะแล้ว"
"คุณครูมาช้าแค่ไหนพวกเราก็รอค่าาาาา"
"So cute~งานวันนี้เราเริ่มเรียนกันเลยนะ"
"ค่าาาา~~/ค้าบบบบ"
เมื่อพูดคุยและเตรียมความพร้อมกันเสร็จเรียบร้อยแล้วอิษยาก็เริ่มทำการเรียนการสอนตามแบบที่เธอได้นำมาเอาไว้ โดยที่เธอจะสอนเด็กอนุบาล 2 ซึ่งมีอายุ 4 ขวบ และห้องที่เธอได้รับมอบหมายนั้นก็คือห้อง B ซึ่งระดับชั้นอนุบาล 2 นั้นมีทั้งหมด 4 ห้องด้วยกันเรียงกันไปตามตัวอักษรภาษาอังกฤษได้เลย ซึ่งแต่ละห้องก็จะมีนักเรียนไม่เกิน 25 คน เพื่อไม่ให้คุณครูรับหน้าที่มากจนเกินไป
และเพื่อให้ครูได้สอนนักเรียนอย่างทั่วถึงดูแลอย่างกว้างขวางและละเอียดมากขึ้น ซึ่งห้องเรียนของเธอก็มีนักเรียนทั้งหมด 25 คนพอดี และเด็กทุกคนก็เป็นเด็กดีสอนง่ายและสอนสนุกด้วย
ซึ่งเรวดีได้รับดูแลห้อง A ซึ่งเป็นห้องสำหรับเด็กหัวกะทิและพ่อแม่ครอบครัวค่อนข้างรวยขึ้นมาอีก 1 ระดับ เรียกได้ว่าเด็กห้อง A นั้นเป็นเด็กที่มาจากระดับมหาเศรษฐีส่วนห้องของเธอก็อยู่ในระดับปกติธรรมดาไม่ได้ร่ำรวยจนโอเวอร์เท่ากับเด็กห้อง A เพราะฉะนั้นจึงว่านอนสอนง่ายและไม่ต้องซีเรียสอะไรมากนัก
และเนื่องจากโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนอนุบาลนานาชาติจึงจะมีการสอนเป็นโปรแกรมภาษาอังกฤษไปด้วยในตัว เธอเองก็จะมีการพูดกับนักเรียนด้วยภาษาอังกฤษคำไทยคำบ้างซึ่งเป็นเรื่องปกติของสมัยนี้สุดๆ แล้วเธอก็ชอบที่จะทำแบบนี้ด้วย
"Ok~วันนี้สนุกไหมคะ?!" หลังจากที่สอนช่วงเช้าจบไปเรียบร้อยแล้วอิษยาก็มีการถามความเห็นของเด็กๆก่อนที่จะปล่อยให้เด็กๆไปทานข้าวและก็นอนช่วงกลางวัน
"สนุกกกกกก~~~"
"สนุกก็ดีแล้วค่ะในเมื่อสนุกกันจนเสร็จแล้วเดี๋ยวเราไปทานอาหารกลางวันกันนะ เก็บสมุดดินสอปากกาลงลิ้นชักให้เรียบร้อยเข้าใจไหมคะ understand?"
"yes~~~"
"OK let's go!!"
ช่วงพักกลางวัน
ห้องอนุบาล 2/A
"ทำไมไม่กินข้าว?!" ขณะที่อิษยากำลังเดินผ่านห้องของเรวดีเธอก็ได้ยินเสียงของเรวดีดังออกมาจากห้องเรียนอนุบาลห้องเอ
"ฮึก ๆ ๆ มะไม่หิว!" และก็มีเสียงเด็กชายตอบกลับมาและเหมือนว่าจะร้องไห้ด้วย
"ไม่หิวก็ต้องกิน! ไม่อย่างนั้นพ่อแม่จะจ่ายเงินค่าเทอมทำไมเธอควรจะกินข้าวให้มันคุ้มค่ากับเงินที่พ่อแม่เธอจ่ายมาหน่อย!" เรวดียังคงดุเด็กอายุ 4 ขวบด้วยน้ำเสียงดุดันและไม่พอใจ
"ผะผมไม่หิว!! ผมปวดหัว ฮือๆๆๆๆ" เด็กคนนั้นร้องไห้แล้วบอกถึงอาการที่ตัวเองกำลังเป็นอยู่
"อย่ามาสำออย! เพิ่งจะเรียนคาบเช้าไปจะมาปวดหัวอะไรไม่ทราบอชิระ?!" ความจริงแล้วครูแต่ละห้องจะไม่ก้าวก่ายหน้าที่ของกันและกัน ปล่อยให้จัดการนักเรียนห้องของตัวเองไปแต่ถ้ามันมากจนเกินไปก็อาจจะมีการยื่นมือเข้าไปยุ่งบ้าง
แล้วตอนนี้อิษยาก็ทำได้แต่ยืนมองอยู่ห่างๆเพื่อรอดูว่าเรวดีจะมีปฏิกิริยายังไงบ้าง
"ก็ผมปวดหัวนี่!! อยากกลับบ้านผมไม่อยากเรียนแล้วววว ฮะฮือออออๆๆๆๆ"
"โอ๊ยยยย!!ฉันเองก็ปวดหัวเหมือนกันที่ต้องมาดูแลเด็กอย่างเธอ!! ไหนปวดมากไหมฉันจะนวดให้!!" เรวดีถามก่อนจะยื่นมือไปบีบที่ศีรษะของเด็ก
และเมื่ออิษยาเห็นอย่างนั้นก็รีบเข้าไปห้ามทันที
"วดี!" อิษยาเรียก
"แกไม่ไปกินข้าวเหรอ?" เรวดีเก็บมือที่กำลังจะบีบหัวเด็กออก
"ก็มาตามแกนี่ไง...แต่เหมือนเด็กจะไม่สบายนะ..."
"มะม๊าาาาา!!" หมับ!! เด็กคนนั้นเรียกเธอก่อนจะวิ่งเข้ามากอดเอาไว้แน่น
"มะม๊า??" ซึ่งเรวดีได้ยินอย่างนั้นก็เกิดความสงสัยทันทีว่าเพื่อนเธอไปมีลูกตอนไหน
"หืม?" แต่น้ำเสียงรู้สึกคุ้นหูมากอิษยาก็เลยก้มลงไปมองก่อนจะพบว่าเป็นเด็กที่เธอช่วยเหลือเอาไว้เมื่อคืนนี้ ถึงว่าทำไมเธอรู้สึกคุ้นหน้าจังที่แท้ก็เป็นนักเรียนในห้องของเรวดีนี่เอง
"มะม๊าาาา!! ฮึกๆ ชิระปวดหัวววว ToT"
"เอ่อ..."
"แกมีลูก?"
"ไม่ใช่...ท่าทางจะไม่สบายจริงๆนั่นแหละไม่อย่างนั้นคงไม่เพ้อลองหาแม่ขนาดนี้...ถ้าแกไม่รังเกียจเดี๋ยวฉันดูแลแทนเองตกลงไหม?"
"ดีเลย!! เพราะฉันเองก็ขี้เกียจจะโอ๋เด็กขี้แงขี้โรคแบบนี้เหมือนกัน!!" เมื่อได้โอกาสเรวดีก็รับไว้ทันที
"งั้นแกก็ไปกินข้าวเถอะเดี๋ยวฉันดูชิระให้เอง"
"งั้นฝากด้วยนะ" ไม่ได้โอกาสเรวดีก็รีบออกมาทันทีเนื่องจากว่าเธอมีนัดกับภาคภูมิเอาไว้
"ไหน...ชื่อชิระใช่ไหมเรา?" เมื่อเรวดีเดินออกไปแล้วอิษยาก็ก้มหน้าถามอชิระทันที
"ครูคนนั้นใจร้ายชิระไม่อยากเรียนด้วยแล้ว อึกๆ"
"โอ๋ๆ ไม่เป็นอะไรนะ...เดี๋ยวครูจะพาชิระไปกินข้าวแล้วก็กินยานอนพักผ่อน แล้วเดี๋ยวจะเรียกผู้ปกครองมารับกลับบ้าน" ดูจากท่าทางแล้วน่าจะเรียนต่อไม่ไหวเมื่อกี้เธอจับตัวของอชิระก็พบว่าเขาตัวร้อนมากๆ น่าจะมีอาการไข้ขึ้น ก็เมื่อวานตากฝนด้วยนี่นา
ห้องปฐมพยาบาล
"ชิระนอนอยู่ที่นี่ก่อนนะเดี๋ยวคุณครูจะโทรหาผู้ปกครองให้มารับ" เมื่อพาทานอาหารกลางวันเสร็จเรียบร้อยแล้วอิษยาก็พาอชิระมานอนที่ห้องพยาบาล
"มาม๊าอยู่เป็นเพื่อนก่อนได้ไหม...ผมกลัว..." อชิระพูดพร้อมกับทำหน้าเศร้า
"อยู่ด้วยได้แต่ต้องสัญญามาก่อนว่าจะไม่เรียกว่ามาม๊าแล้ว...คำนั้นเอาไว้เรียกกับคนที่เป็นแม่เท่านั้นส่วนครูเป็นแค่ครูไม่ใช่แม่ของอชิระนะ ถ้าหากว่าคุณแม่ของอชิระมาได้ยินคุณแม่จะเสียใจ" อิษยาพูดไปและลูบหัวของอชิระไปด้วยเธอรู้สึกเอ็นดูเด็กคนนี้มากๆ
"ไม่ได้ยินหรอกฮะ..."
"ทำไมถึงไม่ได้ยินเหรอ?"
"ก็...ชิระ...ไม่มีมาม๊า...ชิระอยู่กับปะป๊าแค่สองคนนี่ฮะ..."
"....!!" พอได้ยินอย่างนั้นอิษยาก็ตกใจมากแล้วรู้สึกเสียใจที่เธอเผลอพูดอะไรกระทบจิตใจของเด็ก แต่เธอไม่รู้นี่นาว่าเด็กตรงหน้าเธอไม่มีแม่...
เพราะแบบนั้นถึงได้เรียกเธอว่ามาม๊าสินะ