วันต่อมา
โรงเรียนอนุบาลนานาชาติ
ปึก!
"พี่ขอคุยด้วยหน่อยสิอิษ"
"เฮ้อ!" เช้าอันสดใสของอิษยาจบลงในทันทีเมื่อเธอเดินลงมาจากรถและกำลังล็อครถอยู่นั้นเสียงของภาคภูมิก็ดังขึ้นจากด้านหลังของเธอ ทำให้เธอถอนหายใจออกมาอย่างแรงโดยไม่กลัวว่าเขาจะได้ยิน
"แค่พี่คุยด้วยก็ต้องถอนหายใจกันขนาดนั้นเลยหรอ ชีวิตคู่ของเรามันจะไปกันรอดไหมแบบนี้?" ภาคภูมิพูดอย่างตัดพ้อออกมา
"ไม่รู้เหมือนกันสิคะมันเป็นเรื่องของอนาคต เผลอๆอาจจะเป็นอนาคตอันใกล้นี้ก็ได้...ว่าแต่พี่มีอะไรจะคุยกับฉันหรอคะ?" อิษยาถามกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ติดรำคาญนิดๆ ตั้งแต่ที่เธอเกิดใหม่กลับมาเธอรู้สึกว่าตัวเองไม่อยากจะเสวนาเรื่องอะไรกับคนอย่างเขาเลย แค่มองหน้าก็ยังไม่อยากจะมองเลยด้วยซ้ำ
"ไปหาที่เงียบๆคุยกันเถอะ ถ้าคุยกันตรงนี้พี่กลัวว่าคนอื่นจะมาได้ยินและเข้าใจผิดว่าเราทะเลาะกันอีก" เขากลัวว่าจะเกิดเรื่องแบบครั้งนั้นที่มีคนอื่นมาเห็นเหตุการณ์และก็ลือกันไปทั่วว่าเขาทำร้ายร่างกายแฟนตัวเอง
"ได้เสมอค่ะ จะคุยตรงไหนก็ได้เพราะเรื่องของเรามันไม่จำเป็นที่จะต้องหลบๆซ่อนๆอยู่แล้ว"
"เลิกพูดจากระแทกแดกดันกันสักทีได้ไหม จากตอนแรกที่พี่จะไม่เชื่อเรวดีตอนนี้พี่อยากจะเชื่อขึ้นมาแล้ว"
"เฮ้ออออ~อยากจะเชื่ออะไรก็เชื่อไปเถอะ แล้วเราจะไปคุยอะไรกันตรงไหนดีคะท่านผู้อำนวยการ?"
"ไปที่สวนหลังโรงเรียนก็ได้ตอนนี้คงไม่มีใครอยู่" ภาคภูมิตัดสินใจเสร็จสรรพเรียบร้อยก็เดินนำอิษยาไปที่สวนของหลังโรงเรียนเนื่องจากตอนนี้ยังไม่มีใครเข้ามาใช้งาน
สวนหย่อม
กึก! ตอนนี้ทั้งสองคนเดินมาถึงสวนหย่อมหลังโรงเรียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อิษยาก็ได้ทำการหยุดเดินและมองแผ่นหลังของภาคภูมิที่ยังคงเดินต่อไป
"จะเดินจนออกนอกโรงเรียนไปเลยหรือไงคะ?" มันเลยทำให้เธออดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมา
"ก็แค่คิดว่าเข้าไปอีกนิดนึงน่าจะดีกว่า แต่คุยตรงนี้ก็ได้มันไม่มีใครอยู่"
"เรื่องที่เราคุยกันเนี่ยมันน่าอายจนขนาดไม่อยากให้คนอื่นรับรู้เลยหรอ?" อิษยาถามเสียงแข็ง
"ใช่...เรื่องที่เราจะคุยกันพี่ไม่อยากให้ใครมารับรู้ว่าแฟนของพี่กำลังเปลี่ยนไป แถมเป็นในทางที่แย่ลงอีกต่างหาก" ภาคภูมิพูดและมองหน้าของเธอ
"เปลี่ยนไป?"
"ใช่เปลี่ยนไป...เรื่องที่พี่อยากจะพูดด้วยวันนี้ก็เพราะอยากถามว่าอิษยาของพี่เป็นอะไรหรือเปล่าถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้ การพูดจาก็แปลกไปบางครั้งเหมือนคนไม่มีสติอยากจะพูดอะไรก็พูด การกระทำก็ไม่ได้ใส่ใจกันเหมือนเดิมทั้งที่เรากำลังเป็นแฟนที่แต่งงานกัน ไหนจะคำพูดที่แดกดันที่ระยะหลังมานี้พี่รู้สึกได้ว่าอิษยากำลังพูดจากระแทกแบบนั้นพี่อยู่ ไหนจะพฤติกรรมที่ไปสนิทกับผู้ชายคนอื่นเปลี่ยนไปขนาดนี้จะไม่ให้พี่พูดได้ยังไง?" เขาร่ายยาวตามความรู้สึก
"พี่สนใจด้วยหรอว่าฉันจะเปลี่ยนไปหรือว่าไม่เปลี่ยนไปในเมื่อเมื่อก่อนพี่เองก็ไม่ได้มาสนใจอะไรฉันมากมายอยู่แล้ว?" เมื่อก่อนนี้เธอเองไม่ทันได้สังเกตว่าความจริงแล้วเขาเองก็ไม่ได้ใส่ใจดูแลอะไรเธอมากมายเท่าไหร่นักถ้าเทียบกับสิ่งที่เธอได้ทำให้กับเขาแล้วมันเทียบกันไม่ได้เลย หลังจากเลิกเรียนเขาไม่เคยเสนอตัวไปส่งเธอที่บ้านถึงแม้ว่าเธอจะมีรถยนต์ขับก็จริงแต่แทบไม่มีเลยสักครั้งที่เขาจะบอกว่ามารับและมาส่งเธอ ค่าอาหารที่จ่ายบ้างไม่จ่ายบ้างและมาให้เธอแบบรายเดือนซึ่งก็ไม่ได้ครบตามยอดที่กินกันอยู่แล้ว ไม่เคยพาเธอออกไปเที่ยวไหนไม่เคยชวนเธอไปดินเนอร์ตอนเย็น แถมยังรีบกลับบ้านบ่อยๆ แต่สุดท้ายเธอก็รับรู้แล้วว่าที่เขาไม่สนใจเธอนั่นก็เพราะว่ากำลังแอบคบหาอยู่กับเรวดีนั่นเอง เมื่อเธอมองตัวเองย้อนกลับไปก็ถึงได้รับรู้ว่าตัวเองนั้นโง่มากที่ไม่ทันได้สังเกตอะไร ถ้าไม่ตายและเกิดใหม่ก็คงไม่รู้เรื่องนี้ไปตลอดชีวิต
"นี่ไงพูดจาประชดกันอีกแล้วเป็นอะไรไม่พอใจตรงไหนก็พูดกันมาตรงๆเลยถ้าหากคิดว่าจะแต่งงานและอยู่ด้วยกันตลอดไปพี่คิดว่าเราควรจะปรับปรุงกันตั้งแต่ตอนนี้เลยจะดีกว่านะ"
"พี่คิดว่าเราจะได้แต่งงานกันจริงๆหรอ? ฉันคิดว่าไม่นะ"
"พูดเรื่องบ้าอะไรที่คุยเรื่องนี้กับพ่อแม่แล้วนะ"
"แล้วพ่อแม่พี่ยินยอมที่จะให้พี่แต่งงานกับฉันหรือไงถ้าให้เดาพ่อแม่พี่ก็คงคัดค้านหัวชนฝาว่าไม่อยากได้ฉันเป็นลูกสะใภ้ การกระทำของพ่อแม่พี่มันชัดเจนเสมอมาว่าต่อต้านฉันแค่ไหน พี่จะให้ฉันแต่งงานเข้าไปอยู่ในบ้านพี่ที่ผู้ใหญ่ไม่ยอมรับน่ะหรอ?" อิษยาร่ายยาวกลับไปบ้าง
"ถ้าหากว่าแต่งงานกันและอิษได้เข้าไปอยู่ในบ้านของพี่อย่างสมบูรณ์ อิษก็จะได้มีโอกาสดูแลพ่อแม่ของพี่และทำให้พวกท่านพึงพอใจสุดท้ายแล้วกาลเวลาจะทำให้พ่อแม่พี่ยอมรับในตัวของอิษเอง..."
"แล้วทำไมฉันต้องทำแบบนั้นด้วยล่ะ...ฉันไม่ต้องการการยอมรับใดๆจากพ่อแม่ของพี่ทั้งนั้น ถ้าหากว่าไม่ชอบก็ไม่ต้องแต่งแค่นั้นเอง ฉันจะไม่พยายามทำอะไรเพื่อให้คนอื่นมาพึงพอใจในตัวของฉัน ฉันจะไม่ทำตัวเป็นขี้ข้าให้พ่อแม่ของพี่มาจิกหัวใช้เหมือนเมื่อก่อน...ถ้าพี่จะเป็นสามีของฉันพี่ก็ต้องปกป้องฉันไม่ใช่บอกให้ฉันคลานเขาเข้าไปกราบพ่อแม่พี่"
"แบบนี้ไงพี่ถึงได้บอกว่าเธอเปลี่ยนไป..." ภาคภูมิเงยหน้ามองจ้องหน้าของอิษยาไม่ละสายตาแต่เป็นสายตาที่มีแต่ความโกรธและโมโห
"ฉันยอมรับก็ได้ว่าฉันเปลี่ยนไป...แต่ฉันก็จะบอกอีกว่าคนที่ทำให้ฉันเปลี่ยนนั่นก็คือพี่นั่นแหละ"
"...!"
"คนเราอยู่ดีๆไม่มีทางเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ง่ายๆหรอก นอกจากว่าจะมีคนทำให้เปลี่ยนต่างหาก..."
"พี่ทำอะไร?"
"สิ่งที่พี่เองก็รู้อยู่แก่ใจ...สิ่งที่พี่ทำมันลับหลังฉันมาตลอด...อย่าให้พูดเลยเสนียดปาก"
"อิษยา!!"
"ขอตัวไปสอนนักเรียนก่อนนะคะท่านผู้อำนวยการ ส่วนเรื่องที่บอกว่าฉันเปลี่ยนไป...มันแค่เริ่มค่ะท่าน^^" อิษยาส่งยิ้มอาบยาพิษให้เขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะเดินออกมาจากสวนหย่อม ปล่อยทิ้งให้ภาคภูมิรู้สึกคาใจและรู้สึกโมโหที่โดนเธอต่อว่าแบบนั้น แถมยังโดนเธอพูดจาพาดพิงถึงพ่อแม่เขาอีก
"ถ้าไม่ติดว่าเธอมีประโยชน์กับฉันละก็...ฉันทิ้งเธอไปนานแล้ว!!!"
ปึก!
"อุ๊ย!!"
"ขอโทษนะครับ คุณครูอิษยาเป็นอะไรหรือเปล่า?" ขณะที่เธอกำลังเดินกลับไปที่ห้องเรียนเพื่อทำการสอนนักเรียนของเธอนั้นระหว่างทางเธอก็เหม่อลอยจนทำให้เดินชนเข้ากับครูบาส ซึ่งเป็นคุณครูอนุบาล 1 ห้อง C เขารับตัวของเธอเอาไว้และรีบถามด้วยความเป็นห่วงเนื่องจากว่าเขาตัวค่อนข้างใหญ่และตัวเธอเล็กมากกลัวว่าเธอจะได้รับบาดเจ็บ
"ไม่เป็นอะไรค่ะครูบาสขอบคุณมากเลยนะคะ" อิษยากำลังปฏิเสธแต่เธอก็เห็นภาคภูมิเดินมาด้านหลังของเธอผ่านกระจก
"จริงหรอครับเมื่อกี้นี้ชนแรงมากเลย..."
"อ๊ะ!! สงสัยจะเจ็บที่ขาแล้วล่ะค่ะเมื่อกี้คงเท้าพลิก.." อิษยาแกล้งทำเป็นเจ็บที่ข้อเท้าทำให้ครูบาสแสดงความเป็นห่วงออกมา
"ได้ครับเดี๋ยวผมดูให้ไปห้องพยาบาลไหมเดี๋ยวผมดูแลเอง" เขาเงยหน้าถามเธออย่างตกใจ
"จะเป็นการรบกวนไหมคะ...ครูบาสเองก็มีสอน"
"ไม่เป็นอะไรหรอกครับผมสั่งงานเด็กๆไว้เรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวผมพาครูอิษยาไปห้องพยาบาลก่อนดีกว่า"
"ขอบคุณนะคะ"
"ไม่ต้องขอบคุณผมหรอกครับผมเป็นคนชวนคุณให้ต้องเจ็บตัวนะ"
"ก็ต้องขอบคุณอยู่ดีค่ะที่อุตส่าห์พาฉันไปห้องพยาบาล..."
"งั้นไปกันเถอะครับ" ครูบาสช่วยประคองตัวของอิษยาเดินเพื่อไปที่ห้องพยาบาลโดยการกระทำของทั้งสองคนนั้นตกอยู่ในสายตาของภาคภูมิเข้าอย่างจัง แล้วตอนนี้มันก็เริ่มทำให้เขาคิดว่าบางทีอิษยาอาจจะกำลังนอกใจเขาอยู่จริงๆ...อย่างที่เรวดีบอกเขาเอาไว้
"ฉันไม่มีวันปล่อยเธอไปง่ายๆหรอกอิษยา"