EP. 09 เรียกมาตักเตือน

1710 Words
ห้องผู้อำนวยการ แอดด "พี่ภาคขาาาาา~~ เรียกวดีมาคิดถึงกันหรอคะ?" หมับ!! หลังจากที่อินทัชได้ตักเตือนและก็ตำหนิเรวดีมาภาคภูมิก็จัดการเรียกให้เรวดีมาพบที่ห้องทำงาน แล้วเมื่อเรวดีมาก็แสดงท่าทางรักใคร่ต่อภาคภูมิจนลืมไปเลยว่าตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในโรงเรียน แถมฝ่ายชายก็ยังมีแฟนอยู่แล้วด้วย แต่ว่าทั้งคู่ไม่ได้ทำแบบนี้กันครั้งแรกหรอกนะหลายครั้งที่ผ่านมาภาคภูมิกับเรวดีก็นัดกันเจอในห้องนี้บ่อยๆ และมีอะไรกันมากกว่าการทำงานมาเนิ่นนานแล้วด้วย แล้วเมื่อเรวดีเข้ามาในห้องทำงานเธอก็เรียกเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานพร้อมกับเข้ามาสวมกอดอย่างออดอ้อน นั่งตักของเขาและใช้แขนกอดคอเอียงหัวซบอกของเขาอย่างอ้อนๆซึ่งแน่นอนว่าถ้าทางของเธอทั้งหมดภาคภูมิชอบมากทุกครั้งที่เธอทำเขาก็จะรู้สึกใจอ่อนเสมอไม่ว่าเธอจะทำผิดอะไรก็ตาม "อย่าเพิ่งมาอ้อนตอนนี้พี่ต้องดุก่อน" เขาพยายามที่จะเอามือของเรวดีออกไปแต่เธอก็ไม่ยอมและกอดเขาแน่นขึ้นกว่าเดิม "ดุเรื่องอะไรหรอคะวดียังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะทำไมพี่ภาคถึงจะต้องมาดุกันด้วยล่ะ??" เรวดีทำหน้าตาสงสัยเพราะว่าเธอไม่เข้าใจว่าภาคภูมิพูดถึงเรื่องอะไรกันแน่ "เฮ้อออ!! วดีรู้จักนายท่านอินทัชหรือเปล่า?" ก่อนที่เขาจะดุเธอจึงต้องการถามเธอก่อนว่าเธอรู้จักเขาหรือไม่? "ชื่อคุ้นๆค่ะเหมือนเคยได้ยินที่ไหน แต่ว่าวดีไม่เคยสนใจผู้ชายคนอื่นนอกจากพี่ภาคอยู่แล้วเพราะฉะนั้นก็เลยไม่ทราบค่ะว่าเขาคือใคร" เรวดีพูดจาออดอ้อนแม้ว่าเธอจะไม่รู้จักแต่ก็ยังคงแฝงไปด้วยวาจายั่วยวน "นายท่านอินทัช .. เป็นเจ้าของโรงเรียนนี้และมหาวิทยาลัยรวมทักษะสถาบันเกือบทั้งประเทศและตอนนี้ก็กำลังขยายไปทั่วโลกด้วย นั่นหมายความว่าเขาทั้งรวยและมีอำนาจมาก" ภาคภูมิอธิบายเกี่ยวกับอินทัชให้กับเรวดีได้ฟัง "แล้วมันทำไมล่ะคะ?" แต่เรวดีที่ยังไม่รู้เรื่องอะไรก็ยังคงทำหน้าตาสงสัยต่อไป "และลูกชายของเจ้าของโรงเรียนก็เรียนอยู่ที่นี่ด้วย" "จริงหรอคะชื่ออะไรล่ะคะวดีจะได้ดูแลอย่างดีเลย พี่ภาคก็จะได้ผลงานไปด้วยไง ส่วนวดีก็จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคุณครูแสนสวยและใจดีมาก^^" "ไม่ทันแล้วล่ะ เพราะว่าวดีได้ทำไม่ดีกับลูกชายของนายท่านอินทัชไปแล้ว และเขาก็ฝากพี่มาตำหนิเธอว่าทำงานได้แย่มากแถมปากไม่มีหูรูด ไม่เหมาะกับการเป็นครูอนุบาล และให้พี่มาสั่งสอนตักเตือนเธอด้วยว่าถ้ายังทำพฤติกรรมแบบนี้อยู่อีกเธอเตรียมตัวโดนไล่ออกจากโรงเรียนนี้ได้เลย" อินทัชพูดออกไปก็ทำให้คนที่มั่นอกมั่นใจอย่างเรวดีรู้สึกหน้าเสียขึ้นมาทันที "วะว่าไงนะคะ..แล้วเด็กคนนั้นชื่ออะไรคะ?" "อชิระ...เป็นลูกของนายท่านอินทัช คนที่เธอบอกว่าไม่มีพ่อไม่มีแม่นั่นไง...พ่อของเด็กคนนั้นเป็นถึงเจ้าของที่นี่นั่นหมายความว่าถ้าเราไปขัดใจอะไรเด็กคนนั้นล่ะก็มีหวังได้โดนไล่ออกจากที่นี่แบบง่ายๆ เพราะว่าอชิระเป็นลูกคนเดียวของนายท่านอินทัชยังไงล่ะ" "กะเด็กนั่นน่ะนะเป็นลูกของเจ้าของโรงเรียนนี้?!" เมื่อเรวดีได้ยินอย่างนั้นก็ตกใจมากๆเพราะว่าเธอไม่เคยเห็นพ่อแม่ของเด็กคนนั้นจริงๆและไม่ได้สนใจไม่เคยอ่านชื่อและไม่เคยอ่านประวัติอะไรเกี่ยวกับเด็กเลย เพราะฉะนั้นจึงทำให้เธอไม่รู้ว่าพ่อแม่ของเด็กในห้องเรียนของเธอเป็นใครมาจากไหน ที่เธอได้สอนห้องเอนั่นก็เพราะว่าไปขอร้องภาคภูมิมาให้เลือกเธอยังไงล่ะ แต่ว่าเธอไม่ได้มีความสามารถขนาดนั้นหรอก "ใช่...เด็กคนนั้นที่เธอไปพูดจาไม่ดีใส่คือลูกของเจ้าของโรงเรียนนี้ และไม่ใช่แค่โรงเรียนนี้เฉยๆนะแต่เกือบทั้งประเทศที่เป็นโรงเรียนเอกชนเป็นของพ่อเด็กคนนั้นเกือบทั้งหมด ถ้าโดนไล่ออกจากที่นี่ไปครูอัตราจ้างที่ไม่ใช่ครูประจำหรือว่าข้าราชการคิดว่าจะไปทำงานที่ไหนต่อได้ล่ะ" "พี่ภาค~~~วดีจะทำยังไงดีล่ะ วดีไม่ได้ตั้งใจที่จะพูดไม่ดีกับคนนั้นนะแต่ว่าเด็กนั่นพูดจาไม่ดีก่อน ก็เลยทำให้วดีโมโหจนเผลอพูดแบบนั้นออกไป พี่ภาคก็รู้นี่ว่าวดีไม่ใช่คนแบบนั้นน่ะ..." ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเดือดร้อนเธอจึงพยายามออดอ้อนภาคภูมิไม่ให้ทำโทษเธอแถมยังโยนความผิดให้กับเด็กตัวน้อยๆตาดำๆที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรอีก "ที่พี่เรียกมาก็เพื่อให้วดีระวังตัวมากกว่านี้ จะพูดจะจาอะไรก็ระวังหน่อยถ้าเธอพูดอะไรไม่ดีออกไปได้เดือดร้อนกันหมดแน่ แล้วตอนนี้เด็กคนนั้นก็ย้ายห้องเรียนไปเรียนห้องเดียวกับอิษยาแล้ว" "ย้าย!! ทำไมถึงได้ย้ายล่ะคะ?!" "จะทำยังไงได้ในเมื่ออชิระไม่ได้อยากเรียนเท่านั้นอีกแล้ว แล้วเจ้าของโรงเรียนก็เป็นคนมาขอย้ายเองด้วยพี่ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องปฏิเสธหรอกนะ อีกอย่างย้ายห้องเรียนก็ดีเหมือนกันเพราะว่าเธอจะได้ไม่ไปพูดอะไรแบบนั้นใส่เด็กอีกจนทำให้เดือดร้อนกันไปทั่ว" "พี่ภาค!!!" "ที่พี่พูดก็เพราะว่าหวังดีนะ พี่ยังอยากให้เราทำงานร่วมกันเจอหน้ากันทุกวันแบบนี้ต่อไป ถ้าหากว่าวดีโดนไล่ออกแล้วเราไม่ได้ทำงานด้วยกันอีกจะทำยังไงล่ะ" "พี่ภาคก็เลิกกับอิษยาสักทีสิคะแล้วก็มาคบกับวดี มาแต่งงานกับวดี แล้วพี่ภาคก็จะได้อยู่กับวดีตลอดไป" "ตอนนี้พี่กำลังหาจังหวะอยู่ ถ้าได้จังหวะดีๆเมื่อไหร่พี่จะบอกเลิกทันทีเลย...เพราะฉะนั้นคนดีของพี่อดทนหน่อยนะ" ภาคภูมิหยอดคำหวานและกำลังจะก้มหน้าลงไปจูบกับเรวดี ก๊อกๆ แต่ว่าเสียงประตูก็ดังขึ้นเนื่องจากมีคนเคาะซะก่อนทำให้ทั้งคู่รีบกระเด้งตัวออกจากกันทันทีเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเปิดประตูเข้ามากระทันหัน แอดด~ "อ้าว!! วดีมาทำอะไรที่นี่หรอ?" แล้วคนที่เคาะประตูก็ไม่ใช่ใครแต่คืออิษยาเอง เธอแอบตามเรวดีมาและเธอก็ได้ยินในสิ่งที่ทั้งสองคนกำลังคุยกันด้วย แต่เธอจะไม่ยอมเลิกกับภาคภูมิง่ายๆหรอกนะ "เอ่อ พี่เรียกครูเรวดีมาดุนิดหน่อย เนื่องจากว่ามีผู้ปกครองไม่พอใจเกี่ยวกับการทำงานของครูเรวดีน่ะ ไม่มีอะไรหรอกแค่ต้องปรับปรุงกันบ้างนิดหน่อย" ภาคภูมิตอบอย่างไม่มีพิรุธอะไร "อ่อออ~ แบบนั้นเองสินะคะ..." พรึ่บ!! อิษยาพูดพร้อมกับเดินมานั่งตักของภาคภูมิ "ทำอะไรเนี่ย...?!" ภาคภูมิตกใจมากเพราะว่าเธอไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน "จะตกใจทำไมคะเราเป็นแฟนกันจะนั่งแบบนี้ก็ไม่เห็นจะแปลกเลยนี่นา ถ้าหากว่าไม่ใช่แฟนแล้วมานั่งสิแบบนั้นเรียกว่าแปลก...ไม่ได้เรียกว่าแปลกแต่เรียกว่าหน้าด้าน" อิษยาพูดพร้อมกับหันไปมองหน้าของเรวดีที่ยืนมองอยู่ "แต่ว่าครูเรวดียืนอยู่ตรงนี้มันดูไม่เรียบร้อยและไม่สมควร" "ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี่คะ กับวดีก็คนกันเองทั้งนั้นหนูกลับวดีเป็นเพื่อนกันพี่ภาคลืมไปแล้วหรอคะ" "แต่ว่า..." "เชิญตามสบายเถอะค่ะงั้นดิฉันขอตัวก่อนส่วนเรื่องที่ท่านผู้อำนวยการภาคภูมิสั่งมาจะปฏิบัติอย่างดีเลยค่ะ!!" เรวดีพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงแข็งกราดแถมยังเรียกเขาเต็มยศอีกต่างหากพร้อมกับเดินกระทืบเท้าออกไปแสดงถึงความไม่พอใจสุดๆ "วดีเป็นอะไรหรือเปล่าคะหรือว่าพี่ภาคดุเธอมากเกินไปก็เลยโกรธแล้วเดินออกไปแบบนั้นน่ะ?" แต่อิษยาแกล้งถามตาใสเหมือนกับว่าไม่รู้เรื่องอะไร แต่ความจริงแล้วเธอรู้หมดนั่นแหละและเธอก็รู้ด้วยว่าเรวดีกำลังโกรธภาคภูมิอยู่ที่ปล่อยให้เธอนั่งตักของเขาอยู่อย่างนั้นเผลอๆคืนนี้คงจะรีบไปง้อกันถึงเตียงนอนแต่เธอจะไม่ปล่อยให้มันง่ายแบบนั้น "พี่ก็แค่พูดตามความจริงถ้าจะโกรธกันด้วยเรื่องแค่นั้นก็ไม่เหมาะที่จะเป็นคุณครูโรงเรียนนี้หรอก...ว่าแต่หนูมีอะไรปกติไม่เคยนั่งตักพี่แบบนี้หรือว่าอ้อนอยากได้อะไรเป็นพิเศษ?" เมื่ออยู่ด้วยกันตามลำพังภาคภูมิก็เข้าโหมดหวานอีกครั้ง พรึ่บ!! แต่อิษยาก็รีบลุกขึ้นทันที "ไม่มีอะไรหรอกค่ะแค่นั่งตักแฟนไม่จำเป็นต้องอ้อนไหมคะไม่จำเป็นต้องอยากได้อะไรด้วย ก็แค่อยากนั่งพี่ภาคจะได้จำเอาไว้ว่า พี่คือแฟนของหนู" อิษยาเน้นย้ำทีละคำพร้อมกับมองหน้าของภาคภูมิด้วย "ก็ใช่น่ะสิ...พี่เป็นแฟนหนู" "เป็นแฟนหนู...ก็ต้องรักหนูแค่คนเดียวและมีหนูแค่คนเดียวสิคะ" "พี่ก็มีหนูคนเดียวไงคะ" แม้ว่าเขาจะรู้สึกแปลกๆกับคำพูดของเธอแต่ภาคภูมิก็ยังคงเป็นพ่อปลาไหลไหลตามน้ำไปเรื่อยๆ เออออกกับสิ่งที่อิษยาพูดออกมา "อีกไม่กี่วันก็จะวันเกิดแม่ของพี่แล้ว ไว้เราไปซื้อของขวัญวันเกิดกันนะคะ" "ได้สิคะที่รัก^^"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD