บริษัทปิติธนเมธานนท์
"ลองตรวจสอบผอ.ของโรงเรียนนานาชาติดูหน่อย แล้วก็ตรวจสอบคุณครูที่ชื่อเรวดีนั่นด้วย แล้วก็ประวัติของคุณครูที่ชื่ออิษยา..." อินทัชบอกกับอานุเพราะว่าเขารู้สึกสงสัยในพฤติกรรมของผอ.โรงเรียนนั้นและคุณครูที่สอนลูกชายของเขาด้วย
"คุณครูอิษยาผมได้ทำการส่งประวัติและข้อมูลต่างๆให้เรียบร้อยแล้วครับ" เมื่อมาถึงบริษัทแล้วอินทัชก็ได้ทำการสั่งงานไปกับอานุซึ่งเป็นเลขา แต่ว่าอานุก็ต้องแจ้งขัดขึ้นมาก่อนว่าประวัติของอิษยาเขานั้นได้ทำการส่งข้อมูลให้กับอินทัชเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
"เหรอ...เดี๋ยวฉันจะทำการอ่านทีหลังก็แล้วกันส่วนของสองคนนั้นไปสืบมาหน่อยว่าเป็นอะไรยังไงบ้าง?"
"ได้ครับท่านประธาน"
"แล้วก็ลองหาผอ. คนใหม่ของโรงเรียนนั้นเตรียมเอาไว้ด้วยแล้วกัน รู้สึกไม่ชอบขี้หน้าแปลกๆอาจจะมีการสั่งย้ายออก" อิรทัชพูดอย่างเอาแต่ใจ
"แค่ไม่ชอบหน้าก็สามารถย้ายได้เลยหรอครับท่านประธาน ปกติท่านประธานไม่ค่อยเป็นแบบนี้นะครับ" อานุสงสัยในพฤติกรรมแปลกๆของประธานตัวเองเลยถามออกไป ซึ่งโดยปกติแล้วอินทัชเป็นพวกทำอะไรตามเหตุผลเสมออะไรที่ไม่มีเหตุผลเขาจะไม่ยุ่งโดยเด็ดขาด แต่การจะย้ายผอ.โดยใช้เหตุผลว่าไม่ชอบหน้าซึ่งเป็นอะไรที่แปลกมากจนทำให้เขาอดที่จะสงสัยไม่ได้
"คนเราก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างสิ"
"คนเราจะเปลี่ยนแปลงได้ต้องมีปัจจัยนะครับท่านประธาน อยู่ๆคนเราจะมาเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่มีสาเหตุและเหตุผลไม่ได้ คนเราจะเปลี่ยนแปลงกันได้นั้นนั่นหมายความว่ามีคนทำให้เปลี่ยนครับ แล้วใครกันนะที่อยู่ๆก็ทำให้ท่านประธานรู้สึกอยากเปลี่ยนตัวเองขึ้นมาหรือทำตัวแปลกๆขึ้นมา?" อานุยังคงตั้งข้อสงสัยอย่างต่อเนื่องซึ่งทำให้อินทัชรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากที่อยู่ๆเรขาคของเขาที่ปฏิบัติตามคำสั่งมาโดยตลอดอยู่ๆก็เกิดมีคำถามในคำสั่งของเขา
"นายเองก็แปลกเหมือนกันนั่นแหละ ปกติไม่เห็นจะมีคำถามเกี่ยวกับคำสั่งอะไรของฉันเลยนี่ แล้วทำไมวันนี้ถึงได้ถามยืดยาวแบบนี้จนน่ารำคาญ"
"ที่ผมมีคำถามไม่ใช่เพราะผมแปลกไปแต่เพราะว่าท่านประธานนั่นแหละที่แปลก"
"แต่ถ้ามึงยังไม่ออกจากเรื่องความแปลกของกูมึงนั่นแหละที่ต้องออกแทนที่จะเป็นไอ้ผอ.นั่น" อินทัชเริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา
"ขอโทษครับ" อานุรีบขอโทษเมื่อรู้ตัวว่าพูดมากเกินไปแล้ว
"เอาเป็นว่าเตรียมผอ.คนใหม่เอาไว้ก็แล้วกันรู้สึกแปลกๆบางทีอาจจะต้องตรวจสอบให้ลึกลงไปก็ได้ มึงก็รู้ว่าเซ้นท์ในการทำงานของกูไม่มีผิดพลาด"
"ได้ครับท่านประธานเดี๋ยวผมจะจัดการให้เอง" อานุรับคำสั่งแล้วเดินออกไปจากห้องทำงานของอินทัชทันที
ส่วนเขาก็ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป การทำงานของเขาไม่ได้ใช้เซนส์เป็นหลักแต่ถ้าอะไรที่มันรู้สึกแปลกๆหรือว่าไม่สมเหตุสมผลเขาจะรีบสั่งให้ลูกน้องตรวจสอบทันทีและทุกครั้งที่มีการตรวจสอบก็จะพบบางอย่างผิดปกติเสมอ ซึ่งกับภาคภูมิเองก็เหมือนกันคราวนั้นรู้สึกถึงความแปลกๆพุ่งออกมาจากตัวของภาคภูมิเพราะฉะนั้นเขาจึงได้ทำการสั่งให้อานุไปตรวจสอบพฤติกรรมของภาคภูมิมา แน่นอนว่าเขาจะไม่ไล่ออกแบบปุบปับแต่เขาจะต้องมีแผนสำรองเอาไว้เสมอเช่นการหาผอ.คนใหม่ไปแทนที่คนเก่า
หลายวันต่อมา
โรงเรียนอนุบาลนานาชาติ
ห้องพักครู
"เก็บของเร็วจังรีบไปไหนหรอ?" เรวดีถามขึ้นเมื่อเห็นว่าอิษยาเตรียมเก็บของกลับบ้านทั้งที่ปกติแล้วอิษยาจะกลับบ้านช้ากว่าคนอื่นเสมอเพราะว่าต้องการตรวจงานของเด็กๆก่อนเพื่อที่ว่าจะไม่ต้องกลับไปทำงานที่บ้าน
"พอดีว่าวันนี้เป็นวันเกิดของพี่ภาคน่ะ ฉันก็เลยจะต้องไปซื้อของขวัญให้คุณแม่ก่อนก็เลยรีบออกเร็วหน่อย"
"แล้วไม่มีงานของนักเรียนที่ต้องตรวจหรอปกติแกไม่เคยค้างงานนี่?"
"ฉันจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันไม่ทำอะไรให้ตัวเองต้องมาเหนื่อยทีหลังแกก็รู้นี่นา งั้นฉันขอตัวก่อนนะ"
"เดี๋ยวสิ...ฉันเองก็รู้จักคุณแม่ของพี่ภาคนะจะไม่ชวนกันไปหน่อยหรอวันเกิดก็ต้องไปกันหลายคนถึงจะสนุกสิ" เรวดีเสนอความคิดเพราะว่าเธอไม่อยากปล่อยให้สองคนนั้นอยู่ด้วยกัน ยิ่งได้อยู่กับพ่อแม่ของภาคภูมิแล้วด้วยเธอกลัวว่าอิษยาจะทำอะไรที่เกินหน้าเกินตาและได้ใจพ่อแม่ของภาคภูมิจนรีบมาสู่ขออิษยา
"พี่ภาคเขาได้ชวนแกไหมอ่ะ ถ้าหากว่าชวนก็น่าจะไปได้แหละ" อิษยาตอบกลับด้วยท่าทางน่าซื่อตาใส ซึ่งมันทำให้เรวดีรู้สึกหงุดหงิดมากกว่าเดิมและไม่ชอบใจกับท่าทางของอิษยา
"ยังไม่ได้ชวนหรอกแต่ฉันคิดว่าน่าจะชวนนะ เพราะว่าฉันเองก็เป็นเพื่อนแกพี่ภาคคงไม่อยากให้แกไปเหงาๆหรอก" เรวดีคิดเข้าข้างตัวเอง
"ไม่เหงาหรอกฉันคุยกับพ่อแม่ของพี่ภาคได้ เราไม่ได้เจอกันครั้งแรกสักหน่อย พ่อแม่พี่ภาคเขาชอบฉันอยู่แล้ว งั้นไปก่อนนะ" อิษยาพูดจบก็คว้ากระเป๋าแล้วเดินออกมาจากห้องพักทันที ส่วนเรวดียังไม่ทันได้อ้าปากพูดอะไรต่อเพื่อนก็หนีไปซะแล้ว ทำได้เพียงกระทืบเท้าอย่างขัดใจ
อิษยาเดินออกมาจากห้องพักด้วยความสะใจเธอรู้สึกได้เลยว่าเรวดีไม่ต้องการให้เธอกลับภาคภูมิอยู่ด้วยกัน แล้วเธอก็แกล้งพูดไปอีกว่าพ่อแม่ของภาคภูมินั้นชอบเธอ แต่ความจริงแล้วแทบจะไม่ใช่เลย
พ่อแม่ของภาคภูมิไม่ชอบที่เธอเป็นเด็กกำพร้าและพยายามพูดจาเสียดสีเธออยู่ตลอดทำให้เธอรู้สึกด้อยค่าและน้อยเนื้อต่ำใจเสมอ แต่นั่นก็เป็นเพียงอดีตถ้าวันนี้พ่อแม่ของภาคภูมิพูดอะไรแบบนั้นกับเธออีกเธอก็จะตอบกลับเหมือนกัน
"เตรียมเจอกันได้เลยค่ะคุณแม่!"
ห้างสรรพสินค้า A
ตึก....ตึก...ตึก...
หลังจากที่เลิกงานเรียบร้อยแล้วภาคภูมิก็ได้พาอิษยามาที่ห้างสรรพสินค้าเพื่อซื้อของขวัญวันเกิดให้กับแม่ของเขา ซึ่งเดินมาหลายรอบแล้วก็ยังไม่มีอะไรที่ถูกใจเลยสักนิด แต่ความจริงแล้วอิษยารู้อยู่แก่ใจว่าไม่ว่าเธอจะซื้ออะไรไปให้แม่ของเขาก็ไม่เคยชอบทั้งนั้น นอกจากว่าจะเป็นของที่มีราคาสูงหน่อยแบบนั้นถึงจะดูพอใจขึ้นมาบ้างแต่เธอก็รู้สึกได้ว่าเธอไม่จำเป็นที่จะต้องไปซื้อของมีค่าอะไรให้กับคนแบบนั้น
"หนูเอาเป็นแค่กระเช้าผลไม้ดีกว่าค่ะส่วนพี่ภาคจะซื้ออะไรก็ซื้อได้เลยนะคะ"
"กระเช้าผลไม้แบบนั้นใครๆเขาก็ให้กัน พี่ว่าอิษซื้อของอะไรที่มันมีคุณค่ามีประโยชน์จะดีกว่านะแม่พี่จะได้รู้สึกตื้นตันใจไง" ภาคภูมิเสนอความคิดแต่ความจริงแล้วเขาอยากให้อิษยาซื้อของมีค่าให้กับแม่ของเขามากกว่าเพื่อที่ว่าเขาจะได้ไม่ต้องซื้อเอง
"มันก็หลายปีแล้วนะคะที่หนูไปร่วมงานวันเกิดแม่พี่ ไม่ว่าจะซื้ออะไรไปให้ก็ไม่เห็นชอบเลยสักอย่าง เพราะฉะนั้นปีนี้ซื้อแค่นี้ก็พอแล้วค่ะ ส่วนของมีคุณค่าอะไรนั่นพี่ภาคก็ซื้อไปเองก็แล้วกันนะคะ"
"ที่พี่บอกเขาว่าพี่หวังดีนะ ถ้าหากว่าเราจะแต่งงานกันอิษก็ควรจะเอาอกเอาใจแม่พี่บ้าง จะทำตามใจซะทุกอย่างก็คงไม่ได้"
"แล้วจะให้ทำยังไงล่ะคะ พี่ภาคเองก็รู้ว่าปีที่ผ่านๆมาแม่ของพี่ไม่เคยพอใจในของขวัญเลย เพราะฉะนั้นปีนี้ก็เอาแค่กระเช้าผลไม้ไปก็แล้วกันค่ะ"
"อิษยา!! ทำแบบนี้มันไม่น่ารักเลยนะ! ไม่เหมือนครูเรวดีคนนั้นเขาเอาอกเอาใจเก่ง" อยู่ดีๆภาคภูมิก็เปรียบเทียบเธอกับเรวดีขึ้นมาทั้งที่เมื่อก่อนนี้ไม่เคยมีเลยสำคัญที่เขาจะหลุดพูด นั่นก็หมายความว่าการที่เธอทำพฤติกรรมแปลกๆมันได้ผล
"พี่ภาคสนิทกับเธอมากเลยนะคะถึงได้รู้ว่าวดี...ดียังไง?"
"ถึงไม่ได้สนิทพี่ก็มองออก พี่ไม่ใช่คนโง่ที่จะมองอะไรไม่ออก แต่ตอนนี้พี่เริ่มรู้สึกไม่แน่ใจแล้วว่าพี่มองคนถูกหรือเปล่า ทำไมตอนนี้อิษยาที่เคยน่ารักของพี่ตอนนี้กลับไม่น่ารักแล้ว"
"อาจจะเพราะว่าฉลาดขึ้นมั้งคะไม่ได้โง่เหมือนเมื่อก่อน"
"พูดแบบนั้นหมายความว่ายังไง?" ภาคภูมิถามอย่างสงสัยในคำพูดของอิษยา
"ไม่มีอะไรค่ะ งั้นซื้อเป็น...กำไลข้อมือแล้วกันน่าจะเหมาะกับแม่ของพี่ภาคดีนะคะ" จากที่ตอนแรกจะซื้อกระเช้าดอกไม้เธอก็เปลี่ยนใจแล้วเดินไปที่ร้านเครื่องประดับแทนซึ่งนั่นก็ทำให้ภาคภูมิรู้สึกพอใจยิ่งขึ้น