bc

เจ้าสาวริมทาง

book_age12+
250
FOLLOW
1K
READ
HE
friends to lovers
heir/heiress
blue collar
kicking
loser
detective
like
intro-logo
Blurb

นายธนาคารหนุ่มที่เพียบพร้อมทั้งฐานะ และชาติตระกูล กับการตามหารักแท้ ที่ไม่คาดหวังว่าจะไปได้พบ แต่แล้วก็ได้พบ

chap-preview
Free preview
ประทับคำสัญญา
ประทับคำสัญญา ปิ่นเนตร เด็กน้อยวัยแปดขวบ กำลังจัดเรียงผักผลไม้พลาสติกวางลงบนผ้าปูโต๊ะเก่าที่ขอมาจากคุณแม่อธิการอย่างขะมักเขม้น เมื่อเรียงเสร็จเธอก็ยิ้มน้อยๆ ชื่นชมผลงานตัวเองก่อนจะเงยหน้าถามเด็กน้อยอีกสองคน ซึ่งเป็นพี่น้องอายุไล่เลี่ยกัน ที่กำลังนั่งยิ้มแป้นอยู่ตรงหน้า “รับอะไรดีคะ” เธอถามเสียงใสๆ แล้วยิ้มหวานรอฟังคำตอบ เด็กน้อยที่กำลังสวมบทเป็นแม่ค้าขายผักเติบโตในโบสถ์คริสต์ตั้งแต่ยังเป็นทารก หลังจากที่ลืมตาดูโลกได้เพียงหนึ่งวัน หนูน้อยก็ถูกแม่วัยสิบเจ็ดทิ้งเอาไว้ที่โรงพยาบาล นมแม่สักหยดก็ไม่เคยได้สัมผัส ก่อนจะถูกส่งมายังโบสถ์คริสต์ริมแม่น้ำแม่กลองที่มักจะรับอุปการะเด็กกำพร้าที่ถูกทอดทิ้ง คุณแม่อธิการแอนนา เป็นลูกครึ่งไทยอิตาลี ท่านเป็นคนใจดีและมีเมตตา แม้จะไม่ได้เป็นโบสถ์คริสต์ที่ใหญ่โต แต่ก็ยังรับอุปการะเด็กกำพร้ามากมาย ถึงแม้จะมีเชื้อสายไทยอยู่ครึ่งหนึ่งและถือสัญชาติไทย แต่เพราะเติบโตที่อิตาลีจึงพูดภาษาไทยยังไม่เก่งมากนัก ทำให้ต้องเรียนรู้ภาษาไทยจากเด็กๆ ไปพร้อมๆ กับที่สอนภาษาอิตาลี และภาษาฝรั่งเศสให้ เพราะเป็นเด็กขี้กลัว และยิ้มยาก กระทั่งปิ่นเนตรอายุแปดขวบแล้วก็ยังไม่มีครอบครัวไหนรับไปอุปการะ เด็กน้อยได้แต่แอบมองเพื่อนคนอื่นๆ ไปอยู่กับพ่อแม่ใหม่คนแล้วคนเล่า ทำให้ต้องเล่นอยู่เพียงลำพังเพราะไม่มีเพื่อนในวัยเดียวกัน แต่เมื่อสองปีก่อนคุณแม่แอนนารับหนึ่ง และสอง ที่อายุไล่เลี่ยกับปิ่นเนตรเข้ามาอุปการะ เพราะพ่อแม่ของทั้งสองคนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่ ทำให้ปิ่นเนตรเริ่มที่จะยิ้มได้เมื่อมีเพื่อน “เอาผักบุ้งกับพริกค่ะ” เด็กคนพี่ตอบ ในขณะที่คนน้องยังนั่งนึกอยู่ว่าจะเอาอะไรดี “เด็กๆ อยู่กันที่นี่เอง” เสียงนุ่มๆ ของแม่อธิการถามพร้อมกับรอยยิ้มที่แสนจะอ่อนโยน “แม่พาเพื่อนมาให้รู้จัก” เมื่อบอกเหตุผลที่มาเสร็จคุณแม่แอนนาก็หันไปบอกเด็กน้อยที่พามาด้วย “แนะนำตัวกับเพื่อนสิลูก ต่อไปนี้หนูทั้งสี่คนจะเป็นเพื่อนกันแล้วนะ” ปิ่นเนตร หนึ่ง และสอง ยิ้มแป้นรอฟังเพื่อนใหม่แนะนำตัว แต่ด้วยความแปลกที่เด็กหญิงผมเปียวัยห้าขวบจึงหลบอยู่ด้านหลังพร้อมกับกอดขาคุณแม่อธิการเอาไว้แน่น ครู่หนึ่งก็โผล่มาแต่หน้าเพื่อแนะนำตัวเอง “เราชื่อส้ม” จบคำแนะนำตัวสั้นๆ เด็กผมเปียก็ผลุบหน้ากลับไป “เธออายุเท่าไหร่” ปิ่นเนตรถามเด็กผมเปียที่มาใหม่ “ห้าขวบ” คราวนี้มีแต่เสียง “เราชื่อปิ่นเนตร เรียกว่าปิ่นเฉยๆ ก็ได้ อายุแปดขวบ นี่หนึ่งเจ็ดขวบ แล้วก็นี่สองอายุห้าขวบ ส้มห้าขวบก็เป็นน้องเล็ก จากนี้เราจะเป็นพี่น้องกันนะ มาเกี่ยวก้อยสัญญากัน” คุณแม่อธิการวัยสี่สิบยืนยิ้มมองเด็กหญิงทั้งสี่คนเกี่ยวก้อยสัญญาเป็นพี่น้องด้วยความเอ็นดู โดยที่ไม่ได้คิดเลยว่าการเกี่ยวก้อยสัญญาแบบเด็กๆ จะทำให้ทั้งสี่คนรักกันแทบไม่ต่างกับพี่น้องคลานตามกันมา สิบเจ็ดปีต่อมา…….. “โอ๊ย” หนุ่มผิวสีแทนร้องลั่นเมื่อถูกเข็มเล็กๆ จากเครื่องสักลากไปตามแผ่นหลัง “ให้ตายสิ ฉันไม่น่าบ้าตามพวกแกเลยจริง ๆ แบบนี้จะถอดเสื้อให้ใครเห็นได้วะ เชื่อสิ ถ้าแม่ฉันเห็นมีหวังลมใส่” หนุ่มผิวแทนหน้าตาคมเข้มบ่นอย่างเซ็งๆ ที่ถูกเพื่อนบังคับให้สักปีกขนาดใหญ่เอาไว้กลางหลัง อติรุจ อนันต์ยศ (รุจ) ชายหนุ่มอายุยี่สิบเก้า ทายาทคนเดียวของตระกูลอนันต์ยศเจ้าของธนาคารสยาม ชอบการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจจึงฝันที่จะเป็นช่างภาพถ่ายรูปธรรมชาติ แต่เพราะพ่อเสียชีวิตจากเส้นเลือดในสมองแตกเมื่อตอนที่เขาอายุยี่สิบสี่ ทำให้ต้องทิ้งความฝันของตัวเองเพื่อรับหน้าที่บริหารธุรกิจของครอบครัว ด้วยความที่เป็นคนฉลาด สุขุม และรอบคอบ ทำให้สามารถพาธุรกิจของครอบครัวกลับมาตั้งหลักอีกครั้ง การพาบริษัทที่เกือบจะล้มละลายให้กลับมามีกำไรทำให้เขาได้รับการยอมรับ เพียงสองปีก็ได้เป็นรองประธาน และถึงแม้จะยังไม่ได้รับมรดกจากคุณหญิงทิพย์เกสรอย่างเป็นเรื่องเป็นราว แต่งานอดิเรกที่เป็นนักเก็งกำไรหุ้นตัวฉกาจ ทำให้เขาจัดอยู่ในทำเนียบเศรษฐีหนุ่มอันดับต้นๆ ของเมืองไทย แต่เพราะต้องทำงานร่วมกับคนที่มีอายุมากกว่าอยู่ตลอด จากที่เคยเป็นคนขี้เล่น ร่าเริงแจ่มใส ก็กลายเป็นคนมีบุคลิกเย็นชา เงียบขรึม พูดน้อย นัยน์ตาดุ นอกจากเวลาที่อยู่ในกลุ่มเพื่อนๆ สี่คนแล้ว ไม่บ่อยที่อติรุจจะแสดงอารมณ์ของตัวเอง โดยเฉพาะรอยยิ้ม ที่น้อยคนจะได้เห็น “โหย! ไอ้รุจ ตัวแกเท่าควาย แต่แค่โดนเข็มเล็กๆ จิ้มที่หลังก็เสือกร้องเสียงหลงเสียแล้ว ไม่ใจเลยนี่หว่า” กรกฤตขำตัวงอ เมื่อเห็นอติรุจสะบัดตัวไปมาทุกครั้ง เวลาถูกเข็มสักจิ้มลงที่ผิว กรกฤต สถิตคุณ (กฤต) หนุ่มอายุยี่สิบแปด รูปร่างสูงสมาร์ท ผิวขาว ตาชั้นเดียว มีลักยิ้มที่แก้ม ใบหน้าสวยเหมือนผู้หญิง เพราะพ่อแม่แยกทางตั้งแต่เขาอายุได้เพียงแค่สิบขวบ รวมถึงเห็นอาที่เติบโตด้วยกันมาตั้งแต่เล็กถูกคนรักทิ้งจนกลายเป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัวและตรอมใจตายในที่สุด เขาจึงไม่เชื่อว่าในโลกนี้จะมีรักแท้ เมื่อผู้เป็นอาตายจากไปเพราะความรัก จากบุคลิกเคยเรียบร้อยจึง เปลี่ยนเป็นเสือผู้หญิงชนิดหาตัวจับยากมาตั้งแต่นั้น กรกฤตเป็นลูกชายคนเดียวของนงลักษณ์ สถิตคุณ เจ้าของโรงแรมระดับห้าดาว และนายแพทย์เดช สถิตคุณ นายแพทย์ใหญ่เจ้าของโรงพยาบาล เพราะฝันอยากจะเป็นเชฟ จึงเรียนการทำอาหารควบคู่ไปพร้อมกับเรียนแพทย์ เขาจบแพทย์ศาสตร์เกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากอเมริกา และจบการทำอาหารจากสถาบันเลอ กอร์ดอง เบลอ สถาบันสอนการทำอาหารอันเลื่องชื่อของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เชฟที่จบจากสถาบันแห่งนี้ส่วนใหญ่จะได้เป็นเชฟในร้านอาหารระดับสามดาวมิชลินแทบทั้งนั้น กรกฤตเองก็ได้เป็นเชฟในร้านอาหารมิชลินระดับหนึ่งดาวตั้งแต่ที่ยังเรียนไม่จบจากเลอ กอร์ดอง เบลอ ด้วยซ้ำ แต่เพราะพ่อกับแม่ไม่ค่อยมีเวลาให้เขามากนัก เขาจึงโตมากับอาสาวที่เป็นนักเขียน จึงซึมซับความเป็นนักเขียนจากผู้เป็นอาโดยไม่รู้ตัว หลังจากการจากไปของผู้เป็นอาและทิ้งสิ่งเดียวไว้ให้คือนิยายที่ยังเขียนไม่จบ กรกฤตจึงเบนเข็มมาเป็นนักเขียนแทนที่จะมุ่งไปตามทางฝันของตน เพื่อเขียนนิยายให้จบบริบูรณ์ ไม่เช่นนั้นคงขึ้นทำเนียบเชฟของร้านอาหารระดับสามดาวมิชลินไปแล้ว “อย่าทำเป็นปากดี ฉันเห็นตอนที่แกสักลาย แกร้องดังกว่าไอ้รุจมันอีก แถมยังเลิกเอาดื้อๆ ทั้งที่ยังสักได้แค่ครึ่งเดียว เดี๋ยวรุจมันลงลายเสร็จเมื่อไหร่ แกไปลงลายต่อให้จบ ไม่อย่างนั้นฉันไม่ยอมแน่ เพราะแกเป็นตัวตั้งตัวตีที่ทำให้หลังฉันต้องระบบไปอีกเป็นอาทิตย์” คชินทร์ชี้หน้าแฉความลับของนักเขียนใหญ่จนเจ้าตัวหยุดขำ คชินทร์ คุณัญญา (ช้าง) หนุ่มนักดนตรีช่างฝันลูกครึ่งอเมริกันวัยยี่สิบแปด ลูกชายคนเดียวของ แคโรไลน่า ฮิทเท่น เจ้าของบริษัทด้านบันเทิงยักษ์ใหญ่ของอเมริกา และ คเชนทร์ คุณัญญา ผู้กำกับชื่อดังของเมืองไทย แม้จะมีชื่อเล่นว่าช้าง แต่ไม่เข้ากับการเป็นศิลปิน เพื่อนๆ จึงเรียกว่า “ชิน” แทนจนติดปาก คชินทร์รักดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ เขาจบปริญญาโททางด้านดนตรีและการแสดงจากอเมริกา ทำให้มีความสามารถทางด้านการเล่นเครื่องดนตรีทั้งไทยและสากลเกือบทุกชนิด แต่ที่ยอดเยี่ยมมากที่สุดคือเปียโน แม้จะเป็นคนที่มีบุคลิกดีมาก แต่กลับชอบแต่งตัวเซอร์ๆ ไว้ผมยาวแต่จะรวบเอาไว้เสมอ จมูกโด่ง รูปหน้าเรียวเล็ก คางแหลม ผิวขาวอย่างคนตะวันตก ผมดำ ดวงตาสีฟ้าแต่ใส่คอนแทคเลนส์สีดำเพื่อปกปิดเอาไว้ ดวงตาอาจจะเป็นเพียงสิ่งเดียวที่บ่งบอกว่าเขาเป็นลูกครึ่ง เพราะหน้าตาจะค่อนไปทางพ่อเสียมาก คชินทร์เป็นคนที่แสดงออกทางความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมามากที่สุดเมื่ออยู่ในกลุ่มเพื่อน แต่หากเป็นคนที่ไม่รู้จักแล้ว เขาจะพูดน้อยหรือแทบจะไม่แสดงออกทางความรู้สึกเลยด้วยซ้ำ ทำให้คนภายนอกมองว่าเป็นคนหยิ่ง และถือตัว คชินทร์ ถูกมองว่าเจ้าชู้พอพอกับกรกฤต ทั้งที่แท้จริงแล้วเขาเป็นผู้ชายที่มีความเป็นสุภาพบุรุษมากที่สุดในกลุ่ม แต่เพราะหน้าตาดีที่สุดในกลุ่มเพื่อนทั้งสี่คน จึงมักถูกบังคับให้รับหน้าที่เป็นทัพหน้าเวลาจีบผู้หญิง จนทำให้ถูกเข้าใจผิดไป ความที่เป็นศิลปิน เขาจึงต้องหาแรงบันดาลใจสำหรับแต่งเพลงจึงชอบทำตัวผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ไม่เป็นที่ มักไปไหนมาไหนด้วยเป้สะพายเก่าๆ กีตาร์โปร่ง และมอเตอร์ไซค์คู่ใจ “เออๆ ฉันต้องลงลายต่อให้เสร็จอยู่แล้ว มีปีกแค่ข้างเดียวมันจะบินไปไหนได้วะ” ถึงปากจะพูดแบบนั้น แต่ตรงกันข้ามกับความรู้สึก กรกฤตทำหน้าแหย่เมื่อเห็นช่างสักลายกำลังลงเข็มที่หลังอติรุจอย่างเมามัน “วินไม่เชื่อกฤตเท่าไหร่ คืนนี้วินว่าง วินจะอยู่เฝ้าจนกว่ากฤตจะลงลายเสร็จ เพื่อนๆ สบายใจได้ว่ายังไงกฤตก็ต้องลงลายเสร็จแน่ๆ ในคืนนี้” น้ำเสียงของตะวันราบเรียบๆ ก็จริง แต่แฝงไว้ด้วยความอาฆาตจนกรกฤตเสียวสันหลัง ก่อนที่จะสักปีกเอาไว้ที่หลัง ตะวันเป็นคนเดียวที่ยังไงก็ไม่เอาด้วย กรกฤตจึงบังคับให้สักเป็นคนแรก เมื่อเห็นกรกฤตทำท่าจะเลิกสักทั้งที่ยังสักได้แค่ครึ่งเดียวจึงไม่ยอม หัวเด็ดตีนขาดยังไงตะวันก็ไม่ยอม ตะวัน ธรณ์เทพ (วิน) ลูกชายคนเดียวของพลเอกภมร ธรณ์เทพ ตระกูลผู้ดีเก่าแก่ สืบเชื้อสายพระยาตั้งแต่เมื่อครั้งแผ่นดินกรุงศรี มีคุณปู่ทวดเป็นถึงเจ้าพระยา กับคุณหญิงพิสมัย ธรณ์เทพ ที่มีคุณย่าทวดเป็นหม่อมเจ้า บ้านของตะวันจึงเป็นวังเก่าที่ตกทอดกันมาหลายชั่วรุ่น และมีที่ทาง รวมถึงทรัพย์สมบัติมากมาย ตะวันเป็นผู้ชายเรียบร้อย ผิวขาว หน้าตาสะอาดสะอ้าน พูดคะขาจนถูกมองว่าเป็นกะเทย แต่นอกจากสามหนุ่มที่เป็นเพื่อนสนิทแล้ว ไม่มีใครรู้เลยว่าร่างกายที่ล่ำสันกำยำ ชนิดที่ละลายใจสาวๆ ได้ทันทีเมื่อเห็นรูปร่างของเขา จะถูกซุกซ่อนไว้ภายใต้ภายใต้เสื้อผ้าแบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดเท้า และท่าทางเรียบร้อยเหมือนผู้หญิง ตะวันจบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจด้วยผลคะแนนยอดเยี่ยม เก่งการต่อสู้เป็นเลิศ แต่ใจจริงแล้วเขาไม่อยากเป็นตำรวจ ที่ต้องเรียนตำรวจเพราะถูกพ่อบังคับ ตะวันคลุกคลีกับคุณหญิงพิสมัยที่เป็นคนรักสวยรักงามจึงชอบที่จะเห็นสีสันบนใบหน้าผู้หญิง ทำให้เขาฝันที่จะเป็นเมคอัพอาร์ติส และเพราะได้แรงสนับสนุนจากแม่และย่า หลังรับราชการได้เพียงสามปีก็ลาออกมุ่งหน้าสู่อิตาลี ประเทศแห่งแฟชั่นเพื่อเดินตามฝันของตัวเองด้วยความช่วยเหลือด้านการเงินจากอติรุจ ทำให้ถูกพลเอกภมรประกาศตัดพ่อตัดลูก และพลอยโกรธอติรุจไปด้วย เพราะคิดว่าเป็นคนยุยงให้ลูกชายของตนลาออกจากตำรวจทั้งที่เพิ่งจะติดยศร้อยโทหมาดๆ

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
1.8K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.7K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.0K
bc

เมียลับอุ้มรัก

read
82.7K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.1K
bc

Passionate Love รักสุดใจนายขี้อ่อย 20+

read
33.8K
bc

รอยแค้นแห่งรัก

read
55.5K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook