Summer 5

885 Words
Summer 5 “อยากไปไหว้พระแล้วก็พักสักคืนอะ” “เอาสิ เดี๋ยวใกล้ถึงวันค่อยจองห้อง ต้องถูกหวยบ้างละ” จิงจิงยกกำปั้นฮึบสู้กับตัวเอง “จริง ต้องถูกบ้างละ” ฉันบอกเพื่อนอย่างหมายมั่น แต่ที่จริงก็ซื้อเอาสนุกตัวเองนั่นแหละ ถามว่าถูกรางวัลสักครั้งไหมก็ไม่ แต่ถ้าจะถามว่าหยุดซื้อไหมก็ไม่เหมือนกันค่ะ ขอลุ้นหน่อยเถอะค่ะ เดือนละสองครั้งเอง ซื้อครั้งละหนึ่งร้อยอะ สักวันจะต้องรวยฉันบอกเลย “พี่ไฉโทร. มาอีกละ” เงยหน้ามองจิงจิงอย่างต้องการจะฟ้อง เพื่อนฉันหลุดหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นว่าฉันทำหน้างอแงแค่ไหนที่เห็นเบอร์พี่ชายโทร. เข้ามา “พี่ไฉ หนูกำลังกินข้าว” รับสายก็รีบบอกพี่ชายทันที (พี่กำลังโทร. ถาม...กินแล้วก็ดี) “พี่อะ เดี๋ยวกลับค่ะ จะเสร็จแล้ว กินข้าวแล้วนอนดูทีวีไปนะคะ” ฉันรู้ว่าพี่ชายเป็นห่วง เวลาที่เจ้าตัวว่างแล้วกลับมาพักที่บ้านก็จะห่วงฉันแบบนี้แหละ แต่ไม่รู้ทำไมวันนี้ฉันถึงคิดว่าพี่ชายฉันนั้นแปลกไปมากกว่าเมื่อก่อน ดูวอแวดูอยากโทร. เช็กตลอดเวลาเลย “หวงแกเหรอ?” วางสายจากพี่ชายจิงจิงก็เอ่ยถาม ทั้งยังหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างสนุกที่พี่ชายฉันโทร. หาแทบจะทุกหนึ่งชั่วโมง จนตอนนี้ฉันเริ่มจะงอแงใส่พี่ชายแทนแล้วแหละ “ไม่รู้ ดูวอแวมากอะ หรืออยากได้ของฝากนะ” เริ่มทวนถามตัวเอง และคิดว่าพี่ชายอาจจะอยากได้ของฝากก็ได้ เดี๋ยวขากลับแวะซื้อไปให้สักหน่อยแล้วกัน อยู่บ้านคนเดียวเหงา ๆ ในรอบหลายสัปดาห์เดี๋ยวน้องสาวคนนี้จะซื้อขนมไปให้พี่ชายเองค่ะ “ตลกแกกับพี่ชาย พอห่างก็คิดถึง พอพี่กลับมาแกก็เบื่อหน้าพี่ งงไปหมด” จิงจิงเอ่ยแซว “เออจริง งงเหมือนกัน ตอนห่างก็เป็นห่วงนั่นแหละ แต่พอเจอบางทีฉันก็สงสัยว่าตกลงฉันกับพี่ไฉใครห่วงใครมากกว่ากัน” “พี่เขาก็คงจะเป็นห่วงแกด้วยนั่นแหละ แกทำงานหนักเหมือนกันนะ ยังดีที่เจ้านายยังให้แกมีวันหยุด” “ก็จริง แต่ช่วงไหนที่ไม่ได้หยุดก็แย่เหมือนกัน แต่เงินโบนัสคุ้มมาก” ฉันบอกเพื่อนก่อนจะหัวเราะอย่างขบขัน แต่เรื่องจริงนะที่พูดว่า โบนัสคุ้มกับงานหนัก ๆ ของตัวเองมาก เพราะนอกจากจะได้ของบริษัทแล้วเจ้านายฉันอย่างคุณทิศเหนือก็จะให้โบนัสแยกต่างหากด้วยนะ ยิ่งตอนนี้ใกล้สิ้นปีฉันยิ่งตื่นเต้น “ก็จริง ขนาดฉันพนักงานธรรมดายังตื่นเต้นอะ” “แต่ฉันชอบนะเพราะเจ้านายให้หัวหน้าประเมินลูกน้อง แล้วให้ลูกน้องประเมินหัวหน้าด้วยอะ” เป็นการประเมินโบนัสที่ดีเลยนะ นอกจากประเมินจากการเข้างาน ผลงาน จะมีประเมินการทำงานแบบลูกน้องหัวหน้าด้วย ขนาดฉันยังต้องประเมินเจ้านายตัวเองอย่างคุณทิศเหนือเลย ซึ่งกฎนี้ที่ปรึกษาบริษัทอย่างคุณพ่อกับคุณแม่ของเจ้านายเป็นคนตั้งขึ้นมา ฉันไม่แปลกใจเลยสักนิดที่บริษัทจะไปได้ไกลมากขนาดนี้ “จริงไหมเนี่ย เพิ่งรู้” จิงจิงมองฉันตาเท่าไข่ห่านเมื่อได้ยินฉันบอกว่า ฉันเองก็ต้องประเมินการทำงานของเจ้านาย “จริงสิ ทุกไตรมาสเลยแหละ” “อย่างเข้ม ไม่แปลกใจทำไมบริษัทก้าวหน้า ดูทีมผู้บริหารสิอย่างเทพอะ” จิงจิงเอ่ยบอกอย่างปลงตก ฉันถึงกับหัวเราะออกมาเบา ๆ กับท่าทางของเพื่อนสนิท เราทั้งคู่ใช้เวลากินข้าวด้วยกันสักพักใหญ่ก่อนจะเริ่มออกเดินทางไปยังวัดสุดท้าย แล้วเดินทางกลับในที่สุด โดยที่ฉันเองก็ไม่ลืมที่จะซื้อของฝากให้พี่ชายและซื้อมาเยอะมาก กะว่าให้กินจนเบื่อกันไปข้างเลย หลังจากที่ส่งเพื่อนที่หน้าคอนโดฯ เสร็จในช่วงเวลาเกือบสี่โมงเย็น จากนั้นฉันถึงได้เดินทางกลับไปที่บ้านของตัวเองต่อทันที พี่ไฉบอกว่าสั่งมื้อเย็นมาให้แล้วเรียบร้อย ได้ยินแบบนั้นฉันจึงไม่คิดที่จะแวะซื้อข้าวเย็นเข้าไป แต่พอกลับมาถึงบ้านก็พบว่ามีรถคันคุ้นตาจอดอยู่บริเวณหน้าบ้าน คุ้นมากจนต้องขมวดคิ้วสงสัย... “เด็ก เข้าบ้านเร็วมันร้อน” พี่ไฉที่เดินออกมาเปิดประตูรั้วบ้านให้ถึงกับร้องเรียก ฉันเก็บความสงสัยไว้ก่อนจะขับรถเข้ามาจอดที่โรงจอดรถของบ้าน เคียงข้างรถของคนเป็นพี่ชาย เมื่อรถหยุดนิ่งพี่ไฉก็เดินเข้ามาเปิดประตูรถให้รวมถึงหิ้วถุงของฝากมากมายลงจากรถช่วยฉัน “รถใครคะ?” “รถเพื่อนพี่” คนตัวสูงเอ่ยตอบสั้น ๆ แล้วเดินนำฉันกลับเข้าไปภายในบ้าน และคำว่าเพื่อนของพี่ชายทำให้ฉันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ และเป็นเรื่องที่ฉันเองก็ลืมไปเสียสนิท
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD