Summer 19

1219 Words
Summer 19 “พี่ไฉรอด้วย” เอ่ยบอกพี่ชายระหว่างที่เรากำลังเอากระเป๋าเสื้อผ้าไปเก็บ บ้านพักสองหลังที่เราได้ มีสระว่ายน้ำคั่นกลางระหว่างตัวบ้านพักหลังใหญ่ นั่นจึงทำให้เราต้องเดินกันต่อเล็กน้อย “เดินเร็ว ๆ พี่อยากอาบน้ำ” คนเป็นพี่ชายเร่ง ทั้งยังหมุนตัวกลับมาช่วยถือกระเป๋าให้ฉัน “หนูสั่งอาหารเลยนะถ้างั้น” “ได้ สั่งมาเลย” พี่ไฉบอก กระทั่งเดินมาถึงหน้าห้องพักก็ยืนรอฉันเปิดประตูเข้าห้องและจัดการปิดประตูให้เรียบร้อย เสร็จแล้วสองหนุ่มถึงได้เดินเข้าห้องพักหลังข้าง ๆ ไป “หลอน ๆ เนอะ” จิงจิงที่อาบน้ำเสร็จและกำลังนั่งเช็ดผมชวนฉันคุยเสียงเบา ได้ยินเพื่อนพูดแบบนั้นถึงกับต้องพยักหน้ายอมรับกับบรรยากาศในตอนนี้ “สั่งอาหารละ เดี๋ยวที่ร้านมาส่ง” “กุ้งแม่น้ำตัวใหญ่มีไหม” จิงจิงเอ่ยถาม “มีสิ รับรองเด็ดมาก ขออาบน้ำก่อนเดี๋ยวมาส่งรูปกัน” เอ่ยบอกเพื่อนสั้น ๆ แล้วรีบเดินเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนชุดเตรียมออกไปกินข้าวเย็น และในจังหวะที่แต่งตัวใกล้เสร็จ ฉันก็ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักดังมาจากส่วนของห้องนอน คิดว่าคงจะเป็นเพื่อนที่เล่นโทรศัพท์แล้วหัวเราะ กระทั่งเปิดประตูห้องน้ำออกมาก็เห็นเพื่อนทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ “ดูอะไรหัวเราะดังเชียว” แซวเพื่อนอย่างขบขันระหว่างที่เดินไปตากผ้าเช็ดตัวที่ราวตากผ้ามุมห้อง “แกสิ อาบน้ำเฉย ๆ ทำไมต้องร้องไห้” แต่ไม่รู้ทำไมพอเราทั้งสองคนเอ่ยจบ ถึงได้รีบหันมามองหน้ากันแล้วต่างฝ่ายต่างเงียบแบบนี้ บรรยากาศระหว่างเรามันเดดแอร์จนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงาน รวมถึงเสียงลมพัดและเสียงหวีดหวิวจากด้านนอก “ใช่...ใช่ไหม?” ฉันถามเพื่อนอย่างไม่สบายใจ และแน่นอนว่าฉันกลัวมาก กระทั่งเห็นเพื่อนพยักหน้าส่งให้ ฉันถึงกับร้อนใจวิ่งกระโดดขึ้นไปนั่งอยู่บนเตียงนอนหลังเดียวกับเพื่อน ทั้งยังรีบรั้งผ้าห่มขึ้นมาคลุมจนถึงคอ ตอนนี้ฉันได้แต่บ่นให้เจ้านายที่จองห้องพักที่นี่ บ่นอย่างหงุดหงิดจนจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว “เอาไงดี จะนอนกันได้ไหมเนี่ย” ถามจิงจิงอย่างไม่สบายใจ ฉันว่าแล้วมันต้องมีอะไร เพราะความรู้สึกแรกที่เข้ามาในห้อง ฉันเกิดขนลุกชันไปทั้งตัว ขนหัวยังลุกอะคิดดู “เปลี่ยนห้องกับพี่ไฉได้ไหม” จิงจิง หันมาถามน้ำตาคลอ “เดี๋ยวโทร. ถามก่อน” เอ่ยบอกเพื่อน จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทร. หาคนเป็นพี่ชาย แต่โทร. ไปสองสายก็ไม่มีการตอบรับ นั่นจึงทำให้ฉันตัดสินใจเดินไปเคาะห้องพี่ชาย แต่คนที่มาเปิดกลับเป็นเจ้านายเสียอย่างนั้น “มีอะไรครับ เข้ามาก่อนไหม” คุณแทนไทเอ่ยถามทั้งยังมองอย่างตกใจที่จู่ ๆ ฉันก็มาเคาะห้องพักของเขา แล้วขอบตาแดงก่ำแบบนี้ “ฉันขอเปลี่ยนห้องได้ไหมคะ เปลี่ยนห้องพักกันได้ไหม?” ไม่อ้อมค้อมและเอ่ยขอด้วยความตรงไปตรงมา คุณแทนไทหรี่ตามองแทบจะทันที เมื่อได้ยินฉันเอ่ยขอแบบนั้น มันแปลกฉันรู้ แต่ฉันนอนห้องนั้นไม่ได้ “ทำไมครับ เกิดอะไรขึ้น” คือจะให้ฉันพูดยังไงดีล่ะ เจ้านายฉันไม่ค่อยเชื่อเรื่องพวกนี้สักเท่าไหร่ หากพูดไปคงถูกมองว่างมงายแน่เลย “อ้าว เจียมาทำอะไร ลืมเอาอะไรมาล่ะ?” เสียงพี่ไฉดังขึ้นมา ฉันถึงได้รีบเอ่ยขอพี่ชายด้วยประโยคเดียวกับคนเป็นเจ้านายที่ตอนนี้ก็ยังมองฉันอย่างไม่เข้าใจอยู่ดี “ไม่ได้ลืมค่ะ แต่ขอเปลี่ยนห้องกับพี่ได้ไหม” “อ่า ยังไงมึง น้องขอเปลี่ยนห้อง” พี่ไฉไม่ได้ถามเซ้าซี้และเลือกที่จะถามความคิดเห็นรูมเมตของตัวเองแทน ฉันรีบมองหน้าอ้อนคุณแทนไททันที มองอย่างขอความเห็นใจ ก่อนจะยิ้มกว้างกระโดดดีใจเมื่อได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายตอบกลับมา “เปลี่ยนได้” “เย่! ขอบคุณค่ะ พร้อมย้าย” เอ่ยจบก็วิ่งกลับเข้าห้องพักที่มีจิงจิงรออยู่ เสร็จแล้วก็หิ้วกระเป๋าเดินทางของตัวเองมายืนรอหน้าห้อง รวมถึงจิงจิงที่หิ้วกระเป๋าตามหลังมา คุณแทนไทหัวเราะน้อย ๆ เมื่อเห็นว่าฉันพร้อมย้ายห้องมากแค่ไหนก่อนจะขยับเข้าใกล้ช่วยยกกระเป๋าไปเก็บ ระหว่างรอสองหนุ่มเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าแล้วย้ายไปห้องพักหลังเดิมของฉัน ฉันกับเพื่อนก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งรูปให้กันไปเรื่อย ๆ จวบจนหนุ่ม ๆ ย้ายของเสร็จ ฉันกับเพื่อนก็เดินกางร่มออกไปรับอาหารและจัดใส่จานรอทุกคนมากินข้าวเย็นด้วยกัน แค่ได้ย้ายห้องก็สบายใจแล้วแหละ “ทำไมพี่จิงไม่เรียกหนูให้มาช่วยล่ะคะ” น้องอลิซที่เดินลงบันไดมาพร้อมกับคุณทิศเหนือตัดพ้ออย่างน้อยใจ แต่ใครจะไปกล้าใช้คนพิเศษของเจ้านายให้มาช่วยจัดจานจัดโต๊ะกันล่ะ ขืนใช้ทำอะไรแบบนี้เจ้านายได้หักโบนัสฉันแน่ “พวกพี่จัดแป๊บเดียวเองค่ะ หิวหรือยัง?” “หิวแล้วค่ะ กุ้งตัวใหญ่มาก” น้องอลิซช่วยจัดจานและเตรียมแก้วน้ำ พลางมองกุ้งแม่น้ำเผาตัวโต แน่นอนว่าฉันสั่งมาเยอะมากพอที่ทุกคนจะกินอิ่ม ส่วนเครื่องดื่มเหมือนคุณแลนเพื่อนในกลุ่มของคุณแทนไทจะสั่งมาต่างหาก ทำให้ตอนนี้มีทั้งกระติกน้ำแข็ง แก้วเครื่องดื่มและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เมื่อเริ่มกินข้าวฝนก็ซาลงบ้างแล้ว ฉันกับเพื่อนอยากเล่นน้ำมากแต่ก็เกรงใจทุกคนเลยต้องหักห้ามใจตัวเองเอาไว้เสียก่อน “จะดื่มไหม?” พี่ไฮเดินถือแก้วเครื่องดื่มเข้ามาใกล้ฉันกับจิงจิง ที่นั่งกินข้าวอยู่ด้วยกันสองคนริมสระว่ายน้ำ เอ่ยถามพลางวางขวดน้ำเปล่าให้อย่างรู้ใจ แต่เราขอแยกออกมานั่งกันสองคน เพราะอยากเป็นส่วนตัวแค่นั้นแหละ ที่โต๊ะใหญ่นั้นมีแต่เจ้านาย พวกฉันไม่กล้านั่งด้วยหรอกนะ “ไม่ค่ะ พี่ดื่มเลย” “โอเค เดี๋ยวเอาอย่างอื่นมาให้ด้วย” เอ่ยจบพี่ชายฉันก็เดินกลับไปรวมโต๊ะกับทีมเจ้านายที่นั่งกินข้าวกันอยู่ ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าถึงได้รู้สึกเหมือนมีคนคอยจ้องมองอยู่ตลอดเวลาแบบนี้ ตั้งแต่ที่ย้ายมานั่งตรงนี้ก็เหมือนมีคนมองตาม เดินไปไหนก็มอง “ทำไมท่านประธานจ้องแกแบบนั้นเจีย” จิงจิงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามฉันกระซิบถามเสียงเบา ยังดีที่เรานั่งห่างจากกลุ่มเจ้านายอยู่มากเลยมีช่องว่างให้ได้พูดคุยกัน โดยที่ไม่ต้องคอยตัวเกร็งกับคนเป็นเจ้านาย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD