Summer 15
ภายในรถที่เปิดแอร์จนเย็นฉ่ำ ฉันเองก็หลับไปไม่ต่างจากเพื่อนสาวของตัวเอง แต่เหมือนหลับไปสักพักก็รู้สึกตัวตื่นและบอกให้พี่ชายแวะปั๊มน้ำมันให้สักหน่อย เพราะตอนที่แวะจุดนัดพบ ฉันน่าจะหลับยาวไม่ได้ตื่นขึ้นมาดูรอบข้างสักเท่าไหร่ เลยไม่รู้ว่ารถอีกคันขับนำหน้าหรือขับตามหลังรถของเราอยู่
“ใกล้ถึงวัดแรกแล้วนะ จะกินข้าวกันก่อนไหม?” หลังจากที่ฉันกับจิงจิงลงไปเข้าห้องน้ำ ทำธุระส่วนตัวเสร็จพี่ไฉที่ยืนอยู่ข้างรถก็เอ่ยถาม พลางยื่นแก้วกาแฟมาให้ฉันกับเพื่อนคนละหนึ่งแก้ว เมื่อมีกาเฟอีนเข้าสู่ร่างกายถึงได้รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
“พี่กับเจ้านายจะเอายังไงคะ หิวกันหรือยัง?” ระหว่างถามก็มองหน้าเจ้านายไปด้วยทั้งคุณทิศเหนือและคุณแทนไท ซึ่งเจ้าของชื่อด้านหลังนั้นคล้ายกับกำลังหงุดหงิดอะไรบางอย่าง หรือเขาจะหงุดหงิดฉันหรือเปล่า?
“ยังไม่หิวเท่าไหร่” คุณแทนไทเอ่ยตอบพลางจ้องมองฉันอย่างชัดเจน ฉันพยักหน้ารับรู้ก่อนจะหันไปมองคุณทิศเหนือบ้าง ที่ตอนนี้กำลังมองหน้าน้องอลิซ อย่างต้องการคำตอบ พอเห็นว่าน้องส่ายหน้าถึงได้ตอบฉันกลับมา
“ผมยังไงก็ได้”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไหว้พระกันก่อนค่ะ วัดแรกกับวัดที่สองไม่ไกลกันมาก ไหว้วัดที่สองเสร็จค่อยแวะกินข้าวแบบนั้นดีไหมคะ” ปกติฉันกับเพื่อนก็ทำแบบนี้
“แต่ฉันร้อน” เสียงหนึ่งดังแทรกเข้ามาในจังหวะที่ฉันเอ่ยจบพอดี เจ้าของเสียงเดินเข้ามายืนใกล้ มีมือหนึ่งคล้ายกับจะยกขึ้นแตะแขนของคุณแทนไทด้วยท่าทีอ่อนหวาน แต่กลับไม่เป็นดังใจคิด เมื่อคุณแทนไทขยับออกห่างและเดินอ้อมไปยืนอยู่ข้างคุณฟรังซ์ที่ลดกล้องโกโปรลงมามองเหตุการณ์
“อย่าเรื่องเยอะ ทีอยากมาก็ร้องจะตามมา ตอนนี้ห้ามบ่น” ทั้งฉันและพี่ชายยังไม่ทันจะได้พูดอะไรก็มีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน เป็นเสียงพี่ผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่ฉันยังไม่รู้จักชื่อ
“แสนซน แกว่าฉันเหรอ”
“เออสิ หัดเงียบเสียบ้าง แกร้องโวยวายจะตามมาเองนะ”
“แสนซน!”
“รำคาญ เงียบสักที” คุณแสนซนที่ฉันเพิ่งจะรู้จักชื่อดุเพื่อนตัวเองอย่างไม่ชอบใจ ส่วนคนโดนต่อว่าก็ทำหน้าหงุดหงิดไม่ต่างกัน ส่วนเจ้านายถึงกับส่ายหน้าอย่างเอือมระอากับท่าทางของผู้หญิงคนนั้น
“เราไปทริปตามแผนของน้องเจียเลยแล้วกัน ใครไม่พอใจก็หาทางกลับเอง” คุณแสนซนเอ่ยบอก
“งั้นขึ้นรถกันเถอะ จะได้เดินทางกันต่อ” คุณฟรังซ์ชวน
เมื่อกลับขึ้นมานั่งบนรถได้ ฉันถึงกับต้องถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจ ทริปของฉันจะล่มไหมเนี่ย ทำไมคนรวยถึงได้ดูขี้วีนกันขนาดนี้ล่ะ
“พี่ไปหาเพื่อนกลุ่มนี้มาจากไหนหนูถามจริง” เมื่อคิดไม่ตกถึงได้หันไปมองหน้าพี่ชายที่ยังคงทำหน้าที่สารถีสุดเท่ของเรา และที่ถามแบบนั้นเพราะพวกเขากับพี่ชายฉันดูต่างกันมากเลยยังไงล่ะ ไม่รู้ไปสนิทกันได้ยังไง
“พี่กับแทนไทแล้วก็ฟรังซ์เรียนที่เดียวกัน ส่วนคนอื่น ๆ เป็นเพื่อนของแทนไทอีกกลุ่ม”
“อ๋อ ก็ว่า ปกติพี่รำคาญคนนิสัยแบบคนนั้นจะตายไป เลยตกใจว่าทำไมเป็นเพื่อนกันได้”
“ก่อนหน้านี้ก็ไม่เป็นแบบนี้หรอก มันหวงไอ้แทนไทน่ะเลยเป็นบ้าแบบนั้น”
“คุณแทนไทกับคุณเขาเป็นคนรักกันเหรอคะ?” ฉันยังถามพี่ชายต่อด้วยความข้องใจ และรู้สึกอยากรู้ขึ้นมาแบบแปลก ๆ ทั้งที่ปกติจะไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของเจ้านาย ถึงแม้จะรู้อะไรมาก็ตาม
“ไม่รู้นะ ลองถามมันดู”
“บ้าสิ พี่จะให้หนูไปถามได้ยังไง โดนไล่ออกขึ้นมาพี่ได้เลี้ยงหนูเลยนะ” แกล้งโวยวายใส่พี่ชาย จนพี่ชายหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี และระหว่างที่เดินทางกันต่อนั้นฉันก็คุยเล่นกับเพื่อนไปเรื่อย แกล้งกันเล่นบ้างแซวกันบ้าง