Summer 16

1035 Words
Summer 16 กระทั่งเราเดินทางมาถึงวัดเก่าแก่ของที่นี่ ฉันกับเพื่อนก็เดินเคียงข้างกันเข้าไปไหว้พระตามจุดต่าง ๆ โดยมีกลุ่มลูกทัวร์ที่ไม่ได้ตั้งใจให้มีเดินตามอยู่ทางด้านหลัง กลุ่มคนเหล่านั้นมีท่าทีงก ๆ เงิ่น ๆ แม้จะรู้สึกเอ็นดูกับสิ่งแปลกใหม่ที่พวกเขาจะต้องทำ แต่ลึก ๆ ก็สงสารเพราะกลัวคนอื่นจะมองพวกเขาไม่ดี นั่นจึงทำให้ฉันกับเพื่อนต้องคอยอธิบายให้ทุกคนได้รู้วิธีไหว้ขอพร “ดอกไม้นี่ยังไงครับ?” คุณแทนไทที่จู่ ๆ ก็ย้ายตัวเองมาอยู่ข้าง ๆ ฉันตั้งแต่ต้น เอ่ยถามเสียงเบาหลังจากที่เราไหว้พระกันเสร็จแล้ว “วางไว้บนพานข้าง ๆ ค่ะ มุมนั้น อ่า เดี๋ยวไปพร้อมกันก็ได้ค่ะ” เอ่ยจบก็พาคนตัวโตนำดอกไม้ไปวางไว้บนพานสีทองเก่า ๆ เสร็จแล้วถึงได้พาเดินไปไหว้พระจุดอื่นต่อ “ขอพรอะไรครับ?” คนตัวสูงที่ยืนอยู่ข้างกันเอ่ยถามเสียงเบา ทั้งยังมองด้วยรอยยิ้มเอ็นดู ยามเห็นว่าฉันนั้นกำลังยืนไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์พลางหลับตาขอพรในใจ “บอกไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวไม่ศักดิ์สิทธิ์” เหมือนคำตอบจะเล่น แต่มันคือความจริงค่ะ ฉันบอกไม่ได้ “หึ ขอความรักเหรอ?” แต่คุณแทนไทยังไม่ละความพยายามเอ่ยถามต่อ ขณะที่กำลังเดินวนบริเวณหน้าพระพุทธรูปองค์ใหญ่ “ไม่ใช่ค่ะ ขอเงินกับการงานเท่านั้นค่ะ” “ไม่ขอความรักล่ะ?” ครั้งนี้คนข้างกายถึงกับทวนถามอย่างไม่เชื่อ หลังจากได้ยินว่าฉันไม่ได้ขอเกี่ยวกับความรักเลย ซึ่งเป็นเรื่องจริงค่ะ ฉันไม่เคยขอพรเกี่ยวกับความรัก หรือขอให้มีแฟนอะไรสักครั้ง สิ่งที่ขอคือ การเงินกับงานเท่านั้น “ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ตอนนี้รู้สึกว่ามีความสุขดี ถ้ามีแล้วไม่ได้ทำให้มีความสุขแบบเดิม ก็ไม่อยากมี อยู่แบบนี้ก็ดีแล้วค่ะ” ฉันตอบอย่างไม่คิดอะไรมาก ระหว่างนี้ก็เดินไปรวมกับเพื่อนและพี่ชายที่ยืนอยู่แถวแผงลอตเตอรี่ “เอาละ มาละ” พี่ไฉแซวฉันทันทีที่เห็นเดินเข้าไปใกล้ “อะไรเล่า” มองพี่ชายงอน ๆ ระหว่างนี้ก็เดินไปหยุดยืนข้าง ๆ เพื่อนที่เล็งลอตเตอรี่บนแผงของคุณป้าคนหนึ่งอยู่ ฉันกับเพื่อนซื้อกันคนละสองใบ หัวเราะคิกคักกับเพื่อนหลังจากที่จ่ายเงินเสร็จ แต่พอเงยหน้าขึ้นมองรอบข้างก็พบว่าคุณแทนไทกำลังมองฉันอยู่พร้อมกับรอยยิ้ม พอฉันมองกลับและทำท่าสงสัยอีกฝ่ายถึงได้ยื่นมือมาลูบที่ผมฉันเบา ๆ โดยไม่พูดอะไร ฉันรีบมองเพื่อนทันทีอย่างตกใจ กลัวว่าเพื่อนจะเห็นแล้วเข้าใจผิด แต่ดีว่าเป็นจังหวะที่เพื่อนก้มหน้าเก็บของใส่กระเป๋าสะพายพอดิบพอดี แต่หลังจากนั้นไม่รู้ว่าแบ่งกันเดินยังไงรู้ตัวอีกทีทั้งคุณแทนไททั้งคุณฟรังซ์ถึงได้มาขึ้นรถคันเดียวกับฉันและเพื่อนแบบนี้ ลำพังแค่เจ้านายมานั่งด้วย ยัยจิงจิงก็นับว่าเกร็งแล้วนะ แต่พอมีคุณฟรังซ์มาอีกคน เพื่อนฉันก็แทบจะลืมหายใจกันเลยทีเดียว ระหว่างนี้คุณฟรังซ์ก็ขอถ่าย Vlog ของตัวเองบ้างเล็กน้อย เพื่อนฉันยิ่งนั่งเกร็งตัวลีบ ไม่ตอบ ไม่คุยกับใครเลย เพราะแบบนั้นเวลาจะคุยกับเพื่อนเลยต้องพิมพ์ข้อความคุยกันผ่านโทรศัพท์ “จองที่พักแล้วใช่ไหม?” พี่ไฉเอ่ยถามคนตัวสูงที่นั่งอยู่เบาะด้านหน้าข้างคนขับแทนฉัน แน่นอนว่าเป็นคุณแทนไทที่นั่งตรงนั้น ส่วนฉันนั่งที่เบาะด้านหลังเขาอีกที และจิงจิงนั่งอยู่ระหว่างกลางของฉันกับคุณฟรังซ์ เพราะนั่งแบบนี้ไงถึงได้บอกว่าเพื่อนฉันเกร็งจนตะคริวจะกินขาแล้ว “จองแล้ว...” เอ่ยจบ มือใหญ่ข้างหนึ่งของเจ้าของเสียงทุ้มมีเสน่ห์ ก็หยิบกล่องขนมที่อยู่บริเวณด้านหน้าส่งกลับมาให้ฉันที่นั่งอยู่เบาะด้านหลังของเขา “ขอบคุณค่ะ” ฉันรับมาก่อนจะแกะแล้วแบ่งกันชิมกับเพื่อน รวมถึงชวนคุณฟรังซ์ให้กินขนมด้วยกัน ทีแรกนึกว่าเขาจะปฏิเสธ แต่กลายเป็นว่าคนดังกลับยอมชิมขนมไปพร้อมกับเรา “ไหว้พระวัดที่สองเสร็จ แวะกินข้าวเลยนะ หิวมาก” พี่ไฉที่ขับรถอยู่เอ่ยบอกกับเราทุกคนในรถ “ได้ค่ะ” เราไหว้พระวัดที่สองเสร็จก็แวะหาร้านอาหาร เพื่อกินข้าวอย่างที่พูดคุยกันไว้ คุณฟรังซ์เปิดประตูรถลงไปแล้วเมื่อถึงร้านอาหาร ฉันที่กำลังจะเปิดประตูก็ต้องชะงักไปเล็กน้อย เมื่อประตูฝั่งติดกับที่นั่งฉันถูกเปิดออกเบา ๆ ด้วยฝีมือของคุณแทนไท ที่ดูเหมือนวันนี้จะตัวติดและตามดูแลฉันอย่างชัดเจน “ขอบคุณค่ะ” เมื่อลงจากรถได้สำเร็จก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยบอกเจ้านายที่ใจดีช่วยเปิดประตูรถให้ “ผมอยากกินกาแฟดำสักแก้ว พาไปซื้อหน่อยได้ไหม” คนตัวสูงเอ่ยบอกอย่างเกรงใจ ฉันยกยิ้มบาง ๆ ก่อนจะพยักหน้าและตอบตกลง “ได้ค่ะ แต่คงต้องเดินไปนะคะ ทางเข้ามีร้านกาแฟอยู่หรือจะนั่งรถดีคะ?” ทวนถามคนตัวสูง จิงจิงที่เดินมาอยู่ใกล้ ๆ ก็มองอย่างสนใจ ไม่ต่างจากพี่ไฉและคุณฟรังซ์ที่กำลังมองมายังเราสองคนด้วยความสนใจไม่น้อยเช่นเดียวกัน “เดินก็ได้ครับ มีร่มไหมแดดแรง” “มีค่ะ” เอ่ยจบก็เปิดท้ายรถหยิบร่มคันใหญ่ขึ้นมาส่งให้เจ้านาย “หนูจะเดินไปซื้อกาแฟนะคะ ฝากสั่งอาหารด้วยนะ” “ได้ เดี๋ยวพวกพี่สั่งให้” พี่ไฉรับปาก
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD