ณ ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาล
มายมิ้นท์แทบจะกินนอนที่โรงพยาบาลห้องหับแทบจะไม่ได้กลับไปแม้แต่บ้านตัวเองที่แฟนหนุ่มไปอยู่ตอนนี้ก็ไม่ได้กลับไป มีแค่เสียงตามสายที่แฟนโทรมาหาก่อนจะเข้านอนซึ่งบ้างวันก็ไม่ได้รับสายเพราะเธอติดเคสและก็วนเวียนแบบนี้ยาวนานตั้งแต่ไม่มีเขาอยู่ด้วย อาหารการกินแม้จะไม่ได้ขาดแคลนเนื่องจากอาชิระก็ยังกำชับให้บลู เลขาของบอสส่งข้าวส่งน้ำทุกวันเสื้อผ้าก็มีคนมารับไปซักรีดให้ มายมิ้นท์เหลือแค่หน้าที่เต็มที่กับงานแล้วก็นอน เธอเริ่มหมดความอดทนที่จะต้องรอพ่อของเธอปล่อยตัวแฟนให้กลับมาหาเธอสักที เธอเดินไปหาปฏิทินที่ตั้งบนโต๊ะพยาบาลพร้อมเดินไปหาพี่แมวทันทีก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงที่หนักแน่นออกมา
"พี่แมวคะ น้องมิ้นท์ขออนุญาตลาหยุดห้าวันนะคะ"
"หนูจะลาไปไหนลูก ลายาวเลยหรือ?"
พี่แมวร้องเสียงหลงในทันทีที่ได้ยินคำว่าลาหยุดของสาวน้อยตรงหน้าเพราะต้องยอมรับในฝีมือการทำงานของเธอแม้จะเป็นพยาบาลใหม่แต่การเรียนรู้ความตั้งใจ ความที่ไม่กลัวกับอะไรสักอย่างทำให้เธอมาได้ไกลด้านฝีมือพอๆ กับพยาบาลที่ทำงานมานานแล้วเลยเชียวถ้าขาดน้องไปถึงห้าวันก็คงจะวุ่นวายมากเลยแบบที่รู้กัน
"ให้หนูลานะคะพี่แมว หนูมีเรื่องต้องไปทำจริงๆ ค่ะ"
"ก็ได้ค่ะเห็นแก่ว่าสองเดือนมานี้หนูไม่ค่อยจะหยุดนะคะ แต่ว่าพี่แมวเอาใจช่วยให้ตามคุณสามีกลับมาจากคุณพ่อให้ได้แล้วกันค่ะสู้ๆ"
พี่แมวเอ่ยอย่างเข้าใจคนหนุ่มสาวที่ห่างกันนานหลายเดือนใกล้แค่กระพริบตาแต่ไปหาไม่ได้คงจะทรมานน่าดู ในฐานะผู้ใหญ่ใกล้ชิดคงทำได้แค่เอาใจช่วยทั้งสองคนผ่านเหตุการณ์นี้ไปให้ได้
เมื่อถึงเวลาออกเวรมายมิ้นท์เก็บข้าวของที่มีในห้องพักเอากลับไปยังคอนโดของตนเพื่อเก็บให้เรียบร้อย ในขณะที่เธอกำลังจะเก็บของลงในกระเป๋าเพื่อเตรียมเดินทางเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นทำให้ทุกอย่างหยุดชะงักลงและเธอก็สาวเท้าเดินไปยังประตูก่อนจะส่องตาแมวก็เห็นว่าเป็นเลขาของแฟนตัวเองจึงเปิดประตูให้เข้ามา
"อ้าวพี่บลู มีอะไรคะมาถึงห้องเลย" มายมิ้นท์เอ่ยปากถามแต่ก็ยังเดินกลับไปเช็คของในห้องอย่างเร่งรีบ
"ซ้อครับ ผมมารับซ้อไปเมืองกาญจน์ครับ"
"รู้ได้ไงคะว่าหนูจะไป ยังไม่ได้บอกเลย"
"เฮียให้ผมติดตามซ้อทุกฝีก้าวครับ เดี๋ยวผมขับรถให้"
มายมิ้นท์ไม่ได้เอ่ยอะไรอีกนอกจากพยักหน้าและยื่นกระเป๋าเสื้อผ้าใบหนึ่งให้เขาแล้วตัวเองถือกระเป๋าหนังสีดำใบย่อมๆ ที่ดูก็รู้ว่ามันคือกระเป๋าใส่ปืน บลูมองอย่างเข้าใจไม่ได้เอ่ยอะไรก่อนจะเดินนำออกไปรอด้านนอกเพื่อให้ซ้อใหญ่ของพวกเขาตามออกมา
"เอารถของเฮียไปนะครับ คันนั้นวิ่งทางไกลจะสะดวกกว่าไม่สะดุดตาเกินไป"
"เอาตามนั้นเลยค่ะ"
สองนายบ่าวได้ออกเดินทางทันทีหลังจากกล่าวจบ การเดินทางไปเพียงแค่นี้กินเวลาร่วมสามชั่วโมงและระหว่างทางมายมิ้นท์ไม่ได้เอ่ยอะไรมากนักเธอนอนหลับตาอยู่กับตัวเองเงียบๆ และบลูก็ไม่ได้เอ่ยอะไรเช่นกัน
รถหรูจอดที่ลานบ้านของมายมิ้นท์เธอมองไปรอบๆ บ้านเท่าที่สายตาจะมองเห็นได้ไม่เห็ฯรถของพ่อและรถคนงาน รถของแม่จอดอยู่ รถพี่บอสจอดอยู่เมื่อพิจารณาแล้วเธอก็ก้าวขาลงจากรถ พร้อมทั้งบลูเองก็รีบก้าวตามลงมายืนประกบทันทีลืมไปว่านี่คือของบ้านของซ้อใหญ่เองไม่ใช่บ้านใครอื่น
คนรับใช้ในบ้านเมื่อเห็นว่าใครลงจากลงมาก็รีบวิ่งมาหาทันทีก่อนจะรับข้าวของพาเข้าบ้าน เสียงเอะอะมะเทิ้งดังอยู่นอกตัวบ้านทำให้นายหญิงของบ้านต้องเดินออกมาดูด้วยตนเอง เมื่อพบเป้าหมายรอยยิ้มกว้างก็ผุดขึ้นทันควัน
"ยายหนูของแม่จะมาทำไมไม่บอกก่อนล่ะลูก"
"สวัสดีค่ะคุณแม่ คิดถึงแม่ที่สุดเลย หนูมาไม่นานหรอกค่ะหนูมาเอาพี่บอสกลับบ้าน"
แม่ของเธอได้แต่ขำที่ลูกสาวและสามีคงได้ทะเลาะกันหน้าดำหน้าแดงแน่นอนก่อนจะเอ่ยอะไรต่ออีกลูกสาวสุดที่รักก็หันหลังให้พร้อมเรียกเลขาส่วนตัวในทันที
"พี่บลูขึ้นรถค่ะ เดี๋ยวมายมิ้นท์ขับเอง"
"ครับซ้อใหญ๋"
มารดาไม่ทันจะได้เรียกหรือพูดอะไรลูกสาวก็ออกไปทันทีไม่แม้แต่จะบอกเธอว่าจะไปที่ใด สายตาของผู้เป็นแม่มองออกในทันทีว่าลูกต้องไปตามหาพ่อและแฟนที่โรงไม้แน่นอน จึงปล่อยไปไม่ได้ห้ามอะไรแต่เตรียมข้าวของเพื่อทำอาหารรอฉลองคืนนี้แทน
สิบนาทีต่อมารถหรูจอดที่หน้าโรงไม้กลางป่าในอาณาเขตพื้นที่บ้านของมายมิ้นท์เอง คนงานที่ไม่คุ้นว่ารถของใครต่างวางมือจากงานที่ทำอยู่และกันมองเป็นตาเดียวจนกระทั่งเห็นว่าเป็นคุณหนูเล็กของบ้านก้าวขาลงมาจึงรีบไปบอกให้เจ้านายทราบถึงการมาของเธอในทันที
ข้างในโรงไม้ตอนนี้นั้น บอส เสก และพ่อตานั้นต่างทำการตรวจเช็คไม้ที่ได้นำเข้ามายังโรงไม้นี้ ความร้อน ฝุ่นผงต่างๆ ปลิวว่อนแต่ไม่เท่าพายุอารมณ์ที่หญิงสาวหอบมาด้วยตอนนี้แน่นอน
"นายครับ คุณหนูเล็กมาที่โรงไม้ครับสีหน้าไม่ค่อยดีด้วยครับ"
คนเป็นพ่อเมื่อได้ยินก็ไม่ได้ตกใจอะไรมีแค่รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าแล้วกวักมือเรียกว่าที่ลูกเขยให้ตามมาเร็วๆ ก่อนที่ระเบิดจะลงพวกเขาทั้งหมด เมื่อบอสหันไปทางพ่อของแฟนสาวก็เจอเข้ากับคนตัวเล็กที่เขาโคตรจะคิดถึงแต่ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ เขากึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้าไปหาคนตัวเล็กทันที เธอยืนทำหน้านิ่งไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ จนเขากางแขนออกเธอถึงเดินเข้ามากอดเขาแน่นแบบไม่สนพ่อตัวเองสักนิด ลูกเขยกับพ่อตามองหน้ากันก่อนจะส่ายหน้าให้กับความงอแงของสาวน้อย
"หนูมาพาพี่บอสกลับค่ะ หนูไม่ยอมให้คุณพ่อแกล้งพี่บอสอีกแล้ว สองเดือนแล้วมันนานเกินไปพ่อจะให้หนูเป็นม่ายขันหมากหรือไงคะ" เธอหันไปบอกกับพ่อสุดที่รักของเธอที่ยืนทำหน้าดุๆ ใส่เธออยู่
"ยายหนูมาหาพ่อสิ" คุณภาวิทเรียกลุกสาวหัวแก้วหัวแหวนในทันทีที่เห็ฯเธอยืนกอดว่าที่สามีนานเกินไปแล้ว
"คิดถึงหนูแล้วล่ะสิ หนูก็คิดถึงคุณพ่อค่ะคิดถึงที่สุดเลย" เสียงใสๆ เอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินเข้าไปหาพ่อของตนอย่างดีใจเหมือนเด็กน้อย
"คิดถึงพ่อยังไงไปกอดแฟนก่อนมากอดพ่อ"
สองพ่อลูกกอดกันอยู่พักนึงจึงผละออกจากกันและชวนกันกลับบ้านในทันที พ่อกับเลขาของท่านไปขึ้นรถอีกคันและปล่อยให้ลูกสาวและแฟนหนุ่มไปด้วยกันตามลำพัง และเมื่อก้าวขาขึ้นรถได้สองมือหนาแทนที่จะจับพวงมาลัยกลับคว้าที่เจ้าก้อนเนื้ออวบใหญ่นั่นแทนจนเจ้าของเต้าอวบมองหน้าค้อนขวับให้ในทันที
"นี่พี่บอสคิดถึงหนูหรือนมหนูกันแน่เนี่ย" มายมิ้นท์โวยวายเบาๆ
"คิดถึงทุกส่วนในร่างกายเมียเลยค่ะ อิ้มมมแน่นมือดีจังต้องเช็คของกันสักหน่อยละคืนนี้"
ก่อนจะพากันออกรถเพื่อกลับเข้าบ้านตามรถนำขบวนไปติดๆ ไม่ใช่ว่าเขารีบหรอกเขากลัวจะดื่มนมในรถตอนนี้ต่างหาก