สองหนุ่มสาวใช้ชีวิตในบ้านเรือนหออย่างมีความสุข ก่อนที่เขาจะพาแฟนสาวไปส่งที่คอนโดของเธอแล้วจัดการเตรียมตัวเองเพื่อไปบ้านของว่าที่พ่อตาเพื่อรับการตรวจสอบอย่างเข้มข้นก่อนจะเป็นลูกเขยเต็มตัว ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะเจออะไรบ้างเหมือนกัน
มายมิ้นท์ได้แต่ครุ่นคิดว่าจะทำไงให้พ่อตัวเองยอมรับในตัวของแฟนหนุ่มจึงจำเป็นต้องต่อสายหาแม่สุดที่รักของเธออย่างจำนน ปลายนิ้วเรียวเลื่อนหน้าจอไอโฟนของตัวเองอย่างรวดเร็วก่อนจะกดนิ้วลงไปบนหน้าจอสองสามครั้งเพื่อทำการต่อสาย
เพียงไม่นานปลายสายก็กดรับและเสียงหวานอบอุ่นถ่ายทอดมาในทันใด ทำให้ใจอันร้อนรุ่มของสาวน้อยอ่อนยวบลง
“ว่าไงลูก มายมิ้นท์มีอะไรเหรอลูกโทรมาหาแม่เอาช่วงนี้”
“สวัสดีค่ะแม่ หนูมีเรื่องอยากถามแม่ค่ะว่าพ่อคิดจะทำอะไรกันแน่ หนูเป็นห่วงพี่บอส” เสียงใสอ่อนหวานกล่าวเอื้อนเอ่ยกับผู้เป็นแม่ด้วยอาการที่ห่วงใยอีกคนอย่างไม่ปิดบัง
"พ่อเราน่ะ ท่านก็แค่เป็นห่วง ลูกรักใครพ่อเราก็รักด้วยอย่ากังวลไปเลยนะลูก แม่จะคอยปรามพ่อเขาเอง"
"อย่าให้พ่อทำรุนแรงกับพี่บอสนะคะแม่ หนูเป็นห่วงพี่บอสมากนะคะ"
"แหมยัยลูกคนนี้นี่นะ เอาแต่ใจจริงๆ แม่รับปากนะลูกหนูตั้งใจเรียนก็พอแล้ว คิดถึงพี่เขาก็มาบ้านเราได้ตลอดนะลูก"
"ขอบคุณนะคะแม่ที่เข้าใจหนู"
แม่ของเธอวางสายไปแล้วร่างบางก็พาตัวเองไปจัดการเรื่องอื่นๆ ของตัวเอง ส่วนบอสเขาให้เสกมาเป็นมือขวาเพียงคนเดียวจะเอามามากมายจะเป็นการไม่ให้เกียรติพ่อตา เขาเองก็แอบกังวลไม่ใช่น้อยที่ต้องมาอยู่ในบ้านพ่อตาเพียงลำพังโดยไม่มีภรรยาอยู่ด้วย เขาจะไม่ทำตัวให้เป็นปัญหาเด็ดขาด
เมื่อรถเข้าไปจอดสนิทที่ลานกว้างหน้าบ้านของมายมิ้นท์เสกและบอสก็ก้าวขาลงจากรถพร้อมๆ กัน สี่ชั่วโมงที่สองคนเดินทางมาก็นับว่าไม่นานนักเพราะเขาแวะหาของอร่อยกินมาจนถึงบ้านของพ่อตา ชายหญิงสูงวัยเดินออกมารับที่หน้าบ้านด้วยใบหน้าที่ต่างกัน แม่ของมายมิ้นท์นั้นยิ้มแย้มให้กับว่าที่ลูกเขย ส่วนพ่อของมายมิ้นท์นั้นเงียบขรึมตามแบบฉบับของเสี่ยเจ้าของโรงไม้
"สวัสดีครับคุณพ่อ ขอโทษด้วยนะครับที่ผมมาถึงช้า"
"สวัสดีบอส เดินทางมาไกลเหนื่อยมั้ยลูก ป่ะๆ เข้าบ้านกันก่อน"
ว่าที่ลูกเขยและว่าที่พ่อตาต่างกล่าวทักทายกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่ได้มีอะไรให้น่ากังวลแบบที่ทุกฝ่ายคิดแม้แต่นิดเดียว บรรยากาศรอบด้านดูเบาบางลงไปในพริบตาแม้แต่เสกเองที่ครุ่นคิดว่าเขาจะต้องวางตัวแบบไหนก็ยังได้รับความอุ่นใจนี้ไปด้วย แม่ของมายมิ้นท์เองก็กล่าวเชิญชวนเสกเข้าบ้านไปด้วยกันมิได้มีการแบ่งแยกอะไรเพราะทราบดีว่านี่คือมือขวาของว่าที่ลูกเขยของตน
"พ่อเชิญเรามาอยู่นี่สามเดือนไม่ใช่ว่าพ่อจะเอาเรามาต้มยำทำแกงอะไร พ่อเองก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดจะพรากลูกสองคนออกจากกันนานขนาดนั้น" คุณภาวิท พ่อของมายมิ้นท์นั้นยังดูเป็นหนุ่มกว่าอายุจริงมากโขอยู่ซึ่งแตกต่างจากพ่อแม่ของเขายิ่งนักและคาดว่าท่านคงไม่ได้จะอายุอานามห่างไกลกันขนาดนั้น
"ผมยินดีที่จะมาที่นี่ครับคุณพ่อ ไม่ว่าคุณพ่อจะให้ผมทำอะไรผมยินดีทำครับ"
บอสเอ่ยอย่างหนักแน่นและไม่ได้หลบสายตาผู้สูงวัย เขาต้องการให้ผู้ใหญ่ยอมรับในตัวเขามากกว่าฐานะที่เขามี ผู้ใหญ่ทางบ้านของมายมิ้นท์ไม่ได้กดดันอะไรเขาเลยเหมือนเชิญเขามาเที่ยวมาดูกิจการเสียมากกว่าเหมือนอยากให้ลูกเขยได้สานต่อกิจการแทน
"ผมยินดีเรียนรู้งานครับคุณพ่อ แล้วก็ยินดีอยู่จนครบเวลาครับ"
"ไว้พรุ่งนี้พ่อจะพาไปดูว่างานของเรามีอะไรบ้าง บ้านนี้ก็มีแต่ลูกสาวจะหวังพึ่งพามากงานพวกนี้มันก็งานผู้ชาย เราก็อยากให้เขาสบายๆ กับการใช้ชีวิตมากกว่ามาทำอะไรยากๆ เข้าใจพ่อใช่มั้ย"
ว่าที่พ่อตาเอ่ยกับว่าที่ลูกเขยตรงๆ แต่อย่าได้คิดว่าเขาจะให้ผ่านด่านไปได้ง่ายๆ มันต้องเอาจนถึงที่สุดนั่นแหละเขาถึงจะยอมรับ
เช้ามืดของวันถัดไปบอสตื่นมาตั้งแต่เช้ามืดเพราะโดนเสียงดังเอะอะปลุก ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจจะตื่นขึ้นมาด้วยซ้ำทำให้เขาต้องเปลี่ยนใส่ชุดกีฬาออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ก็ได้พบเข้ากับการรวมตัวของเหล่าคนงานนับร้อยคนที่ลานบ้านเวลานี้ เขาหันไปมองนาฬิกาข้างฝาผนังในทันที เวลา 05.20 น. ในหัวมีแต่คำถามมากมายผุดขึ้นมา
"ตื่นแล้วเหรอลูกไปกันเถอะ เราต้องไปตรวจงานกันแต่เช้า" พ่อของคนรักกล่าวขึ้นกับเขา เขาจึงตามไปพร้อมทั้งเสกก็ตามติดไปด้วย รถกระบะยกสูงที่จอดรออยู่แล้วสี่คันเขาเดินขึ้นไปคันเดียวกับพ่อตา
"ผมต้องทำอะไรบ้างครับ" บอสเอ่ยถามออกมาด้วยความที่อยากรู้ว่าจะต้องเจออะไรเขาจะได้พร้อมรับมือ
"ไปลองดูงานไม้ที่ต้องทำในโรงงานเรา"
เมื่อถึงที่หมายซึ่งอยู่ในอาณาเขตของบ้านว่าที่พ่อตาทั้งหมดกินเนื้อที่ร้อยไร่คงไม่ผิดนักเพราะไม่ได้ออกนอกพื้นที่บ้านแม้แต่นิดเดียว เขาถูกใช้ทำงานแบบคนงานทุกอย่าง ยกไม้ แบก ตัดหาม ใช้งานเครื่องมือต่างๆ นั่งกินข้าวพร้อมคนงานกินเหมือนคนงาน เขาทำแบบนี้อยู่จนมืดค่ำถึงได้กลับเข้ามาที่ตัวบ้านพร้อมพ่อตา ไหนท่านบอกว่าไม่ได้มีอะไรมากแต่ที่เขาทำคือเหลือแค่ทำมันทุกวัน
ช่วงเวลาที่เขามาอยู่บ้านพ่อตา เขามีเวลาคุยกับมายมิ้นท์เพียงแค่ก่อนจะนอนเท่านั้นที่เหลือเขาก็ทำงานงกๆ ทุกวันไม่เคยบ่นหรือขัดคำสั่งว่าที่พ่อตาเลยแม้แต่ครั้งเดียว จากชายหนุ่มหล่อขาวสะอาดสะอ้านกลายเป็นชายหนุ่มผิวแทนเหมือนนายแบบต่างชาติอย่างไรอย่างนั้น
"นายครับ นี่ก็ผ่านมาสองเดือนแล้วนะครับที่นายมาอยู่ที่นี่ พ่อตาของนายจะให้อยู่จนครบสามเดือนจริงๆ หรือครับ"
"ฉันไม่รู้เหมือนแกนั่นแหละเสก แต่เราจะไม่บ่นเด็ดขาดจนกว่าคุณพ่อจะเอ่ยปากให้กลับได้เข้าใจมั้ย"
บอสกับเสกคุยกันถึงเรื่องการอยู่ที่บ้านของมายมิ้นท์ในช่วงเวลาสองเดือนที่ผ่านมาอย่างเหน็ดเหนื่อยและเขาไม่เคยได้เจอแฟนเลยแม้แต่ครั้งเดียวด้วยว่าที่พ่อตาออกกฎว่าห้ามเจอกันจนกว่าพ่อจะอนุญาตทำให้เขาสองคนต้องห่างกันไม่เคยได้เจอตัวเป็นๆ แม้เพียงสักครั้งในช่วงสองเดือนนี้และเขายังอดทนได้แต่มายมิ้นท์นี่สิร้องไห้แทบทุกวัน ทำเอาเขาเองก็ใจร้าวไม่ใช่น้อยน้ำตาของคนตัวเล็กนั่นคือสิ่งที่เขาไม่อยากเจอเขาอยากจะพุ่งตัวกลับไปดึงมากอดซบทันทีเสียด้วยซ้ำ ได้แต่บอกให้เธออดทนรอวันที่เขากลับไปหาเพื่อจะได้อยู่ด้วยกันเหมือนเดิม