มายมิ้นท์ยังดูแลบอสที่โรงพยาบาลอย่างใกล้ชิดแทบไม่ห่างสายตา บอสเองที่ไม่ได้พักร่างกายแถมใช้มันอย่างหนักหน่วงในช่วงปีก่อนๆ ที่ติดตามหมออชิไปญี่ปุ่นแล้วเกิดเรื่องไม่คาดฝัน แม้แต่เขาเองยังแทบเอาตัวไม่รอด
“วันนี้อยู่กับพี่เสกไปก่อนนะคะ มายมิ้นท์มีภาคปฏิบัติอาจจะไม่ได้ขึ้นมาเลยทั้งวัน ยังไงอย่าดื้อนะคะเลิกงานแล้วจะรีบขึ้นมาหา”
มายมิ้นท์บอกคนตัวโตกว่าให้เข้าใจ
“พี่ยังออกจากโรงพยาบาลไม่ได้อีกเหรอครับ” เสียงของบอสสดใสมากกว่าขึ้นแล้ว แต่แววตายังล้าอยู่อย่างเห็นได้ชัด
“ถ้าหมออชิให้กลับได้ หนูก็ไม่ห้ามค่ะ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของหมอนะคะ”
มายมิ้นท์จุ๊บแก้มสากๆ ที่ตอนนี้หนวดเคราเริ่มขึ้นแล้วก่อนจะส่งยิ้มให้อย่างอ่อนโยน บอสกอดร่างเล็กนั้นไว้หลวมๆ ก่อนจะคลายอ้อมแขนออกเพื่อให้อีกคนไปทำหน้าที่ของตัวเอง มายมิ้นท์พาตัวเองออกจากเตียงคนไข้ ก่อนจะหันไปบอกเรื่องสำคัญกับเลขาของแฟนหนุ่มทันทีด้วยน้ำเสียงที่เบาพอจะได้ยินกันสองคน
“พี่เสกคะ อย่าเพิ่งให้พี่บอสสูบบุหรี่นะคะ วันนี้สิบโมงเช้าจะมีพยาบาลพาไปตรวจปอดอีกครั้งค่ะ อย่าตามใจกันเด็ดขาดนะคะ”
“รับทราบครับซ้อใหญ่” เสกรับคำเมียเจ้านายในทันที
เมื่อมายมิ้นท์พ้นประตูออกไปแล้วเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ก็ดังขึ้นมาในทันทีพร้อมกับน้ำเสียงที่ใช้กับลูกน้องทุกคนในอารมณ์ปกติ
“เสก เอาโน๊ตบุ๊คมาให้เฮียหน่อย เอกสารที่ต้องเซ็นด้วยไปเอามาให้หมด”
“ครับเฮียใหญ่”
เสกรับคำก่อนจะก้าวไปหยิบของที่เจ้านายตนต้องการในทันทีของที่ต้องการนั้นอยู่ในรถรอพร้อมแล้ว บอสหยิบมือถือขึ้นมาดูข่าวเพื่อเช็กราคาหุ้น อ่านไลน์กลุ่มของพี่น้องตัวเองก็ได้พบแต่ความกวนประสาทและน้องชายสองคนที่เลือดร้อนทั้งคู่ ไม่นานนักเสกก็เข้ามาพร้อมกับรถเข็นที่ใช้งานยามแม่บ้านไปจ่ายตลาดแถมในนั้นยังมีแฟ้มเอกสารเกินสิบเล่ม เขานอนโรงพยาบาลไม่ถึงสัปดาห์นี่งานมันกองพะเนินขนาดนี้เลยงั้นหรือ? เขาถอนหายใจพร้อมมองหน้าลูกน้องและขำเบาๆ
“เฮียขำอะไรหรือครับ?” เสกถามอย่างงงๆ มากกว่าจะกวนประสาทเจ้านายของตน
“ขำแกไงเสก เดี่ยวนี้พัฒนาขนาดหาอุปกรณ์ช่วยแล้วเหรอ”
“ผมก็พัฒนาขึ้นนะครับเฮีย ฮ่าฮ่าๆ”
สองเจ้านายลูกน้องหัวเราะให้กันเบาๆ ก่อนที่เอกสารแฟ้มแล้วแฟ้มเล่าจะถูกยื่นไปตรงหน้าพร้อมทั้งคำอธิบายอย่างละเอียด บอกลงลายมือชื่อในเอกสารทุกฉบับพร้อมทั้งแยกให้เลขาของตนเป็นชุดว่าอันไหนเอาไปบริษัทไหนเมื่อจบงานเอกสารเขาให้เสกเอาโน๊ตบุคมาให้ในทันที
“เปิดคอมมาเลยเสกฉันจะซื้อขายหุ้น”
“แต่เฮียครับ ซ้อใหญ่บอกผมว่าสิบโมงนายจะต้องไปตรวจปอดอีกครั้งนะครับ ตอนนั้นตลาดเช้าเปิดพอดีด้วยครับ” เสกรีบเอ่ยเตือนนายของตน
“อ้าวฉันเองก็ลืมไปเลย งั้นเอาบุหรี่มามวนนึงสิ ฉันจะผ่อนคลายสักหน่อย”
“เรื่องนี้เมียนายก็ห้ามครับ” เสกเอ่ยติดตลก
“เสก กูจ่ายเงินมึงแต่มึงกลัวเมียกูมากกว่ากูเนี่ยนะ” บอสมองลูกน้องด้วยสายตาที่คมกริบ
“ผมไม่กล้าลองของซ้อใหญ่นะครับนาย คราวก่อนซ้อใหญ่งัดข้อกับคนไข้ฉุกเฉินเสียอยู่หมัดเลย ผมยังขนลุกไม่หายเลยครับ”
เลขาหนุ่มรุ่นน้องทำท่าขนลุกขนพองเมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้จนทำให้เจ้านายของตนกรอกตามองบนอย่างคนที่ถูกขัดใจ
“กูทำอะไรได้บ้างตอนนี้” บอสถามออกไปอย่างยอมแพ้อย่าว่าแต่ลูกน้องเขาเลย ตัวเขาเองก็ไม่กล้าจะงัดข้อกับเมียตัวเอง จึงต้องยอมจำนนแบบนี้
“นายทานกาแฟมั้ยครับ ผมชงให้ครับ”
บอสพยักหน้าให้ลูกน้องทันที อย่างน้อยๆ เขาก็ยังกินกาแฟได้ล่ะนะ แต่ยังไม่ทันจะได้กิน เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น บอสยกขึ้นมาดูเป็นเจ้านายพ่วงตำแหน่งพี่ชายสุดที่รัก อาชิระ ชื่อบนหน้าจอชัดเจน บอสจึงกดรับสายในทันที
“สวัสดีครับพี่ชิ มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ”
“สวัสดีไอ้เสือ เป็นไงบ้างอาการตอนนี้ดีขึ้นมั้ย” อชิเอ่ยทักทายถามไถ่น้องชายอย่างอารมณ์ดี
“ผมอาการดีขึ้นแล้วนะพี่ เมื่อไหร่พี่จะให้ผมออกไปสักทีผมเบื่อจะแย่แล้ว”
“ได้ออกมาแน่ แต่ว่ามีงานหินรอมึงอยู่นะ” อชิเคาะโต๊ะเป็นจังหวะและเสียงนั้นบอสได้ยินชัดเจน และเข้าใจทันทีว่าเขามีศึกหนักรออยู่
“ว่ามาเลยครับพี่ชิ ผมรับได้ครับ” บอสตอบอย่างหนักแน่น
“ว่าที่พ่อตาแม่ยายของมึงเขามาขอตัวมึงไปอยู่ถิ่นเขาสามเดือน มึงจะเอาไง”
อชิเองก็หวั่นๆ ในใจเหมือนกันที่จะต้องส่งน้องชายไปเข้าปากเสือแบบนั้นแถมฝั่งนั้นขึ้นชื่อลือชาว่าดุอย่างกับอะไรดี แต่ด้วยนิสัย สันดานดิบของบอสต้องผ่านด่านว่าที่พ่อตาแม่ยายได้แน่นอน
“ได้ครับพี่ ไม่ได้เมียผมได้เอาผมตายแน่” บอสเอ่ยขำๆ เพราะคิดถึงคนหน้างอร้องไห้เป็นประจำจนเขาชิน
“ได้ก็ดี ไว้พี่จะไปส่งแกด้วย”
“ท่านให้เข้าไปเมื่อไหร่ครับ ผมจะได้เคลียร์งานถูก”
“อีกสองสัปดาห์มึงเคลียร์ทุกอย่างรอได้เลย”
“รับทราบครับพี่ชิ”
สองหนุ่มพี่น้องวางสายเรียบร้อย บอสถอนหายใจรอบที่ร้อยแล้วตั้งแต่นอนที่โรงพยาบาล การมีแฟน มีภรรยานี่เป็นเรื่องที่หนักหน่วงมากจริงๆ ไหนจะการงานของตัวเองที่ยุ่งแทบจะไม่มีเวลาหายใจ เขาเองอยากได้ลูกเสือก็ต้องเข้าสู้ให้ชนะพ่อแม่ของลูกเสือเท่านั้นถึงจะได้ลูกเขามา เขาเข้าใจข้อนี้ดีเห็นได้ชัดจากกรณีของอาชิระนั่นเอง
“เฮียครับ ผมขอตามเฮียไปรับใช้ได้หรือเปล่าครับ”
เสกเอ่ยขึ้นกับเจ้านายของตนอย่างห่วงใย ปกติเขาเองก็แทบจะไม่เคยห่างบอสอยู่แล้วไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนเว้นแค่ตอนที่นายของตนไปอยู่กับเมีย
“ไม่ได้ แกต้องอยู่ดูแลกิจการของฉันในช่วงที่ฉันไม่อยู่อย่างละเอียดที่สุด ฉันจะเอาไอ้บลูกับทีมอารักขาของเบิ้มไปอีกสี่ห้าคน งานนี้ไม่มีอะไรแค่สามเดือน ฉันไม่ได้ไปรบไม่ตายหรอกนะ”
บอสเอ่ยขึ้นมาทั้งที่ยังไม่ได้ลืมตาเพราะเขาเริ่มง่วงอีกแล้ว มายมิ้นท์ปลุกเขาตื่นขึ้นมาแต่เช้าเลยเพลียๆ เสกได้ยินแบบนั้นก็ได้แต่พยักหน้ารับอย่างอดห่วงไม่ได้
“ทำไมเงียบล่ะเสก อยู่นี่กูไว้ใจมึงที่สุด ไอ้บลูก็เหมือนมึงกูถึงเอามาเป็นเลขา แค่มึงอย่าบวกกับใครตอนกูไม่อยู่ก็พอ”
“รับทราบครับเฮีย”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นติดๆ กัน เสกเดินไปที่ประตูพบว่าพยาบาลเข้ามารับตัวบอสไปตรวจปอดตามที่มายมิ้นท์บอกไว้
“ขออนุญาตค่ะ คุณบอสคะ เดี๋ยวพยาบาลจะพาไปห้องเอกซเรย์นะคะ”
“ได้ครับ เสกอยู่นี่แหละ เดี๋ยวฉันมา”
บอสพาตัวเองลงจากเตียงคนไข้พาตัวเองขึ้นรถเข็นที่บุรุษพยาบาลเข็นมาอย่างว่าง่าย เสกมองตามหลังเจ้านายไปอย่างกังวล