ผิดก็รู้ตัว

1838 Words
ผิดก็รู้ตัว สัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าแฟนกำลังนอกใจมีอะไรบ้างครับ? ตอนนี้ผมแม่งโคตรกระอักกระอ่วนทำตัวไม่ค่อยจะถูก ผมไว้ใจเชื่อใจมันมาตลอดหกปีกว่าๆ ที่คบกันตั้งแต่ม.5ยันตอนนี้อยู่ปี4 แม้จะเรียนคนละมอแต่ก็ไม่มีครั้งไหนที่ผมนึกสงสัยระแวงในตัวมันเลย ผมแม่งทั้งไว้ใจ… ทั้งเชื่อใจ… แต่พอวันนี้… วันครบรอบ7ปีที่คบกันอะไรหลายๆ อย่างที่เขาพูดนักพูดหนาว่ามันคือปีอาถรรพ์ก็ดันสำแดงเดชออกมาให้ผมเห็นโดยง่าย ผมเห็น… ไอ้เมฆกับคินกอดกัน ผมไม่ได้ตาฝาดพวกเขากอดกันจริงๆแม้คินจะโวยวายและผลักไสไอ้เมฆออกแต่ทั้งสองคนแม่งไม่ได้สนิทกันไงแล้วมันจะมีเหตุผลจำเป็นอะไรวะที่ไอ้เมฆจะต้องมากอดน้องผม วินาทีแรกที่เห็นตัวผมชามือเย็นจับต้นชนปลายทำอะไรไม่ถูก แต่ภาพเก่าๆ ในอดีตที่เคยติดเป็นความสงสัยเล็กๆ อยู่ในใจก็ค่อยๆ คลายปมออกมาช้าๆ ผมเคยเจอนาฬิกาในห้องน้ำที่ห้องมันวินาทีแรกผมแปลกใจเพราะไม่เคยเห็นมันใส่นาฬิกาสายหนังแต่เพราะไม่คิดอะไรเลยถือออกไปวางไว้บนโต๊ะ ผมเคยเจอแก้วกาแฟของผมกับของมันที่ใช้แล้ววางคู่กันวินาทีแรกผมสงสัยว่าทำไมมันเอาแก้วผมมาใช้ทั้งที่แก้วตัวเองก็มีในแก้วผมเป็นเศษน้ำเต้าหู้ซึ่งมันไม่เคยกิน แต่ผมก็แค่ล้างโดยไม่ถามอะไร ผมเคยเจอเส้นผมบนหมอนวินาทีแรกผมสงสัยว่ามันคือผมใครเพราะทั้งผมกับไอ้เมฆก็ไม่ได้ทำสีผมคิดว่าคงเป็นเพื่อนที่มาค้างที่ห้องผมจึงแค่หยิบมันออกและทำความสะอาดต่อโดยไม่คิดอะไร สรุปคือ… คิน…สินะ ผมเดินกลับเข้าห้องนั่งทบทวนประติดประต่อเรื่องราวแต่มันก็นึกไม่ออกว่าคนทั้งคู่ไปสปาร์คกันตอนไหน เสียใจนะแม่งโคตรจะเสียใจ… ไม่รู้จะบรรยายยังไงดีไม่อยากจะคิดว่าคนทั้งคู่ลึกซึ้งกันไปถึงขั้นไหน พึ่งเริ่มคบกันหรือคบกันมานานแล้ว… ก๊อกๆ … ป้าติ๋วเปิดประตูเข้ามาขอทำความสะอาดผมเลยต้องลงไปนั่งดูทีวีข้างล่างฆ่าเวลา ผมไม่ได้สนใจทีวีสักนิดความคิดในหัวผมยังคิดวนไปวนมาแต่เรื่องเดิม “ออกไปข้างนอกนะพี่เคผมนัดไอ้ยับไว้” เสียงคินพูดกับผมดึงให้ตัวผมต้องหันไปมองน้องชาย “จะไปไหน?” ผมมองคิน “ไอ้ยับมันชวนผมแดกชาบูกลับดึกนะวันนี้” คินอธิบายและเดินมานั่งข้างผม ผมมองน้องด้วยความรู้สึกหลากหลายในใจ ท่าทางสบายไม่ทุกข์ร้อนของมันกำลังทำให้ผมพาลหงุดหงิด มันจะรู้สึกผิดบ้างมั้ยที่ทำอะไรลับหลังผม หรือว่ากินอิ่มนอนหลับสุขกายสบายใจไม่รู้สึกผิดอะไรกับผมเลยสักนิด เมื่อคิดแบบนั้นปากผมก็ดันเอ่ยประโยคลองใจออกไปทันที “พอมีเวลามั้ยอยากปรึกษาอะไรหน่อย” “ครับ” คินพยักหน้าหันมามองหน้าผมอย่างตั้งใจ “แฟนนอกใจต้องทำไงวะ?” “ห๊ะ!” คินหน้าเจื่อนมองผมเพียงครู่แล้วก็กดสายตาลงต่ำเหมือนไม่อยากจะสบตา “ทำไมมาถามคนไม่มีแฟนแบบผมล่ะ” คินย้อน “เพราะมึงเป็นน้องไง” ผมมองมันต้องการจะสื่อคำว่าน้องในสองความหมาย หวังว่ามันจะเข้าใจนะ… “พี่เครู้ได้ไง?” “รู้แล้วกันตอบมาเร็ว” “ผม…ไม่รู้หรอกนะว่าต้องทำไงพี่ไปเคลียร์กันเองแล้วกัน” คินบอกปัดเหมือนไม่อยากจะเข้ามายุ่งกับเรื่องของผมนัก “แล้วถ้าแฟนมึงนอกใจล่ะ” ผมถามต่อ “ยังไม่มีไง” มันย้อน มึงไม่มีเพราะที่มีอยู่มันแฟนกูไงไอ้น้องเลว! ... ผมพยายามสะกดกลั้นความรู้สึก “สมมุติ” มันนิ่งไปพักใหญ่เหมือนกำลังใช้ความคิดและรวบรวมความรู้สึกบางอย่าง “ก็เสียใจ…นอกนั้นคงทำอะไรไม่ได้เพราะผมอ่อนแอเกินกว่าจะเลิกกับเขา” คินถอนหายใจก่อนจะหันมามองหน้าผม “ตอบแบบสมมุตินะ” “อือ…” ผมพยักหน้า มองดูมันที่เศร้าลงไปอย่างเห็นได้ชัด อย่างน้อยมึงก็ยังรู้สึกไอ้คิน… มึงรู้สึก… เราสองคนมองหน้ากันโดยไม่มีคำถามหรือคำตอบใดๆ สายตาไอ้คินตอบข้อสงสัยในใจผมอย่างชัดเจนแต่เป็นผมที่ต้องแสดงเก็บซ่อนทุกอย่างไว้ไม่ให้มันรู้สึก “ไปนะ” คินลุกขึ้นเดินออกจากบ้านไป ตึกๆ … ใจผมตอนนี้มันเต้นแบบไม่เป็นจังหวะ พี่เครู้แล้ว… นั่นเป็นเรื่องที่ทำให้ผมตื่นเต้นลนลานทำอะไรไม่ถูก ทำยังไงดี? เขาจะรู้มั้ยว่ามือที่สามที่ทำให้รักร้าวฉานนั้นก็คือผมเอง ที่ร้านชาบู ผมยอมรับว่ากินไม่ลงผมเอาแต่คิดเรื่อง้ดิมวนไปวนมาไม่ได้ฟังด้วยซ้ำว่าไอ้ยับพูดอะไร “ไอ้คิน! ...ไอ้คิน!!!” มันเรียกผมเสียงดังแถมยังยื่นมือมาตบแขนผมเต็มแรง ผมสะดุ้งมองมันอย่างไม่พอใจทันที “มึงตบกูทำไมเจ็บนะเว้ย!” “มึงเป็นไรกูคุยหาอะไรไปมึงก็เอาแต่เงียบ” “ไม่มี” “โกหกเก่งนะมึงน่ะ” ไอ้ยับแขว่ะ ผมถอนหายใจมองหน้ามันอยู่นานก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องที่กำลังกังวลใจให้ไอ้ยับฟัง “พี่เครู้แล้ว…” ผมเปิดประโยคแรก “เชี่ย! ...รู้ได้ไงวะมึงเล่ามาเลยไอ้คิน” “พี่เคไม่รู้ว่าเป็นกูหรอกเขาคงสงสัยอะไรสักอย่างเลยถามกูว่าถ้าแฟนนอกใจต้องทำไง” “แล้วมึงตอบว่า…” “…กูไม่ได้ตอบอะไร” “ทีนี้มึงตื่นได้รึยังล่ะ” ไอ้ยับเอาตะเกียบชี้หน้าผม “ห๊ะ!” “พี่เคเขาอาจสงสัยมึงอยู่ก็ได้มึงไม่รู้สึกแบบนั้นเหรอ…พอได้ยังวะไอ้คินมึงปล่อยทุกอย่างมานานเกินไปแล้วนะเว้ย!” “กู…” ผมยังลังเล ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าตัวผมจะลังเลทำไมเรื่องถึงขนาดนี้แล้วผมควรจะถอยออกมาก่อนที่ทุกอย่างจะแย่ไปกว่านี้แต่ผมดันลังเล เพราะอะไร? ... “ตัดใจได้แล้ว…ถ้าพี่เครู้ขึ้นมาว่ามึงเป็นคนตีท้ายครัวเขามึงจะทำไงตัดพี่ตัดน้อง ทะเลาะกันบ้านแตก มึงเคยคิดถึงอะไรพวกนี้บ้างมั้ยวะ” “…” “พี่น้องแทงข้างหลังกันมันโคตรเจ็บเลยนะมึงเพราะงั้นมึงควรรักพี่มึงให้มากกว่าผู้ชาย” “กูรู้…” ผมตอบมันแบบไม่เต็มเสียงนัก กูรู้… แต่กูยังทำไม่ได้สักที… ถามว่ากูก็รู้สึกผิดมั้ยเวลาเจอหน้าพี่เคกูก็ยอมรับว่ารู้สึกผิด แต่มันก็ไม่ได้รู้สึกผิดมากพอที่ทำให้กูหยุดสิ่งที่ทำ ถามว่ากูสงสารพี่กูมั้ย… กูสงสารเขาไม่จำเป็นต้องมาทุกข์กับเรื่องความรักเพราะคนนอกที่เข้ามาแทรกพี่ผมไม่ได้ทำอะไรผิดเขาน่าสงสารที่โดนผมกับพี่เมฆหลอก กูรู้ทุกอย่างว่าอะไรคือถูกอะไรคือผิด อะไรขาว อะไรดำ แต่บังเอิญว่ากูมันเป็นคนเทาๆ ก็เลยเนียนๆ แล่อยทุกอย่างไหลไปตามกระแสหัวใจ “งั้นมึงก็เลิกติดต่อพี่เมฆซะลบเบอร์ลบแชทลบแม่งให้หมดทุกอย่าง เอามือถือมึงขึ้นมาลบทุกอย่างต่อหน้ากูเดี๋ยวนี้เลย” “ไอ้ยับ!” ผมมองมันอย่างขัดใจ อยู่แม่งจะมาหักดิบผมแบบนี้ไม่ได้นะ ให้กูทำใจก่อน… “เร็วๆ” มันแร่ง แต่ผมก็ยังทำเฉย… “ไอ้คิน…กูจริงจังนะ…ตอนนี้กูยังพอเข้าใจในด้านเหตุผลของความรู้สึกแต่สักพักมึงต้องเอาศีลธรรมความถูกต้องเข้ามาหักล้างเพื่อมึงจะได้ทำสิ่งที่ควรทำ…ความจริงมันปรากฏตรงหน้ามึงแล้วแต่ถ้ามึงไม่…ใจมึงก็หยาบเกินกว่าจะเป็นน้องพี่เคและเป็นเพื่อนกู!” ไอ้ยับวางตะเกียบกอดอกจ้องหน้าผมอย่างกดดัน เป็นคำด่าที่เจ็บแสบดีจัง เหมือนโดนกระทืบซะจนสะบักสะบอมซวนเซโอนเอนทั้งกายใจ ใช่นะ… กูกลัวว่าจะไม่มีเขามากกว่ากลัวที่จะไม่มีพี่ไม่มีเพื่อนได้ยังไง รักได้… สักวันก็หมดรักได้… แต่ความเป็นพี่น้อง… แม้ปากจะบอกว่าตัดขาดจากกันแต่ภายในตัวก็ยังมีสายเลือดของพ่อกับแม่วิ่งวนอยู่ในตัวอยู่ดี ทำอย่างไรก็ตัดไม่ขาด… กูแม่งคนใจบาปชัดๆ … คิดแบบนั้นน้ำตาผมก็ไหล… มันเป็นความเสียใจที่เกิดจากตัวผมเองไม่ใช่ความอาลัยในตัวพี่เขา ผมแม่งเป็นน้องที่โคตรเห็นแก่ตัวและทำร้ายพี่ชายตัวเองได้อย่างเลือดเย็น หยุดเอาเหตุผลมาอ้างตื่นมารับกับความจริงที่ว่า แค่ผมหยุดทุกอย่างมันก็จบ ไม่ต้องเอาพี่เมฆมาอ้าง ไม่ต้องเอาหัวใจมานำสมองผมก็จะตรองได้เองว่า… ควรหยุด เรื่องง่ายๆ ที่ผมแม่งไม่เคยอยากจะคิดได้และไม่เคยอยากทำ “อย่าร้อง” ไอ้ยับว่าพลางดึงทิชชูส่งมาให้ ผมส่ายหน้าไม่รับก่อนจะเอามือปาดน้ำตาและสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ฮู่ว…” ผมพ่นลมหายใจออกมาพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าไปใหม่เอาแบบลึกๆ “ทำกูแดกชาบูไม่อร่อยเลยมึง…” มันบ่นและถอนหายใจใส่ผม “อร่อยดิ! ...เดี๋ยวมึงจะอารมณ์ดีแดกไม่หยุดเลยล่ะ” ผมว่าแล้วก็หยิบมือถือออกมา ปลดล็อคหน้าจอเข้าโหมดรายขื่อและลบชื่อพี่เมฆออกเป็นอย่างแรก จากนั้นก็เข้าช่องทางการติดต่อทุกอย่างที่เป็นชื่อของพี่เมฆเพื่อลบมันทิ้ง ไม่ลังเล ไม่อาลัยอาวร “เช็ดดด…ต้องงี้ดิวะมาๆ กินๆ กูชักจะหิวอีกละ” ไอ้ยับเทลูกชิ้นเด็ดผักใส่หมูลงำปในหม้ออีกครั้ง “ขอบใจมึงมากนะ…ที่ให้สติกูตอนนี้กูตื่นละตั้งแต่นี้กูจะไม่อยู่ในฝันที่มันเข้าข้างตัวเองอีกแล้ว” “ตื่นก็ดี…ทำแล้วก็ต้องใจแข็งทำให้ได้ตลอดอย่าเสือกใจอ่อนเวลาเขามาหาล่ะมึงน่ะ!” ไอ้ยับพูดดักทาง “ถ้าไม่เจอก็น่าจะจบ…” ผมคงต้องหลบหน้าเขาอีกพักใหญ่จนกว่าจะเริ่มรู้สึกว่าใจผมมันแข็งแรงขึ้น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD