ผิดก็รู้ตัว
สัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าแฟนกำลังนอกใจมีอะไรบ้างครับ?
ตอนนี้ผมแม่งโคตรกระอักกระอ่วนทำตัวไม่ค่อยจะถูก ผมไว้ใจเชื่อใจมันมาตลอดหกปีกว่าๆ ที่คบกันตั้งแต่ม.5ยันตอนนี้อยู่ปี4 แม้จะเรียนคนละมอแต่ก็ไม่มีครั้งไหนที่ผมนึกสงสัยระแวงในตัวมันเลย
ผมแม่งทั้งไว้ใจ…
ทั้งเชื่อใจ…
แต่พอวันนี้…
วันครบรอบ7ปีที่คบกันอะไรหลายๆ อย่างที่เขาพูดนักพูดหนาว่ามันคือปีอาถรรพ์ก็ดันสำแดงเดชออกมาให้ผมเห็นโดยง่าย
ผมเห็น…
ไอ้เมฆกับคินกอดกัน
ผมไม่ได้ตาฝาดพวกเขากอดกันจริงๆแม้คินจะโวยวายและผลักไสไอ้เมฆออกแต่ทั้งสองคนแม่งไม่ได้สนิทกันไงแล้วมันจะมีเหตุผลจำเป็นอะไรวะที่ไอ้เมฆจะต้องมากอดน้องผม วินาทีแรกที่เห็นตัวผมชามือเย็นจับต้นชนปลายทำอะไรไม่ถูก
แต่ภาพเก่าๆ ในอดีตที่เคยติดเป็นความสงสัยเล็กๆ อยู่ในใจก็ค่อยๆ คลายปมออกมาช้าๆ ผมเคยเจอนาฬิกาในห้องน้ำที่ห้องมันวินาทีแรกผมแปลกใจเพราะไม่เคยเห็นมันใส่นาฬิกาสายหนังแต่เพราะไม่คิดอะไรเลยถือออกไปวางไว้บนโต๊ะ
ผมเคยเจอแก้วกาแฟของผมกับของมันที่ใช้แล้ววางคู่กันวินาทีแรกผมสงสัยว่าทำไมมันเอาแก้วผมมาใช้ทั้งที่แก้วตัวเองก็มีในแก้วผมเป็นเศษน้ำเต้าหู้ซึ่งมันไม่เคยกิน แต่ผมก็แค่ล้างโดยไม่ถามอะไร
ผมเคยเจอเส้นผมบนหมอนวินาทีแรกผมสงสัยว่ามันคือผมใครเพราะทั้งผมกับไอ้เมฆก็ไม่ได้ทำสีผมคิดว่าคงเป็นเพื่อนที่มาค้างที่ห้องผมจึงแค่หยิบมันออกและทำความสะอาดต่อโดยไม่คิดอะไร
สรุปคือ…
คิน…สินะ
ผมเดินกลับเข้าห้องนั่งทบทวนประติดประต่อเรื่องราวแต่มันก็นึกไม่ออกว่าคนทั้งคู่ไปสปาร์คกันตอนไหน
เสียใจนะแม่งโคตรจะเสียใจ…
ไม่รู้จะบรรยายยังไงดีไม่อยากจะคิดว่าคนทั้งคู่ลึกซึ้งกันไปถึงขั้นไหน
พึ่งเริ่มคบกันหรือคบกันมานานแล้ว…
ก๊อกๆ …
ป้าติ๋วเปิดประตูเข้ามาขอทำความสะอาดผมเลยต้องลงไปนั่งดูทีวีข้างล่างฆ่าเวลา
ผมไม่ได้สนใจทีวีสักนิดความคิดในหัวผมยังคิดวนไปวนมาแต่เรื่องเดิม
“ออกไปข้างนอกนะพี่เคผมนัดไอ้ยับไว้” เสียงคินพูดกับผมดึงให้ตัวผมต้องหันไปมองน้องชาย
“จะไปไหน?” ผมมองคิน
“ไอ้ยับมันชวนผมแดกชาบูกลับดึกนะวันนี้” คินอธิบายและเดินมานั่งข้างผม
ผมมองน้องด้วยความรู้สึกหลากหลายในใจ
ท่าทางสบายไม่ทุกข์ร้อนของมันกำลังทำให้ผมพาลหงุดหงิด มันจะรู้สึกผิดบ้างมั้ยที่ทำอะไรลับหลังผม หรือว่ากินอิ่มนอนหลับสุขกายสบายใจไม่รู้สึกผิดอะไรกับผมเลยสักนิด
เมื่อคิดแบบนั้นปากผมก็ดันเอ่ยประโยคลองใจออกไปทันที
“พอมีเวลามั้ยอยากปรึกษาอะไรหน่อย”
“ครับ” คินพยักหน้าหันมามองหน้าผมอย่างตั้งใจ
“แฟนนอกใจต้องทำไงวะ?”
“ห๊ะ!” คินหน้าเจื่อนมองผมเพียงครู่แล้วก็กดสายตาลงต่ำเหมือนไม่อยากจะสบตา “ทำไมมาถามคนไม่มีแฟนแบบผมล่ะ” คินย้อน
“เพราะมึงเป็นน้องไง” ผมมองมันต้องการจะสื่อคำว่าน้องในสองความหมาย
หวังว่ามันจะเข้าใจนะ…
“พี่เครู้ได้ไง?”
“รู้แล้วกันตอบมาเร็ว”
“ผม…ไม่รู้หรอกนะว่าต้องทำไงพี่ไปเคลียร์กันเองแล้วกัน” คินบอกปัดเหมือนไม่อยากจะเข้ามายุ่งกับเรื่องของผมนัก
“แล้วถ้าแฟนมึงนอกใจล่ะ” ผมถามต่อ
“ยังไม่มีไง” มันย้อน
มึงไม่มีเพราะที่มีอยู่มันแฟนกูไงไอ้น้องเลว! ...
ผมพยายามสะกดกลั้นความรู้สึก
“สมมุติ”
มันนิ่งไปพักใหญ่เหมือนกำลังใช้ความคิดและรวบรวมความรู้สึกบางอย่าง
“ก็เสียใจ…นอกนั้นคงทำอะไรไม่ได้เพราะผมอ่อนแอเกินกว่าจะเลิกกับเขา” คินถอนหายใจก่อนจะหันมามองหน้าผม “ตอบแบบสมมุตินะ”
“อือ…” ผมพยักหน้า มองดูมันที่เศร้าลงไปอย่างเห็นได้ชัด
อย่างน้อยมึงก็ยังรู้สึกไอ้คิน…
มึงรู้สึก…
เราสองคนมองหน้ากันโดยไม่มีคำถามหรือคำตอบใดๆ สายตาไอ้คินตอบข้อสงสัยในใจผมอย่างชัดเจนแต่เป็นผมที่ต้องแสดงเก็บซ่อนทุกอย่างไว้ไม่ให้มันรู้สึก
“ไปนะ” คินลุกขึ้นเดินออกจากบ้านไป
ตึกๆ …
ใจผมตอนนี้มันเต้นแบบไม่เป็นจังหวะ
พี่เครู้แล้ว…
นั่นเป็นเรื่องที่ทำให้ผมตื่นเต้นลนลานทำอะไรไม่ถูก
ทำยังไงดี?
เขาจะรู้มั้ยว่ามือที่สามที่ทำให้รักร้าวฉานนั้นก็คือผมเอง
ที่ร้านชาบู
ผมยอมรับว่ากินไม่ลงผมเอาแต่คิดเรื่อง้ดิมวนไปวนมาไม่ได้ฟังด้วยซ้ำว่าไอ้ยับพูดอะไร
“ไอ้คิน! ...ไอ้คิน!!!” มันเรียกผมเสียงดังแถมยังยื่นมือมาตบแขนผมเต็มแรง
ผมสะดุ้งมองมันอย่างไม่พอใจทันที
“มึงตบกูทำไมเจ็บนะเว้ย!”
“มึงเป็นไรกูคุยหาอะไรไปมึงก็เอาแต่เงียบ”
“ไม่มี”
“โกหกเก่งนะมึงน่ะ” ไอ้ยับแขว่ะ
ผมถอนหายใจมองหน้ามันอยู่นานก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องที่กำลังกังวลใจให้ไอ้ยับฟัง
“พี่เครู้แล้ว…” ผมเปิดประโยคแรก
“เชี่ย! ...รู้ได้ไงวะมึงเล่ามาเลยไอ้คิน”
“พี่เคไม่รู้ว่าเป็นกูหรอกเขาคงสงสัยอะไรสักอย่างเลยถามกูว่าถ้าแฟนนอกใจต้องทำไง”
“แล้วมึงตอบว่า…”
“…กูไม่ได้ตอบอะไร”
“ทีนี้มึงตื่นได้รึยังล่ะ” ไอ้ยับเอาตะเกียบชี้หน้าผม
“ห๊ะ!”
“พี่เคเขาอาจสงสัยมึงอยู่ก็ได้มึงไม่รู้สึกแบบนั้นเหรอ…พอได้ยังวะไอ้คินมึงปล่อยทุกอย่างมานานเกินไปแล้วนะเว้ย!”
“กู…” ผมยังลังเล
ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าตัวผมจะลังเลทำไมเรื่องถึงขนาดนี้แล้วผมควรจะถอยออกมาก่อนที่ทุกอย่างจะแย่ไปกว่านี้แต่ผมดันลังเล
เพราะอะไร? ...
“ตัดใจได้แล้ว…ถ้าพี่เครู้ขึ้นมาว่ามึงเป็นคนตีท้ายครัวเขามึงจะทำไงตัดพี่ตัดน้อง ทะเลาะกันบ้านแตก มึงเคยคิดถึงอะไรพวกนี้บ้างมั้ยวะ”
“…”
“พี่น้องแทงข้างหลังกันมันโคตรเจ็บเลยนะมึงเพราะงั้นมึงควรรักพี่มึงให้มากกว่าผู้ชาย”
“กูรู้…” ผมตอบมันแบบไม่เต็มเสียงนัก
กูรู้…
แต่กูยังทำไม่ได้สักที…
ถามว่ากูก็รู้สึกผิดมั้ยเวลาเจอหน้าพี่เคกูก็ยอมรับว่ารู้สึกผิด แต่มันก็ไม่ได้รู้สึกผิดมากพอที่ทำให้กูหยุดสิ่งที่ทำ
ถามว่ากูสงสารพี่กูมั้ย… กูสงสารเขาไม่จำเป็นต้องมาทุกข์กับเรื่องความรักเพราะคนนอกที่เข้ามาแทรกพี่ผมไม่ได้ทำอะไรผิดเขาน่าสงสารที่โดนผมกับพี่เมฆหลอก
กูรู้ทุกอย่างว่าอะไรคือถูกอะไรคือผิด อะไรขาว อะไรดำ แต่บังเอิญว่ากูมันเป็นคนเทาๆ ก็เลยเนียนๆ แล่อยทุกอย่างไหลไปตามกระแสหัวใจ
“งั้นมึงก็เลิกติดต่อพี่เมฆซะลบเบอร์ลบแชทลบแม่งให้หมดทุกอย่าง เอามือถือมึงขึ้นมาลบทุกอย่างต่อหน้ากูเดี๋ยวนี้เลย”
“ไอ้ยับ!” ผมมองมันอย่างขัดใจ อยู่แม่งจะมาหักดิบผมแบบนี้ไม่ได้นะ
ให้กูทำใจก่อน…
“เร็วๆ” มันแร่ง
แต่ผมก็ยังทำเฉย…
“ไอ้คิน…กูจริงจังนะ…ตอนนี้กูยังพอเข้าใจในด้านเหตุผลของความรู้สึกแต่สักพักมึงต้องเอาศีลธรรมความถูกต้องเข้ามาหักล้างเพื่อมึงจะได้ทำสิ่งที่ควรทำ…ความจริงมันปรากฏตรงหน้ามึงแล้วแต่ถ้ามึงไม่…ใจมึงก็หยาบเกินกว่าจะเป็นน้องพี่เคและเป็นเพื่อนกู!” ไอ้ยับวางตะเกียบกอดอกจ้องหน้าผมอย่างกดดัน
เป็นคำด่าที่เจ็บแสบดีจัง เหมือนโดนกระทืบซะจนสะบักสะบอมซวนเซโอนเอนทั้งกายใจ
ใช่นะ…
กูกลัวว่าจะไม่มีเขามากกว่ากลัวที่จะไม่มีพี่ไม่มีเพื่อนได้ยังไง
รักได้…
สักวันก็หมดรักได้…
แต่ความเป็นพี่น้อง…
แม้ปากจะบอกว่าตัดขาดจากกันแต่ภายในตัวก็ยังมีสายเลือดของพ่อกับแม่วิ่งวนอยู่ในตัวอยู่ดี
ทำอย่างไรก็ตัดไม่ขาด…
กูแม่งคนใจบาปชัดๆ …
คิดแบบนั้นน้ำตาผมก็ไหล…
มันเป็นความเสียใจที่เกิดจากตัวผมเองไม่ใช่ความอาลัยในตัวพี่เขา
ผมแม่งเป็นน้องที่โคตรเห็นแก่ตัวและทำร้ายพี่ชายตัวเองได้อย่างเลือดเย็น
หยุดเอาเหตุผลมาอ้างตื่นมารับกับความจริงที่ว่า
แค่ผมหยุดทุกอย่างมันก็จบ
ไม่ต้องเอาพี่เมฆมาอ้าง
ไม่ต้องเอาหัวใจมานำสมองผมก็จะตรองได้เองว่า…
ควรหยุด
เรื่องง่ายๆ ที่ผมแม่งไม่เคยอยากจะคิดได้และไม่เคยอยากทำ
“อย่าร้อง” ไอ้ยับว่าพลางดึงทิชชูส่งมาให้
ผมส่ายหน้าไม่รับก่อนจะเอามือปาดน้ำตาและสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
“ฮู่ว…” ผมพ่นลมหายใจออกมาพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าไปใหม่เอาแบบลึกๆ
“ทำกูแดกชาบูไม่อร่อยเลยมึง…” มันบ่นและถอนหายใจใส่ผม
“อร่อยดิ! ...เดี๋ยวมึงจะอารมณ์ดีแดกไม่หยุดเลยล่ะ” ผมว่าแล้วก็หยิบมือถือออกมา
ปลดล็อคหน้าจอเข้าโหมดรายขื่อและลบชื่อพี่เมฆออกเป็นอย่างแรก จากนั้นก็เข้าช่องทางการติดต่อทุกอย่างที่เป็นชื่อของพี่เมฆเพื่อลบมันทิ้ง
ไม่ลังเล
ไม่อาลัยอาวร
“เช็ดดด…ต้องงี้ดิวะมาๆ กินๆ กูชักจะหิวอีกละ” ไอ้ยับเทลูกชิ้นเด็ดผักใส่หมูลงำปในหม้ออีกครั้ง
“ขอบใจมึงมากนะ…ที่ให้สติกูตอนนี้กูตื่นละตั้งแต่นี้กูจะไม่อยู่ในฝันที่มันเข้าข้างตัวเองอีกแล้ว”
“ตื่นก็ดี…ทำแล้วก็ต้องใจแข็งทำให้ได้ตลอดอย่าเสือกใจอ่อนเวลาเขามาหาล่ะมึงน่ะ!” ไอ้ยับพูดดักทาง
“ถ้าไม่เจอก็น่าจะจบ…”
ผมคงต้องหลบหน้าเขาอีกพักใหญ่จนกว่าจะเริ่มรู้สึกว่าใจผมมันแข็งแรงขึ้น