คนในความลับ
ไม่รู้ว่าผมเผลอหลับไปตอนไหนรู้สึกตัวตื่นอีกทีมันก็รู้สึกปวดร้าวไปทั้งหัว ผมลุกขึ้นจากเตียงเดินเข้าห้องน้ำมองสภาพหน้าตาที่ดูไม่ได้ในกระจก
ตาผมบวมมาก
ก็ไม่แปลกร้องไห้หนักซะขนาดนั้น
“พอรึยังวะไอ้คิน…กูไม่อยากให้มึงร้องไห้เพราะคนแบบนั้นอีกแล้วนะมึงควรตื่นเลิกหวังเลิกคิดว่าเขาจะเลือกมึงรักมึง” ผมพูดกับตัวเองในกระจก
แต่ใจผมกลับตอบกลับมาในทันทีว่า
กูยังไม่พร้อม…
ผมก้มหน้าพยายามสะกดกลั้นความเศร้าที่กำลังถาโถมเข้าจิตใจ
พอแล้ว
อย่าร้อง…มึงร้องไห้จนปวดหัวแล้วนะ
ผมเปิดน้ำพยายามวักน้ำเย็นๆ เข้าหน้าเรียกความสดชื่นให้ร่างกายและจิตใจ
อาการปวดหัวยังไม่หายผมเลยตัดสินใจเดินลงไปหายากิน
ไฟข้างล่างปิดมืดเหลือแค่แสงไฟอ่อนๆ จากริมรั้วที่รอดผ้าม่านเข้ามา ผมเดินเข้าครัวเปิดตู้ชั้นบนเพื่อหยิบกล่องยา
พาราสองเม็ด
ผมปิดกระปุกเก็บกล่องยาเข้าที่หยิบแก้วน้ำเดินไปกดน้ำเย็นที่หน้าตู้
พี่เมฆคงกลับไปแล้วสินะ…
พอนึกถึงเขาผมก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ผมเปิดตู้เย็นมองหาขนมที่ผมบอกให้เขาแช่เอาไว้
เค้กส้ม…
ผมถอนหายใจรู้สึกผิดหวังที่มันไม่ใช่ขนมที่ผมชอบกิน ผมปิดตู้เย็นเดินขึ้นข้างบนไป
หยิยมือถือมากดดูเผื่อว่าจะมีข้อความที่ผมยังไม่ได้อ่าน
…..
ว่างเปล่า
ไม่มีข้อความใดจากคนที่ผมแอบหวังมีแต่ข้อความของไอ้ยับที่ชวนผมออกไปกินชาบูวันพรุ่งนี้
‘กูไม่อยากแดกชาบูกูอยากแดกเหล้า’
ผมส่งข้อความตอบมัน
แกร๊ก!
ประตูห้องผมเปิดออก
ด้วยความตกใจว่าดึกมากแล้วใครจะเข้ามาแต่พอเห็นหน้าผมก็ตกใจ
ไม่คิดว่าเขาจะกล้าขนาดนี้
“พี่เมฆ!” ผมดันตัวขึ้นนั่ง
“โกรธรึเปล่าตอนกินข้าว” พี่เมฆถามผมและเดินตรงมานั่งที่เตียง
ผมรีบลุกขึ้นมองเขาแบบไม่พอใจเท่าไหร่
“ออกไปครับ! ...พี่ไม่ควรเข้ามาในห้องผม”
“คิน...” พี่เมฆลุกขึ้นเดินเข้ามาหาผมแต่ผมก็เดินหนีไปที่ประตูเปิดมันออกพร้อมกับหันไปมองเขา “พี่เครอพี่อยู่” ผมมองเขาที่กำลังเดินตรงมาที่ผม
แต่สุดท้ายก็กลัวว่าตัวเองจะใจอ่อนเลยเบือนหน้าหนีไม่มองหน้าเขาต่อ
ผมสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่าพี่เมฆกำลังจับมือผมอยู่
“คินเข้าใจพี่ใช่มั้ย”
เขาจะมาสนใจผมทำไม?
มาถามอะไรมาแคร์อะไรเอาตอนนี้ทั้งที่ไม่เคยจะแคร์ผมเลยสักนิด เป็นห่วงความรู้สึกผมอย่างนั้นเหรอ ถ้าเป็นห่วงจริงเขาต้องไม่ดึงผมเข้าไปในเกมส์ลักกินขโมยกินแบบนี้
ไม่สิ…
ด่าพี่เขาไปก็เท่านั้น
ต้องด่าตัวเองที่ยอมโง่ให้พี่เขาหลอกมากกว่า…
“ไม่เข้าใจครับและก็ไม่อยากเข้าใจอะไรทั้งนั้นนอกจากพี่คือแฟนของพี่เคพี่ชายผม” ผมบิดมือออกเงยหน้าขึ้นไปมองสบตาเขา รู้สึกชื่นชมตัวเองในใจที่เข้มแข็งกว่าครั้งไหนๆ
ใช่…มึงทำถูกแล้วไอ้คินไล่เขาไปซะ…
“คิน…” พี่เมฆถอนหายใจ
“ไม่ต้องสนใจผมหรอกครับเพราะเราก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน”
“อย่าประชดได้มั้ยคิน” เมฆทำเสียงหงุดหงิดใส่ผม
“ผมไม่ได้ประชดพี่เลิกสนใจผมแล้วกลับห้องพี่เคเถอะ!” ผมดันพี่เมฆออกไปและรีบล็อคประตูทันที
ผมทิ้งตัวนอนลงบนเตียงพยายามไม่คิดถึงเรื่องที่พี่เขาบุกเข้ามาหา ความฟุ้งซ่านจะทำให้ผมมโนคิดอะไรเข้าข้างตัวเองอีก
นอน…
ผมควรนอน…
เสียงข้อความดังอยู่หลายรอบจนผมต้องควานหามือถือตัวเองหรี่ตามองข้อความที่ยังเด้งเข้ามาไม่หยุด
ไอ้ยับ…
สรุปคือมันด่าผมที่ชวนแดกเหล้าและบังคับให้ผมออกไปกินชาบูเป็นเพื่อนมันตอนเย็นๆ ผมอ่านทุกตัวอักษรก่อนจะตอบมันสั้นว่า
‘แดกก็แดก’
ผมลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัววันนี้ผมไม่มีเรียนก็กะจะอยู่บ้านเล่นเกมส์นั่นแหล่ะ
“ตื่นแต่เช้าเลยนะคะคุณคิน”
“ครับ” ผมยิ้มให้ป้าติ๋วแม่บ้านที่มาทำงานแต่เช้า “มีใครลงมารึยังครับ”
“ยังค่ะป้ายังไม่เห็นคุณเคนะคะ คุณคินจะรับอาหารเช้าเลยมั้ยคะ”
“ครับ” ผมนั่งลงที่โต๊ะทานข้าว “ทำเผื่อเพื่อนพี่เคด้วยนะครับ”
ยังอุตส่าห์นึกถึงเขาอีกนะ
ผมว่าตัวเองเมื่อเผลอหลุดปากบอกป้าติ๋วไป
“คุณเมฆมาเหรอคะ”
“ครับ” ผมพยักหน้ารับอาหารเช้าแบบอเมริกันมาทาน
“งั้นป้าขอตัวขึ้นไปทำความสะอาดห้องคุณคินก่อนนะคะ”
“ครับ” ผมพยักหน้าป้าติ๋วก็เดินหายไป
ผมนั่งเล่นมือถือและกินไปด้วยสลับกับจิบน้ำมะเขือเทศ
ผมชอบกินน้ำผักมากกว่าน้ำผลไม้และผมไม่ชอบขนมที่มีรสผลไม้แต่กลับชอบกินผลไม้สดแต่ไม่กินผักสด
ซับซ้อนดีนะชีวิตผม
ซับซ้อนมันไปเสียทุกอย่าง…
ผมยกจานเปล่ากัยแก้วมาที่อ่างล้างจาน แม้จะมีแม่บ้านทำให้แต่อะไรที่ผมทำเองได้ผมก็ชอบที่จะทำเองมากกว่า
อย่างเช่นล้างจาน
ผมวางมือถือกดน้ำยาใส่ฟองน้ำและลงมือถูจานจนเกิดฟองตามด้วนการล้างน้ำเปล่า
“โอ๊ย! ...ซืดดด…” ผมสะดุ้งมองนิ้วชี้ที่มีเลือดไหลซึมออกมา
แก้วบาดครับ…
หมับ! ...
มือใหญ่ของใครบางคนคว้ามือผมไว้พร้อมกับส่งสายตาตำหนิมาที่ผม
“ระวังสิ!” พี่เมฆว่าก่อนจะเปิดน้ำล้างมือผมและซะเลือดออกจากแผล
“ผมไม่เป็นไร” ผมพยายามดึงมือออก
“อยู่เฉยๆ อย่าดื้อ!” เขาขึ้นเสียงใส่และส่งสายตาตำหนิมาให้ผมอีกครั้ง
เขาเปิดตู้ชั้นบนหยิบกล่องยาลงมารื้อหาอุปกรณ์ทำแผล พี่เมฆดึงสำลีมากดแผลผมไว้เพราะเลือดยังไม่หยุดไหล
“กดไว้” เขาจับมือผมให้มากดสำลีแล้วก็หยิบแอลกอฮอร์กับยาแดงออกมา
“รอยบาดนิดเดียวแปะพลาสเตอร์อันเดียวก็พอมั้ง” ผมพูดลอยๆ
พี่เมฆหันมามองนิ้วผมดึงสำลีออกและดึงสำลีชุบแอลกอฮอร์มาเช็ดแผลผมแทน เขาเป่านิ้วผมเบาๆ เล่นเอาผมรู้สึกร้อนไปทั้งหน้าเขินขึ้นมาทันที
นี่เขาเป็นห่วงผมด้วยเหรอ?
แค่เผลอคิดหัวใจผมมันก็พองโตขึ้นมาได้อย่าน่าประหลาด
“คราวหน้าต้องระวังนะถ้าเข้าลึกขึ้นมาจะทำไง” พี่เมฆว่าขณะแปะพลาสเตอร์ยาให้ผม
“ก็ไปหาหมอไง” ผมดึงมือออกแอบยิ้มอยู่คนเดียวก่อนจะหยิบมือถือเดินออกจากครัว
ไม่จำเป็นต้องขอบคุณเขาหรอก
“เดี๋ยวคิน!”
หมับ! ...
พี่เมฆเดินตามผมแถมโผเข้ามากอดผมอีกด้วย
ยอมรับว่าตอนนี้มันตกใจ
ตึกๆ …ตึกๆ …
หัวใจผมเต้นแรงมากไม่คิดว่าเขาจะกล้ากอดผม
“ปล่อย! ...พี่ทำอะไรเนี่ย” ผมโวยวายเมื่อได้สติแต่ก็ยังไม่ได้ผลักเขาออกปล่อยให้พี่เขากอดอยู่แบบนั้น
“เคยังไม่ตื่น…ขอกอดได้มั้ย” พี่เมฆกระซิบและกอดผมแน่นขึ้นซุกหน้าเข้ามาเหมือนจะหอม
“ไม่ได้!” ผมรีบผลักเขาออกด้วยความตกใจ
“โกรธพี่เหรอ…”
“ควรโกรธไม่ใช่เหรอ?” ผมย้อน “จะกลับใช่มั้ย” ผมมองพี่เมฆที่สะพายกระเป๋าอยู่ผมไม่ได้สังเกตเขาเลยด้วยซ้ำ เขาก็พยักหน้าเดินเข้ามาหาผมอีกครั้งมือหนายื่นมาเหมือนจะจับมือแต่ผมรู้ทันเลยรีบเอามือไคว่หลังและขยับถอยหนี
“ไว้โทรหานะ” พี่เมฆยื่นหน้าเข้ามาพูดใกล้ๆ
“…” ผมไม่ตอบเอาแต่ก้มหน้า เพราะไม่กล้าพอที่จะสบตาเขา
ไม่ต้องมองตอนนี้ผมก็เดาได้ว่าเขาจะมองผมแบบไหน
“พี่ไปนะเด็กดี” พี่เมฆลูบหัวแต่ผมก็ปัดมือเขาออก พี่เมฆหัวเราะชอบใจและเดินออกไปในที่สุดผมเหลียวมองเขาจนลับตา
แววตาที่สดใสกลับกลายเป็นหม่นหมองในฉับพลัน
มันคงดีถ้าเขาเป็นแฟนผม…
ผมคงจะมีความสุขเอามากๆ …
แต่ก็นั่นแหล่ะ
ผมกำลังเพ้อหาในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้