คนในความลับ

1496 Words
คนในความลับ ไม่รู้ว่าผมเผลอหลับไปตอนไหนรู้สึกตัวตื่นอีกทีมันก็รู้สึกปวดร้าวไปทั้งหัว ผมลุกขึ้นจากเตียงเดินเข้าห้องน้ำมองสภาพหน้าตาที่ดูไม่ได้ในกระจก ตาผมบวมมาก ก็ไม่แปลกร้องไห้หนักซะขนาดนั้น “พอรึยังวะไอ้คิน…กูไม่อยากให้มึงร้องไห้เพราะคนแบบนั้นอีกแล้วนะมึงควรตื่นเลิกหวังเลิกคิดว่าเขาจะเลือกมึงรักมึง” ผมพูดกับตัวเองในกระจก แต่ใจผมกลับตอบกลับมาในทันทีว่า กูยังไม่พร้อม… ผมก้มหน้าพยายามสะกดกลั้นความเศร้าที่กำลังถาโถมเข้าจิตใจ พอแล้ว อย่าร้อง…มึงร้องไห้จนปวดหัวแล้วนะ ผมเปิดน้ำพยายามวักน้ำเย็นๆ เข้าหน้าเรียกความสดชื่นให้ร่างกายและจิตใจ อาการปวดหัวยังไม่หายผมเลยตัดสินใจเดินลงไปหายากิน ไฟข้างล่างปิดมืดเหลือแค่แสงไฟอ่อนๆ จากริมรั้วที่รอดผ้าม่านเข้ามา ผมเดินเข้าครัวเปิดตู้ชั้นบนเพื่อหยิบกล่องยา พาราสองเม็ด ผมปิดกระปุกเก็บกล่องยาเข้าที่หยิบแก้วน้ำเดินไปกดน้ำเย็นที่หน้าตู้ พี่เมฆคงกลับไปแล้วสินะ… พอนึกถึงเขาผมก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ผมเปิดตู้เย็นมองหาขนมที่ผมบอกให้เขาแช่เอาไว้ เค้กส้ม… ผมถอนหายใจรู้สึกผิดหวังที่มันไม่ใช่ขนมที่ผมชอบกิน ผมปิดตู้เย็นเดินขึ้นข้างบนไป หยิยมือถือมากดดูเผื่อว่าจะมีข้อความที่ผมยังไม่ได้อ่าน ….. ว่างเปล่า ไม่มีข้อความใดจากคนที่ผมแอบหวังมีแต่ข้อความของไอ้ยับที่ชวนผมออกไปกินชาบูวันพรุ่งนี้ ‘กูไม่อยากแดกชาบูกูอยากแดกเหล้า’ ผมส่งข้อความตอบมัน แกร๊ก! ประตูห้องผมเปิดออก ด้วยความตกใจว่าดึกมากแล้วใครจะเข้ามาแต่พอเห็นหน้าผมก็ตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะกล้าขนาดนี้ “พี่เมฆ!” ผมดันตัวขึ้นนั่ง “โกรธรึเปล่าตอนกินข้าว” พี่เมฆถามผมและเดินตรงมานั่งที่เตียง ผมรีบลุกขึ้นมองเขาแบบไม่พอใจเท่าไหร่ “ออกไปครับ! ...พี่ไม่ควรเข้ามาในห้องผม” “คิน...” พี่เมฆลุกขึ้นเดินเข้ามาหาผมแต่ผมก็เดินหนีไปที่ประตูเปิดมันออกพร้อมกับหันไปมองเขา “พี่เครอพี่อยู่” ผมมองเขาที่กำลังเดินตรงมาที่ผม แต่สุดท้ายก็กลัวว่าตัวเองจะใจอ่อนเลยเบือนหน้าหนีไม่มองหน้าเขาต่อ ผมสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่าพี่เมฆกำลังจับมือผมอยู่ “คินเข้าใจพี่ใช่มั้ย” เขาจะมาสนใจผมทำไม? มาถามอะไรมาแคร์อะไรเอาตอนนี้ทั้งที่ไม่เคยจะแคร์ผมเลยสักนิด เป็นห่วงความรู้สึกผมอย่างนั้นเหรอ ถ้าเป็นห่วงจริงเขาต้องไม่ดึงผมเข้าไปในเกมส์ลักกินขโมยกินแบบนี้ ไม่สิ… ด่าพี่เขาไปก็เท่านั้น ต้องด่าตัวเองที่ยอมโง่ให้พี่เขาหลอกมากกว่า… “ไม่เข้าใจครับและก็ไม่อยากเข้าใจอะไรทั้งนั้นนอกจากพี่คือแฟนของพี่เคพี่ชายผม” ผมบิดมือออกเงยหน้าขึ้นไปมองสบตาเขา รู้สึกชื่นชมตัวเองในใจที่เข้มแข็งกว่าครั้งไหนๆ ใช่…มึงทำถูกแล้วไอ้คินไล่เขาไปซะ… “คิน…” พี่เมฆถอนหายใจ “ไม่ต้องสนใจผมหรอกครับเพราะเราก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน” “อย่าประชดได้มั้ยคิน” เมฆทำเสียงหงุดหงิดใส่ผม “ผมไม่ได้ประชดพี่เลิกสนใจผมแล้วกลับห้องพี่เคเถอะ!” ผมดันพี่เมฆออกไปและรีบล็อคประตูทันที ผมทิ้งตัวนอนลงบนเตียงพยายามไม่คิดถึงเรื่องที่พี่เขาบุกเข้ามาหา ความฟุ้งซ่านจะทำให้ผมมโนคิดอะไรเข้าข้างตัวเองอีก นอน… ผมควรนอน… เสียงข้อความดังอยู่หลายรอบจนผมต้องควานหามือถือตัวเองหรี่ตามองข้อความที่ยังเด้งเข้ามาไม่หยุด ไอ้ยับ… สรุปคือมันด่าผมที่ชวนแดกเหล้าและบังคับให้ผมออกไปกินชาบูเป็นเพื่อนมันตอนเย็นๆ ผมอ่านทุกตัวอักษรก่อนจะตอบมันสั้นว่า ‘แดกก็แดก’ ผมลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัววันนี้ผมไม่มีเรียนก็กะจะอยู่บ้านเล่นเกมส์นั่นแหล่ะ “ตื่นแต่เช้าเลยนะคะคุณคิน” “ครับ” ผมยิ้มให้ป้าติ๋วแม่บ้านที่มาทำงานแต่เช้า “มีใครลงมารึยังครับ” “ยังค่ะป้ายังไม่เห็นคุณเคนะคะ คุณคินจะรับอาหารเช้าเลยมั้ยคะ” “ครับ” ผมนั่งลงที่โต๊ะทานข้าว “ทำเผื่อเพื่อนพี่เคด้วยนะครับ” ยังอุตส่าห์นึกถึงเขาอีกนะ ผมว่าตัวเองเมื่อเผลอหลุดปากบอกป้าติ๋วไป “คุณเมฆมาเหรอคะ” “ครับ” ผมพยักหน้ารับอาหารเช้าแบบอเมริกันมาทาน “งั้นป้าขอตัวขึ้นไปทำความสะอาดห้องคุณคินก่อนนะคะ” “ครับ” ผมพยักหน้าป้าติ๋วก็เดินหายไป ผมนั่งเล่นมือถือและกินไปด้วยสลับกับจิบน้ำมะเขือเทศ ผมชอบกินน้ำผักมากกว่าน้ำผลไม้และผมไม่ชอบขนมที่มีรสผลไม้แต่กลับชอบกินผลไม้สดแต่ไม่กินผักสด ซับซ้อนดีนะชีวิตผม ซับซ้อนมันไปเสียทุกอย่าง… ผมยกจานเปล่ากัยแก้วมาที่อ่างล้างจาน แม้จะมีแม่บ้านทำให้แต่อะไรที่ผมทำเองได้ผมก็ชอบที่จะทำเองมากกว่า อย่างเช่นล้างจาน ผมวางมือถือกดน้ำยาใส่ฟองน้ำและลงมือถูจานจนเกิดฟองตามด้วนการล้างน้ำเปล่า “โอ๊ย! ...ซืดดด…” ผมสะดุ้งมองนิ้วชี้ที่มีเลือดไหลซึมออกมา แก้วบาดครับ… หมับ! ... มือใหญ่ของใครบางคนคว้ามือผมไว้พร้อมกับส่งสายตาตำหนิมาที่ผม “ระวังสิ!” พี่เมฆว่าก่อนจะเปิดน้ำล้างมือผมและซะเลือดออกจากแผล “ผมไม่เป็นไร” ผมพยายามดึงมือออก “อยู่เฉยๆ อย่าดื้อ!” เขาขึ้นเสียงใส่และส่งสายตาตำหนิมาให้ผมอีกครั้ง เขาเปิดตู้ชั้นบนหยิบกล่องยาลงมารื้อหาอุปกรณ์ทำแผล พี่เมฆดึงสำลีมากดแผลผมไว้เพราะเลือดยังไม่หยุดไหล “กดไว้” เขาจับมือผมให้มากดสำลีแล้วก็หยิบแอลกอฮอร์กับยาแดงออกมา “รอยบาดนิดเดียวแปะพลาสเตอร์อันเดียวก็พอมั้ง” ผมพูดลอยๆ พี่เมฆหันมามองนิ้วผมดึงสำลีออกและดึงสำลีชุบแอลกอฮอร์มาเช็ดแผลผมแทน เขาเป่านิ้วผมเบาๆ เล่นเอาผมรู้สึกร้อนไปทั้งหน้าเขินขึ้นมาทันที นี่เขาเป็นห่วงผมด้วยเหรอ? แค่เผลอคิดหัวใจผมมันก็พองโตขึ้นมาได้อย่าน่าประหลาด “คราวหน้าต้องระวังนะถ้าเข้าลึกขึ้นมาจะทำไง” พี่เมฆว่าขณะแปะพลาสเตอร์ยาให้ผม “ก็ไปหาหมอไง” ผมดึงมือออกแอบยิ้มอยู่คนเดียวก่อนจะหยิบมือถือเดินออกจากครัว ไม่จำเป็นต้องขอบคุณเขาหรอก “เดี๋ยวคิน!” หมับ! ... พี่เมฆเดินตามผมแถมโผเข้ามากอดผมอีกด้วย ยอมรับว่าตอนนี้มันตกใจ ตึกๆ …ตึกๆ … หัวใจผมเต้นแรงมากไม่คิดว่าเขาจะกล้ากอดผม “ปล่อย! ...พี่ทำอะไรเนี่ย” ผมโวยวายเมื่อได้สติแต่ก็ยังไม่ได้ผลักเขาออกปล่อยให้พี่เขากอดอยู่แบบนั้น “เคยังไม่ตื่น…ขอกอดได้มั้ย” พี่เมฆกระซิบและกอดผมแน่นขึ้นซุกหน้าเข้ามาเหมือนจะหอม “ไม่ได้!” ผมรีบผลักเขาออกด้วยความตกใจ “โกรธพี่เหรอ…” “ควรโกรธไม่ใช่เหรอ?” ผมย้อน “จะกลับใช่มั้ย” ผมมองพี่เมฆที่สะพายกระเป๋าอยู่ผมไม่ได้สังเกตเขาเลยด้วยซ้ำ เขาก็พยักหน้าเดินเข้ามาหาผมอีกครั้งมือหนายื่นมาเหมือนจะจับมือแต่ผมรู้ทันเลยรีบเอามือไคว่หลังและขยับถอยหนี “ไว้โทรหานะ” พี่เมฆยื่นหน้าเข้ามาพูดใกล้ๆ “…” ผมไม่ตอบเอาแต่ก้มหน้า เพราะไม่กล้าพอที่จะสบตาเขา ไม่ต้องมองตอนนี้ผมก็เดาได้ว่าเขาจะมองผมแบบไหน “พี่ไปนะเด็กดี” พี่เมฆลูบหัวแต่ผมก็ปัดมือเขาออก พี่เมฆหัวเราะชอบใจและเดินออกไปในที่สุดผมเหลียวมองเขาจนลับตา แววตาที่สดใสกลับกลายเป็นหม่นหมองในฉับพลัน มันคงดีถ้าเขาเป็นแฟนผม… ผมคงจะมีความสุขเอามากๆ … แต่ก็นั่นแหล่ะ ผมกำลังเพ้อหาในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD