จันทร์เจ้าอาศัยช่วงพักเที่ยงของพนักงงาน เท้าเรียวรีบก้าวออกจากบริษัทอย่างทุลักทุเลเพราะความเจ็บปวดนั้นยังคงแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของเขา สายตากลมหันมองซ้าย ขวา กลัวว่าจะมีใครมาแอบเห็นก่อนจะรีบวิ่งขึ้นอพาร์ตเมนต์ไป
ทันทีที่ถึงตัวเล็กก็รีบพุ่งตัวเข้าเตียงนอนและหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า ไม่รู้ว่าหลับไปนานขนาดไหนแต่ตกใจตื่นมาอีกทีเพราะเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“เจ้า พี่เอง…อยู่ไหม” เสียงริสาทำให้จันทร์เจ้ารีบเด้งตัวลุกจากเตียงนอนไปเปิดประตู
“พี่ริสา”
“โห!! เจ้าพี่ตามหาทั้งวันเลย ทำไมไม่รับโทรศัพท์”
“เจ้าลืมมือถือไว้ที่ทำงานครับ แล้วเจ้าไม่สบายหลับไปทั้งวันเลย”
“เจ้าได้ลางานหรือเปล่า”
“ละ-ลาแล้วครับ เขียนใบลาทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อวานให้กับท่านประธานตอนเอาเอกสารไปส่ง”
จันทร์เจ้าโกหกออกไปคำโตเพราะกลัวว่าริสานั้นสงสัย ริสานั่งลงก่อนจะแกะกับข้าวที่ซื้อมาให้กับจันทร์เจ้า เธอเอื้อมหยิบยาออกมาจากกระเป๋า เป็นยาที่เพื่อนเธอนั้นฝากไว้ให้กับจันทร์เจ้าตั้งแต่เมื่อวาน แต่มีเรื่องเสียก่อนเลยไม่ได้ให้ไป
“กินข้าว กินยาแล้วนอนพักนะ”
“ขอบคุณครับพี่ริสา”
จันทร์เจ้ายกมือไหว้ขอบคุณริสาอย่างนอบน้อม สายตาจันทร์เจ้ามองกับข้าวที่ริสาซื้อให้ด้วยความหิวเพราะตัวเองไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่เมื่อช่วงค่ำของเมื่อวาน
“กินเลยนะ พี่ซื้อมาให้ พี่จะรีบกลับไปทำงานต่อก่อนนะ ค่ำๆพี่เอามือถือมาให้”
“ขอบคุณครับ”
สิ้นเสียงของริสาตัวเล็กก็พุ่งตัวเข้าไปนั่งทานข้าวด้วยความหิว ริสามองตามด้วยความเอ็นดูแต่ต้องชะงักและขมวดคิ้วเป็นปมเมื่อมองเห็นรอยแดงเป็นจ้ำๆตรงท้ายทอยของจันทร์เจ้า เธอเพียงแค่มองแต่ไม่ได้เอ่ยปากพูดหรือถามอะไรออกมา
บริษัท…
“อะไรกัน จับกลุ่มคุยอะไรกัน ขอพี่ฟังด้วยคน”
“ก็ฝ่ายขายเขามาเล่ากัน”
“เล่าอะไร”
“เขาบอกว่าลุงยามแกขึ้นไปตรวจความเรียบร้อยเมื่อคืนได้ยินเสียงท่านประธานกำลังทำเรื่องอย่างว่ากับใครก็ไม่รู้ ไม่ใช่คนรัก”
“ถามจริง?”
“จริงๆ เขาลือกันด้วยนะพี่ว่าเป็นเมียน้อยแก แถมกล้องวงจรปิดของบริษัทช่วงวันเวลาของเมื่อวานหายไปทั้งเทปเลยพี่”
ริสานิ่งเงียบก่อนจะหันมองโต๊ะของจันทร์เจ้า เธอหลับตาพร้อมกับส่ายหัวเพราะไม่อยากจะคิดไม่ดีกับจันทร์เจ้า มือเรียวคว้ากระเป๋าที่จันทร์เจ้าลืมไว้พร้อมกับเดินเข้าห้องทำงานไป
เธอนั่งทำงานไปด้วยความสงสัย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับจันทร์เจ้าเมื่อคืน เรื่องที่ทุกคนเล่านั้นทำมันริสานั้นคิดไปไกล แต่พยายามหยุดความคิดนี้ไว้
“คุณริสา”
“ท่านประธาน!”
ริสาตกใจที่จู่ๆ แทนคุณก็เดินเข้ามาโดยไม่บอกกล่าว เธอรีบลุกขึ้นและยกมือไหว้ด้วยความตกใจ มือหนาวางแฟ้มเอกสารลงตรงหน้าเธอก่อนจะเปิดมันออก
“เมื่อคืนลูกน้องริสาทำงานไม่ทันนะ ถ้าเขามาทำงานแล้วช่วยให้เขาแก้ต่อด้วยนะ ผมขอภายในวันพรุ่งนี้นะ”
“ริสาทำแทนได้ไหมคะ น้องไม่สบาย ป่วยหนักเลยค่ะ”
“ป่วย?”
“ค่ะ เมื่อช่วงพักกลางวันริสาไปหาที่ห้อง น้องดูไม่ค่อยดีเลยค่ะ”
แทนคุณไม่ได้ตอบกลับอะไรต่อ แต่เดินออกจากห้องทำงานริสาไปด้วยอาการที่เมอลอย ริสาขมวดคิ้วมองตามด้วยความงุนงง เพราะจันทร์เจ้าเป็นคนบอกเองว่าส่งใบลาให้กับท่านประธานแล้ว แต่ทำไมถึงไม่รู้ว่าจันทร์เจ้านั้นลาเพราะว่าป่วยหนักแถมงานที่จันทร์เจ้าบอกว่าส่งเอกสารให้แล้วกลับไม่เสร็จอีก
“แล้วเอกสารนี้จะทำยังไงดีหล่ะ ทำแทนเลยแล้วกัน” ริสาถอนหายใจพร้อมกับย่อตัวลงนั่ง มือเรียวเริ่มแก้งานด้วยความชำนาญ
เธอนั่งทำงานจนลืมมองนาฬิกา สายตาจ้องมองเวลาก็พบว่าถึงเวลาเลิกงานแล้ว มือเรียวคว้ากระเป๋าของตัวเองและของจันทร์เจ้าขึ้นพร้อมกับรีบเดินออกจากบริษัทไปอย่างรวดเร็ว
“เจ้าๆ พี่เอง” เธอเคาะประตูหน้าห้องจันทร์เจ้าอยู่นาน
“เจ้าหลับไปครับ ขอโทษทีพี่ริสา”
“ไม่เป็นไรจ้ะ นี่นะกระเป๋า พี่ไปก่อนนะพี่รีบ”
“ขอบคุณครับ”
ริสายื่นกระเป๋าให้กับจันทร์เจ้าก่อนจะเดินไปด้วยความเร่งรีบ มือเรียวรีบคว้ากุญแจรถออกจากกระเป๋าเพราะเธอมีนัดเดทกับชายหนุ่มที่คุยกันมาได้พักใหญ่ๆแล้ว
จันทร์เจ้าค่อยๆประคองตัวเองนั่งลงบนเตียง มือเรียวค้นมือถือออกจากกระเป๋าเมื่อได้ยินเสียงเรียกเข้า ตัวเขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเพราะปกติแล้วก็ไม่มีใครนอกจากป้าพัสวีและริสาโทรเข้ามาเท่านั้น
“สวัสดีครับ”
“ฉันเอง…”
จันทร์เจ้าเงียบลงเมื่อได้ยินเสียงที่เขาคุ้นเคยกับมันดี หัวใจดวงน้อยเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ไม่รู้ว่าจะต้องเอ่ยปากอะไรออกไปต่อจากนี้ เพราะไม่รู้ว่าแทนคุณนั้นโทรมาเพื่ออะไร
“ครับ”
“อยู่ที่ไหน ส่งโลเคชั่นมา”
“ทำไมครับ”
“นายไม่มีสิทธิ์มาถามฉัน มีหน้าที่ตอบเท่านั้น”
จันทร์เจ้ามือสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เพราะปลายสายขอที่อยู่แสดงว่าเขากำลังจะมา ร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงนั้นมันแข็งทื่อไปหมด กลัวจะโดนกระทำอะไรไปมากกว่านี้
“เป็นใบ้หรือยังไง”
“ครับๆ เจ้าจะส่งไปตอนนี้เลย”
วางสายก็รีบส่งตำแหน่งอพาร์ตเมนต์ให้กับแทนคุณทันที นิ้วเรียวจิ้มลงบนจอมือถือพร้อมกับกดรูปโปรไฟล์ของแทนคุณขึ้นมาดู เป็นภาพคู่ที่ถ่ายภาพพรีเวดดิ้งคู่กับกาฟิวส์
จันทร์เจ้าวางมือถือลงบนเตียงก่อนจะเดินไปนั่งมองภาพถ่ายของลูกชาย เขาจ้องใบหน้าของลูกชายอยู่นานนับนาทีก่อนจะร้องไห้ฟุมฟายออกมาอีกครั้ง จันทร์เจ้าต้องหยุดร้องไห้เพราะได้ยินเสียงเคาะประตู มือเรียวรีบยกขึ้นปาดน้ำตาแล้วเดินไปเปิดประตู
“จะให้ฉันยืนตรงนี้อีกนานไหม”
“ขะ-ขอโทษครับ”
จันทร์เจ้าตั้งสติได้ก็รีบเชิญแทนคุณเข้าห้องมาตามมารยาท สายตาคมกวาดมองห้องเล็กๆของจันทร์เจ้าไปทั่วบริเวณก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ เขาชะงักเมื่อสายตามองเห็นรูปครอบครัวบนหัวเตียง และรูปของลูกชายของพวกเขาตั้งอยู่บนหัวเตียงพร้อมกับกล่องแหวนแต่งงานที่จันทร์เจ้านั้นยังเก็บมันไว้เป็นอย่างดี
“ฉันบอกให้นายถอดแหวนนั้นแล้วทิ้งไปซะ นายจะเก็บมันไว้ทำไม”
“เจ้า…เจ้าขอเก็บไว้ได้ไหม”
“นายจะเก็บขยะพวกนั้นไว้ทำไม”
ความเงียบเข้าปกคลุมจันทร์เจ้า ร่างกายชาจนไม่รับรู้ถึงสิ่งต่างๆรอบกาย เสียงของแทนคุณดังก้องเข้าไปในหัวของจันทร์เจ้า ของสำคัญจันทร์เจ้าเป็นได้เพียงแค่ขยะสำหรับแทนคุณเท่านั้น
“เจ้าก็แค่อยากเก็บ” จันทร์เจ้าตอบพร้อมกับเบือนหน้าหนีคนใจร้ายตรงหน้า “แล้วพี่แทนมีอะไรกับเจ้าหรือเปล่าครับ” ปากเรียวเอ่ยออกมาด้วยความสงสัย
“ฉันก็แค่มาดูตามมารยาท กลัวจะตายคาห้อง”
“เจ้าสบายดี พรุ่งนี้ก็ไปทำงานได้แล้ว”
“มาหาฉันทุกวันอาทิตย์ หรือถ้าวันไหนฉันเบื่อจะโทรเรียก”
“แต่เจ้า…”
“นายไม่มีสิทธิ์จะปฏิเสธเข้าใจไหมจันทร์เจ้า ฉันบอกให้ทำอะไรก็ทำ เพื่อนายทำตัวดีๆมันจะลดปาบที่นายทำไว้กับฉันและลูกได้บ้าง”
สิ้นเสียงแทนคุณก็ลุกขึ้นจัดสูทและวางที่อยู่ไว้ให้กับจันทร์เจ้า ขายาวก้าวเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมองคนตัวเล็กที่ยืนนิ่งราวกับคนที่ไร้วิญญาณ
‘ก๊อกๆ’ เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งทำให้จันทร์เจ้ารีบเดินไปเปิด
“ฉันเบื่อ ไปคืนนี้เลยนะ ฉันจะรออยู่ที่โรงแรม ห้ามช้า!” ทันทีที่จันทร์เปิดประตู แทนคุณก็เอ่ยปากบอกกับจันทร์เจ้าพร้อมกับยืนค่าแท็กซี่ให้กับจันทร์เจ้า
“เจ้าไม่สบายนะพี่แทน เจ้าขอ…”
“หรือนายจะให้ฉันเอาตรงนี้”
“มะ-ไม่”
“ถ้างั้นก็อย่าช้า ฉันให้เวลานาย 1 ชั่วโมง ต้องอยู่หน้าห้อง”
พูดจบแทนคุณก็เดินออกไปอย่างรวดเร็ว ตัวเล็กทรุดลงนั่งกับพื้นด้วยความเหนื่อยล้า ความเสียใจมันถาโถมเข้าใส่จันทร์เจ้าไม่หยุด