บทนำ นิมิต
เสียงคลื่นกระทบโขดหินผาสาดซ่ารุนแรง มันดังแข่งกับ
ฝนห่าใหญ่ที่กำลังตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา มวลน้ำไหลลงมาตามซอกหินพุ่งกระแทกกัดเซาะผิวดินและต้นไม้ใหญ่น้อยให้
เอนลู่ไปตามแรงน้ำ เหมือนหนึ่งกระแสเชี่ยวของกรรมที่ต้องเป็นไปตามทางที่ถูกกำหนด ไม่มีผู้ใดจะขัดขวางหรือหลบหนีไปให้พ้นจากผลกรรมที่ก่อได้
เหนือผืนน้ำทะเลที่กำลังปั่นป่วนขึ้นไปหลายเมตร ร่องผาแตกเป็นโพรงถ้ำขนาดเล็กให้ที่กำบังพายุแก่พระธุดงค์ชรา
รูปหนึ่งได้หลบฟ้าฝนที่กำลังตกกระหน่ำ ท่านนั่งสมาธิอยู่ในถ้ำแห่งนี้มาครู่ใหญ่ ข้างหน้ามีเพียงแสงไฟริบหรี่สลัวลางจากกองฟืน
ที่หาได้จากไม้แห้งหน้าถ้ำก่อนที่ฝนจะเทลงมา แม้ภายในถ้ำมืดทึม หนาวเย็น ทว่าข้างในจิตนั้นอิ่มเอิบ สุกสว่าง ทั้งที่ท่านนั่งหลับตา
ลมพายุพัดหวนกรรโชกแรง หอบละอองฝนเย็นเยียบ
เข้ามาภายในถ้ำ หยดน้ำสัมผัสผิวหลวงตาจนหนาวเยือกขึ้นมา นิมิตบางอย่างที่ปรากฏทำให้ความนิ่งของจิตนั้นสั่นคลอน จนท่าน
ต้องย่นหัวคิ้ว เปลวสีส้มแดงจากกองไฟวาบไหว ฟืนปะทุลูกไฟแตกกระจายดังเปรี๊ยะ ควันสีเทาลอยม้วนตัวขึ้นเบื้องบน เงาดำของอะไรบางอย่างวูบไหวไปตามผนังถ้ำ บอกยากว่าเงานั้นเกิดจากกิ่งไม้ต้องลมหรือสิ่งใด
หลวงพ่อสำรวมจิตมั่นก่อนจะถอนหายใจออกมา แล้วพูดขึ้นเบาๆ เหมือนกับว่า ณ ที่แห่งนั้นจะมีสิ่งใดรับรู้ สื่อสารกับท่านได้
“เจ้าที่เกาะมากับรถคันนั้นจงไปเสียเถิด อย่าได้ก่อเวร
ก่อกรรมกับพวกเขาเลย จะเป็นบาป พวกเขาทั้งสองมีภารกิจที่จะต้องทำ เส้นบ่วงกรรมกำลังจะบรรจบกันอีกไม่นานนี้”