Chapter :: 01
วันทั้งวันผมแทบทำงานไม่รู้เรื่องเพราะหมอไซกิมักกวนผมบ่อยๆจนผมรำคาญ เด็กๆที่มาตรวจก็ต้องมานั่งรอเสียเวลาเปล่าอีกและไม่ว่าผมจะเดินไปไหนหมอไซกิจะตามไปตลอดจนพี่ๆในโรงพยาบาลแซวแต่ใครที่รู้สถานะผมก็จะเตือนเขาให้ออกแต่มีหรอที่เขาจะฟัง? เขาไม่ฟังสักนิด ผมก็ไม่รู้นะว่าเขาไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าจะจีบผมได้? ผมรักพี่วอร์คมาก…มากจนรักใครไม่ได้อีก
“หมอไต้! เย็นนี้ไปช่วยผมซื้อของเข้าห้องหน่อยสิ”
ผมกรอกตาเซ็งๆขณะเก็บของใส่กระเป๋า วันนี้เป็นเวรผม ผมต้องอยู่ต่อแต่ว่าพี่มังค์เขามาขอเข้าแทนผมเลยได้กลับบ้านแต่..หมอไซกิกลับชวนผมไปซื้อของกับเขาคิดว่าผมจะไปมั้ย?
“ไม่ครับ ผมจะกลับไปหาลูกกับสามีผม”
ผมพูดออกไปตรงๆแล้วถอดเสื้อกราวน์แขวนให้ก่อนสะพายกระเป๋าแล้วเดินเลี่ยงออกมา
หมับ!
แต่ข้อมือผมกลับถูกคว้าเอาไว้ ผมถอนหายใจยาวๆก่อนดึงข้อมือออกโดยไม่สนว่าเขาจะรู้สึกยังไงก่อนปลายตามองหน้าเขานิ่งๆ
“ผมขอเคือนนะครับว่าอย่ายุ่งกับผมจะดีกว่า เราเป็นเพื่อนกันได้แต่ถ้าหมอไซกิคิดมากกว่านั้นคงต้องคุยกับบอสเทเลอร์เองนะครับ…ผมขอตัว”
หมอไซกินิ่งอึ้งก่อนยิ้มแล้วหันหลังกลับไปที่ห้องของตัวเอง ผมรู้สึกไม่ดีเลยกับรอยยิ้มของหมอไซกิ ผมถอนหายใจอีกครั้งแล้วเดินลาพวกพี่ๆก่อนมาที่รถแล้วขับกลับบ้านทันที
พอมาถึงบ้านก็เห็นสองพ่อลูกกำลังกินมื้อเย็นกันเสียงดัง เสียงใบไม้นั่นแหละครับไม่ใช่เสียงใคร ผมวางกระเป๋าไว้ที่โซฟาห้องโถงแล้วเข้าไปหาทั้งคู่ในครัว
“ไงครับ สนุกกันเลยนะ”
“หม่าม๊า~”
ใบไม้ไม่ต่างอะไรกับตอนห้าขวบเลย ผมยิ้มให้ลูกแล้วนั่งลงข้างพี่วอร์คแล้วหอมแก้มสากแรงๆอย่างคิดถึง
“กลับมาแล้วนะครับ”
“..เข้าเวรไม่ใช่?”
“พี่มังค์ขอเข้าแทนน่ะ ไต้เลยกลับบ้านได้”
พี่วอร์คพยักหน้าแล้วหันไปป้อนข้าวลูก ผมเท้าคางมองยิ้มๆรู้สึกอิ่มใจยังไงก็ไม่รู้สิ
หลังทานมื้อเย็นเสร็จเราสามคนก็มานั่งเล่นที่ห้องนั่งเล่นข้างล่างเปิดทีวีดูข่าวไปเรื่อยเปื่อยแต่แล้วใบไม้ก็ยึดรีโมทกดหาช่องการ์ตูนของเค้าไป ผมกับพี่วอร์คเลยนั่งดูไปด้วยถึง…จะไม่เข้าใจก็เถอะแค่ลูกหัวเราะได้เราก็โอเค
“พี่วอร์ค..พรุ่งนี้ไปส่งไต้ที่โรง’บาลได้มั้ย?”
ผมอยากจะให้หมอไซกิเห็นพี่วอร์คจริงๆเผื่อเขาจะได้เลิกยุ่งกับผมสักที พี่วอร์คมองหน้าผมแล้วเลิกคิ้วขึ้นนิดๆ เขาสงสัยน่ะสิว่าทำไมผมถึงให้ไปส่ง
“ก็..มีหมอใหม่แล้วเขา..บอกจะจีบไต้”
“อืม พรุ่งนี้จะไปส่ง..และจะเฝ้า”
“เอ่อ ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก”
พี่วอร์คมองผมด้วยสายตาดุๆผมเลยจำยอมพยักหน้าแล้วกอดแขนแกร่งอ้อนๆ…นี่ถ้าไปเฝ้าโรง’บาลไม่แตกเลยหรือไง
“โอ้ะ ลูกหลับแล้วงั้นไต้พาใบไม้ไปนอนก่อนนะ พี่ขึ้นห้องก่อนเลย”
“..อ่า”
พี่วอร์คลุกขึ้นเดินไปปิดทีวีแล้วออกจากห้องไปส่วนผมก็ค่อยๆอุ้มลูกขึ้นแล้วพาขึ้นห้องให้เบาที่สุดพอเข้ามาในห้องของใบไม้แล้วผมก็ค่อยๆวางลูกลงบนเตียงแผ่วเบาแล้วห่มผ้าให้จูบเบาๆที่หน้าผากก่อนออกจากห้องกลับมาที่ห้องตัวเอง เสียงน้ำกระทบพื้นที่ดังบ่งบอกว่ามีคนกำลังใช้งานมันอยู่ ผมเตรียมชุดนอนให้พี่วอร์คที่ปลายเตียงแล้วรออาบบ้างระหว่างนั้นผมก็หยิบโทรศัพท์มาเล่นโซเชียลรอเวลา นานๆทีจะเข้ามาเล่นเพราะงานที่เต็มมือและ…สามีดุ ยากนักกว่าจะได้เล่นทั้งที
“หะ…!?”
ผมชะงักเมื่อมีคำขอเป็นเพื่อนเด้งขึ้นมา
ไซกิ เบญจสกิตนรัตน์ :: ต้องการเป็นเพื่อนกับคุณ
ให้ตายเถอะ…เอามาจากไหนนั่น!? ผมรีบปิดแล้วเก็บโทรศัพท์ทันที นี่ผมเตือนเขาแล้วะ! บ้าที่สุด ทำไมถึงไม่ฟังกันเลย!
พอพี่วอร์คออกมาแล้วก็ถึงคราวผมอาบบ้าง ผมอาบไประแวงไปกลัวว่าพี่วอร์คจะคึกเปิดโทรศัพท์ผมน่ะสิ อาบเสร็จก็แต่งตัวเตรียมเข้านอน
“เลิกเล่นซะไต้”
มานิ่งๆตามสไตล์ ผมเลิกคิ้วขึ้นนิดๆก่อนแข็งทื่อเมื่อพี่วอร์คโยนโทรศัพท์มาบนตัก หน้าจอปรากฎแชทของไซกิซึ่งไซกิส่งข้อความมาว่า
‘ฝันดีครับหมอไต้ ผมจะรอหมอไต้พรุ่งนี้’
พร้อมกับอิโมค่อนหัวใจมาเชียว ผมยิ้มแห้งๆแล้วลบแอปออกต่อหน้าพี่วอร์คก่อนปิดโทรศัพท์แล้วล้มตัวนอนโดยใช้แขนแกร่งหนุนเเทนหมอน เดี๋ยวนี้ผมมักจะหนุนแขนแทนหมอนจนชินไปแล้วและพี่วอร์คเองก็ไม่ได้ว่าอะไรด้วยซ้ำยังกอดผมพร้อมกับจูบเบาๆบนหน้าผากส่วนผมจะจูบบนอกกว้างเบาๆแล้วคืนนั้นจะเป็นคืนที่หลับฝันดีที่สุด
เช้า
07:10 น.
ผมตื่นมาอาบน้ำแต่งก็ต้องลงมาเตรียมมื้อเช้าให้สองพ่อลูกเป็นอาหารง่ายๆอย่างแซนวิส กาแฟ ส่วนของใบไม้จะเป็นข้าวสวยร้อนๆกับไข่ดาวและฮ็อทด็อกของโปรดของเค้าเลยพร้อมกับนมอุ่นๆไม่หวานมากหนึ่งแก้มเต็มๆส่วนของตัวผมเองจะกินไปทำไปก็กาแฟกับขนมปังทาเนยแค่นั้นพอ
“หม่าม๊า~ ใบไม้ตื่นแล้วฮะะะ”
ใบไม้ที่มากับพี่วอร์คส่งเสียงมาแต่ไกล ผมยิ้มนิดๆแล้วโผล่หน้าทักทายสองพ่อลูกยิ้มๆ
“เก่งมากครับ มากินข้าวเช้าเลยครับใบไม้ พี่วอร์คด้วย”
ทั้งสองนั่งประจำที่ของตัวเองแล้วเริ่มลงมือทายส่วนผมกินหมดไปแล้วก็แยกออกมาหยิบรองเท้าหนังสีดำและรองเท้านักเรียนวางหน้าประตูก่อนเข้ามาด้านในหอบของตนเองและของพี่วอร์คของใบไม้ไปที่รถ
“อรุณสวัสดิ์ครับคุณหมอเทเลอร์”
ผมหันมองแล้วยิ้มกว้าง พี่แจ็คนั่นแหละครับตอนเช้าๆมักจะทักทายผมแบบนี้ตลอด
“อรุณสวัสดิ์ครับลูกเขยนักการเมือง”
พี่แจ็คไหวไหล่เบาๆแล้วยิ้มได้น่าหมั่นไส้มากๆ
“เดี๋ยวนี้พ่อเมียดูจะชอบลูกเขยเป็นพิเศษซะด้วยสิ”
ผมเบ้ปากอย่างหมั่นไส้ก่อนหันไปทักทายพี่เจมส์ที่เดินกอดคอพี่แน็คมา สองพี่น้องฝาแฝดจะมานอนที่นี่ก็ต่อเมื่อพี่แจ็คกับพี่เจมส์ทำงานให้พ่อของพวกพี่ๆสำเร็จมันก็ไม่มีอะไรหรอกครับแค่คุ้มกันพ่อตากับแม่ยายเวลาออกงานหรือบางทีพวกพี่ๆก็มานอนเองจนแทบจะย้ายมาอยู่ที่นี่อยู่แล้ว
“ไงครับพี่เจมส์ พี่แน็ค มาเป็นคู่เลยแต่ทำไมพี่แจ็คมาคนเดียว”
“หึๆ เมื่อคืนทะเลาะเลยจัดไปหลายยกป่านนี้คงเซย์ไฮพระอินทร์อยู่ล่ะมั้ง”
ผมกับพี่เจมส์ขำออกมาทันทีส่วนพี่แน็คยังคงมึนอึนจนพี่เจมส์ต้องอธิบายอีกครั้งถึงจะหัวเราะออกมา พี่แจ็คขอตัวไปดูภรรยาส่วนพี่เจมส์พี่แน็คกลับไปที่ห้อง ผมมองตามทั้งสามยิ้มๆแล้วยืนรอคนของตัวเองบ้าง พี่วอร์คจูงมือลูกออกมาใส่รองเท้าที่ผมเตรียมไว้แล้วพากันเดินมาที่รถ
“พี่วอร์ค..ไปส่งก็พอนะไม่ต้องเฝ้าไต้หรอก พี่มีงานต้องทำ”
“เฝ้าคือเฝ้า”
พูดนิ่งๆแต่จริงร้อยเปอร์เซนต์ ผมถอนหายใจแล้วพยักหน้าก่อนที่จะพากันไปส่งใบไม้ที่โรงเรียน
“ป้ะป๊าหวัดดีฮะ หม่าม๊าหวัดดีฮะ”
“ตั้งใจเรียนนะครับ”
ผมหอมแก้มลูกอย่างหมั่นเขี้ยวส่วนพี่วอร์คแค่ลูบหัวเบาๆ ใบไม้ยิ้มแป้นแล้วลงจากรถแต่พี่วอร์คไม่ยอมออกรถเอาแต่มองไปที่ที่หนึ่งพอผมมองตามถึงกับอ๋อในใจ…คุณครูคนนั้นหอมแก้มใบไม้ซ้ายขวาแล้วดึงไปกอด ใบไม้ก็หัวเราะชอบใจ
ปึง!
“พ พี่วอร์ค!”
ผมอ้าปากค้างที่หันมาแล้วไม่เห็นคนข้างๆพอหันไปมองอีกทีปรากฎว่าพี่วอร์คลงไปหาคุณครูนั่นแล้ว ผมรีบตามลงไปทันที
หมับ!
“..อย่าทำแบบนี้กับลูกชายผมเป็นครั้งที่สอง”
พี่วอร์คเอ่ยเสียงเย็นชนิดที่ว่าคนรอบข้างพากันห่างหมด คุณครูคนนั้นชะงักแล้วปล่อยใบไม้ก่อนวิ่งหนีหายไป
“พี่วอร์ค ใจร้อนไปแล้วนะเขาไม่ได้คิดอกุศลกับลูกหรอกนะครับ”
“หม่าม๊า..ป้ะป๋าเป็นไรฮะทำไมทำหน้าน่ากลัว?”
ใบไม้เอียงคอถามอย่างสงสัย ผมยิ้มให้แล้วบอกให้ลูกเข้าไปเรียนส่วนผมก็ลากพี่วอร์คกลับมาที่รถ คนมองเราอย่างสนใจเลย เฮ้อ ผมล่ะปวดหัวกับไอ้ความขี้หวงลูกจัง
“ใจเย็นๆสิ พี่นี่นะ”
ผมดุก่อนให้เขาออกรถ ผมใกล้จะสายแล้ว
เมื่อมาถึงโรงพยาบาลทุกสายคาเพ่งเร็งไปที่ร่างสูงข้างๆที่เดินคู่มากับผมใครที่รู้จักก็เข้ามาทักทายอย่างสุภาพแทบจะก้มหน้าทิ่มพื้น ผมถอนหายใจแล้วลากพี่วอร์คมาที่ห้องโดยเร็วที่สุด
“นั่งตรงนี้นะครับ ถ้าหิวน้ำก็บอกไต้นะ”
“อ่า”
ผมยิ้มนิดๆแล้วหยิบเสื้อกราวน์มาสวมก่อนจัดโต๊ะให้เรียบร้อยแล้วเริ่มทำงาน ผู้ปกครองเข้ามาพร้อมกับเด็กๆต่างหน้าแดงกันเป็นแถบเพราะคนด้านหลัง ผมได้แต่ยิ้มขำกับเสน่ห์ของพี่วอร์คไม่รู้จะมีมากไปถึงไหน
“สวัสดีครับ เป็นอะไรมาหืม?”
ผมถามยิ้มๆขณะรอกรอกข้อมูลของผู้ป่วย เด็กหญิงวัยห้าขวบตอบเสียงแจ๋วจนอดไม่ได้ที่จะหยิกแก้มเบาๆ น่ารักชะมัดเลย แก้มก็นิ่มมาก แม่ของน้องก็ใจดีอีกต่างหาก โอ้ย! น่ารัก
“น้องแยมเป็นไข้หวัดธรรมดานะครับ พักผ่อนมากๆหยุดซนสักพักนะแยม เข้าใจมั้ยครับ?”
“ค่าา คุณหมอ”
น้องแยมยิ้มจนเห็นฟันหลอๆ ผมขออนุญาตคุณแม่ฟัดแก้มน้องแล้วให้ทั้งคู่ออกไปรับยา
“หมอไต้”
นั่นไง..เสียงนี้
“ครับ มีอะไรหรอ?”
ผมยิ้มนิดๆแล้วมองหน้าหมอไซกิ พี่วอร์คลุกมายืนข้างๆผมทันทีที่ได้ยินชื่อพร้อมกับโอวเอวแน่น หมอไซกิเลิกคิ้วนิดๆก่อนทักทายวอร์คแต่วอร์คไม่สนใจ
“ผมยืนยันที่จะจีบหมอไต้จริงๆนะครับ..ต่อให้หมอมีสามีแล้วก็เถอะ”
“..ห้ามยุ่งกับเมียชั้นเด็ดขาด”
พี่วอร์คกดเสียงต่ำ ผมบีบมือเขาเบาๆให้ใจเย็นๆ หมอไซกิยิ้มก่อนพูดทิ้งท้ายไว้ว่า
“ผมจะเป็นแฟนใหม่ของหมอไต้ จำคำผมไว้นะครับคุณเทเลอร์ ผมขอตัวก่อน”
หมอไซกิยิ้มให้ผมแล้วออกจากห้องไป ผมรีบหันดูคนข้างๆทันที พี่วอร์คดูโกรธมาก..มากจนน่ากลัว ผมสวมกอดเขาแน่นพลางลูบแผ่นหลังกว้างไปมาเบาๆ
“ใจเย็นๆนะครับ เขาพูดไปแบบนั้นแหละนะ”
“…เตือนมันดีๆแล้วกัน”
ผมเตือนจนไม่รู้จะเตือนยังไง พอพักเที่ยงวอร์คก็ต้องกลับเพราะพี่แจ็คโทรมาว่างานมีปัญหา ใจจริงเขาก็ไม่อยากไปแต่มันช่วยไม่ได้นี่นะ
“ตอนเย็นมารับไต้ด้วย เราจะไปรับลูกด้วยกันนะ”
“อ่า อย่าเข้าใกล้มันเด็ดขาด”
พี่วอร์คสั่งพร้อมกับมองผมด้วยความเป็นห่วง ผมยิ้มแล้วจูบปากเขาเบาๆ
“แน่นอนครับ คนที่ไต้จะเข้าใกล้มีแค่พี่คนเดียว”
พี่วอร์คยิ้มมุมปากแล้วจูบผมก่อนขับรถออกไป ผมมองจนรถลับสายตาแล้วกลับเข้ามากินข้าวเที่ยงแล้วพักสายตาเล็กน้อยตอนบ่ายจะได้ลุยงานต่อ
“อื้ออ”
ระหว่างที่ไต้ฝุ่นกำลังพักในห้องของตัวเองไซกิก็แอบเข้ามา เขาเดินมาหาไต้ที่หลับอยู่ก่อนเท้าแขนกับที่วางมือแล้วก้มหน้าลงจนใกล้สูดดมความหอมอ่อนๆจากกายหนุ่มที่เหมือนหญิงสาว ไซกิผละมองหน้าไต้ฝุ่นด้วยสายตาเรียบนิ่งแล้วซุกไซร้คอขาวไปมาพยายามที่จะทำรอยทิ้งเอาไว้แต่ว่าไต้ฝุ่นก็รู้สึกตัวก่อน
พลั่ก!
“ทำบ้าอะไรของนาย!?!”
ผมตวาดถามเสียงดังแล้วรวบคอเสื้อปิดคอทันที ผมไม่รู้เลยว่าเขามาตอนไหนและเขาทำแบบนี้ทำไม โชคดีที่ผมรู้สึกตัวก่อน ไซกิยิ้มมุมปากแล้วเดินออกไปโดยไม่พูดอะไร ผมรีบเปิดโทรศัพท์เข้ากล้องหน้าแล้วส่องดูคอว่ามีรอยหรือเปล่า
ไม่มี…
ผมถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วเก็บโทรศัพท์ลงจากนั้นก็นั่งรอเวลาทำงานแต่ในหัวผมมันเอาแต่คิดว่าหมอไซกิ…ทำแบบนี้กับผมทำไม?