EP 2

1469 Words
“เฮ้อ คุณผู้หญิง ถ้าไม่ติดว่าคุณแม่ของคุณเป็นเพื่อนกับท่านปู่ของผม ผมคงเลาะฟันคุณออกมาแล้ว ” เมื่อถูกถากถางมากๆอินคาก็กล่าวว่าหญิงวัยกลางผู้เป็นสะใภ้รองของบ้านตระกูลซินด้วยสีหน้าเย็นชา “ไอ้สารเลว!! แก่กล้ามากนะ!! พูดจาไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่เห็นทีฉันคงต้องสั่งสอนแกซะบ้างแล้ว!!” “เดี๋ยวก่อน กิน่า” เมื่อเห็นว่าคู่สะใภ้ของตนเองกำลังโกรธจัดเอเรียจึงรีบลุกขึ้นห้าม จากนั้นเธอกล่าวกับอินคา “อินคาถึงยังไงเธอก็เด็กกว่า พูดจากับคนที่อายุมากกว่าแบบนี้มันไม่สมควรรู้มั้ย” เอเรียกล่าว อินคาส่ายหัวด้วยความขบขันในใจและกล่าว “ทำไมผมต้องขอโทษ? นอกจากผมจะไม่ขอโทษแล้ว ผมยังมีเรื่องจะเตือนพวกคุณทั้งหมดอีกด้วย” อินคาพูดเกิ่นนำด้วยสีหน้าเฉยเมยและมองไปยังหญิงชราที่กำลังนั่งสงบนิ่งและพูด “แม่ของพวกคุณหรือท่านผู้นำตระกูลของพวกคุณ มีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึงสามเดือนด้วยซํ้า พวกคุณควรเอาเวลาที่มาฉอดๆใส่ผม ไปดูแลท่านและอยู่กับท่านน่าจะดีกว่านะ” “สารเลว!!” “ไอ้ชาติชั่ว!! แกกล้าแช่งคุณย่าของฉัน!! แกคงอยากตายมากซินะ รปภ.หายหัวไปไหนกันหมด!! มาลากคอไอ้สารเลวนี้ไปหักแขนหักขาซะ!!” ทันที่อินคาพูดจบ ทุกๆคนต่างก็กร่นด่าอินคาด้วยความโกรธแค้น เอเรียได้แต่ถอนหายใจออกมา เธอรู้ดีว่าเด็กหนุ่มปากพล่อยคนนี้จบเห่แล้วแน่ๆ ตึงงงง!!! “หุบปากกันให้หมดเดี๋ยวนี้!” ในเวลานั้นย่าซินก็กระแทกไม้เท้าลงบนพื้นและลุกขึ้นตวาดด้วยนํ้าเสียงดุดัน “คุณย่า!! ไอชั่วนี่มันแช่งคุณย่าอยู่นะคะ!!” “ฉันบอกให้หุบปาก!!” หญิงชราตวาดขึ้นอีกครั้งจากนั้นร่างของหญิงชราก็ทรุดฮวบนั่งลงบนโต๊ะ “คุณแม่!/คุณย่า!!” สมาชิกทุกคนรีบเข้าไปดูหญิงชรา มีเพียงเอเรียเท่านั้นที่มองอินคาด้วยความสงสัย จากนั้นก็เดินไปดูอาการหญิงชราและกล่าว “คุณแม่ อย่าบอกนะคะว่าเรื่องที่อินคาพูดเป็นเรื่องจริง” ทันทีที่เอเรียพูดเช่นนั้นทุกคนที่เคยกร่นด่าอินคาก็เริ่มที่จะสงสัยขึ้นมา เพราะปกติย่าซินมักจะดูแข็งแร็งถึงแม้จะอายุมากแล้ว….. ผ่านไปราวๆช่วงโมงกว่า หญิงชราได้ถูกพามายังห้องนอน โดยมีหมอประจำตระกูลดูแลอย่างใกล้ชิด ในเวลานั้นประตูห้องนอนของหญิงชราก็ถูกเปิดออก เมื่อบรรดาสมาชิกครอบครัวตระกูลซินเห็นหมอออกมาก็รีบเข้าไปกล่าวถามกันด้วยความเป็นห่วง “คนไหนชื่ออินคาครับ ท่านย่าซินมีเรื่องจะพูดด้วย” ทันทีที่หมอประจำตระกูลเอ่ยออกมา ทุกคนก็หันไปมองอินคาที่ยืนสูบบุหรี่หอมอยู่ไกลๆเป็นสายตาเดียว “ทำไมคุณย่าถึงต้องอยากเจอไอ้บ้านั่นด้วย” ซินซินกล่าวอย่างไม่พอใจเพราะพวกเธอที่เป็นถึงคนในครอบครัว แต่คนที่ได้เข้าเยี่ยมคนแรกกลับเป็นไอ้บ้านนอกปากหมาซะได้! อินคาไม่ได้สนใจคำพูดของซินซิน เค้าทิ้งบุหจากนั้นก็เดินตามหมอเข้าไปในห้องนอนของย่าซิน ด้านในห้อง…… เวลานี้สภาพของหญิงชราที่กำลังนอนอยู่บนที่นอนโดยมีสายนํ้าเกลือและสายออกซิเจนห้อยระโยงระยาง ดูแล้วช่างหน้าเวทนา เมื่อเห็นอินคาเข้ามาหญิงชราก็ถอดออกซิเจนออกและยันตัวขึ้นพิงหัวเตียงโดยมีหมอค่อยช่วยพยุง “คุณหมอคุณออกไปก่อนเถอะ ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับเขาตามลำพัง” หมอวัยกลางคนมองไปที่อินคาด้วยท่าทางไม่ค่อยไว้ใจ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมออกไปเพราะไม่กล้าที่จะขัดคำสั่งของย่าซิน “แค่ก! แค่ก! เธอนำกล่องไม้นั่นมาให้ฉันที ฉันอยากจะรู้จริงๆว่าปู่อินของเธอทิ้งอะไรไว้ให้ฉัน” อินคาเดินนำกล่องไปให็หญิงชรา จากนั้นก็นั่งลงที่โซฟารับรอง เพราะเขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าปู่ของเขานั้นทิ้งอะไรไว้ให้หญิงชราคนนี้ ทันทีที่รับกล่องไป หญิงชราก็ค่อยๆเปิดมันออก จนสุดท้ายคนทั้งคู่ก็เห็นสิ่งของด้านใน “กำไลหยกขาว?” หญิงชราประหลาดใจเล็กน้อย แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงไออันอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจำกำไลข้อมือ “เห้อ” ทางด้านอินคาพอเห็นกำไลหยกเขาก็ถอนหายใจออกมาเบาๆและกล่าวต่อ “ดูท่าแล้วท่านคงสำคัญกับปู่ผมมาก” “เธอรู้ได้ยังไง?” หญิงชรากล่าวถาม อินคาลุกขึ้นก่อนไปยืนข้างๆเตียงและจ้องมองกำไลหยกในกล่อง “ตั้งแต่ที่ผมจำความได้ ในทุกๆคืนที่พระจันทร์เต็มดวงคุณปู่มักจะทำพีธีปลุกเสกกำไลหยกนี่ทุกครั้ง ท่านทำแบบนี้มาตลอดจนวาระสุดท้าย” หญิงชราเผยรอยยิ้มเล็กน้อยและกล่าว “ปู่ของเธอคือรักแรกของฉัน เราคบกันประมาณ 2 ปีก่อนที่ครอบครัวของฉันจะย้ายมาลงหลักปักฐานที่นี่” “ไม่คิดเลยว่าเขาจะไปเอาดีทางด้านไสยศาตร์” อินคาถอนหายใจอีกครั้งและกล่าว “ความรักเป็นเรื่องที่ดี กำไลนี้จะมีประโยชน์ต่อท่านมากๆ เพราะนี่คือกำไลหยกขาวที่ผ่านการทำพิธีกรรมอาบแสงจันทร์มานานหลายสิบปี” “พีธีกรรมอาบแสงจันทร์?” ย่าซินขมวดคิ้วด้วยความอยากรู้ อินคาจึงไขความสงสัยให้อีกฝ่าย “พีธีกรรมอาบแสงจันทร์ก็คือพิธีกรรมต่ออายุไข โดยใช้ตะบะของผู้ทำพิธีในการดูดกลืนแสงจันทร์มาหลอมรวมกับวัตถุที่เราต้องการจะปลุกเสก” “และแน่นอน มันก็ต้องแลกมาด้วยตะบะของผู้ทำพิธีที่อุสาฝึกฝนมานานหลายปี ไม่แปลกใจเลยที่ท่านปู่ของผมจะจากไปเร็วขนาดนี้” ดวงตาของอินคาเศร้าหมองเล็กน้อยและกล่าว “ จากที่ผมตรวจสอบ หลังจากท่านใส่กำไลนี้ ท่านจะมีชีวิตต่อไปได้อีก 1 ปี” อย่าซินได้ยินเช่นนั้นเธอก็รู้สึกเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง จากนั้นเธอก็นำกำไลมาสวมไว้ที่ข้อมือ ทันใดนั้นเอง ! หญิงชราก็ได้รู้สึกถึงความอบอุ่นที่ไม่เคยพบพานมาก่อนแล่นผ่านไปทั่วทั้งร่าง อาการเจ็บปวดตามอวัยวะต่างๆค่อยๆทุเลาลงจนไม่รู้สึกเจ็บปวดเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว “นะ นี่มัน!” หญิงชราเบิกตามด้วยความตื่นเต้น ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อจริงๆ เพราะเธอรู้สึกว่าเรี่ยวแรงของเธอกลับมาเหมือนตอนที่เธอไม่ได้เจ็บป่วย อินคากล่าวเสริม “ใน 1 ปีนี้หวังว่าท่านจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ให้สมกับที่ท่านปู่ของผมทำเพื่อท่านนะคับ” อินคากล่าวจบก็ก้มหัวให้หญิงชราเล็กน้อยก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไป ทางด้านหญิงราที่กำลังตื่นเต้นอยู่ เมื่อรู้ตัวอีกที เด็กหนุ่มรุ่นหลานก็ออกจากห้องไปเสียแล้ว อินคาเดินออกจากห้องและเดินผ่านบรรดาสมาชิกตระกูลซินไปโดยไ่ม่พูดจากับใคร เพราะในหัวสมองของเขานั้นมีแต่ความรู้สึกที่ไม่เข้าใจว่าทำไมคุณปู่ของตนถึงต้องทำเพื่อรักแรกที่ไม่รู้ด้วยซํ้าว่ารักแรกของตนจะซาบซึ้งหรือนึกถึงหรือไม่ อินคาเองก็เคยมีความรัก ในตอนช่วงวัยรุ่นเข้าได้หลงรักผู้หญิงคนนึงในหมู่บ้านเดียวกัน จนอินคานั้นละเลยเรื่องการเรียนวิชาอาคมกับท่านปู่ของตน แต่แล้ว เขาก็ถูกเธอทิ้ง! ด้วยเหตุผลเดียว นั่นก็คือเขาจน! แล้วหลังจากนั้นคอรบครัวของเด็กผู้หญิงคนนั้นก็ย้ายไปอยู่ที่อื่น อินคาจำความรู้สึกเจ็บปวดตอนนั้นได้เป็นอย่างดี หลังจากนั้นเขาก็เอาแต่ฝึกวิชาเป็นบ้าเป็นหลัง จนสุดท้ายอินคาก็บรรลุถึงขั้นเกจิด้วยวัยเพียง 25 ปี “ยังไงก็ต้องขอบคุณผู้หญิงคนนั้น ที่ทำให้ฉันแข็งแกร่งขนาดนี้” อินคากล่าวเบาๆและเหม่อมองไปยังท้องฟ้า จากนั้นก็ก้าวเดินต่อไปโดยไม่หันกลับมามองบ้านตระกูลซินอีกเลย …………
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD