ภายใน รถเบนซ์คันหรู
อินคานั่งเอนหลังอยู่เบาะด้านข้างคนขับ สายตาของเขาแอบเหลือบมองหญิงสาวที่นั่งอยู่เบาะหลังเป็นระยะๆ
“ผู้หญิงวัยสี่สิบต้น ๆ จะดูดีขนาดนี้ได้ยังไงกัน…”เขาพึมพำในใจ
ใบหน้าของเอเรียยังคงงดงาม แม้เวลาจะผ่านมาหลายปี ผิวของเธอเรียบเนียน ดวงตาคมสงบ แต่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าบางอย่าง
อินคาเผลอเลื่อนสายตาสำรวจเรือนร่างของเธอเล็กน้อย ก่อนจะรีบหันกลับไปมองถนน
ต่างจากตอนที่อยู่ในบ้านตระกูลซินตอนนี้เอเรียมีสีหน้าที่เคร่งขรึมอย่างเห็นได้ชัด
“เพิ่งเข้าเมืองมาได้วันเดียวก็ก่อเรื่องซะแล้ว” เอเรียพูดขึ้นโดยไม่ละสายตาจาก แท็บเล็ต ในมือ “เธอเป็นคนประเภทชอบสร้างปัญหาหรือไง”
อินคายักไหล่เล็กน้อย
“ไม่เลยครับ”
“ถ้าไม่มีใครมาหาเรื่องผมก่อน ผมก็ไม่คิดจะไปยุ่งกับใครเหมือนกัน”
เอเรียยิ้มบาง ๆ
“เป็นแบบนี้นี่เอง” เธอเงยหน้ามองเขาเล็กน้อย “ฉันเห็นฝีมือของเธอแล้ว ไม่แปลกที่เธอจะมีท่าทางหยิ่งผยองแบบนั้น”
ก่อนที่น้ำเสียงของเธอจะจริงจังขึ้น“แต่ที่นี่ไม่ใช่ภูเขาที่เธอเติบโตมา การที่เธอทำร้ายหยานคุน ซึ่งเป็นหมารับใช้ของ ตระกูลเกรย์ พวกนั้นไม่มีทางปล่อยเธอไปง่าย ๆ แน่”
เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง
“เมืองเล่ยแห่งนี้ มีทั้งมังกร มีทั้งเสือ และงูพิษที่ซ่อนตัวอยู่ทุกมุม”
“ลำพังแค่เธอคนเดียว… ฉันเกรงว่าอาจจะอยู่ไม่รอดถึงพรุ่งนี้ด้วยซ้ำ”
อินคาฟังเงียบ ๆ
แม้เขาจะมั่นใจในฝีมือของตัวเอง แต่เขาก็ไม่ใช่คนประมาท สิ่งที่เอเรียพูด… ไม่ใช่เรื่องเกินจริง อีกอย่าง การกลับไปอยู่บน ภูเขากรภัคตอนนี้ก็ดูน่าเบื่อเกินไป เมืองใหญ่แบบนี้ อาจมีอะไรให้เขา “เล่น” อีกเยอะ
อินคายิ้มบาง ๆ
“คุณผู้หญิงเอเรีย”
“ผมจะจำคำเตือนของคุณไว้ก็แล้วกัน” เขาหันไปมองเธอ “ว่าแต่… คุณช่วยผมออกมาจากโรงพักแบบนี้ ต้องมีเหตุผลใช่ไหมครับ”
เอเรียวางแท็บเล็ตลง ก่อนจะกล่่าว
“เหตุผลมีสองข้อ”
“ข้อแรก”
“ฉันไม่รู้ว่าเธอทำได้ยังไง แต่คุณแม่ของฉันฟื้นตัวกลับมาแข็งแรงได้อย่างน่าเหลือเชื่อ”
“ท่านจึงให้ฉันออกมาตามหาเธอ เพื่อจะ ตอบแทนบุญคุณ”
เธอหยุดเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ
“ข้อที่สอง”
“ฉันต้องการให้เธอมาเป็น บอดี้การ์ดของฉัน”
..........................
เจ็ดวันต่อมา
ปลายฤดูฝนทำให้เมืองเล่ยชุ่มฉ่ำไปด้วยสายฝน หลังจากได้รับเงินตอบแทนจากย่าซินมากกว่าสิบล้านบาทอินคาก็ตัดสินใจรับงานเป็นบอดี้การ์ดให้เอเรีย
เหตุผลหนึ่งก็เพราะ เขาสนใจผู้หญิงคนนี้ เอเรียดูเหมือนจะมีโลกอีกใบที่ซ่อนอยู่และอินคาเองก็อยากเห็นมัน
ล่าสุด
เอเรียต้องไปออกงานสังคมกับสามีของเธอ คาร์ล ซิน บุตรชายคนโตของตระกูลซินและยังเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเมืองเล่ย
ต่อหน้าสังคม ทั้งสองดูเป็นคู่สามีภรรยาที่สมบูรณ์แบบ แต่เบื้องหลังมันกลับต่างกันราวกับฟ้ากับเหว คาร์ลเป็นคนเจ้าชู้ เขามีผู้หญิงมากมาย ทั้งดารา นางแบบ และแม้แต่นักศึกษา
เอเรียรู้เรื่องทั้งหมดแต่เธอกลับไม่เคยแสดงความหึงหวงเ หมือนหัวใจของเธอผ่านความเจ็บปวดมามากซะจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว
..................
เวลาประมาณ สี่ทุ่ม หลังงานเลี้ยงจบลงคาร์ลและเอเรียก็แยกกันกลับ อินคายืนคุยกับ ไทด์ บอดี้การ์ดอีกคนอยู่ไม่ไกลส่วนเอเรียนั่งอยู่คนเดียวบนม้านั่งในสวนสาธารณะ
“พูดจริง ๆ ก็สงสารคุณผู้หญิงนะ”ไทด์พูดเบา ๆ“เวลาที่เธอเครียด ๆ เธอมักจะมานั่งที่นี่ บางวันก็นั่งเป็นชั่วโมง”
อินคาไม่ได้ตอบอะไร สายตาของเขามองไปยังแผ่นหลังของเอเรีย มันดูโดดเดี่ยวอย่างประหลาด เขาเองก็เคยผ่านความเจ็บปวดเรื่องแบบนี้ทุกคนต้องเจอสักครั้งในชีวิต
ไม่นานนัก เสียงฟ้าร้องก็ดังขึ้นอีกครั้ง อินคาเดินไปหยิบ ร่ม จากท้ายรถ แล้วเดินตรงไปหาเอเรีย
“เฮ้ย ไอ้น้อง มึงจะไปไหน”ไทด์ร้องเรียกแต่อินคาไม่สนใจ
เมื่อเขาเดินไปถึง เขาก็กางร่มเหนือศีรษะของเธอ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ฝนกำลังจะตกครับ”
“เรากลับกันเถอะ”
เอเรียเงยหน้าขึ้นเหมือนเพิ่งหลุดออกจากความคิดของตัวเอง ดวงตาเย็นชาของเธอมองชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะลุกขึ้นและเดินกลับไปที่รถโดยมีอินคากางร่มให้เธอเดินอยู่ข้าง ๆ
วันหยุดสุดสัปดาห์
อินคาได้หยุดงาน ภายในห้องเช่าขนาดเล็กชายหนุ่มกำลังนั่งสมาธิอยู่เงียบ ๆบนร่างกายของเขามี แมลงพิษหลายชนิด เกาะอยู่ทั้งตะขาบ แมงมุม และสัตว์พิษอื่น ๆ
นี่คือการฝึกตบะของเขา ศาสตร์มืดที่เขาเรียนมานั้นเป็นดาบสองคม หากจิตใจไม่มั่นคง ผู้ฝึกอาจถูกพลังย้อนกลับเล่นงานได้
สองชั่วโมงผ่านไป
ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น
อินคาค่อย ๆ ลืมตา ทันใดนั้น แมลงพิษทั้งหมดก็หายไป เหมือนไม่เคยมีอยู่ เขาลุกขึ้นสวมเสื้อยืดกับกางเกงก่อนจะเดินไปเปิดประตู
เป็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่หน้าห้องเธอสวมกางเกงยีนส์กับเสื้อกล้ามใบหน้าแต่งบาง ๆ ดูสะอาดตา
“สวัสดีค่ะ”
“คุณใช่คนที่โทรเรียกบริการทำความสะอาดใช่ไหมคะ”
อินคายิ้มเล็กน้อย
“ใช่ครับ เชิญเข้ามา”
หญิงสาวเริ่มทำงานอย่างตั้งใจ เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงอินคาอาบน้ำเสร็จแล้ว เขานั่งดื่มเหล้าอยู่บนโซฟาสายตามองหญิงสาวที่กำลังทำความสะอาดห้องครัว
บรรยากาศในห้องเงียบลงก่อนที่อินคาจะลุกขึ้นเดินไปใกล้เธอ
หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย
“คุณ… มีอะไรหรือคะ”
อินคายิ้มบาง ๆ เสียงของเขาแผ่วลงเล็กน้อย
“ผมแค่คิดว่า…”