คนคุ้นหน้า
@ห้องพัก BKK
"ปอนด์" เลโอเดินมายืนอยู่ปลายเตียง พร้อมใช้เท้าสะกิดคนที่นอนคลุมโปงอยู่บนเตียงไม่ยอมตื่นสักที ทั้งที่ตะวันสายโด่ง ที่สำคัญวันนี้ทั้งคู่ต้องเดินทางไปเยี่ยมเพื่อนรักที่เชียงใหม่
"ไอ้ปอนด์" เงียบไม่มีเสียงขานรับแต่อย่างใด จนคนเรียกฉุนจัด ตะโกนใกล้ๆคนที่นอนอย่างจงใจ
"ไอ้เชี้ยปอนด์" คราวนี้ลีโอตะโกนใส่หูคนที่นอนนิ่งไม่ขยับตัว
"โอ้ย! มึงจะตะโกนเรียกหาพ่องหรือไง ไอ้ห่าลาก" ปอนด์เปิดผ้าห่มมองหน้าคนที่ปลุกอย่างเคืองๆ ที่สำคัญมันไม่ได้ใช้มือหรือเสียงท่านั้น แต่ยังใช้เท้าสะกิดด้วยสิ
"มึงหยุดปากหมาเลยไอ้สัส กูเรียกมึงเป็นสิบรอบแล้ว กูนึกว่ามึงซ้อมตาย "
"ซ้อมตายพ่องมึงสิ" ปอนด์ค้อนขวับทำหน้ายุ่ง ลีโอมองเพื่อนอย่างขบขัน แม่ง! ทำยังกับผู้หญิงไอ้สัส
"แล้วนี่เตรียมกระเป๋าหรือยัง"
"ยัง" ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่ง ผมเผ้ายุ่งเหยิงแต่ดูดีจนน่าแปลก ปกติคนตื่นนอนจะดูไม่หล่อ แต่ไอ้เพื่อนเวรนี่มันตื่นขึ้นมาก็หล่อเลย
"โอ้ย!!กูจะบ้าตาย ไม่รู้ว่าจะด่ามึงยังไงดี" ลีโอเพื่อนสนิทที่เป็นรูมเมท บ่นอีกคนอย่างหงุดหงิด
"แล้วนี้มึงเหม่ออะไร กูเห็นมึงเป็นแบบนี้หลายวันล่ะ"
"ไม่รู้ว่ะ รู้สึกแปลกๆหวิวๆยังไงชอบกล"
เขาเองก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไรเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ใจมันหวิวแปลกๆปิดเทอมคราวนี้ เขาจะขึ้นไปเยี่ยมไอ้นายที่เชียงใหม่ คงต้องแวะหาแม่ใหญ่และหางานพิเศษทำอยู่ที่นั่นจนกว่าจะเปิดเรียน
@สนามบินดอนเมือง
ผมขอแนะนำตัวเลยนะครับ ผมชื่อปอนด์ครับ ปาณัสม์ เทพดำรงกุล นามสกุลของผมเหมือนจะรวยนะครับแต่ไม่เลย ผมเป็นเด็กกำพร้า ตั้งแต่จำความได้ผมก็มีเพียงแม่ใหญ่ที่เลี้ยงดูมาโดยตลอด ผมอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เชียงใหม่ แม่ใหญ่หรือครูใหญ่เป็นทั้งพ่อแม่และครู แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว และผมก็ไม่เคยคิดจะตามหาผู้ให้กำเนิดที่ทิ้งผมไว้อย่างไม่ใยดี
จนผมเรียนมัธยมก็มีผู้อุปการะคุณช่วยเหลือ สนับสนุน และออกค่าใข้จ่ายให้ผมทุกอย่าง แต่เขาก็ไม่เคยเปิดเผยสถานะตัวเองให้ผมได้รู้เลย ถึงแม้ทุกๆปีจะมีคนคอยสนับสนุนและให้ทุนการศึกษา แต่ผมก็ไม่เคยงอมืองอเท้า หากมีงานพาร์ทไทม์แค่ชั่วโมงเดียวผมก็จะทำ แม่ใหญ่อยากให้เรียนต่อจนจบปริญญาตรี ผมปฏิเสธหลายครั้งปฏิเสธอย่างไรท่านก็ไม่ยอมท่าเดียว เพราะผมรู้ไงครับ ว่าหากเรียนค่าใช้จ่ายต่างๆอีกมากมายจะตามมา เพราะเหตุนี้ผมจึงขอเรียนด้วยและทำงานด้วย เพื่อลดภาระและเเบ่งเบาค่าใช้จ่ายของแม่ใหญ่ อีกอย่างหากผู้มีพระคุณเลิกสนับสนุนไม่ให้ทุนการศึกษาผมแล้ว อย่างน้อยผมก็ยังมีเงินสำรองไว้ใช้จ่ายและหาช่องทางอื่นต่อไปได้
ผมมีเพื่อนสนิทอยู่สามคน คนแรกไอ้เลโอคนที่เป็นรูมเมทของผมตอนนี้ คนที่สองดอกหญ้าเป็นหญิงสาวคนเดียวในกลุ่ม มีแฟนเป็นพี่ว๊ากปีสามชื่อหินแต่บอกเลยว่าโคตรดุ และคนสุดท้ายที่ผมรักมันมากเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่มัธยมคือไอ้นายแฟนมันชื่อพี่เตชินเป็นผู้ชายที่อบอุ่นเหมือนไมโครเวฟเลยครับ ซึ่งตอนนี้ไอ้นายไปพักผ่อนที่ไร่ชาอานนท์ ซึ่งเป็นเหมือนญาติห่างๆของมัน
เรื่องราวของผมก็ไม่มีอะไรน่าสนใจมากมายหรอกครับ เป็นผู้ชายหล่อๆธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น จนกระทั่งผมได้เดินทางไปที่ไร่ชาของพ่อเลี้ยงคนนี้ หลังจากนั้น ชีวิตของผมก็เปลี่ยนไปเรื่องราวต่างๆเริ่มขึ้นที่นี่
คิ้วข้างซ้ายผมกระตุกถี่อีกแล้ว พักหลังมานี้มันกระตุกบ่อย จนต้องจับไว้
"อะไรของมึง"
"กูใจคอไม่ดีเลย" ผมเป็นคนหนึ่งที่มีสัมผัสที่หก
"ไอ้เชี้ย! แม่งพูดแบบนี้ กูไม่กล้านั่งเครื่องเลยไอ้สัส"
"เออ กูพูดเล่น"
"มึงไม่ต้องมาปลอบใจกู มึงพูดแบบนี้ ทำกูขนลุกว่ะ กูไม่ไปเปลี่ยนใจทันไหมวะ""
"เขาเรียกขึ้นเครื่องแล้ว เสียใจว่ะเพื่อน" หลังจากนั้นพวกผมก็เดินออกไปขึ้นเครื่องเพื่อไปเชียงใหม่ เพียงแค่หนึ่งชั่วโมง พวกผมก็มาถึงสนามบิน
"ไอ้นายให้ใครมารับวะ"
ผมกับไอ้เลโอมองหาคนที่ไอ้นายบอก แต่ผ่านไปราวยี่สิบนาทีแล้ว ก็ยังไม่โผล่หัวมาสักที จนผมชักหงุดหงิด รีบกดโทรศัพท์หามันอีกครั้ง
"ไอ้เชี้ยนาย มึงให้ใครมารับพวกกู แม่งนั่งรอจนรากงอกแล้วนะไอ้สัส"
"พ่อเลี้ยงอาสาไปรับพวกมึง พอดีแกไปทำธุระในเมือง มึงรอสักเดี๋ยวนะ" ปลายสายตอบกลับมาเสียงอึกอัก
"แล้วนี่มึงเป็นอะไร ทำไมเสียงมึงขาดๆหายๆ นี่มึงอย่าบอกนะว่ากำลังล่ออยู่กับพี่เต" ผมคิดว่าคงเดาไม่ผิด ไอ้เพื่อนเลวเห็นผัวดีกว่าเพื่อนรักอย่างผม แทนที่มันจะลงมารับพวกผมด้วยตนเอง
" อะ อ๊ะ เปล่า แค่นี้ก่อนนะ" ปลายสายหลุดไปแล้ว แม่งชัวร์ ยิ่งสองคนนี้พึ่งจะคืนดีกันด้วยสงสัยจะข้าวใหม่ปลามัน
"เดี๋ยวพ่องมึงสิ กูรอมาจะชั่วโมงแล้ว" ชายหนุ่มบ่นงึมงำก่อนจะมองโทรศัพท์อย่างไม่สบอารมณ์
"แม่งมุดหัวอยู่ไหนวะ ไม่รักษาเวลาเลย" ปอนด์ยังไม่หยุดบ่นไม่รู้เป็นอะไรรู้สึกหงุดหงิดผู้ชายคนนี้มากเป็นพิเศษ
"ปากเสีย แล้วยังสายตาไม่ดีอีกสินะ"
เสียงห้วนดังขึ้นทางด้านหลัง ปรากฎชายร่างสูงใหญ่แต่งตัวทะมัดทะแมง ผิวแทนกรามแดด หน้าตาหล่อเหลาสมชายชาตรี อายุราวสามสิบต้นๆ พ่อเลี้ยงอานนท์ ผมจำได้ดีพ่อเลี้ยงขี้เก๊กคนนี้ คือคนที่พาไอ้นายเพื่อนรักไปเยี่ยมพี่เตชินที่กรุงเทพฯ เมื่อเดือนก่อน ไม่รู้เป็นอะไรผมโคตรไม่ชอบหน้าเลย อาจเป็นเพราะครั้งแรกที่พบเขาไม่ประทับใจเท่าไรนัก
พลันให้คิดถึงครั้งแรกที่เจอหน้าพ่อเลี้ยงตอนที่พี่เตชินโดนยิงนอนอยู่ที่โรงพยาบาล ไอ้นายลงมาจากเชียงใหม่เพื่อมาเยี่ยมคนรัก พ่อเลี้ยงหน้านิ่งหน้าเดียวคนนี้ ตามมาเป็นบอดี้การ์ด ตอนนั้นเขาโคตรหมั่นไส้ในความมั่นหน้าของอีกฝ่าย
"เขาเป็นใคร"
ทุกคนถามเป็นเสียงเดียวกัน เพราะไอ้นายเข้ามาพร้อมชายแปลกหน้า รูปร่างสูงใหญ่ ผิวสีแทนคร้ามแดด หน้าตาดี หล่อ คมสัน แต่ทำหน้านิ่งดูโคตรโหด!!! สวมเสื้อผ้าดูก็รู้ว่าแพงหูฉี่ ไม่เข้ากับใบหน้านิ่งเลยด้วยซ้ำ ยังนึกเสียดายเสื้อผ้าราคาแพงที่ต้องมาอยู่บนร่างกายคนหน้านิ่งจนออกจะโหดๆ ไม่มีใครกล้าที่จะสบตาด้วย
"ไอ้เชี้ย!! นี่มันเป็นใครวะ ขี้เก๊กชิบหาย!!" ผมบ่นเสียงเบาๆ คนเดียว ผมเคยเห็นผู้ชายคนนี้ คลับคล้ายคลับคลา แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก ว่าเคยเห็นที่ไหน
ผู้ชายแปลกหน้ามองหน้าผมตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว ไม่รู้ว่าหูมีเรดาห์หรือว่ายังไง ถึงได้ยินทั้งที่ผมพึมพำเบาๆคนเดียวแท้ๆ
"คุณเรียกใครไอ้เชี้ย!!"
อานนท์ถามกลับคนตรงหน้าเสียงเรียบ ด้วยแววตานิ่งและสบตาคนพูดด้วยใบหน้านิ่งเหมือนเดิม เขาดูเหมือนมีมนต์สะกดจนผมไม่กล้าสบตา จึงแกล้งหันหน้าไปทางอื่น เริ่มทำตัวไม่ถูก ได้แต่กลืนน้ำลายไปหลายอึก
จากคนที่โต้ไม่เคยถอย พูดจนลิงหลับ เงียบไปถนัดตาพอเจอหน้านิ่งขรึม สายตาดุเอาเรื่องคู่นั้น เขามีเสน่ห์ดึงดูดสายตาจนไม่รู้จะสรรหาคำพูดใดมาอธิบายออกมา
***************