ทะเลหมอกยามเช้างดงามคอยต้อนรับให้เข้าสู่วันใหม่ อากาศหนาวเย็นที่มาเยือนผสมผสานกับแสงแดดอ่อนๆยามเช้าของดวงอาทิตย์ที่กำลังขึ้นมา กลิ่นอายความงามของทะเลหมอกยามเช้ารับกับท้องฟ้าสีคราม หมอกเรียงรายกันเหมือนกับท้องทะเลไม่มีผิด ความสวยงามที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์มา บรรยากาศอันแสนอบอุ่น แสงอุ่นๆกระจายเต็มทั่วบริเวณบ้านไม้หลังงามที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางไร่ชา ภาพข้างหน้าและรอบๆนั้นมันสวยงาม สดชื่นที่มากจนเกินจะบรรยายมันออกมาเป็นคำพูด
ปอนด์ตื่นนอนแต่เช้ามาดื่มด่ำบรรยากาศตอนเช้าหลังจากหลับลึกมานานหลายชั่วโมง ไม่อยากพลาดโอกาสดีๆแบบนี้ วันนี้เขาต้องไปรับดอกหญ้ากับหิน ที่สนามบินโดยมีพ่อเลี้ยงขี้เก๊กเป็นผู้นำทางอีกเช่นเคย เนื่องจากไม่อยากให้พวกเขาขับรถไปกันเองเพราะไม่คุ้นชินกับเส้นทางที่ลดเลี้ยวคดโค้งไปตามเขาลูกต่างๆ
ดอกหญ้ามาถึงสนามบินเชียงใหม่โดยมีพี่หินเดินทางมาด้วย เมื่อรถของพ่อเลี้ยงอานนท์พร้อมแล้วทั้งหมดก็เดินทางไปไร่ชาอานนท์ทันที
"ไอ้พวกเพื่อนชั่ว ทำไมพวกแกไม่ชวนฉันมาพร้อมกัน หนีมาก่อนเฉยเลย" เสียงแว๊ดของดอกหญ้าดังขึ้นทันทีหลังจากได้เจอเพื่อนสนิททั้งสอง
"แกจะได้มากับพี่หินไง"
"ใครจะอยากมากับคนหน้ายักษ์" ดอกหญ้าพูดเบาๆกับเพื่อนพอได้ยินกันสามคน
"นินทาให้มันเบากว่านี้หน่อย ฉันหูไม่ได้ตึง" ถึงแม้เสียงจะห้วนดุ แต่ใบหน้าไม่ได้เกรี้ยวกราดแต่อย่างไร แถมยังคงเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มอย่างคนอารมณ์ดี ผิดวิสัยนายหินที่เป็นพี่ว๊ากสายโหดโดยสิ้นเชิง
"แต่หน้านะตึงตลอด ไม่เมื่อยหรือไงครับพี่ " ปอนด์อดเผือกไม่ได้เลยแซวออกไปทันที
"หน้ากูตึง ตีนกูก็ตึง มึงจะลองไหม" หินก็ไม่ยอมลดละ สวนกลับทันควัน เลโอที่นั่งมาด้วยได้แต่หัวเราะชอบใจ ปอนด์จึงเงียบมาตลอดเส้นทางเพราะกลัวจะโดนตีนคนตัวใหญ่กว่า สายตาชายหนุ่มมองไปยังคนข้างหน้าที่จ้องมายังตนด้วยสายตานิ่งดังเดิม คนอะไรหัวเราะไม่เป็นเหมือนกับคนอื่นบ้างเลย
เมื่อมาถึงไร่ชาอานนท์และไร่ดอกไม้ ดอกหญ้าอุทานออกมาทันที ความสวยและบรรยากาศที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ไร่ชาที่ยาวสุดลูกหูลูกตา ลดหลั่นแบบขั้นบันได ส่วนอีกฝั่งเป็นทุ่งดอกไม้ ทุ่งดอกมาร์การ์เล็ตสีม่วงและทุ่งไฮเดรนเยียหลากสีออกดอกสะพรั่งสวยงาม ทำให้หญิงสาววิ่งลงไปดูใกล้ๆ โดยมีพี่หินเดินตามไป ดอกหญ้ายิ้มหน้าบาน พอใจกับบรรยากาศและความสวยงาม พี่หินมองดอกหญ้าอย่างหลงใหล ปอนด์กับเลโอสบตายักคิ้วให้กันอย่างเข้าใจ
"สวยมาก ฉันชอบที่นี่แล้วสิ"
ดอกหญ้ายิ้มดวงตาสดใส มือสองข้างกางออกพร้อมหลับตา แหงนหน้าขึ้นสูดอากาศเข้าเต็มปอด ลมพัดผมยาวสลวยไปด้านหลังสวยงามอย่างกับภาพวาด หินมองผู้หญิงตรงหน้าใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข ก่อนจะเดินไปยืนซ้อนอยู่ทางด้านหลังแล้วโอบเอวบางไว้แน่น ดอกหญ้าไม่ได้พูดอะไรออกมาและไม่ได้ห้ามปล่อยให้เขาโอบกอดจากทางด้านหลัง ร่างบางเอนกายพิงไหล่เขาทันที
"ฉันไม่เสียใจเลยที่พาเธอขึ้นมาบนนี้ นี่เป็นครั้งแรกในรอบปีที่ฉันเห็นเธอยิ้มอย่างความสุขที่สุด" หินพูดเสียงทุ้มชิดใบหู
"มาถึงก็สวีท เกรงใจกูบ้าง กูยืนอยู่ตรงนี้รอมึงตั้งนานไม่คิดจะทักเลยหรือไง"
เตชินยืนอยู่บนระเบียงบ้านยืนทักรุ่นน้องทันทีที่เห็นว่ามาถึงก็สวีทเกินหน้าเขาไปแล้ว ก่อนที่เขาจะเดินตามไอ้นายที่วิ่งลงไปหาเพื่อนด้วยความคิดถึง
"นึกว่าจะไม่มาซะแล้วไหนบอกกูว่าจะมาเช้า วันนี้พ่อเลี้ยงจะพาเราไปเที่ยวน้ำตก และกางเต็นท์นอนที่นั่น คืนนี้เราจะนอนนับดาวกัน" นายบอกโปรแกรมเพื่อนอย่างตื่นเต้นทันทีที่ได้เจอหน้า ก่อนจะสวมกอดด้วยความคิดถึง
"ไอ้หญ้าทำไมแกมีแหวนตรงนิ้วนาง?" เลโอเดินเข้ามาดูใกล้ๆแล้วรีบจับมือหญิงสาวชูขึ้นให้เพื่อนๆได้เห็นชัด แล้วหันไปมองชายหนุ่มที่มาด้วยยกคิ้วสูงเชิงถาม ดอกหญ้าทำหน้าเลิ่กลั่ก ก่อนจะก้มหน้าเงียบ ไม่ยอมพูดอะไร
"ฉันหมั้นไว้เอง แมวขโมยมีเยอะ เดี๋ยวยัยนี้เรียนไม่จบกันพอดี"
หินชิงตอบ สายตาคมมองหน้าไอ้ปอนด์ที่เป็นหลานรหัสคู่อริของเขา ปอนด์กับเลโอมองอย่างเข้าใจทะลุปรุโปร่ง ตั้งแต่เหตุการณ์ไปกินเลี้ยงวันเกิดพี่ธันวา ดอกหญ้าก็ถูกกักบริเวณโดยผู้ชายตรงหน้าที่อ้างตัวเป็นผู้ปกครอง แต่ทำตัวไม่ใช่ผู้ปกครองเลยสักนิดเดียว
"ที่มันจะเรียนไม่จบก็เพราะพี่มากกว่ามั่ง "
ปอนด์รีบพูดทันทีเมื่อมีโอกาส ก่อนจะวิ่งหลบแทบไม่ทัน เพราะไอ้พี่หินหันมามองด้วยสีหน้าบึ้งตึง หินฉุนจัดมองหน้าไอ้คนชอบกวนตีน เกือบจะพุ่งเข้าไปต่อยคนปากหมาที่ชอบพูดจาไม่เข้าหู แต่ถูกพ่อเลี้ยงห้ามไว้เสียก่อน
“ไอ้ลูกหมา เดี๋ยวกูเตะกลับบ้านเลยมึง..วอนตีนกูดีนัก” หินไม่วายคาดโทษไว้
หลังจากแนะนำให้รู้จักเจ้าของไร่ชาแล้ว หินและดอกหญ้าก็เอาของไปเก็บที่เรือนรับรองของพ่อเลี้ยง ช่วงบ่ายวันนี้เจ้าของไร่วางโปรแกรมไปน้ำตกและกางเต็นท์นอนดูดาวตรงลานกว้างสำหรับใช้ดูดาวบนดอยไม่ไกลจากนี้มากนัก
หลังจากนั้นก็ออกเดินทางเข้าป่าพร้อมสัมภาระ ซึ่งจุดหมายปลายทางไม่ไกลมากนัก ไม่นานทุกคนก็หายเหนื่อย ตื่นตาตื่นใจกับความสวยงาม ดินแดนแห่งธรรมชาติที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ด้วยผืนป่า พรรณไม้นานาชนิด น้ำตก และธารน้ำไหล โดยเฉพาะน้ำตกตรงหน้านี้สวยงามมีสายน้ำที่เย็นฉ่ำ ความงดงามร่มรื่นไปด้วยแมกไม้นานาชนิด
พ่อเลี้ยงอานนท์พาพวกชายหนุ่มและหญิงสาวไปที่น้ำตกก่อนจะชื่นชมความงามโดยรอบ ทุกคนต่างดื่มด่ำกับธรรมชาติ นายกับเตชินเอาเท้าลงไปแช่น้ำที่มีปลาตัวเล็กตัวน้อยแหวกว่ายไปทั่วบริเวณ ส่วนปอนด์กับเลโอลงไปเล่นน้ำใส ดำผุดดำว่ายไปหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน โดยมีพ่อเลี้ยงอานนท์ยืนกำกับอยู่บนโขดหิน และคอยดุพวกหนุ่มๆสองคนที่ไม่ค่อยจะเชื่อฟังเท่าไรนัก โดยเฉพาะปอนด์ที่ชอบทำตัวปีนเกลียวกับคนอื่นเขาไปทั่ว และแหกกฎเป็นประจำ ยิ่งพ่อเลี้ยงห้ามเท่าไหร่ ชายหนุ่มก็ยิ่งท้าทายและแหกกฎมากเท่านั้น พ่อเลี้ยงอานนท์เป็นห่วงไอ้ปอนด์มากที่สุดเพราะรู้ว่าเด็กคนนี้ต้องการที่จะเอาชนะเขาทุกเรื่อง เนื่องจากตรงบริเวณแอ่งน้ำตกมักมีน้ำไหลวน เกิดจากแรงของสายน้ำที่ตกลงมาจากที่สูง เพราะเหตุนี้ เขาจึงต้องคอยเตือนให้อยู่ห่างจากจุดที่อันตราย พ่อเลี้ยงจึงต้องยืนกำชับไม่ไปไหนไกล ส่วนดอกหญ้าและหินเดินเล่นตามโขดหินเพื่อข้ามไปดูดอกไม้ป่า กล้วยไม้ป่าที่ออกดอกสะพรั่งแถวต้นไม้ใหญ่
ทุกคนดื่มด่ำกับบรรยากาศสวยงามอยู่นาน จนเวลาล่วงเลยไปมากแล้ว พ่อเลี้ยงจึงให้ทุกคนเตรียมตัวเดินทางต่อเพื่อกางเต็นท์นอนดูดาวคืนนี้