bc

เพลิงคณิกา

book_age18+
69
FOLLOW
1K
READ
stepfather
blue collar
drama
like
intro-logo
Blurb

นารี ยืนมองตัวเองอยู่ที่ หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องแต่งตัวในขณะที่กำลังจะไปออกงานสังคม ของคนชั้นสูง นารี ไม่เคยนึกฝันว่าตนเองจะมีวันนี้ได้ นารียังจำได้ถึงความรู้สึกในวันนั้นได้ดี และไม่มีวันลืมความทรงจำในวัยเด็กของนารี แต่ก่อนนั้นเธอไม่ได้ชื่อนารี แม่ของเธอชื่อบานเย็น ส่วนเธอนั้น แม่ตั้งชื่อให้ว่าบัว เพราะเธอมีผิวที่ขาวนวลดั่งดอกบัวหลวงสีขาว เธอกับแม่อาศัยอยู่ในชนบทเล็ก ๆ ห่างใกลความเจริญมากบ้านที่อาศัยอยู่ไม่อาจจะเรียกว่าบ้านได้ เพราะมันเป็นเพียง เพิงหมาแหงนท้ายป่ากล้วย ยามฝนตก นารีและแม่แทบจะไม่มีที่ซุกตัวหลบน้ำที่รั่วไหลลงมาจากหลังคา นารีต้องทนอยู่อย่างนั้นตั้งแต่จำความได้ นารีไม่เคยรู้ว่าบิดาของเธอคือใคร แม่ของนารีไม่เคยบอกว่าครอบครัวของแม่เธออยู่ที่ใด ผิวพรรณของนารีเหมือนกับแม่ซึ่งต่างจากคนในชนบทนั้น นารี จึงได้ได้แต่เพ้อฝันว่าตนเองอาจจะเป็น ทายารทมหาเศรษฐีก็ได้ เธอพยายามเค้นถามแม่อยู่ทุกวัน แต่แม่ของนารีก็ปฏิเสธเรื่อยมา แล้วก็ได้แต่ตำหนิว่า นารีนั้นเพ้อฝัน แต่นารีไม่เชื่อคำของแม่เธอ มั่นใจว่าแม่ของเธอมีเรื่องปิดบังเธออยู่ แน่ ๆ ความจนที่นารีรู้สึกรังเกียจและไม่อยากจะอยู่กับมัน แต่เธอก็ไม่อาจจะหลีกหนีได้ นึกถึงความทรงจำในวัยเด็กแล้ว นารีจำไม่ได้อะไรมากนอกจากความยากลำบาก ที่ได้รับมันเป็นรอยลึกที่ฝังอยู่ภายในจิตใจของนารี ขนม ที่ได้แต่ยืนมองจนน้ำลายสอแต่นารีก็ไม่เคยได้ลิ้มรสมัน แม่ได้เพียงแต่พูดว่า “รอให้แม่มีสตางค์ก่อนนะ” แต่วันนั้นไม่มีอยู่จริง จวบจนนารีอายุได้สิบห้าขวบปี ในวันที่นารีรู้สึกเกลียดคำว่าจนมากที่สุดก็คือวันนี้ แม่พานารีมาพบใครบางคน เมื่อแม่ได้ข่าวว่า มีคุณนายมาจาก บางกอกมาหาเด็กสาวเพื่อไปเป็นลูกบุญธรรม เป็นครั้งแรกที่นารีเห็นรอยยิ้มของแม่ เมื่อแม่ได้เจอกับคุณนายรัศมีคนนั้น

“เท่าไร...?...”

“80บาท จ่ะ”

“ชั้นจะเอาลูกสาวแกไปเลี้ยงนะ จะเลียงดูอย่างดี ยังจะเรียกสตางค์ตั้งเยอะ”

“ก็ได้ ๆ จ่ะ แล้วแต่คุณนายรัศมีเลยจ่ะ”

“4oบาท”

“จ่ะ”

แม่รับเงินแล้วก็รีบออกจากบ้านคุณนายรัศมีไปโดยไม่หันหลังกลับมามองหน้าของนารีเลย นารีได้แต่ร้องเรียกแม่ พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย เธอวิ่งตามแม่ไปแต่ไม่ทัน เพราะ คนที่ติดตามมาได้จับตัวของนารีไว้ เสียก่อน

chap-preview
Free preview
อารัมภบทเรื่องเพลิงคณิกา
ในชีวิตของคนมีต้นทุนในชีวิตที่ไม่เท่ากัน ดั่งเช่นชีวิตของหญิงสาวคนหนึ่งที่ต้องเจอกับอะไรมากมายเพียงเพราะ ต้นทุนชีวิตของเธอไม่เท่ากับคนอื่น นารี ยืนมองตัวเองอยู่ที่ หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องแต่งตัวในขณะที่กำลังจะไปออกงานสังคม ของคนชั้นสูง นารี ไม่เคยนึกฝันว่าตนเองจะมีวันนี้ได้ นารียังจำได้ถึงความรู้สึกในวันนั้นได้ดี และไม่มีวันลืมความทรงจำในวัยเด็กของนารี แต่ก่อนนั้นเธอไม่ได้ชื่อนารี แม่ของเธอชื่อบานเย็น ส่วนเธอนั้น แม่ตั้งชื่อให้ว่าบัว เพราะเธอมีผิวที่ขาวนวลดั่งดอกบัวหลวงสีขาว เธอกับแม่อาศัยอยู่ในชนบทเล็ก ๆ ห่างใกลความเจริญมากบ้านที่อาศัยอยู่ไม่อาจจะเรียกว่าบ้านได้ เพราะมันเป็นเพียง เพิงหมาแหงนท้ายป่ากล้วย ยามฝนตก นารีและแม่แทบจะไม่มีที่ซุกตัวหลบน้ำที่รั่วไหลลงมาจากหลังคา นารีต้องทนอยู่อย่างนั้นตั้งแต่จำความได้ นารีไม่เคยรู้ว่าบิดาของเธอคือใคร แม่ของนารีไม่เคยบอกว่าครอบครัวของแม่เธออยู่ที่ใด ผิวพรรณของนารีเหมือนกับแม่ซึ่งต่างจากคนในชนบทนั้น นารี จึงได้ได้แต่เพ้อฝันว่าตนเองอาจจะเป็น ทายารทมหาเศรษฐีก็ได้ เธอพยายามเค้นถามแม่อยู่ทุกวัน แต่แม่ของนารีก็ปฏิเสธเรื่อยมา แล้วก็ได้แต่ตำหนิว่า นารีนั้นเพ้อฝัน แต่นารีไม่เชื่อคำของแม่เธอ มั่นใจว่าแม่ของเธอมีเรื่องปิดบังเธออยู่ แน่ ๆ ความจนที่นารีรู้สึกรังเกียจและไม่อยากจะอยู่กับมัน แต่เธอก็ไม่อาจจะหลีกหนีได้ นึกถึงความทรงจำในวัยเด็กแล้ว นารีจำไม่ได้อะไรมากนอกจากความยากลำบาก ที่ได้รับมันเป็นรอยลึกที่ฝังอยู่ภายในจิตใจของนารี ขนม ที่ได้แต่ยืนมองจนน้ำลายสอแต่นารีก็ไม่เคยได้ลิ้มรสมัน แม่ได้เพียงแต่พูดว่า “รอให้แม่มีสตางค์ก่อนนะ” แต่วันนั้นไม่มีอยู่จริง จวบจนนารีอายุได้สิบห้าขวบปี ในวันที่นารีรู้สึกเกลียดคำว่าจนมากที่สุดก็คือวันนี้ แม่พานารีมาพบใครบางคน เมื่อแม่ได้ข่าวว่า มีคุณนายมาจาก บางกอกมาหาเด็กสาวเพื่อไปเป็นลูกบุญธรรม เป็นครั้งแรกที่นารีเห็นรอยยิ้มของแม่ เมื่อแม่ได้เจอกับคุณนายรัศมีคนนั้น “เท่าไร...?...” “80บาท จ่ะ” “ชั้นจะเอาลูกสาวแกไปเลี้ยงนะ จะเลียงดูอย่างดี ยังจะเรียกสตางค์ตั้งเยอะ” “ก็ได้ ๆ จ่ะ แล้วแต่คุณนายรัศมีเลยจ่ะ” “4oบาท” “จ่ะ” แม่รับเงินแล้วก็รีบออกจากบ้านคุณนายรัศมีไปโดยไม่หันหลังกลับมามองหน้าของนารีเลย นารีได้แต่ร้องเรียกแม่ พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย เธอวิ่งตามแม่ไปแต่ไม่ทัน เพราะ คนที่ติดตามมาได้จับตัวของนารีไว้ เสียก่อน “อย่าขัดขืนชั้น แล้วอย่าได้หนีกลับบ้านด้วยล่ะเพราะไม่เช่นนั้นชั้นจะจับแม่แกเข้าคุก เพราะแม่แกรับสตางค์จากชั้นไปแล้วรู้ไว้ซะด้วย” นารีถูกพาตัวมาบางกอกโดยที่ไม่ได้เต็มใจ แต่นารีก็ไม่ได้ขัดขืน เพราะคุณนายรัศมีได้ข่มขู่ไว้ว่าจะจับแม่ของเธอเข้าคุก เด็กสาวที่ไม่รู้หนังสือ ไม่ทันกลของคนมีเงินและอำนาจ เธอกล้ำกลืนฝืนความรู้สึกที่คิดถึงแม่ เอาไว้ อีกหนึ่งใจก็ได้แต่โกรธแค้นผู้เป็นแม่ที่เห็นแก่เงิน ขายเธอได้ลงคอ ในเมืองหลวง ที่งดงาม นารีไม่เคยเห็นสิ่งที่สวยงามแบบนี้มาก่อน มีรถ มีถนนราดยางสีดำ มีวัดวาอาราม ท้องสนามกว้าง บ้านทรงแปลกตา ไม่เหมือนกับเพิงที่ นารีเคยอาศัย บ้านผู้ใหญ่และกำนัน ที่นารี เคยมองว่าร่ำรวยใหญ่โต แต่เมื่อเทียบเทียมกับ บ้านในเมืองหลวง ได้เพียงแค่หนึ่งส่วนในสิบส่วน นารีลืมนึกถึงความเจ็บปวดก่อนหน้านั้นไปสิ้น เหมือนกับเธอได้ก้าวสู่โลกใบใหม่ที่นารีคิดว่าคงจะใจดีกับเธอบ้าง นารี เดินเข้าบ้านหลังใหญ่ของคุณนายรัศมี พร้อมยิ้มออกมาด้วยความดีใจ เพราะเธอจะได้เป็นบุตรสาวบุญธรรมของคุณนายรัศมี มีเงินมากมาย ความสบายอยู่ตรงหน้าของเธอแล้ว คำว่าจนที่ติดตัวนารีมาตั้งแต่เกิดได้มลายหายไปในความคิดของนารีหมดสิ้นแล้ว เธอสลัดมันออกไปได้หลังจากที่ย่างก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้ “ยืนอยู่ทำไมล่ะ เข้ามาสิ แล้วก็รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ แล้วไอ้เสื้อผ้าเน่า ๆ ของแกน่ะทิ้งไปนอกบ้านชั้นเลย ผ้าขี้ริ้วที่บ้านชั้นยังสะอาดเสียกว่า ลำเพย เอาเสื้อผ้ามาให้นังบัวมันเปลี่ยนด้วย ออ แล้วก็ขนของแกไปไว้ในห้อง ลำเพย จะพาแกไป พรุ่งนี้ ตื่นแต่เช้า แล้วมาช่วยลำเพยทำงาน” “แต่ บัวมาเป็นลูกไม่ใช่เหรอ?” “แกคิดว่าคนอย่างชั้นอยากมีลูกเป็นเด็กขยะตัวเหม็น บ้านนอกอย่างแกเหรอ แกเป็นได้ก็แค่คนรับใช้เท่านั้นแหละ” ความจนที่คิดว่ามันหายไปแล้ว แต่มันกลับมาติดหนึบเกรอะกรังอย่างกับ ขี้เลนตมที่ติดอยู่บนล้อเกวียน ต่อให้เอาออกไปมันก็กลับมาเหมือนเดิม และนารีก็ไม่อาจจะหนีชะตากรรมของตนเองไปได้ แต่อย่างน้อยนารีก็ได้กินอิ่มทุกมื้อ แต่มันต้องแลกด้วยการทำงานที่หนักหนาเกินแรงที่เด็กสาวเพียงอายุสิบห้าจะรับได้ไหว คุณนายรัศมีใช้งาน นารีอย่างหนัก เพราะว่าบ้านหลังใหญ่มีคนรับใช้เพียงแค่สองคน นารี มีหน้าที่ทำงานบ้านทุกอย่าง เมื่อทำไม่ถูกใจก็จะถูกด่า และทุบตี คนที่อยู่เคียงข้างและดูแล นารี ก็คือ ลำเพย “โถ่..เวรกรรมของเอ็งจริง ๆ นังบัวเอ้ย ไม่น่าเลย ข้าอยู่กับคุณนายได้เพราะว่าข้าเป็นญาติห่าง ๆ คุณนายจึงไม่กล้าทำอะไรกับข้า แต่เอ็งเนี่ยสิ ถูกขายขาดให้คุณนายแล้ว อย่าทำอะไรผิดพลาดให้ท่านไม่พอใจอีกล่ะ” นารี ถูกเฆี่ยนตีเพราะทำผ้า ราคาแพงของคุณนายรัศมีไหม้ และมันดันเป็นชุดโปรดของคุณนายรัศมีสียด้วย นารีไม่รู้เลยว่า มีใครบางคนแอบมองเธออยู่ทุกครั้ง ที่ถูกด่าและถูกตี แววตาของเขาคนนั้นที่มองนารีมามันแฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่สงสารและ เมตตา “อ้าว...คุณจักรมาทำอะไรที่หน้าห้องนังบัวคะ?” “อ๊ะ...!...ปล่าว แค่จะมาตามลำเพยไปทำขนมให้จักรหน่อย” ประจักรเป็นบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณนายรัศมี ซึ่งเธอหวงมาก และเป็นบุตรชายเพียงคนเดียว ประจักรคือความหวังของคุณนายรัศมีผู้เป็นแม่ เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง นารีเคยพบหน้าประจักรแค่เพียงผ่าน ๆ ในช่วงตอนเช้าและเย็น ตอนไปโรงเรียนและหลังเลิกเรียน แววตาของประจักรนั้นมีความหมาย และหวานซึ้งเมื่อสบตากับนารีโดยบังเอิญหลายครั้ง แต่เด็กสาวไร้เดียงสาอย่างนารีไม่อาจจะรู้ได้ถึงความหมายนั้น

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

วิญญาณตามรัก

read
1K
bc

คุณหนูสิบเจ็ดตระกูลเจียง

read
10.7K
bc

เชลยรักท่านอ๋องอำมหิต

read
17.5K
bc

แม่หมอแห่งซูโจว

read
7.6K
bc

รักต้นฉบับ(ไม่ลับ)แม่มดมนตรา

read
1K
bc

หยุดหัวใจไม่รักดี

read
4.4K
bc

โซ่รัก ใยปรารถนา

read
6.5K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook