ทำ MOU 1/2

1898 Words
[เข็มทิศ]​ ผมกินปลาอิ่มจนสำรอกน้ำกามออกมาเลอะขอบปาก ทั้งเลียทั้งดูดและอมจนตาเหลือกลานด้วยขนาดที่ใหญ่เกินขนาด แต่มันก็ไม่ได้เกินความพยายาม ผมทำและจำในแบบที่คนอื่นทำให้แล้วรู้สึกดี ผมก็ทำให้เขาแบบเดียวกัน อาจจะทุลักทุเลในช่วงแรกเพราะมันไม่ใช่ในแบบที่ผมถนัด คิดแล้วก็น่าอายจำได้ว่าสำลักขนาดของมันถึงกับไอค่อกแค่กอย่างหมดสภาพ เพราะเห็นว่าคนอวดเก่งอย่างผมไม่น่าไหวก็คงจะสงสาร ไอ้พี่หมอเขตอะไรนั่น มันเลยจับผมอาบน้ำล้างตัวให้เสร็จสรรพแล้วก็ช้อนอุ้มออกไป เพื่อจะได้ไปนอนพัก❌ เปล่าครับ มันเอาผมไปต่อที่โซฟา ระเบียง และจบเกมกันที่เตียงกว้างจนสลบเหมือด✅ กว่าจะลืมตาตื่นอีกทีพระอาทิตย์ก็ขึ้นจากขอบฟ้าไปแล้วหลายชั่วโมงเพราะรู้สึกหิวโซ หลังจากไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่เมื่อเย็นวานยกเว้นน้ำเมา... "แม่งเอ้ย.. ไม่น่าห้าวเลยกู สัส! อ้ะ!" ผมสบถอย่างหัวเสียเพียงแค่ขยับตัวจะยันกายขึ้นนั่ง ความปวดร้าวระบมตรงสะโพกก็แล่นปราดมาเล่นงานจนทำได้เพียงแค่นอนนิ่งๆกระพริบตาปริบๆเหมือนเป็นอัมพาตครึ่งท่อนเหตุเพราะตะกละตะกลามกินปลาชะโดน้ำจืดหนักไปหน่อย🙄 แต่จะฉลาดขึ้นไหมค่อยรอดูผมต่อไปล่ะกันนะครับนะ "อ้ะ!" ผมส่งเสียงครางเบาๆความเจ็บปวดทรมานไม่ต่างจากอาการเหมือนเมื่อเดือนก่อนนัก ครั้งนั้นนอนซมเพราะพิษไข้อยู่ตามลำพังไม่มีแม้เงาคนทำมารับผิดชอบ! ทิ้งเพียงยาไว้ดูต่างหน้าและร่องรอยหื่นกามตามตัว คิดขึ้นมาแล้วก็เคืองไม่หายอยากจะไปกระชากคอเสื้อไอ้คนทำ แล้วถามมันว่าคืนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่! ผมต้องเค้นเอาความจริงมาให้ได้ และที่สงสัยมาโดยตลอดก็คือมั่นใจว่าถึงแม้จะเมาหนักแค่ไหนก็ต้องจำได้บ้างแหละ ไม่ใช่ภาพตัดไปแบบนี้ และสิ่งที่เชื่อมั่นในตัวเองเสมอคือถึงจะเมาก็เหอะ มั่นใจว่าจะไม่เสียดินแดนให้ใครเด็ดขาด แต่คืนนั้นผมพลาดไปได้ยังไง... ยกเว้นแต่เพียงว่าต้องมีใครสักคนที่คิดไม่ซื่อทำเรื่องสกปรก มันต้องมีอะไรซ่อนอยู่อย่างแน่นอน? คนที่น่าสงสัยที่สุดหนึ่งในนั้นก็น่าจะเป็นไอ้คนที่เป็นเจ้าของห้องนี้ด้วยแหละ ไม่อย่างนั้นผมคงไม่จบเกมที่มันหรอก ถูกไหม😪😥 พอคิดขึ้นมาก็อยากจะเจอตัวจึงพยายามจะวาดขาลงจากเตียง กวาดตามองหาคนที่เป็นต้นเหตุเพื่อเค้นคอเอาความจริงกับสิ่งที่สงสัยแต่ก็ไม่เจอตัว ไม่รู้ว่าหายหัวไปไหนหรือว่าทิ้งผมไว้เหมือนคืนนั้นอีกแล้ว หอม! กลิ่นหอมฉุยของอาหารโชยเข้ามาแตะจมูกจึงเดาได้ว่ามันน่าจะอยู่ในครัว พลอยให้ท้องไส้ส่งเสียงรับกันดังโครกคราก ใช้เวลาอยู่นานพอสมควรกว่าจะลุกขึ้นมาได้แล้วค่อยๆเดินออกไปนอกห้อง ระหว่างทางเดินออกไปตามกลิ่นอาหารที่โชยเข้ามา ในแต่ละก้าวก็สาบแช่งไอ้คนทำไปด้วยมันแสนสุดจะทรมานเหลือเกินในแต่ละย่างก้าว ได้แต่เข่นเขี้ยวคนที่ทำก้นระบมไม่หยุดปาก! ใครจะคิดว่ามันจะหนักขนาดนี้ แต่เอาเถอะ จากนี้ไปผมเชื่อว่าร่างกายจะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม...ของอย่างนี้มันก็ต้องลองถึงจะได้รู้😏 ถ้าพักผ่อนแล้วดีขึ้นผมก็อยากจะลองคืนนี้เลย แต่สภาพตอนนี้ไม่น่าไหว😪 ทุกอย่างเป็นไปอย่างเชื่องช้า กว่าจะเดินเปิดประตูห้องนอนออกมาถึงกลางห้องนั่งเล่นก็ทำเอาเหงื่อซก พอมาถึงห้องโถงด้านนอกคาดว่าน่าจะเป็นห้องนั่งเล่น มีโฮมเธียเตอร์ขนาดเต็มฝาห้องเครื่องเสียงอย่างหรู เครื่องเล่นเกม และอีกหลายอย่างครบครัน ผมกวาดมองไปทั่วกระทั่งสายตาก็ไปสะดุดอยู่ที่รูปถ่ายของไอ้พี่หมอเขตกับชายวัยกลางคนที่หน้าตาละม้ายคล้ายกันราวกับฝาแฝด และหญิงวัยกลางคนที่คาดเดาว่าน่าจะเป็นแม่ และเด็กสาวแรกรุ่นอีกหนึ่งคนซึ่งถูกประดับเอาไว้ที่มุมหนึ่งในห้องนั้น ผมหยุดมองอยู่สักพัก จากนั้นก็ลากขาตัวเองเดินไปหาเจ้าของห้องต่อ จนกระทั่งเกือบจะถอดใจเพราะเหนื่อยยิ่งกว่าวิ่งสี่คูณร้อยเสียอีก จึงพบว่าคนที่ตามหากำลังยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ครัวที่จัดไว้เป็นมุมเล็กๆกะทัดรัด เขายืนหันหลังให้จึงเห็นแผ่นหลังกว้างที่หนากว่าผมนิดหน่อย มีท่าทางคล่องแคล่วยามหยิบจับนั่นผสมนี่ปรุงอาหารมือเป็นระวิง ทำให้ผมอดทึ่งไม่ได้ แอบยืนพิงประตูมองอย่างเพลินตา คนจดจ่ออยู่กับการทำอาหารจึงไม่ทันสังเกตว่ามีใครมองอยู่ ขณะที่ผมเองก็ไม่ได้ส่งเสียงออกไป ผมลอบมองคนตรงหน้าอยู่อย่างนั้นพร้อมกับคำๆหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว "เซ็กซี่ " แม่ง! ผู้ชายคนนี้ใช้คำว่าเซ็กซี่ได้เปลืองมาก คนอะไรจะเซ็กซี่ได้ทุกที่ทุกเวลาจริงๆ โดยเฉพาะเวลาที่จริงจังอยู่กับการทำอะไรสักอย่างอย่างขะมักเขม้น อย่างเช่นในตอนนี้ก็ดูเซ็กซี่เป็นบ้ากับสีหน้าที่จริงจัง หน้าหล่อออกมันๆหน่อย แค่เห็นเสี้ยวหน้ากับสันกรามใจผมก็เต้นระรัวแล้ว นับประสาอะไรกับความเซ็กซี่ยามอยู่บนเตียง พอคิดมาถึงตรงนี้ก็เผลอคิดถึงลีลาเร่าร้อน ดุดัน ได้ลิ้มลองรสรักและลีลาบนเตียงแล้วโคตรลืมยาก บอกได้เลยว่าคนเป็นหมอตรงหน้าโคตรแซ่บ!พริกหมดสวน ทั้งเร่าร้อน เซ็กซี่ ดุดัน ชนิดที่ทำให้เสร็จอย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้เลย คิดแล้วก็รู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมา ยามเสียงครางแหบพร่าดังอยู่ในหัว... "อ้าว ตื่นแล้วเหรอ" ไม่รู้ว่ายืนอยู่อย่างนั้นนานแค่ไหน กระทั่งถูกอีกฝ่ายทักขึ้นจนผมที่มัวแต่เผลอคิดถึงเรื่องน่าอายเมื่อคืนถึงกลับสะดุ้งเฮือกปรับสีหน้าแทบไม่ทัน "มึงเห็นเป็นวิญญาณลอยมาหรือไง" ผมตอบกวนไปหนึ่งที่ เสแกล้งขยับเข้ามาชะโงกมองใกล้ๆว่าเขากำลังทำเมนูอะไรอยู่ แต่กลิ่นของคนทำหอมกว่าอาหารที่ทำเสียอีก เลยแอบสูดเข้าปอดไปฟอดใหญ่ "ทำอะไรอยู่" "ซักผ้ามั่ง" "วอนล่ะมึง" ไอ้พี่หมอเขตเอาคืนผมทันควัน แต่แทนที่จะโกรธทั้งผมและมันต่างก็หัวเราะเบาๆในลำคอเท่านั้น "ปากดีแบบนี้น่าจะสบายดีใช่ไหม ทานอะไรหน่อยละกันจะสี่โมงแล้วนายคงโมโหหิวสิท่า ดูหน้างอเชียว" คนพูดอมยิ้มในหน้า คงเห็นท่าเดินของผมนั่นแหละ แต่ท่าทางมันคงเป็นพวกชอบแกล้ง ยิ่งเห็นผมหน้าแดงมันก็ยิ่งขยี้! "ดูดพลังกูไปหมดตัวซะขนาดนั้นคงสบายดีมั่ง ดูสารรูปกูสิ สภาพ!" ผมค้อนไปหนึ่งที อีกนิดก็จะเป็นอัมพาตครึ่งท่อนแล้วเนี่ย ท่าเดินลากขาก็ราวกับซอมบี้ ตรงไหนสบายดีวงกลมเส้นแดงๆมาให้ดูหน่อยดิ! ดีนะที่เป็นวันหยุด ถ้าวันนี้ไม่ใช่วันหยุดพวกไอ้เจษไอ้นาวินคงโทรมาด่ากูจนหูชาแน่ ผมชะโงกไปมองสิ่งที่เขากำลังทำก็พอดีกับที่คนตัวสูงเอียงหน้ามา จนหน้าเราอยู่ใกล้กันมาก ปลายจมูกโด่งคมปัดป่ายมาโดนแก้มขาวๆของผมเบาๆ แค่สัมผัสเพียงนิดเดียวนั่นก็ทำขนอ่อนผมลุกซู่แล้ว แล้วไอ้ท่าที่เรากำลังทำกันอยู่นี่มันฟิลคนเป็นแฟนกันชัดๆ..เพราะไอ้พี่เจตมันก็ตีเนียนมาโอบเอวผมให้ขยับเข้ามาดูใกล้ๆ กลายเป็นว่ามันยืนโอบเอวซ้อนอยู่ด้านหลัง มิหนำซ้ำยังเอาคางสากๆของมันมาเกยไหล่ผมอีก จนผมถึงกลับกลั้นลมหายใจกันเลยทีเดียว "กินข้าวเลยไหม อาหารเสร็จพอดี กินเสร็จจะได้กินยา แต่เอ๊ะ! หรือว่าถ้าอยากให้ใช้ยาทาตรงจุดเลยไหมจะได้หายเร็วๆ" คนขี้ยั่วเอ่ยถามชิดริมหู ทำให้ลมหายใจอุ่นรดตรงต้นคอ มึงไม่ต้องทำเสียงเซ็กซี่ขยี้ใจกูขนาดนั้นก็ได้เปล่าวะ แม่ง ขนลุก! "ไม่ต้องเสือกคิดจะทายาให้กูเลยนะสัส! แค่กินก็พอ!" "คนอุตส่าห์หวังดี" "หื่นสิไม่ว่า" คนหวังดีประสงค์ร้ายยกมุมปากเบาๆเมื่อผมรู้ทัน "กูหิวแล้ว แต่ว่า.." พูดยังไม่จบคนที่เกยคางบนไหล่ก็ไซ้ซอกคอผมแล้วสูดดมไปฟอดใหญ่ เฮ้ย! ไม่ใช่แบบนี้ จนผมต้องเอียงหน้าออก รีบอธิบายเสียงตะกุกตะกัก แม่ง! บอกว่าอย่าทำคนมันเสียว "กะ..กูหมายถึงข้าวนะ กูหิวก็จริงแต่จะรบกวนมึงเปล่าๆ ไปกินที่ห้องตัวเองก็ได้นะ" เพราะปกติก็สั่งมากินอยู่แล้ว ให้ทำอาหารคงต้องส่ายหัว มากสุดก็คงแค่ต้มบะหมี่กินก็หรูแล้วหากต้องทำเอง "เอากันขนาดนี้แล้ว ไม่ต้องเกรงใจแล้วไหม" ประโยคที่มาพร้อมเสียงกลั้วหัวเราะราวกับจะว่ากันกลายๆ จนผมต้องขมวดคิ้วมุ่นตามนิสัยคนหัวร้อน "หมายความว่าไง แล้วสรุปมึงคิดว่ากูรบกวนมึงมากใช่ไหม ห๊ะ!" อารมณ์แปรปรวนยิ่งกว่าวัยทองเสียอีกเพียงแค่ได้ยินประโยคขัดหู ทำเอาฉุนกึก ยิ่งเห็นเขากลั้วหัวเราะใส่หน้ามันยิ่งของขึ้น ส่วนไอ้คนพูดก็มองหน้าผมนิ่งแล้วกระตุกมุมปากนิดๆแล้วอมยิ้มพร้อมกับยกมือขยี้หัวผมเบาๆ เกรี้ยวกราดมาแล้วหนึ่งอารมณ์มาคุนำหน้า แล้วน่ารักไหมล่ะ..ตอบได้ว่าที่สุดล่ะครับ "เปล่า ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น ก็เราไปถึงไหนต่อไหนกันแล้วแค่ทำอาหารให้ เมีย กินมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาคิดมากอะไรไม่ใช่หรือไง" คงเห็นว่าผมหน้าตึงนิดๆจมูกบานหน่อยๆ ไอ้พี่หมอเขตมันเลยรีบอธิบาย แต่คำว่า เมีย มันควรจะโดนผมด่ากลับไหม เปล่าครับ ผมแค่เอียงหน้าที่ร้อนผ่าวมองทางอื่นเฉยๆ "ใจดีกับคนที่นอนด้วยทุกคนแบบนี้เลยสินะ" ผมก็แค่เปรยเบาๆ เห็นท่าทางกระตือรือร้นอยากเอาใจคู่นอนเลยทำให้สงสัย คิ้วซึ่งขมวดเข้าหากันอยู่ก็ยิ่งยุ่งไปใหญ่ ผู้ชายตรงหน้ามีอะไรอีกมากที่ไม่เหมือนคนอื่น "ไม่เคย" "เชื่อได้หรือเปล่าเหอะ" "นายเป็นคนแรกที่จะได้ชิมฝีมือฉัน"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD