แฟนที่ตายไปของเขากลับมาในฐานะยมทูต
สามปี… นั่นคือเวลาที่ “นรินทร์” ใช้ชีวิตโดยไม่มี “ธนา”
ช่วงแรก ผู้คนเรียกมันว่าความโศกเศร้า
พูนกับแฟนอยู่ข้างเขาแทบตลอดในช่วงนั้น ใกล้เกินไป…ใกล้จนเหมือนกลัวว่าถ้ากะพริบตาเมื่อไหร่ นรินทร์จะหายไป พวกเขามาหาบ่อย คอยเก็บกวาดความเลอะเทอะที่นรินทร์เริ่มไม่ทันสังเกต เศษอาหาร กล่องข้าวเปล่า เสื้อผ้าถูกทิ้งเกลื่อน ผ้าม่านปิดสนิทตลอดเวลา
“นรินทร์ อย่างน้อยก็เปิดหน้าต่างหน่อยสิ” แฟนพูดเบา ๆ
แต่นรินทร์ไม่ตอบ
พูนพยายามเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการแซว “เฮ้ย ถ้าธนาเห็นห้องนี้นะ คงบ่นเหมือนแม่แน่”
ครั้งหนึ่ง…มันอาจทำให้นรินทร์ยิ้มได้ แต่ตอนนี้ไม่แล้ว
แม้แต่ความเงียบของนรินทร์…ก็หนักขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนมันมีน้ำหนักจริง ๆ
พวกเขาพยายามทุกอย่าง ทั้งพาไปดูหนัง หาอะไรให้กิน พาออกไปขับรถตอนกลางคืน ไปในที่ที่เขาเคยชอบ
แต่ไม่มีอะไรอยู่ได้นาน
เพราะนรินทร์ไม่ได้ “หลบหนีชีวิต” เขาแค่ติดอยู่ในช่วงเวลาที่ทุกอย่าง “จบลง”
แม่ของเขาก็พยายามเหมือนกัน
เธอมาหาบ่อย นั่งข้าง ๆ จับมือเขา เหมือนพยายามดึงเขากลับมาด้วยความรักเพียงอย่างเดียว
“ลูก…” เธอพูดเบา ๆ “ลูกยังอยู่นะ ยังอยู่กับแม่นะ”
นรินทร์พยักหน้า แต่สายตาเขา…ยังลอยไปไกลเสมอ ไกลไปที่ที่ธนาเคยอยู่
พอถึงปีที่สาม…แม้แต่ความพยายามก็เริ่มหมดแรง
พูนกับแฟนยังคงมาหา ยังเอาอาหารมาให้ ยังช่วยเก็บห้องให้เท่าที่ทำได้ แต่ตอนนี้มันเหมือนกำลังดูแล “บ้านที่เจ้าของจากไปแล้ว…แต่ลืมปิดประตู”
นรินทร์แทบไม่พูด ไม่ขยับ เว้นแต่จำเป็น
ห้องของเขามืดอยู่แทบตลอด
ผ้าม่านปิด อากาศอับ ขวดน้ำวางเกลื่อนพื้น ของกินถูกเปิดทิ้งไว้ครึ่งหนึ่ง เวลาถูกทิ้งกระจัดกระจายอยู่ทุกมุมห้อง
และนรินทร์…มักนอนอยู่บนเตียง สายตาเหม่อลอยไปที่ว่างเปล่า
หายใจอยู่ แต่เหมือนไม่ได้ “มีอยู่จริง”
ชื่อของธนาไม่เคยหายไปจากเขาเลย
มันอยู่ในความเงียบ
อยู่ในความว่างเปล่าข้างตัว
อยู่ตรงฝั่งเตียงที่เขายังไม่กล้านอนทับเต็ม ๆ
เหมือนถ้าเขาทำ…เขาจะต้องยอมรับจริง ๆ ว่าธนา “ไม่ได้กลับมาแล้ว”
คืนนั้นก็ไม่ต่างจากเดิม
นรินทร์นอนอยู่บนเตียง ห่มผ้าครึ่งตัว จ้องเพดาน
ไม่มีความคิดที่จับต้องได้
ไม่มีแรงแม้แต่จะรู้สึกเหนื่อย
มีแค่…ความนิ่งงัน
แล้วก็…เสียงเคาะประตู
นรินทร์ไม่ขยับในทันที เสียงนั้นเหมือนไม่จริง
เคาะอีกครั้ง คราวนี้แรงขึ้น
เขาค่อย ๆ ลุกขึ้น ร่างกายหนักเหมือนต้อง “จำ” วิธีการขยับอีกครั้ง
เดินไปที่ประตู แล้วเปิดออก
และเขาเห็น…
ธนา
ยืนอยู่ตรงนั้น
ชุดดำ สีหน้าสงบเกินไป…และ “จริง” เกินไป
เหมือนความตายยืมร่างมนุษย์มาใช้ แล้วลืมทำให้มันดูไม่หลอน
นรินทร์แข็งค้าง สมองปฏิเสธภาพตรงหน้าในทันที
“ไม่…ไม่…ไม่…”
เขาปิดประตูทันที
ร่างเขาพิงประตู มือสั่นเล็กน้อย หายใจเริ่มไม่เป็นจังหวะ
“ไม่จริง…” เขาพึมพำ “ไม่จริง…”
เขาเดินเข้าห้องน้ำ เปิดก๊อกน้ำ
ล้างหน้าแล้วล้างอีก เหมือนอยากลบภาพหลอน เหมือนอยากล้างความเศร้าออกไปด้วยน้ำ
พอเงยหน้ามองกระจก…ดวงตายังว่างเปล่าเหมือนเดิม
แต่บางอย่างในใจกลับ “แย่กว่าเดิม”
เหมือนความหวัง…เพิ่งถูกจุดขึ้นแค่เสี้ยววินาที แล้วมันเจ็บกว่าความว่างเปล่าเสียอีก
เขาเดินกลับไปช้า ๆ
เปิดประตูอีกครั้ง
ธนายังอยู่
ยืนรออย่างใจเย็น เหมือนมีเวลาทั้งโลก
ลมหายใจของนรินทร์สั่นทันที
มือทั้งสองข้างสั่นเบา ๆ
ธนามองเขาอย่างอ่อนโยน
“นรินทร์…” เขาเรียก
ริมฝีปากนรินทร์ขยับ แต่ไม่มีเสียงออกมาในทันที
แล้วทุกอย่างก็พังลง
“นายมาทำไม…” เสียงเขาสั่น “มาทำอะไร…เพื่อทรมานฉันอีกเหรอ?”
น้ำตาเริ่มไหลทันที
“นายตายไปแล้ว…ฉันเห็นกับตา ฉันรู้ว่า…” เสียงเขาขาดหายไป
ธนาเดินเข้ามาใกล้อีกนิด สีหน้าไม่เปลี่ยน ยังคงนิ่ง…นิ่งแบบที่คุ้นเคยจนเจ็บ
“ใจเย็นก่อน” ธนาพูดเบา ๆ “ฉันอธิบายได้”
แต่นรินทร์ไม่รับรู้อะไรแล้ว
ขาเขาอ่อนแรงลง เหมือนร่างกายไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไป
น้ำตาไหลไม่หยุด
“ฉันไม่ไหว…” เขากระซิบ “ฉันไม่ไหวแล้ว…จะให้ฉันเจอแบบนี้อีกไม่ได้…”
ธนาเดินเข้ามาช้า ๆ ระวังทุกก้าว
แล้วเขากอดนรินทร์
นรินทร์นิ่งไปทั้งตัว
เหมือนสมองยังไม่รู้ว่าจะ “เชื่อ” หรือ “พัง” ลงไปตรงนั้นดี
และเป็นครั้งแรกในรอบสามปี…
เขาไม่ได้รู้สึกว่าอยู่คนเดียวอีกต่อไป