(ดอกซากุระ - ดอกไม้แห่งความสำเร็จ หัวใจที่เข้มแข็งและการเริ่มต้นใหม่)
“เรามาเริ่มต้นทำสิ่งนั้นไปพร้อมๆ กันเถอะนะครับ”
[PUNDAO’S PART]
~ติ้งงงงง~ ~ติ้งงงงง~ ~ติ้งงงงง~
ไอโกะ : พันดาววันที่ 15 อย่าลืมไปดูดอกซากุระน่ะ
มายู : จะไปคนเดียวได้รึป่าว
ไอโกะ : ก็หาหนุ่มไปด้วย
พันดาว : ทำไมต้องไปวันที่ 15 ด้วยอะปกติดอกซากุระก็บานอยู่แล้ว
ไอโกะ : Full Bloom น่ะ
พันดาว : คือ?
มายู : ดอกซากุระจะบานสะพรั่งสุดในวันนี้ตามที่พยากรณ์บอกอะนะ
พันดาว : งั้นก็พลาดไม่ได้น่ะสิ
พันดาว : ชวนผู้ชายไปดีกว่า
ไอโกะ : กรี๊ดดดดด!!! มีหนุ่มเหรอ
มายู : ???
พันดาว : เพื่อนจ้า
ไอโกะ : หว่า...
มายู : เพื่อนก็ดีแล้วถ้าไปสะดุดล้มต่อหน้าผู้ชายก็คงอายแย่
พันดาว : มายูนี่พันดาวเองจ้า เพื่อนรักของเธอไง
มายู : ก็เพราะเธอเป็นเพื่อนรักฉันไงถึงได้เป็นห่วง
‘เทศกาลฮานามิ (Hanami)’ หมายถึง เทศกาลชมดอกไม้ เป็นกิจกรรมที่คนญี่ปุ่นออกมาชื่นชมความงามของดอกซากุระสีชมพูบานสะพรั่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และเพื่อให้ได้ภาพที่งดงามและอรรถรสในการชมดอกซากุระจึงต้องไปชมตอน Full Bloom หรือที่เรียกว่าช่วงที่ดอกซากุระบานสะพรั่งสุดๆ ดังนั้นจึงต้องเช็คพยากรณ์ซากุระเพื่อให้ทราบถึงสถานที่และเวลาการบานของซากุระ จะได้ไม่พลาดความงามหรือไปเก้อนั่นเอง และที่สำคัญควรเช็คสภาพอากาศสูงสุด ต่ำสุดของวันนั้นเพื่อเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นไปด้วย
ชาวญี่ปุ่นเชื่อกันว่า ‘ช่วงฤดูใบไม้ผลิ’ คือช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นใหม่ เหมาะแก่การเฉลิมฉลองอย่างรื่นเริง ไม่ว่าจะกับครอบครัว เพื่อนฝูง หรือหลายคนคงอยากควงแขนคนรู้ใจไปปิกนิกเพื่อชมดอกซากุระด้วยกัน
-สวนสาธารณะแห่งชาติชินจูกุเกียวเอน (Shinjuku Gyoen)-
13.00 น.
ฉันเลือกมาที่ ‘สวนชินจูกุเกียวเอน’ เนื่องจากที่นี่เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ในกลางเมืองโตเกียว ที่สำคัญคือที่นี่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีชินจูกุ และเป็นจุดชมดอกซากุระที่ยอดนิยมของชาวเมืองหลวง จากที่ฉันอ่านมาสวนแห่งนี้มีต้นซากุระถึง 12 สายพันธุ์และมีมากกว่า 1,000 ต้น ถ้าบานสะพรั่งพร้อมกันฉันจินตนาการไม่ออกเลยว่าจะงดงามขนาดไหน
“ดันตรงนี้ดีไหม” ฉันชี้บอกกับร่างสูงที่กำลังยืนเลือกพื้นที่สำหรับนั่งปิกนิกชื่นชมดอกซากุระ วันนี้คนค่อนข้างเยอะคนส่วนใหญ่มักจะมากันเป็นหมู่คณะ แต่ก็ไม่ได้ดูวุ่นวายอะไรเพราะทุกคนต่างก็เคารพซึ่งกันและกัน ไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น
“...” ร่างสูงเดินเข้ามาปูเสื่อที่เราเตรียมมายังจุดที่ฉันบอก ฉันเลือกนั่งอยู่ใต้ต้นซากุระขนาดใหญ่ เนื่องจากจุดที่เราอยู่จำเป็นต้องเดินเข้าไปไกลหน่อยทำให้บริเวณนี้ยังคงมีคนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ เราสองคงจึงได้มุมที่ค่อนข้างดีมากเลยล่ะ
การชมดอกซากุระที่ถูกต้องควรชมอย่างเดียวไม่ควรไปสัมผัส ปีนป่าย หักกิ่ง หรือเด็ดดอกซากุระจากต้นเด็ดขาด เนื่องจากจะทำให้ต้นซากุระเกิดความเสียหายได้ จริงๆ เพียงแค่เรานั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยดอกซากุระสีชมพูบานสะพรั่งเท่านั้นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ ‘เทศกาลฮานามิ’ เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข
“อันนี้อะไรเหรอ” ฉันเอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าออกไปด้วยความสงสัยทันทีที่เขาหยิบกล่องกระดาษสีชมพูออกมาจากกระเป๋าปิกนิกสาน หลังจากที่ฉันโทรไปชวนเขา เขาก็ขอรับหน้าที่เตรียมอาหารเองซึ่งแน่นอนว่าฉันไม่ขัดเขาอยู่แล้ว เพราะเรื่องอาหารกับพันดาวเราเข้ากันไม่ค่อยได้สักเท่าไหร่น่ะ
“เค้กไง”
“เค้ก?”
“เค้กนมสดที่ดาวบอกอยากกินไง” ดันวางเค้กลงตรงหน้าของฉัน
“น่ากินมากเลย ดันนี่น่ารักที่สุด” ฉันเอ่ยบอกกับร่างสูงในขณะที่สายตายังคงจับจ้องไปเค้กนมสดตรงหน้า เนื้อเนียนสีขาวสะอาดตาของมันช่างน่าลิ้มลองเสียจริง ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างหิวกระหายก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นไปมองร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆ อีกครั้ง
“หึ”
ทำอะไรเหรอ?” ฉันเอ่ยถามเขาออกไปด้วยความสงสัย ทำไมอุปกรณ์ของเขาถึงได้เยอะแบบนี้ล่ะเนี่ย...
“ชงชาคาโมมายส์” ฉันมองร่างสูงตรงหน้าอย่างอึ้งๆ มือหนาที่บรรจงชงชาอย่างตั้งใจจนฉันไม่สามารถละสายตาไปจากเขาได้เลยจริงๆ
“ชาเหรอ”
“ใช่ ตอนนี่อุณหภูมิค่อนข้างต่ำดื่มชาอุ่นๆจะดีกว่านะ”
“ดันว่าดี ดาวก็ว่าดีค่ะ”
“ชาคาโมมายล์มีกลิ่นหอม ช่วยผ่อนคลายและที่สำคัญช่วยลงอาการระคายเคืองทางเดินอาหารด้วยนะ ดาวจะได้ไม่ต้องปวดท้องบ่อยๆ”
ฉันนั่งมองเขาชงชาอย่างหลงไหล ยิ่งรู้จักกันฉันยิ่งรู้สึกว่าผู้ชายตรงหน้าของฉันมีอะไรให้ฉันทึ่งเยอะแยะไปหมดเลย ภายนอกเขาอาจจะดูเย็นชาแต่ลึกๆ แล้วเขาเก็บรายละเอียดเก่งมากเหมือนกันนะ และก็ใส่ใจฉันเอามากๆ เลยด้วย
“งั้นดันต้องมาชงให้ดาวดื่มทุกวันแล้วล่ะ” ถึงฉันจะแกล้งหยอกร่างสูงตรงหน้าเล่นๆ ‘แต่ลึกๆ แล้วฉันน่ะคิดแบบนั้นจริงๆ’
“ได้สิ”
“พูดแล้วนะ”
“ถ้าดาวต้องการ” ร่างสูงยื่นแก้วชามาให้ฉันหลังจากที่เขากรองดอกคาโมมายล์ออกเรียบร้อยแล้ว
“ขอบคุณค่ะ”
“ทานเค้กกัน” ร่างสูงพูดขึ้นพร้อมกับยืนช้อนสำหรับตักเค้กมาให้ฉัน
“อิตาดาคิมัส (ทานแล้วนะคะ)”
“อิตาดาคิมัส”
ฉันตักเค้กตรงหน้าเข้าปากก่อนที่จะหลับตาพริ้มให้กับความอร่อยของมัน ฉันไม่เคยกินเค้กที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต
“อร่อยไหม” ร่างสูงตรงหน้าเอ่ยถามฉันพร้อมกับมองมาที่ฉันนิ่งๆ อย่างทุกครั้ง แต่ครั้งนี้มันต่างออกไปตรงที่เขายิ้ม เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเขายิ้มกว้างขนาดนี้ เขาเป็นคนที่หล่อมากๆอยู่แล้วแต่พอเขายิ้มแบบนี้ ‘เขาโคตรหล่อเลยอะ’ ฉันได้แต่พูดอยู่ภายในใจ พร้อมกับส่งยิ้มหวานกลับไปให้เขา
“อร่อยมาก...ดาวไม่เคยกินเค้กนมสดที่อร่อยเท่านี้มาก่อนเลย” ฉันเอ่ยบอกกับร่างสูงตรงหน้าออกไปตามความรู้สึกของตัวเอง
“งั้นก็กินเยอะๆนะ”
“ดันไปซื้อที่ไหนมาเหรอ”
“ถ้าอยากกินอีกก็บอก เดี๋ยวดันพาไป” ร่างสูงพูดขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มมาให้ฉันอย่างพอใจ
“...” รอบนี้ฉันเลือกที่จะหลบหน้าเขา เพราะฉันไม่สามารถต้านทานดาเมจของเขาได้จริงๆ ฉันพยายามจะเก็บความเขินอายเอาไว้ภายใน ดวงใจดวงน้อยๆของฉันสั่นไหวไม่เป็นจังหวะ มันแรงจนฉันเริ่มกลัวว่าร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆจะได้ยิน
ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองดอกซากุระสีชมพูที่กำลังบานสะพรั่งอยู่เบื้องหน้า พร้อมกับยิ้มออกมาอย่างชื่นใจ บรรยากาศตรงหน้ามันชวนให้ฉันรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
“ดันคิดว่าดอกซากะรุกับดาวอันไหนสวยกว่ากัน” ฉันพูดขึ้นก่อนจะหันไปมองร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองไปเอาความกล้าเหล่านี้มาจากไหนถึงได้ถามออกไปแบบนั้น
“...”
“ยิ้มอะไร?”
“ดอกซากุระสวยสู้ดาวไม่ได้เลยสักนิด” ร่างสูงตอบฉันกลับมาเสียงเรียบ เป็นคำตอบที่ฉันไม่ได้คาดหวังมาก่อนเลยว่าจะได้ยิน
“ตะ ตาถึงนะเรา” ฉันเอ่ยบอกกับร่างสูงตรงหน้าพร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้เขา ก่อนจะหันหน้าหนีเขาไปอีกทางอย่างเขินอาย
“โรแมนติกจัง” ฉันมองไปยังคู่รักตรงหน้าที่กำลังคุยกันกระหนุงกระหนิง บางครอบครัวก็พากันทำแซมวิสง่ายๆ ทานกันถือว่าเป็นอีกกิจกรรมที่สานสัมพันธ์ให้กับคนในครอบครัว รอยยิ้มและเสียงหัวเราะเกิดขึ้นมากมายรายล้อมเราสองคน สมกับที่เป็นเทศกาลแห่งความสุขจริงๆ
“...”
“ดันชอบไหม” ฉันหันไปถามร่างสูงภายใต้เสื้อฮู้ดตัวเดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือความรู้สึกของฉัน และสายตาของดันที่เอาแต่จับจ้องมาที่ฉัน ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะเอื้อนเอ่ยคำนั้นออกมา...
“ชอบ ชอบมากเลย”
“ดันหมายถึงซากุระ” ฉันเอ่ยถามเขาอีกครั้งก่อนจะชี้ไปยังต้นซากุระที่อยู่บนหัวของเรา ฉันยอมรับว่าคาดหวังคำตอบจากเขาอยู่มากทีเดียว
“...”
“เนี่ยยิ้มแบบนี้อีกแล้ว”
“ดันบอกแล้วไงซากุระสวยสู้ดาวไม่ได้” ร่างสูงเอ่ยบอกกับฉันเสียงเรียบ ในขณะที่สายตาของเขาไม่เคยละไปจากใบหน้าของฉันเลยแม้แต่เสี้ยวเดียว
“อะ เอ่อดันน่าอิจฉาจังที่ได้มาเห็นอะไรแบบนี้ทุกปี” ฉันพยายามเปลี่ยนเรื่องคุยเนื่องจากฉันรับความรุนแรงที่เขาทำกับหัวใจของฉันไม่ไหว ฉันกลัวว่าตัวเองจะเป็นลมไปซะก่อนน่ะ
“นี่เป็นปีแรกของดันเหมือนกัน”
“หืม?”
“ดันจำไม่ได้ว่าตัวเองเคยเห็นซากุระครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่” ร่างสูงข้างๆเอ่ยบอกกับฉันเสียงเรียบ
“งั้นเรามาดื่มด่ำเทศกาลฮานามิกันให้เต็มที่ไปเลยเนอะ” ฉันบอกกับร่างสูงตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่สดใสพร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้เขา
ฉันมองเข้าไปในตาคมคู่นั้นของเขาบางทีฉันก็รู้สึกได้ถึงความอ้างว้าง ความโดดเดี่ยว และเหมือนกับว่าเขามีเรื่องมากมายซ่อนอยู่ภายใต้ความเจ็บปวดเหล่านั้น ฉันไม่คิดที่ฉันถามเขาหรอกน่ะว่าชีวิตที่ผ่านมาเขาไปเจออะไรมาบ้าง แต่ฉันเพียงแค่อยากทำให้เขายิ้มได้และจะรักษารอยยิ้มของเขาเอาไว้ให้ดีก็เท่านั้น
“ดาวชอบไหม” ร่างสูงที่นั่งเงียบอยู่นานพูดขึ้น
“ชอบมากเลยล่ะ”
“ชอบซากุระ”
“ชอบดัน ดะ ดอกซากุระ” ฉันตอบเขากลับไปเสียงสั่น ก็เขาเล่นถามฉันตอนเผลอแบบนี้ใครจะไปทันตั้งตัวกันละ เดี๋ยวนี้นอกจากจะยิ้มเก่งแล้วเขายังพูดเก่งขึ้นด้วยนะรู้จักหยอกล้อฉันเขาน่าจะเรียนรู้จากฉันไปเยอะอยู่เหมือนกัน
“หึหึ”
“...”
“พันดาว” ร่างสูงเรียกฉันเสียงอ่อนพร้อมกับหันมามองที่ฉันนิ่งๆ แขนแกร่งของเขาท้าวมือลงที่เสื่อบริเวณด้านหลังของฉัน
“หืม?”
“คนญี่ปุ่นเชื่อว่าเทศกาลนี้เป็นเทศกาลแห่งการเริ่มต้นใหม่”
“...”
“เราลองมาเริ่มต้นใหม่กันไหม” ดันเอ่ยถามฉันเสียงเรียบ แต่น้ำเสียงของเขาก็เต็มความแน่วแน่และหนักแน่น ไม่มีความกังวลหรือความเขินอายเลยแม้แต่น้อย
“ดันหมายถึง...”
“เป็นแฟนกับดันได้ไหมครับ”
“...” ฉันชะงักไปทันทีที่เขาพูดคำคำนั้นออกมา บรรยากาศรอบๆตัวของพวกเราก็ช่างเป็นใจเสียเหลือเกิน
“ดาวมีคำถามอยู่ 1 ข้อ ทำไมต้องเป็นดาว...” ฉันถามร่างสูงตรงหน้าออกไปด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะนาทีนี้ฉันความจะมีสติที่สุด ‘ฉันชอบเขามาก’ และถ้าเขาจะมาเป็นแฟนคนแรกของฉันจริงๆ ฉันก็อยากจะรู้ว่าทำไม...
“ดันมั่นใจว่าตัวเองไม่เคยมีความรัก ไม่เคยรู้ว่าความรักเป็นยังไง ไม่รู้แม้กระทั่งเวลาที่รักคนอื่นจะต้องรู้สึกแบบไหน จนกระทั่งได้เจอดาว”
“...”
“ดาวทำให้ดันคิดถึงผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้หญิงที่รักดันมาก...ดันจำอะไรเกี่ยวกับเธอคนนั้นไม่ได้ ยกเว้นความรู้สึกที่เคยรับและได้ให้เธอไป”
“ผู้หญิง?”
“แม่ของดัน ท่านเป็นเพียงคนเดียวในโลกใบนี้ที่รักดัน ปกป้องดันจากทุกคนที่จะเข้ามาทำร้าย เข้ามาหาผลประโยชน์ตั้งแต่ที่ท่านหายไปความรู้สึกรักของดันก็หายไปด้วย” ฉันมองร่างสูงตรงหน้าอธิบายอย่างอึ้งๆ ฉันไม่รู้ว่าเขาผ่านอะไรมาบ้าง แต่ก็คิดไปเองว่าเขาคงจะเจ็บปวดมาไม่น้อยเลย
“ดันไม่เคยรู้สึกแบบนี้มานานมากแล้ว ดันรู้สึกกับดาวเหมือนที่รู้สึกกับแม่ ดันถึงมั่นใจว่ามันคือความรัก”
“ดัน” ฉันเรียกร่างสูงตรงหน้าเสียงอ่อน พร้อมมือบางของฉันลูบลงที่ใบหน้าเรียบนิ่งของเขาอย่างปลอบประโลม พร้อมกับส่งยิ้มไปให้กับเขา เพราะแบบนี้นี่เองช่วงแรกๆ ฉันถึงไม่เคยเห็นรอยยิ้มของเขาเลย
“ความรักของท่านไม่ได้หายไปไหนหรอกนะ สิ่งเหล่านั้นจะอยู่กับดันตลอดไป...อยู่ในนี้” ฉันชี้ไปที่อกข้างซ้ายของเขาเบาๆ
“ดันไม่อยากสูญเสียไปอีก”
“เข้าใจแล้ว ดันถามคำถามเดิมกับดาวอีกสักครั้งได้ไหมคะ”
“ดาวจะเป็นคนรักของดันได้ไหมครับ” ร่างสูงเอ่ยถามฉันเสียงอ่อนพร้อมส่งยิ้มมาให้ เป็นรอยยิ้มที่ฉันเห็นแล้วก็อดยิ้มตามไม่ได้เลยจริงๆ
“ค่ะ ดาวจะเป็นคนรักของดัน ดาวเองก็ไม่เคยมีแฟนมาเหมือนกัน...ฝากด้วยนะคะ”
จุ๊บ!!
“ดัน” ฉันดันอกแกร่งของร่างสูงออกไปเบาๆ ด้วยความตกใจนี่เป็นจูบแรกของฉันเลยนะ เขาจะมาจุ๊บฉันตอนฉันเผลอแบบนี้ไม่ได้ ‘เพราะฉันอยากเก็บความทรงจำเหล่านี้เอาไว้ให้ได้นานที่สุด’
“จูบแรก” ร่างสูงเอ่ยถามฉันขึ้น
“อืม”
“จูบแรกเหมือนกัน”
“ห๊า! อื้อ...”