(ดอกพีโอนี - ดอกไม้แห่งความโชคดี และชีวิตรักที่สมบูรณ์แบบ เป็นความรักที่ลึกซึ้งซะจนใครต่อใครต่างก็อิจฉา)
“ผมตกหลุมรักคุณจนไม่สามารถหันหลังกลับได้แล้วล่ะที่รัก”
[PUNDAO’S PART]
-แม่น้ำเมกุโระ (Meguro River)-
“จะไม่ทำให้ดาวต้องเสียใจจากการเลือกของตัวเอง”
“...”
“ดันรับปาก”
“...” ฉันมองร่างสูงตรงหน้าพร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้เขา ฉันเคารพการตัดสินใจของตัวเองเสมอ เมื่อตอนนี้หัวใจเขาบอกว่าต้องเป็นเขาฉันก็จะเลือกเขา บางทีความรักก็ไม่จำเป็นต้องใช้เหตุผลอะไรเยอะเหรอ ถ้าความรู้สึกบอกว่าเขาคือคนที่ใช่ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันจะไม่เลือกเขา
เราทั้งคู่นั่งรถมาจากสวนชินจูกุเกียวเอนใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก็ถึงจุดชมซากุระอีกจุดหนึ่งนั่นก็คือ จุดชมวิวบริเวณ ‘แม่น้ำเมกุโระ (Meguro River)’ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่นี่จะสวยงามไปด้วยสีชมพูของดอกซากุระ เนื่องจากมีต้นซากุระเรียงรายไปตลอด 2 ข้างทางของแม่น้ำก็เหมือนกับอุโมงค์ในช่วงที่ดอกซากุระบานสะพรั่งแบบนี้ช่วยฮีลใจใครหลายๆ คนได้มากจริงๆ
“ดาวจะคอยจับตาดูเลยล่ะ” ฉันหันไปบอกกับร่างสูงตรงหน้าด้วยน้ำเสียงสดใส
“จับมือได้ไหม”
“แน่นอน” ร่างสูงยื่นมือหนาของเขามาตรงหน้าของฉัน ฉันจึงเอื้อมไปจับกับมือของเขาเอาไว้ ‘วันนี้ฉันมีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้วเหรอเนี่ย แถมเขายังเหล่อลากไส้อีกด้วย’ ฉันได้แต่คิดแล้วก็สงสัยว่าเมื่อชาติปางก่อนฉันทำบุญด้วยอะไรถึงได้วาสนาดีแบบนี้
“เราไปหาข้าวกินกันก่อนดีไหม ดันกลัวดาวจะปวดท้อง” ร่างสูงหันมาบอกกับฉันก่อนที่เขาจะดึงฉันให้ไปเดินอยู่ด้านหน้าของเขา ตลอดทางมีผู้คนค่อนข้างหนาแน่นและเนื่องจากฉันค่อนข้างตัวเล็กอาจจะทำให้ฉันหลงกับเขา หรือไม่อาจทำให้ฉันได้รับบาดเจ็บได้
“เดินตรงไป” ร่างสูงโน้มตัวลงมากระซิบเบาๆ ที่ข้างหูของฉัน ก่อนที่มือหนาทั้งสองข้างของเขาจะจับที่ไหล่มนของฉันเบาๆ พร้อมกับดันหลังให้เดินตรงต่อไปด้านหน้า
“ดาวอยากกินอะไร”
“มาที่นี่ก็ต้องกินปลาโนโดกุโระสิ ดาวอยากกิน ดันล่ะอยากกินไหม” ฉันพูดขึ้นก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าหล่อเหลาของเขาอย่างรอคำตอบ
“อยากสิ ไม่ว่าดาวอยากได้อะไรขอแค่บอกไม่มีอะไรที่ดันให้ไม่ได้” ดันโน้มตัวลงมาพร้อมกับกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูของฉัน
“งั้นถ้าดาวบอกว่าอยากได้อันนี้ล่ะ” ฉันหยุดเดินก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา ก่อนที่นิ้วเรียวของฉันจะจิ้มลงที่อกแกร่งข้างซ้ายของเขาเบาๆ พร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้เขา
“ก็ได้ไปแล้วไม่ใช่รึไง” ร่างสูงโน้มตัวลงมาก่อนจะเอ่ยบอกกับฉันเสียงเรียบ
“ดาวได้ไปตั้งแต่ตอนไหนเหรอ” ฉันเอ่ยถามเขาออกไปอย่างสงสัย พร้อมกับส่งยิ้มกรุ่มกริ่มไปให้กับเขา
“ตั้งแต่แรก”
“หืม?”
“เราไปร้านกันเถอะ” พูดจบร่างสูงก็หมุนตัวฉันกลับไปพร้อมกับดันหลังบางของฉันให้เดินตรงต่อไป
“แต่ดาวอยากรู้นี่”
“แต่ถ้าเราไปช้าเราจะไม่ทันกินปลาโนโดกุโระนะ” ร่างสูงเอ่ยบอกกับฉันก่อนที่เขาจะพาฉันลัดเลอะไปตามถนนเส้นเล็ก ก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้าร้านอาหารชื่อดังที่มีแต่เมนูปลาโนโดกุโระ (Nodoguro) ให้สั่งเท่านั้น
“ร้านนี้เราเข้าไปได้เหรอดัน เราไม่ได้จองคิวมาและทางร้านก็ไม่รับลูกค้าวอล์คอินไม่ใช่เหรอ” ฉันเอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าออกไปด้วยความสงสัย แต่เขากลับส่งยิ้มมาให้ฉันเท่านั้น
“รออยู่นี่ก่อนนะ”
“คะ ค่ะ”
ร้านนี้จะเปิดให้บริการวันละ 4 ช่วงเวลาเท่านั้น โดยสามารถรองรับลูกค้าได้พร้อมกันสูงสุดเพียง 5 คนเท่านั้น และการจะเป็นลูกค้าของที่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะจะต้องสมัครสมาชิกในราคาคนละ 5,000 เยนก่อนถึงจะจองคิวได้
ส่วนปลาโนโดกุโระ หรือ ปลากะพงชมพู จัดอยู่ในกลุ่มปลาเนื้อขาวซึ่งมีไขมันอัดแน่น แต่ทั้งหมดเป็นไขมันที่ดีต่อร่างกาย ปลาโนโดกุโระเป็นหนึ่งในปลาชั้นดีและมีราคาแพง จึงได้ฉายาว่า ‘ราชาปลาเนื้อขาว’
เมนูแนะนำของที่นี่ (ซึ่งมีขายอยู่เมนูเดียว) นั่นก็คือ Nodoguro Gozen ซึ่งเป็นเซ็ตอาหารแบบญี่ปุ่นที่มีปลาโนโดกุโระย่างเกลือรสชาติเค็มนิดๆ เหมาะกับการทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ เสิร์ฟพร้อมกับเครื่องเคียงและน้ำซุปรสชาติกลมกล่อมโดยจะแตกต่างกันไปตามฤดูกาล
“ไปกัน” ดันเดินเข้ามาหาฉันก่อนที่มือหนาจะเอื้อมมากุมมือบางของฉันเอาไว้ เขาจูงมือของฉันให้เดินตามเขาเข้าไปด้านใน ก่อนที่พนักงานของที่นี่จะเดินเข้ามาตอนรับเราทั้งคู่อย่างนอบน้อม
“ดันที่เต็มหมดแล้วนะ” ฉันพยายามดึงแขนแกร่งของร่างสูงเอาไว้ แต่เขาหันมายิ้มให้กับฉันพร้อมกับเดินตามพนักงานคนเดิมเข้าไปด้านใน ซึ่งมีห้องรับรองขนาดใหญ่ของทางร้านอยู่
“รออาหารสักครู่นะครับท่านฟูจิวาระ” ชายสูงวัยเขาน่าจะเป็นพนักงานของที่นั้นพูดขึ้นพร้อมกับโค้งให้กับพวกเราอย่างนอบน้อม ก่อนที่เขาจะเดินออกไปด้านนอก
“...”
“ไม่อยากรู้แล้วเหรอว่าได้สิ่งนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่” ร่างสูงถามฉันเสียงเรียบพร้อมกับมือหนาของเขาจับมือบางของฉันทาบลงที่อกข้างซ้ายของเขา ฉันส่งยิ้มหวานไปให้กับร่างสูงตรงหน้าก่อนจะหยิกหน้าอกของเขาเบาๆ
“หึหึ”
“ถ้าดาวเดาตอนแรกที่เราเจอกันดันกระโดดลงมาจากกำแพงอะไรสักอย่าง...”
“กำแพงบ้านน่ะ”
“ทำไมไม่ออกทางประตูทำเป็นโจรไปได้” ฉันมองร่างสูงตรงหน้าอย่างจับผิด ฉันมั่นใจว่าผู้ชายตรงหน้าของฉันคนนี้ไม่ใช่โจรหรอกแต่เขามีเหตุผลอะไรที่ไม่อยากออกทางประตูด้านหน้ากันล่ะ
จนถึงตอนนี้ฉันยังไม่รู้เลยว่าที่ฉันหลงเข้าไปในคืนนั้นมันคือส่วนไหนของฮงโง ฉันจึงไม่แน่ใจว่าตรงนั้นเป็นบ้านส่วนตัวหรือเป็นหอพักกันแน่น่ะ
“ถ้าคืนนั้นออกทางประตูก็คงไม่ได้เจอดาว”
“และก็จะไม่โดนตีหลังจนช้ำ ไม่ต้องแบกดาวเดินกลับมาส่งที่หอพัก” ฉันเอ่ยบอกกับร่างสูงตรงหน้าอย่างสดใสพร้อมกับส่งยิ้มไปให้เขา แต่คำตอบที่เขาตอบฉันกลับมาทำให้อยากจะมุดโต๊ะหนีไปให้ไกลเลย ‘เขินเป็นบ้า’
“คุ้มค่าแล้ว”
“ดัน”
“??”
“ทำไมต้องใส่เสื้อฮู้ดตัวเดิมตลอดเวลาเลยล่ะ ทุกครั้งที่ดาวเจอดันก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตา แต่ถ้าดันไม่สะดวกตอบก็ไม่เป็นไรนะคะ...ดาวเข้าใจ” ฉันเอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าออกไปด้วยความสงสัย
“ยังไม่ชินกับคนอื่นน่ะ บางที่ดันก็อยากเป็นตัวของตัวเอง” เขาตอบฉันกลับมานิ่งๆ พร้อมกับกุมมือบางที่อยู่หน้าอกแกร่งของเขาเอาไว้แน่น
“แสดงว่าถ้าคนอื่นเห็นก็จะไม่ชินสินะ”
“อืม”
“เข้าใจแล้วค่ะ แล้วตอนนี้ชินหรือยัง”
เราต่างคนต่างเติบโตมาในแบบของตัวเองถึงฉันไม่รู้ว่าเมื่อก่อนเขาเคยเจออะไรมาบ้างเขาถึงได้รู้สึกว่าไม่เป็นตัวของตัวเอง ถึงได้อยากจะออกตามหาตัวเอง แค่นี้ฉันก็รู้สึกว่าผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าของฉันคนนี้พิเศษมากแค่ไหนแล้วล่ะ และฉันก็อยากจะช่วยเขาตามหาตัวตนของตัวเองด้วยอีกแรง เพราะฉันมั่นใจเหลือเกินว่ามันต้องวิเศษมากแน่ๆ
“ชินแค่กับดาวคนเดียวได้ไหม ไม่ได้อยากชินกับคนอื่น”
“ดันนี่นะขยันทำให้ดาวเขินจริงๆ งั้นแสดงว่าชินกับดาวตั้งแต่แรกเลยเหรอ”
“ตอนแรกตกใจ…”
“อ้าว...แล้วจังหวะตกหลุมรักอยู่ที่ตรงไหนอ่า” ฉันยังคงเอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าไม่หยุด ฉันก็แค่อยากเก็บโมเม้นแบบนี้เอาไว้น่ะ
“สงสัยจะเป็นจังหวะปาหิน”
“ดัน”
“จริงๆ”
เราทั้งคู่ยิ้มให้กันและกันก่อนที่มือหนาที่เอื้อมขึ้นมาใกล้กับใบหน้าของฉัน แล้วเขาก็ชะงักไปเล็กน้อยฉันจึงจับมือของขึ้นมาลูบแก้มของตัวเองเบาๆ เพียงเท่านี้รอยยิ้มที่สดใสก็ปรากฎขึ้นบนใบหน้าของร่างสูงตรงหน้าของฉันแล้วล่ะ
“...” นิ้วเรียวของเขาค่อยเกลี่ยแก้มของฉันอย่างทะนุถนอม ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆ โน้มลงมาใกล้ฉันจนกระทั่งปลายจมูกโด่งของเราชนกัน
“อุ๊บ!...”
“จะทำอะไรน่ะ ดาวรู้ทันนะ” ฉันยกมือข้างที่ว่างอยู่ขึ้นมาปิดปากของร่างสูงตรงหน้าเอาไว้พร้อมกับส่งยิ้มกรุ่มกริ่มให้กับเขา
“หึหึ”
“ขออนุญาติครับท่าน” ฉันกับดันหันไปมองที่ต้นเสียงก่อนที่ดันขยับไปนั่งยังที่ของตัวเอง ในขณะที่มือหนายังคงกุมมือของฉันไว้ไม่ยอมปล่อย
“เข้ามา” ร่างสูงตอบกลับไปเสียงเรียบ ก่อนที่พนักงานจะนำ Nodoguro Gozen เข้ามาให้กับเราคนละเซ็ต โดยที่ชายสูงวัยคนเดิมเดินเข้ามาเสิร์ฟด้วยตัวเอง
“ขอบคุณมากค่ะ”
“ทานให้อร่อยนะครับ” พูดจบทั้งสามคนก็โค้งให้เราอย่างนอบน้อม ก่อนจะเดินออกไปด้านนอก
“ขอช้อนด้วย” ร่างสูงหันไปบอกกับชายสูงวัย
“เช็ดมือก่อน” ร่างสูงหยิบ ‘โอชิโบริ (ผ้าขนหนูเปียก)’ ที่เสิร์ฟมาให้กับพวกเราถูกห่ออยู่ในถุงพลาสติกอย่างดี เพื่อใช้เช็ดมือก่อนรับประทานอาหารนั่นเอง
“ดาวมีปัญหานิดหน่อย”
“หืม?” ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมามองหน้าฉันในขนะที่มือของเขายังคงให้ผ้าเช็ดมือของตัวเองอย่างบรรจง หลังจากที่เขาเช็ดมือให้ฉันเรียบร้อยแล้ว
“ดาวใช้ตะเกียบไม่เป็น”
“เดี๋ยวเขาเอาช้อนมาให้ ไว้วันหลังดันจะสอนดาวใช้ตะเกียบ”
ร้านอาหารส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นเสิร์ฟอาหารพร้อมกับ ‘ตะเกียบ (โอฮาชิ)’ แต่เราก็สามารถขอช้อนส้อมเพิ่มได้ถ้าเราจำเป็นต้องใช้
“อิตาดาคิมัว (จะทานแล้วนะคะ)”
“อิตาดาคิมัว”
หลังจากที่ฉันมาอยู่ที่นี่ได้สักพักฉันรู้สึกว่าคนที่นี่ไม่ค่อยนิยมกินปลาแซลมอนเท่ากับที่บ้านเรา คนส่วนใหญ่ของที่นี่จะชอบกินปลาเนื้อขาวกันมากกว่าเนื่องจากความซับซ้อนของรสชาติที่มันต่างกัน ‘สุดยอดไปเลยใช่ไหมล่ะ’
“อร่อยไหม”
“อร่อยมาก” ฉันเงยหน้าขึ้นมาจากปลาโนโดกุโระรสเลิศตรงหน้า ก่อนจะตอบร่างสูงกลับไปตามความจริงพร้อมกับยิ้มอย่างปลื้มปริ่ม เพราะอาหารต้องหน้าของฉันในตอนนี้มันอร่อยแบบตะโกนออกมาเลยอะ
“หึหึ เชื่อแล้ว”
“...”
“จริงๆ อาหารที่นี่มีอาหารอร่อยๆเยอะแยะไปหมด ถ้าดาวชอบกินของอร่อยขนาดนี้ดันจะพาไปกินทุกร้านเลย” ร่างสูงเอ่ยบอกกับฉันพร้อมกับมองมาที่ฉันอย่างเอ็นดู
“ดันไปกินมาหมดแล้วเหรอ” ฉันเอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าออกไปด้วยความสงสัย ถ้าเป็นแบบนั้นนั่งหมายความว่าเขานี่ก็เป็นนักกินตัวยงเหมือนกันนะเนี่ย
“ไม่เคยหรอก แต่จะไปกินพร้อมดาว”
“อ้าว...แล้วรู้ได้ไงว่าอร่อย”
“เพราะมีอินเตอร์เน็ตหาข้อมูล” ร่างสูงตอบฉันกลับมาเสียงเรียบ อย่างไม่ได้คิดอะไรมากนัก
“ดัน”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ก็จริงนี่” ร่างสูงหัวเราะออกมาเสียงดังซึ่งภาพตรงหน้าก็อดทำให้ฉันยิ้มตามไม่ได้เลยจริง นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเขาหัวเราะออกมาเสียงดังขนาดนี้
“...”
“งอนรึป่าว”
“งอน” ฉันนั่งกอดอกมองร่างสูงหน้าอย่างงอนๆ พร้อมกับมองไปที่เขานิ่งๆ
“งั้นทำยังไงถึงจะหายงอน”
“อือ ตอนนี้อิ่มแล้วคิดไม่ออก” ฉันบอกกับร่างสูงตรงหน้าพร้อมกับส่งยิ้มไปให้เขา ฉันไม่ได้เป็นคนที่โกรธใครง่ายอยู่แล้วที่ทำไปแบบนั้นก็แค่อยากแกล้งเขาเท่านั้นเอง
“หึหึ”
หลังจากที่เราทานอาหารเย็นกันเรียบร้อยแล้ว เราก็ออกมาเดินเล่นเพื่อย่อยอาหารพร้อมกับดื่มด่ำกับบรรยากาศแม่น้ำเมกุโระ เนื่องจากตอนนี้เริ่มค่ำแล้วโคมไฟที่ประดับประดาตกแต่งตลอดระยะทางถูกเปิดเพื่อส่องสว่างจนทั่วบริเวณ กลางวันบรรยากาศว่าดีแล้ว พอมาเห็นตอนกลางคืนแบบนี้ยิ่งโรแมนติกมากขึ้นไปอีก
“ดันอายุเท่าไหร่เหรอ” ฉันเอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าออกไป ก่อนจะหันไปมองร่างสูงที่เดินอยู่ข้างๆ
“29”
“หืมห่างกับดาวตั้ง 6 ปีแนะ แต่หน้าดันดูเด็กมากเลย อย่างนี้ดาวต้องเรียกดันว่าพี่แล้วปะ”
“เรียกดันเหมือนเดิมเถอะนะ”
“ชอบเหรอ”
“อืม”
“ดัน ดัน ดัน”
“หึหึ” มือหนาลูบลงที่หัวของฉันอย่างเอ็นดู ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะปรากฎรอยยิ้มหวานๆออกมา หลังจากที่เขาสารภาพรักกับฉัน ฉันก็เห็นว่าเขายิ้มออกมาไม่หยุดทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเขาแทบจะไม่ยิ้มออกมาเลยด้วยซ้ำ การที่เราได้เป็นเจ้าของรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของใครสักคนมันรู้สึกดีแบบนี้เองสินะ