(ดอกเอเดลไวส์ - ดอกไม้แห่งก้อนเมฆเหมือนเป็นความฝัน หรือเทพนิยาย และดอกเอเดลไวส์ยังหมายถึง ความพยายามในความรักที่ลึกซึ้ง)
“ผมยอมทำทุกอย่างเพื่อคุณเพียงคนเดียว”
[PUNDAO’S PART]
2 อาทิตย์ต่อมา...
~ติ้งงงงง~ ~ติ้งงงงง~ ~ติ้งงงงง~
ไอโกะ : คืนนี้รวมตัวกันไหม วันนี้เป็นวันที่ไม่ดีของไอโกะเลย
มายู : หนักเลยเหรอ?
ไอโกะ : ประมาณนึง
พันดาว : ใครทำอะไรไอโกะของดาว
ไอโกะ : เยอะเลยดาว...พยายามจัดการกับตัวเองแล้ว แต่ก็อยากให้พันดาวกับมายูช่วยด้วย
พันดาว : นาเบะ (หม้อไฟ) ไหม? เดี๋ยวดาวซื้อของไปให้มายูทำ
มายู : ทำไมเป็นฉันล่ะ
พันดาว : ในบรรดาพวกเราสามคน มายูคือที่สุด
ไอโกะ : เห็นด้วย อยากกินเหมือนกัน
มายู : งั้นก็ได้
พันดาว : จ้า...
มายู : เดี๋ยวฉันจดให้ว่าเธอต้องซื้ออะไรมาบ้าง โปรดอ่านให้ละเอียดทุกบรรทัดและก็ซื้อมาให้ครบด้วยนะคะ
พันดาว : รับทราบค่ะ
“ดัน” ฉันเรียกร่างสูงที่เดินอยู่ข้างๆ เสียงอ่อนพร้อมกับซบลงที่แขนแกร่งของเขาอย่างอ้อนๆ เราทั้งคู่กำลังเดินกลับหอพักของฉันกันน่ะ วันธรรมดาในทุกๆ วันเขาก็จะมารอรับฉันที่หน้ามหาวิทยาลัย ทานข้าวเย็นด้วยกัน สำหรับฉันดันเปลี่ยนวันธรรมดาที่แสนจะน่าเบื่อของฉันให้กลายเป็นวันที่แสนพิเศษ ส่วนวันหยุดฉันจำเป็นต้องทำงานเสริมของตัวเอง ส่วนดันก็อ่านหนังสืออยู่ใกล้ฉัน ต่อให้เราต่างคนต่างทำงานของตัวเองเงียบๆ ก็ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดเลยสักนิด ‘ดันเป็นเหมือนความสุขและความสบายของฉัน’
“หืม? มีอะไรรึป่าว?”
“คืนนี้ดาวมีนัดกับเพื่อนค่ะ และคิดว่าจะนอนกับเพื่อนเลย”
“ครับ...เดี๋ยวดันไปส่ง” ดันหยุดเดินก่อนจะหันหน้ามาหาฉัน ร่างสูงโน้มตัวลงมาหาฉันพร้อมกับมือหนาของเขาบีบแก้มของฉันเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยว
“อือ”
ฉันกับดันครบกับมาได้ 2 อาทิตย์แล้วยิ่งฉันได้รู้จักเขามากขึ้นฉันก็ยิ่งตกหลุมรักเขามากขึ้นเท่านั้นดันเป็นคนที่สุภาพมาก เขาให้เกียรติฉันเสมอและที่สำคัญเขาช่างสังเกตจนแทบจะรู้จักฉันมากกว่าที่ฉันรู้จักตัวเองเสียอีก
“แล้ววันนี้ทำงานเหนื่อยไหมคะ” ฉันถามร่างสูงตรงหน้าเสียงใส ก่อนควงแขนแกร่งของเขาไว้พร้อมกับดันอกแกร่งของเขาออกเบาๆ เดี๋ยวเราต้องไปซื้อของกันอีกถ้าเดิน 3 ก้าวหยุดแบบนี้ก็ไปไม่ถึงซุปเปอร์มาร์เก็ตพอดี
เมื่อหลายวันก่อนด้วยความที่ฉันไม่สามารถเก็บความสงสัยไว้ได้อีกต่อไป ฉันจึงได้ถามชายหนุ่มที่กำลังจูงมือของฉันในตอนนี้ออกไป และได้รู้มาว่าเขาทำงานให้กับธุรกิจของที่บ้าน งานของเขาสามารถทำที่ไหนก็ได้ ถึงตอนนี้ฉันจะยังไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่แต่ก็ยังไม่อยากสอบถามอะไรเขาให้มากมาย เอาไว้บรรยากาศดีๆ ฉันค่อยสัมภาษณ์เขาอีกรอบก็ยังไม่สาย
“แค่ได้มาเห็นหน้าดาวก็หายเหนื่อยแล้วครับ”
“ปากหวาน”
“หืม? ลองชิมอีกไหม?” ร่างสูงเอ่ยบอกกับฉันอย่างหยอกล้อ พร้อมกับโน้มใบหน้าหล่อเหลาของเขาลงมาหาฉันเล็กน้อย
“ดัน ‘ปากหวาน’ ที่ดาวพูด หมายถึง พูดจาอ่อนหวาน แต่จริงใจรึป่าวก็ไม่รู้” ฉันอธิบายให้เขาฟังก่อนจะหันหน้าหนีเขาไปอีกทาง ก่อนจะแอบยิ้มให้กับใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้ดูจะไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่ฉันพูดออกไปสักเท่าไหร่
“ดันจริงใจกับทุกประโยคที่พูดออกไป รู้ไหมว่าดันรักดาวมากเลยนะ” มือหนาเอื้อมมาประคองแก้มนุ่มนิ่งๆ ของฉันไว้อย่างอ่อนโยน ก่อนที่ร่างสูงจะโน้มตัวลงมาบอกกับฉันด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูจริงจังมากกว่าทุกครั้ง
“ทำไมต้องจริงจังขนาดนั้นด้วย”
“สำหรับคนที่สำคัญที่สุดในชีวิต ดันไม่อยากทำให้ดาวไม่สบายใจ” ฉันมองร่างสูงตรงหน้านิ่งๆ ก่อนจะส่งยิ้มไปเขา
จุ๊บ!!!
“ปากหวานจัง” ฉันจุ๊บลงที่ริมฝีปากของร่างสูงตรงหน้าเบาๆ ก่อนจะลูบลงที่แก้มของเขาอย่างทะนุถนอม เขายกยิ้มที่มุมปากอย่างชอบใจก่อนจะจูงมือของฉันให้เดินต่อไปบนถนนเส้นเล็กๆ สำหรับเดินเท้า
“ชิมพอแล้วเหรอ”
“เดี๋ยวนี้อ่อยเก่งขึ้นนะเรา”
“แค่กับดาวคนเดียว” ร่างสูงต้องหน้าเอ่ยบอกกับฉัน พร้อมส่งยิ้มหวานมาให้ ‘ยิ้มแบบนี้ฉันตายได้เลยนะ’ มือบางของฉันลูบลงที่อกของตัวเองเบาๆ ก่อนจะเอื้อมไปตีแขนแกร่งเพื่อแก้เขิน
“พูดอะไรไม่รู้ ไม่คุยด้วยแล้ว”
“เขินเหรอ”
~ติ้งงงงง~ ~ติ้งงงงง~ ~ติ้งงงงง~
มายู : วันนี้มายูจะเสนอโยเซนาเบะ ของโปรดของที่รัก @ไอโกะ
พันดาว : กลุ่มนี้ยังจำเป็นต้องมีฉันไหม
ไอโกะ : จำเป็นมากที่สุด ขาดดาวไม่ได้เลยนะ
พันดาว : เขิน^^
มายู : @พันดาว ขอแบบตามนี้เลย ห้ามเปลี่ยนสูตรของฉันเด็ดขาด
มายู : picture
พันดาว : รับทราบค่ะ
ฉันมองรายการอาหารที่มายูจดมาให้แล้วจะเป็นลม ถ้าวัตถุดิบจะเยอะขนาดนี้ฉันจะซื้อถูกไหมเนี่ย ฉันไม่เคยเข้าไปซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ตคนเดียวมาก่อนเลยด้วยตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ ‘จะได้กินข้าวกันยามไหนเนี่ย ไม่น่าอาสาเลยฉัน’
‘โยเซนาเบะ (Yosenabe)’ หรือหม้อไฟรวมมิตร คือนาเบะที่ใส่เครื่องหลายอย่างลงไปต้มในหม้อให้หมด ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ อาหารทะเล ผัก เต้าหู้ และอื่นๆ ที่อยากใส่
“มีอะไรรึป่าว” ดันเอ่ยถามฉันออกมาด้วยความสงสัย ฉันจึงยื่นรูปที่มายูจดรายการอาหารให้กับเขาดู
“ทำนาเบะกันเหรอ”
“ใช่ค่ะ”
“เขาไม่ได้ทานกันช่วงฤดูหนาวเหรอ” ร่างสูงยื่นโทรศัพท์คืนกลับมาให้ฉัน ก่อนที่เขาจะพาฉันเดินเลี้ยวไปอีกทางซึ่งทางเส้นนี้ก็เป็นทางที่ไปซุปเปอร์มาร์เก็ตนั่นเอง
“ถ้าเราอยาก ฤดูไหนก็ทานได้ค่ะ” ฉันตอบกลับร่างสูงตรงหน้าออกไปด้วยน้ำเสียงสดใส พร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้กับเขา
“ก็จริง แค่ดาวอยากไม่ว่าอะไรดันก็จะหามาให้ดาวได้”
“หยุดทำให้เขินเดี๋ยวนี้เลยนะ”
“หึหึ”
“ดาวอยากพาดันไปเจอเพื่อนมากเลย แต่ว่าวันนี้คงไม่ได้เพราะเพื่อนของดาวน่าจะมีเรื่องไม่สบายใจ”
“เพื่อนเหรอ?”
“ใช่ค่ะ ดันล่ะมีเพื่อนรักไหม?” ฉันเอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าออกไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่ท่าทีที่เขาชะงักไปเล็กน้อยทำให้ฉันรู้สึกงอนตัวเองอยู่น้อยๆ ที่ถามเขาออกไปแบบนั้น
“ไม่มีเหรอ”
“ไม่เป็นไรนะดันยังมีดาว ดาวจะเป็นเพื่อน และเป็นแฟนที่น่ารักของดันคนเดียวดีไหม” ฉันบอกกับร่างสูงตรงหน้าเสียงอ่อน ฉันลูบลงที่มือหนาอย่างทะนุถนอมพร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้เขา
“ดีครับ ดันก็ต้องการแค่ดาวคนเดียวไม่ได้ต้องการคนอื่น”
จุ๊บ!!!
ร่างสูงจุ๊บลงที่หลังมือบางของฉันเบาๆ ก่อนที่ส่งยิ้มมาให้ฉัน ฉันไม่รู้เลยว่าภายใต้เสื้อฮู้ดตัวนี้ที่เขาสวมใส่อยู่นั้นแบกรับอะไรมาบ้าง ถึงทำให้เขาต้องสร้างสิ่งนี้ขึ้นมาปกปิดความเจ็บปวดของตัวเองเอาไว้ ฉันก็ได้แต่หวังว่าฉันจะช่วยให้ความเจ็บปวดของเขาบรรเทาลงได้บ้างในสักวันหนึ่ง
-MAYU’S APARTMENT-
“วางตรงนี้ก่อนค่ะ”
“ของเยอะแบบนี้ดันขึ้นไปส่งดีไหม” ร่างสูงพูดขึ้นก่อนจะว่างของที่ฉันพึ่งซื้อมาจากซุปเปอร์มาเก็ตลงบนโต๊ะตามที่ฉันบอกอย่างว่าง่าย
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวมายูลงมารับ”
“ครับ”
“ดันอย่าลืมทานข้าวด้วยนะ ถึงวันนี้ไม่ได้ทานข้าวด้วยกันดันก็ต้องทานเยอะๆ นะ ไม่ต้องคิดถึงดาวจนกินข้าวไม่ลงล่ะ” ฉันบอกกับร่างสูงตรงหน้าออกไปด้วยความเป็นห่วง พร้อมกับส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ไปให้กับเขา
“หึหึ ทำไงดีดันต้องไม่เจริญอาหารแน่ๆเลย”
“งั้นปะ...เราไปกันเถอะ” ฉันทำท่าจะจูงมือร่างสูงเดินออกไป
“ได้เหรอ”
“หยอกเล่น...ดันต้องทานข้าวให้อิ่มด้วยนะ รับปากก่อน” ฉันยื่นนิ้วก้อยของตัวเองไปตรงหน้าของเขา ร่างสูงก็ยื่นมือมาเกี่ยวก้อยของฉันเอาไว้
“กลับดีๆ นะ”
“ครับ มีอะไรโทรหาดันได้ตลอดเลยนะ” ร่างสูงเอ่ยบอกกับฉันเสียงอ่อน พร้อมกับมือหนาลูบลงที่หัวของฉันอย่างอ่อนโยน
“รับทราบค่ะ”
และนี่ก็เป็นประโยคที่เขาบอกกับฉันทุกวันก่อนที่เราจะแยกย้ายกัน เราเจอกันทุกวันก็จริงแต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน
สำหรับคนอื่นพอมีความรักแล้วจะเป็นหรือรู้สึกอย่างไงฉันไม่รู้ แต่สำหรับฉันความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคนมันรู้สึกเบาสบายจนฉันไม่รู้จะสรรหาคำพูดไหนมาบรรยาย ปกติฉันเป็นคนที่ยิ้มเก่งอยู่แต่พอมีเขาเข้ามาให้ชีวิตฉันสามารถยิ้มกว้างได้มากกว่าทุกครั้ง
ใครหลายคนพยายามหาคำพูดมากมายเพื่อมานิยามความรักของพวกเขา และสุดท้ายคำตอบที่ได้จะเป็นแบบนั้นจริงๆ น่ะเหรอ หรือสุดท้ายแล้วไม่ใครสักคนที่สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้เลยว่าความรักมันคืออะไร เพราะบางทีการที่เราได้รักใครสักคนที่เขาก็รักเราเช่นกันมันอาจจะเพียงพอแล้วรึเปล่า... ‘ความรักเป็นสิ่งสวยงามเสมอ ไม่ว่าที่มาของมันจะเป็นยังไงก็ตาม’ ถึงสุดท้ายปลายทางมันจะไม่มีจริง แต่เพียงได้ลิ้มรสของความรักแค่นี้ก็คงคุ้มค่าแล้วล่ะ
“ดาว ดาว พันดาว”
“ว๊ายยย อกอีแป้นจะแตก” ฉันอุทานออกมาด้วยความตกใจ พร้อมยกมือขึ้นมาทาบอกของตัวเอง ในขณะที่ร่าบางตรงหน้ายื่นหน้าเข้ามามองฉันอย่างสงสัยในท่าทางของฉัน
“ยื่นเหม่ออะไรของเธอ”
“ปะ ป่าว...”
“พันดาวเธอลืมรึไง เธอเป็นคนที่โกหกไม่เนียนที่สุดในโลก” มายูเอ่ยบอกกับฉันเสียงใส่ ก่อนจะเดินเข้ามาหยิบถุงใส่วัตถุดิบที่วางอยู่บนโต๊ะไปถือไว้
“มาฉันช่วย” ฉันยื่นมือเข้าไปจะช่วยเธอ แต่ร่างบางตรงหน้าขยับออกห่าง พร้อมกับเอ่ยบอกกับฉันอย่างคนที่รู้จักฉันดี
“เธอช่วยตัวเองให้เดินขึ้นไปบนห้องของฉันให้ปลอดภัยก็พอ นี่ดีนะที่ถือของพวกนี้มาเองได้โดยที่ไม่ได้รับบาดเจ็บตรงไหนน่ะ”
“อะ เอ่อ ฉันอยากช่วย”
“ช่วยตัวเองไปค่ะ”
-MAYU’S ROOM-
“ของโปรดฉัน” ไอโกะยื่นหน้าไปมองหม้อไฟตรงหน้า ก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ถึงร่างบางตรงหน้าจะแสดงออกมาว่าตัวเองมีความสุข แต่ฉันกับมายูรู้ดีว่าเธอมีเรื่องที่พยายามเก็บเอาไว้ในใจ เพราะแววตาของเธอที่สะท้องออกมามันเคยมีความสุขมากกว่านี้ แต่นี้มันกลับดูหม่นหมองลงไปจนผิดสังเกต
“ชอบก็กินเยอะๆ”
“เข้าใจแล้ว”
ฉันนั่งมองทั้งคู่ตักอาหารให้กันและกันก่อนจะเผลอยิ้มออกมา ‘ความสุข ความยินดี’ คือ นิยามของความรู้สึกของฉันในตอนนี้เลยล่ะ เวลาเห็นคนรักกันฉันก็รวมยินดีกับพวกเขาอยู่แล้ว และยิ่งทั้งคู่เป็นเพื่อนรักของฉันด้วยแล้วมีเหรอที่ฉันจะไม่มีความสุขไปด้วยเวลาที่เห็นพวกเขามีความสุข
“อุ๊ย!! ทานเยอะๆนะ คน ไม่ มี คู่” มายูตั้งกุ้งในหม้อมาให้ฉันก่อนที่เธอจะเอ่ยบอกกับฉันเสียงสดใส พร้อมกับส่งยิ้มเย้ยหยันมาให้ฉัน
“มายู” เสียงไอโกะเอ็ดแฟนของเธอเบาๆ
“ใครบอกเธอว่าฉัน ไม่ มี คู่” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มแบบเดียวกันไปให้ร่างบางตรงหน้า
“เดี๋ยวนะนี่เธอ...” มายูชี้มาที่ฉันอย่างอึ้งๆ
“กรี๊ดดดดด จริงเหรอ” ตามมาด้วยเสียงกรี๊ดร้องด้วยความดีใจของไอโกะ เธอมักจะบอกกับฉันเสมอว่าอยากเห็นฉันมีคนรัก อยากให้ฉันมีใครสักคนที่รักและคอยดูแลฉัน วันนี้ถ้าเธอจะดีใจก็คงไม่แปลกอะไร
“หนุ่มที่โชคร้ายคนนั้นเป็นใคร”
“โชคดีต่างหากย่ะ แต่เอาจริงๆ ดาวไม่รู้ว่าเขารู้สึกยังไง แต่ดาวรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่เจอเขา สำหรับดาวดันคือคนพิเศษและเหมือนดาวเป็นคนเดียวที่หาเขาเจออะ” ฉันบอกกับร่างบางทั้งสองตรงหน้าก่อนจะเผลอยิ้มออกมาทุกครั้งที่ฉันนึกถึงวันแรกที่เราเจอกัน...
“คลั่งรักไม่ไหว”
“อ๊ายยยยย ไอโกะอยากเจอเลยอะ”
“เอาไว้เดี๋ยวดาวจะพาดันมาแนะนำให้รู้จักนะ” ฉันบอกกับทั้งสองออกไป ก่อนจะส่งยิ้มหวานไปให้กับพวกเธอ...
“เขาชื่อดันเหรอ”
“ใช่ค่ะ เขาน่ารักมากเลยนะดาวอยากให้มายูกับไอโกะได้เจอเขา”
“ฉันก็อยากเจอเขาเหมือนกัน” มายูเอ่ยบอกกับฉัน
“มายูอย่าพึ่งบอกพี่ทิวานะ ช่วงนี้งานเยอะดาวกลัวพี่เขาจะทิ้งงานแล้วมาลากดาวกลับบ้าน เอาไว้เดี๋ยวดาวบอกพี่ทิวาเอง”
“ก็ได้ แต่ว่าเธอต้องรับปากกับฉันไม่ว่ามีอะไรเธอต้องบอกฉันก่อน เข้าใจไหม”
“เข้าใจค่ะ”
“ทำไมอะ พี่ทิวาของดาวดุมากเลยเหรอ” ไอโกะพูดขึ้นก่อนจะหันมามองฉันกับมายูสลับกับ
“พี่ทิวาน่ะไม่ดุหรอก เขาแค่เป็นห่วงพันดาวเฉยๆ น่ะ แต่อาจจะเยอะไปนิดนึง” มายูเป็นคนตอบคำถามนี้ของไอโกะ
“ดีจังเลยเนอะ มีพี่ชายที่เป็นห่วงแบบนี้” ไอโกะพูดขึ้นก่อนที่แววตาของเธอจะดูเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด
“อิ่มแล้วเราไปเตรียมอาบน้ำกันดีกว่า” ฉันมองหน้ากับมายูเล็กน้อย ก่อนที่ไอโกะจะหันไปบอกกับมายูเสียงอ่อน
“Love looks not with the eyes, but with the mind, And therefore is winged Cupid painted blind.”
-William Shakespeare, A Midsummer Night’s Dream-
(ความรักไม่ได้ดูด้วยดวงตา แต่ดูที่ใจ นั่นเองที่กามเทพคิวปิดยิงศรรักให้คนตาบอด)