“ คนพวกนั้นไปแล้วขอรับ” หลังจากที่เฟยหลงออกไปดูก็ไม่มีใครอยู่แล้ว
“พวกเจ้าคงสงสัยว่าคนพวกนั้นเป็นใครใช่หรือไม่” เธอเอ่ยถามทั้งสามคน
คนทั้งสามก็ไม่ได้พูดตอบอะไร
“ เอาล่ะ ข้าจะบอกให้พวกเจ้าได้รู้ คนพวกนั้นคือบ้านสามีเก่าข้าเองแต่ตอนนี้พวกเราตัดขาดไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีกแล้ว ถ้าคนพวกนั้นมายุ่งพวกเจ้าก็ไล่ไปได้เลยไม่ต้องไปสนใจ ”
ทั้งสามคนจดจำหน้าตาคนพวกนั้นได้เป็นอย่างดี แล้วก็พอจะคาดเดาได้ว่าคนพวกนี้เคยทำไม่ดีกับเจ้านายของตน ถ้าคนพวกนั้นยังมายุ่งวุ่นวายอีกเจอกันคราวหน้าพวกเขาทั้งสามคนจะไว้หน้าใครทั้งนั้น ได้แต่คิดอยู่ในใจ
สภาพร่างกายทั้งสามคนไม่ได้อ่อนแอเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว เนื่องจากเธอทำน้ำวิเศษใส่โอ่งให้คนในบ้านได้ไว้ใช้ชำระล้างและดื่มกิน
“ เฟยหลงเจ้าไปถางหญ้า ขุดดินพรวนดินไว้ข้าสักหน่อยเถอะ ข้าว่าจะปลูกผักเพิ่มอีกสัก2-3 ชนิด หากผักโตเยอะไม่ทันกินเราจะได้นำไปขายกัน ลี่อินเจ้าก็ไปช่วยเฟยหลงลงผักสักหน่อยสิ “
“ ขอรับนายหญิง ” “ เจ้าค่ะนายหญิง ”
“ ลี่ซือซินอี๋นอนแล้วหรือ” เธอพูดกับเฟยหลงกับลี่อินจบ ก็หันมาถามลี่ซือ
“ ข้าอาบน้ำเปลี่ยนผ้าอ้อมให้คุณหนู พอชงนมอุ่มๆกล่อมนอนสักพักคุณหนูก็หลับอย่างไวเลยเจ้าค่ะ ” ลี่ซือพูดออกมายิ้มๆอย่างเอ็นดูคุณหนูน้อย นางไม่เคยเจอเด็กที่ไหนเลี้ยงง่ายขนาดนี้มาก่อนทั้งยังน่ารักน่าชังผิวขาวใสอย่างกับซาลาเปาน้อย
“ เช่นนั้นก็ดีแล้ว ” เธอพยักหน้าแล้วเอ่ยตอบ
ผ่านมา2-3วันแล้วคนบ้านจางก็ยังคงมาก่อกวนโวยวายที่บ้านของนางอยู่ตลอด แต่นางก็ไม่ได้ออกไปเปิดประตูต้อนรับปล่อยให้คนพวกนั้นโวยวายกันให้ได้อยู่ด้านนอกก็พอ
“ นายหญิงเจ้าคะ คนพวกนี้มาที่บ้านกันทุกวันเลยเราจะปล่อยพวกนางไว้แบบนี้จริงๆหรือเจ้าคะ” ลี่อินเอ่ยถามด้วยความกังวล
“ ถ้าเช่นนั้น พวกเราก็ออกไปเถอะ จะได้จบๆเรื่องเสียทีข้าก็รำคาญนัก ” เธอเอ่ยจบก็ก้าวเท้าออกจากบ้านไปเปิดประตูรั้วทันที
“ มาโวยวายที่บ้านข้า พวกเจ้ามีอะไรกับข้าหรือไม่ ” เธอเอ่ยถามกับคนบ้านจางออกไป
“ เพ้ย! ข้ามาที่นี่ต้องมีอะไรด้วยหรือไง ข้าก็ได้ข่าวมาว่าเจ้าเจอสมุนไพรหายากขายได้เงินตั้งมากมายไม่คิดจะเอาเงินมาให้ข้าเพื่อแสดงความกตัญญูหน่อยหรือไง ห๋า! ”
ทันทีที่ได้ยินนางจางพูดจบเธอก็อดจะยิ้มเหยียดไม่ได้
“ เหมือนว่าท่านจะหลงลืมไปกระมัง ว่าข้ากับท่านเราตัดขาดกันแล้วกับลูกชายของท่านข้าก็หย่าขาดไปแล้ว พวกเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก แล้วเหตุใดข้าต้องนำเงินที่ข้าหามาได้ไปกตัญญูต่อพวกท่านด้วยเล่า ” ทันทีที่เธอพูดจบนางจางก็ทำหน้าเดี๋ยวแดงเดี๋ยวดำเตรียมจะโวยวายใส่เธออีกรอบ
“ แล้วอย่างไร ยังไงวันนี้ข้าก็ต้องได้เงินกลับบ้าน ” นางจางพูดออกมาอย่างหน้าไม่อาย
“ ถ้าพวกท่านกล้าเข้ามาบุกรุกภายในบ้านของข้าข้าจะให้คนของข้าตีพวกท่านให้ตาย ” เธอพูดออกมาอย่าฃเหลืออดกับนางจาง และสะใภ้ใหญ่
“ นี่น้องสะใภ้ อ้อไม่สิ ต้องเรียกอดีตน้องสะใภ้ เจ้าอย่าเหิมเกริมให้มันมากนักเลย ทางที่ดีข้าว่าเจ้านำเงินพวกนั้นมาให้ท่านแม่ดีกว่า” สะใภ้ใหญ่พูดออกมา
“ ฮ่าฮ่าฮ่า แหม พี่สะใภ้ใหญ่ช่างมีความกล้าเสียจริง คิดว่าตอนนี้ข้าต้องกลัวพวกท่านด้วยหรือ ” เธอเอ่ยออกมาอย่างเหยียดหยาม
“ นังตัวไร้ประโยชน์ เจ้าอยากโดนข้าตีใช่หรือไม่ ห๊ะ! ” นางจางพูดพร้อมกับทำท่าจะเข้ามาตีเธอโดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามมาข้างหลัง แต่ก่อนที่จะถึงตัวเธอเฟยหลงก็รีบเดินออกมายืนบังนายหญิงของตัวเองเสียก่อน
“ นี่นังเยว่อิง ยังไม่ทันถึงอาทิตย์เจ้าก็พาผัวใหม่มาอยู่บ้านหลังใหม่ ได้เงินมากมายก็นำมาเสวยสุขกันกับผัวใหม่ของเจ้าเลยหรือ เจ้านี่มันไร้ยางอายจริงๆ ” สะใภ้ใหญ่พูดออกมาอย่าอิจฉาที่เธอมีผัวใหม่ที่ทั้งหล่อทั้งล่ำ ผิวขาวราวกับหยก แถมยังมีเงินมากมายอีก แต่ไม่ได้รู้เลยว่าตนเองกำลังเข้าใจผิด
“ หึ! ที่แท้ที่รีบหย่ากับบุตรชายข้าก็เพราะแบบนี้หรอกหรือ ไม่ใช่ว่าเจ้าแอบสวมเขาให้บุตรลายข้าหรอกนะนังแพศยา ” นางจางไม่เคยคิดเลยว่าที่เธอยอมอย่ากับสามีก็เพราะนิสัยของพวกนาง แต่คิดว่าที่เธอยอมอย่าก็เพราะเธอมีชู้
“ ใช่หรือไม่ใช่แล้วอย่างไร ยังไงข้าก็หย่าแล้วก็ตัดขาดกับพวกท่านแล้ว แต่ถ้าขืนพวกท่านยังไม่กลับไปข้าจะให้คนของข้าไปตามหัวหน้าหมู่บ้านมาที่นี่เสียในสัญญาก็ระบุชัดเจนว่าหากฝ่ายไหนมาวุ่นวายก่อนก็สามารถที่จะเรียกร้องเงินได้ถึง 2,000 ตำลึงทอง ” เธอหมดความอดทนกับคนพวกนี้แล้ว ถ้าหากยังไม่กลับเธอจะจัดการอย่างจริงจังสักที
“ ท่านแม่ เรากลับกันก่อนเถิดเจ้าค่ะ ” สะใภ้ใหญ่รีบเอ่ยออกมาด้วยความระแวดระวังเะราะกลัวว่าหากเธอให้คนไปตามหัวหน้าหมู่บ้านจริงๆจะต้องเสียเงิน นอกจากไม่ได้เงินแล้วยังต้องมาเสียเงินให้นังตัวไร้ประโยชน์ฟรีๆอีก
“ ได้! ฝากไว้ก่อนเถอะ ” พูดจบนางจางกับสะใภ้ใหญ่ก็ลนลานรีบวิ่งกลับบ้านทันที
“ อย่าลืมกลับมาเอาเล่า หึๆ ”
เธอตะโกนเอ่ยตามหลังคนพวกนั้นไป แล้วหันหลังเตรียมเข้าบ้าน แต่ยังไม่ทันที่จะได้เข้าบ้านก็มีเกวียนมาจอดหน้าบ้านเธอเสียก่อน
เยว่อิงได้ยินเสียงเกวียนก็เลยหันกลับไปมอง
“ อ้าว ท่านหัวหน้าสวัสดีเจ้าค่ะ ” เมื่อเห็นว่าเป็นใครเลยเอ่ยทักทาย
“ อืมๆ วันนี้ข้านำสัญญาซื้อขายอะไรมาให้เจ้า แล้วก็พาช่างพาหาเจ้าด้วย ” หัวหน้าพูดเพื่อคลายความสงสัยให้แก่เธอ
“ อ้อ สวััสดีเจ้าค่ะท่านลุง ” เธอเอ่ยทักทายช่างที่จะมาทำรั้วบ้านให้
“ สวัสดีๆ เจ้าเรียกข้าว่า ลุงหม่า ก็ได้ ” พูดออกมาอย่างใจดี
“ เจ้าค่ะลุงหม่า ”
“ เชิญท่านหัวหน้าหมู่บ้านกับท่านลุงหม่าเข้ามาในบ้านก่อนเจ้าค่ะ ” เธอเอ่ยบอกกับทั้งสอง แล้วหันไปพูดกับเฟยหลงต่อ
“ เฟยหลง เจ้าไปบอกลี่ซือทีว่าให้นำชากับของว่างมาให้แขกด้วย ”
“ ขอรับ ” เฟยหลงพูดจบก็รีบเดินเข้าบ้านไปหาลี่ซือ
“ เชิญเข้าบ้านก่อนเจ้าค่ะ ” เยว่อิงก็เดินนำทั้งสองคนไปยังห้องโถงทันที
“ อืม ภายในรั้วบ้านร่มรื่นมาก บ้านเจ้าก็จัดได้เป็นอย่างดี ” ลุงหม่าเอ่ยชม พร้อมกับพยักหน้าพอใจ
“ ขอบคุณเจ้าค่ะ เชิญพวกท่านนั่งก่อน ” เธอผายมือชักชวนให้ทุกคนนั่งลง
หลังจากที่นั่งกันแล้ว ก็เริ่มคุยเรื่องงานกันทันที
“ ก็ไม่มีอะไรมาก ที่พวกข้ามาวันนี้ก็เพื่อที่จะมาคุยรายละเอียดเรื่องการล้อมรั้วนั่นแหละ ” ลุงหม่าก็เริ่มเปิดเรื่องพูดทันที แต่ก่อนที่เธอจะตอบลี่ซือก็เดินเข้ามาพอดี
“ น้ำชากับของว่างเจ้าค่ะ ” เมื่อวางเสร็จก็ย่อตัวออกไปทันที เธอก็เลยเริ่มพูดต่อ
“ จริงๆ แล้วข้าอยากทุบรั้วด้านข้างเพื่อที่จะได้เชื่อมไปยังที่ดินที่ข้าซื้อใหม่ทั้งหมดเจ้าค่ะ เพราะข้าจะล้อมรั้วทั้งหมด ”
“ โอ้ เช่นนั้นก็ได้ งั้นอีก3-4 วันข้าจะมาทำรั้วให้พวกเจ้า แต่วันนี้ข้าขอคำนวณเงินพวกวัสดุอุปกรณ์กับค่าแรงของคนงานก่อนแล้วกัน ” ลุงหม่าเอ่ยออกมา
“ ได้เจ้าค่ะ ข้าขอเป็นวัสดุอุปกรณ์อย่างดีนะเจ้าคะ ” เธอตัดสินใจว่าไหนๆก็ทำแล้วก็ทำอย่างดีไปเลยแล้วกัน
“ ได้ๆ อืม… ข้าคิดค่าวัสดุอุปกรณ์ กับค่าแรงงานทั้งหมด 600 ตำลึงเงินเจ้าพอไหวหรือไม่ ” เรื่องเงินแค่นี้ขนหน้าแข้งเธอไม่ร่วงหรอก เพราะเมื่อ2วันที่แล้วเธอเพิ่งให้เฟยหลงไปรับเงินจากการประมูลมาได้มาหลายแสนตำลึงทองเลยทีเดียว
“ ข้าไหวเจ้าค่ะ แต่เรื่องอาหารกลางวันข้าคงไม่สะดวกทำ ให้เป็นค่าแรงคนงานเพิ่มก็แล้วกันนะเจ้าคะ ” เธอเอ่ยบอกกับลุงหม่า
“ ได้ๆ งั้นถ้าเงินพอไม่พออย่างไรลุงจะมาแจ้งกับเจ้าแล้วกัน ”
“ ได้เจ้าค่ะ ถ้างั้นเซ็นสัญญาแล้วก็จ่ายเงินส่วนหนึ่งก่อนเลยหรือไม่เจ้าคะ ”
“ เดี๋ยวข้าหยิบสัญญาสักครู่ ” พูดจบลุงหม่าก็หยิบสัญญาออกมา
“ เจ้าค่ะ ”
เมื่อลุงหม่าช่างทำรั้วกับหัวหน้าหมู่บ้านจากไปแล้ว เธอก็เดินเข้าห้องนอนไปหาลูกสาวเพราะเนื่องจากเธอไม่ได้อยู่เล่นกับลูกหลายวันแล้วมัวแต่วิ่งวุ่นเรื่องนู้นเรื่องนี้อยู่
“ แอ๊ แอ๊ ” ทันทีที่ลูกสาวตัวน้อยเห็นเธอก็ยิ้มโชว์เหงือกอย่างน่ารักให้เธอทันที
“ ว่าไงซาลาเปาน้อยของแม่ อยู่กับพี่ลี่ซือเป็นอย่างไรบ้างจ๊ะ ” เธอเอ่ยถามเย้าลูกสาว
“ อื่อ แอ๊ คิกๆ ”
ลูกสาวเอ่ยตอบเธออย่างอารมณ์ดี แต่เธอก็ไม่สามารถจะรู้คำตอบได้จริงๆ
“ โอ้ อยู่กับพี่ลี่ซือสนุกมากใช่หรือไม่”
“ แอ๊ แอ่ แอ๊ แอ๊ ”
“ หืม ซาลาเปาน้อยของแม่พูดเก่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” เธอพูดจบก็ก้มลงฟัดแก้ม ฟัดพุงลูกสาวตัวน้อยด้วยความหมั่นเขี้ยว
“ คิก คิก คิก แอ๊ ”
อยู่เล่นกับลูกสาวในห้องสักพักเธอก็ออกมาข้างนอกห้องนอน ปล่อยให้ลี่ซือดูซาลาเปาตัวน้อยเพียงลำพัง
เธอก้าวออกมานอกห้องก็เห็นลี่อินนั่งปักผ้าอยู่เธอเลยไม่คิดที่จะเข้าไปรบกวน เลยเดินออกมาข้างนอกเพื่อดูแปลงผักแทน ก็เห็นแปลงผักที่เธอเพิ่งปลูกไม่นานโตขึ้นออกดอกออกผลเขียวชะอุ่ม ซึ่งเธอก็ไม่ได้แปลกใจนักเพราะน้ำที่ใช้รดก็เป็นน้ำวิเศษที่ทำพืชผักโตไว ต่างจากเฟยหลงที่ตอนแรกออกมาจะรดน้ำแปลงผักก็ช็อกมาก ตกใจว่าทำไมผักที่ปลูกได้ไม่กี่วันทำไมถึงโตไว้พร้อมกินขนาดนี้ อย่างน้อยปกติก็ต้องใช้เวลาหลายอาทิตย์เป็นอย่างต่ำ
“ นะ นายหญิงขอรับ ผักพวกนี้ ” เฟยหลงอย่างตกใจเป็นอย่างมาก เขาแทบจะไม่อยากเชื่อสายตา แต่เมื่อหันมาเห็นเธอก็พยายามรวบรวมคำพูดเพื่อบอกกล่าวแก่เธอ
“ เฟยหลงเจ้าไม่ต้องตกใจมากไปนัก ต่อไปนี้ยังมีเรื่องที่เจ้าต้องตกใจอีกเยอะ ” เธอเอ่ยบอกเฟยหลงอย่างใจเย็น
หลังจากที่เฟยหลงพยายามทำใจให้เย็นก็เอ่ยตอบเธอช้าๆ
“ ขอรับนายหญิง ”