“ เอาล่ะ เดี๋ยวอีกสัก2-3 วันเจ้าก็นำผักพวกนี้ไปขายเถอะ ผักสดๆพวกนี้คงขายได้แพงนัก ” เธอเอ่ยบอกกับเฟยหลง
ในแคว้นเว่ยนี้พื้นที่เพาะปลูกนั้นปลูกได้ยากยิ่ง การจะกินผักที่สดนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย เธอจึงไม่แปลกใจที่เฟยหลงจะตกใจเรื่องที่ปลูกผักออกมาได้แถมยังภายในไม่กี่วันอีกด้วย
หลังจากผ่านมาหลายสัปดาห์ตอนนี้รั้วก็ล้อมเสร็จเป็นที่เรียบร้อย ไหนจะกิจการขายผักของเธออีกเรียกว่าทำเงินให้เธอเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีเหลาอาหารมาติดต่อขอซื้อผักสดกับเธอเป็นจำนวนหนึ่ง ซึ่งเธอก็ตอบรับหมด เพียงแต่เธอให้เฟยหลงทำการขุดพรวนดินเพื่อปลูกผักเพิ่มเป็นจำนวนมาก
“ พวกเจ้าทั้งสามคนเป็นคนที่ข้าไว้ใจข้าถือว่าพวกเจ้าเป็นคนในครอบครัวของข้า…”
เธอเอ่ยพูดกับพวกเขาด้วยความรู้สึกจากใจจริงๆ เนื่องด้วยตั้งแต่เธอมาอยู่ที่นี่ก็มีเพียงคนพวกนี้ที่คอยอยู่กับเธอมานานที่สุด ถึงจะเพราะเธอซื้อตัวพวกเขามาก็เถอะ แต่สิ่งที่เยว่อิงพูดมานั้นทำให้คนทั้งสามคนนั้นซาบซึ้งอย่างสุดหัวใจ พวกเขาทั้งสามคนก็รักและจงรักภักดีต่อเยว่อิงมาตลอดหากแต่ว่าเธอก็สามารถรับรู้ได้
“ ข้ามีความลับบางอย่างที่ไม่ต้องการให้คนภายนอกรู้ อยากจะปิดบังแต่ก็ไม่อาจปิดบังแก่พวกเจ้าได้ตลอด ข้าสามารถเชื่อใจพวกเจ้าได้หรือไม่ ”
เยว่อิงเอ่ยถาม สิ่งที่เธอจะทำต่อไปต้องอาศัยความเชื่อใจและความไว้วางใจต่อพวกเขาจริงๆ
“ พวกข้าจงรักภักดีต่อนายหญิงและคุณหนูไม่คิดเปลี่ยนใจเจ้าค่ะ ขอให้คุณหนูเชื่อใจพวกบ่าวได้ ” ลี่อินตอบอย่างสัจจริง
“ ข้าก็พร้อมถวายชีวิตของข้าต่อนายหญิงและคุณหนูน้อยตั้งแต่วันแรกที่คุณหนูซื้อบ่าวมาแล้วเจ้าค่ะ ไม่ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นข้าจะไม่มีวันทรยศหักหลังนายหญิงกับคุณหนูน้อยอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ ” ลี่ซือรีบพูดความรู้สึกของเธอออกมากับนายหญิง
“ ถึงข้าจะไม่สามารถจดจำสิ่งใดในอดีตได้ นับตั้งแต่นายหญิงยื่นมือเข้ามาช่วยข้าให้ออกจากขุมนรกแห่งนั้น ข้าก็จดจำและพร้อมจงรักภักดี ต่อให้ตายก็ไม่ยอมทรยศต่อนายหญิงแน่นอนขอรับ” เฟยหลงในวันนั้นความหวังช่างริบหรี่มีแต่ความมืดหม่นแต่ใครจะคาดคิดว่าจะมีหญิงสาวมารับซื้อตัวของเขาออกมา แถมยังดูแล ไม่ทำร้ายพวกเขาเหมือนเจ้านายคนอื่นๆได้กินอาหารอย่างดีแถมครบทั้งสามมื้อ เขารู้สึกมาตลอดว่านายหญิงมีความลับบางอย่างแต่ก็ไม่อาจพูดออกมาได้
“ ข้าขอบใจพวกเจ้าทุกคนที่จงรักภักดีต่อข้า ข้ารับรู้ได้ว่าพวกเจ้าทุกคนคิดอย่างไรกับข้า ในเมื่อพวกเจ้าเป็นครอบครัวของข้าข้าก็ไม่อาจปิดบังพวกเจ้า ยื่นมือพวกเจ้ามาเถอะ”
หลังจากนั้นเยว่อิงก็พาทั้งสามคนเข้ามิติ แต่สิ่งที่เยว่อิงไม่รู้ก็คือทุกคนที่เยว่อิงเข้ามาในมิติต่อให้จะคิดร้ายแค่ไหนสุดท้ายก็จะต้องกลายเป็นคนที่จงรักภักดีต่อเยว่อิง หีือคนที่จงรักภักดีอยู่แล้วก็จะยิ่งจงรักภักดีต่อเยว่อิงมาขึ้นไปอีก
“ โอ้ ที่นี่สวยมากเจ้าค่ะนายหญิง/ขอรับนายหญิง ” ทันทีที่เธอพาทุกคนเข้ามายังมิติทุกคนก็ตะลึงงันกับความสวยงามของที่แห่งนี้
“ นี่แหละคือความลับของข้า ”
“ นายหญิงไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะพวกเราจะช่วยนายหญิงเก็บความลับที่วิเศษแห่งนี้ไว้ ” ทันทีที่ลี่ซือกล่าว ทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย
“ แล้วที่แห่งนี้มันสามารถทำอะไรได้บ้างหรือขอรับ ” เฟยหลงกล่าวถามอย่างสงสัย
“ ภายในมิตินี้สามารถปรับระยะเวลาให้ต่างจากภายนอกได้ สามารถเลี้ยงสัตว์หรือปลูกผักผลไม้ต่างๆได้ มีไฟฟ้าและน้ำทุกอย่างได้ ”
“ ไฟฟ้า คือสิ่งใดหรือขอรับ ” เฟยหลงกล่าวถามอย่างงงงวย ซึ่งทั้งสองที่ได้ฟังก็สงสัยเช่นเดียวกัน
“ ไฟฟ้า ก็คือที่กระจายความสว่างคล้ายๆกับเทียนที่จุดตอนกลางคืนแต่เพียงแค่สว่างกว่ากระมัง ยังสามารถใช้ทำอะไรได้อย่างสะดวกอีกด้วย ”
“ อ้อ เป็นเช่นนั้น ” ทุกคนก็พยักหน้าเข้าใจแล้วก็ทึ่งกับความสามารถของที่นายหญิงเรียกว่าไฟฟ้า
“ พวกเจ้าอยากกินผักผลไม้อะไรหรืออยากไปเที่ยวดูสัตว์เลี้ยงของข้าก็ไปได้เลยนะ วันนี้ถือว่าข้าให้พวกเจ้าพักผ่อนก็แล้วกัน ” เธอกล่าวอย่างใจกว้าง
“ ขอบคุณขอรับ/เจ้าค่ะนายหญิง ”
หลังจากที่แยกจากทุกคนเธอก็ออกจากมิตินำบ้านที่สั่งทำในมิติออกมาวางด้านนอกริมรั้วที่สร้างใหม่ แล้วก็ทำการหว่านพืชต้นหญ้านวลน้อยแล้วพรมน้ำวิเศษในมิติทำให้ตอนนี้โตขึ้นเขียวชะอุ่มร่มรื่นสวยงาม ทำให้ตอนนี้ภายในรั้วบ้านของเยว่อิงนั้นดูร่มรื่นน่าอยู่ต่างจากภายนอกมาก เธอทำการนำดอกไม้สันสัน ดอกไม้พุ่มต่างๆออกมาจัดสวนอย่างสวยงามน่าดูมากยิ่งขึ้น ไหนจะนำศาลาไม้ และชิงช้าออกมาวางเป็นที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจได้อย่างดีอีกด้วย
เมื่อจัดภายนอกเสร็จเธอก็เข้ามาภายในบ้านนำเตียงฟูกที่นอน ตู้โต๊ะ โซฟา ไหนจะของทำครัวต่างๆออกมาวางอย่างเป็นระเบียบ
เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วเธอก็เดินไปยังบ้านที่อยู่ปัจจุบัน เดินเข้าห้องไปอุ้มเจ้าตัวน้อยที่ยังนอนหลับตาพริ้มอยู่ แล้วทำการเข้ามิติ
เยว่อิงนำซาลาเปาตัวน้อยไปนอนใต้ต้นไม้ร่มรื่นที่เดิม พอวางลงที่นอนนิ่มๆอากาศที่เย็นสบายเจ้สตัวน้อยก็เริ่มนอนกางแขนกางขาออกอย่างสบายใจทำให้เธอได้แต่ส่ายหัวอย่างเอ็นดู
“ นายหญิงเจ้าคะ ที่นี่ร่มรื่นต่างจากข้างนอกมากเลยเจ้าค่ะ ” เยว่อิงก็ไม่รู้ว่าลี่ซือเดินมาตอนไหนรู้ตัวอีกทีนางก็ได้ยินเสียงลี่ซือกล่าวแล้ว
“ ใช่ ถ้าอย่างนั้นวันนี้ข้าจะทำหม้อไฟให้พวกเจ้าลองชิมก็แล้วกัน ”
พอเห็นลี่ซือทำหน้าสงสัย เตรียมจะถามเยว่อิงก็รีบเอ่ยทันที
“ เจ้าไม่ต้องสงสัยแล้ว เอาไว้มื้อเย็นเจ้าก็จะได้เห็นเอง ”
“ เจ้าค่ะคุณหนู ”
.
.
หลังจากได้เวลาทานมื้อเย็นเธอก็เตรียมตัวเข้าครัวทำหม้อไฟทันที เธอให้ลี่อินเป็นลูกมือคอยช่วยจัดเตรียมวางเรียงให้สวยงาม เมื่อเตรียมเสร็จแล้วก็นำไปวางที่โต๊ะกินข้าวที่มีทั้งสองคนนั่งรออยู่ ทั้งสองก็ตกตะลึงกับของมากมายแต่ที่ตกใจมากกว่านั้นคือเนื้อทั้งหมดดยังไม่มีการปรุงให้สุก
“ เอ่อ นายหญิงเจ้าคะ คือพวกเราต้องกินทั้งดิบๆแบบนี้หรือเจ้าคะ ” ลี่ซือเอ่ยถามอย่างอ้ำอึ้ง
เยว่อิงไม่ได้ตอบอะไรรอลี่อินยกหม้อที่มีน้ำเดือดปุดๆออกมาถึงจะเริ่มสาธิตวิธีการกินให้กับทุกคน
“ พวกเจ้าต้องใส้ผัก เส้นพวกนี้เสียก่อน หากพวกเจ้าอยากกินเนื้อสัตว์แบบไหนก็ให้คีบแล้วนำไปแกว่งในหม้อน้ำฟม้อไฟเช่นนี้ เมื่อสุกก็นำมาจิ้มน้ำจิ้มแล้วถึงค่อยกิน ทีนี้พวกเจ้าพอเข้าใจหรือไม่” เธอกล่าวอธิบายอย่างใจเย็น
หลังจากที่เยว่อิงอธิบายจบทุกคนก็ลงมือกินตามที่เธอสอนอย่างเอร็ดอร่อย สุดท้ายมื้อเย็นนี้ก็จบด้วยทุกคนนอนแผ่หลาด้วยท้องป่องๆ